อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 6 วันที่ 23 เม.ย. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 6 วันที่ 23 เม.ย. 58

ขณะเดียวกันอัตซุโอะรินน้ำชาใส่ถ้วยกระเบื้องให้อยู่อีกมุมหนึ่งของห้องอย่างเงียบเชียบเพราะรู้ว่าเวลานี้ท่านไดซุเกะต้องการสมาธิมากที่สุด ทันใดนั้นเปลวเทียนบนหิ้งดับพรึ่บทั้งๆที่ไม่มีลมพัดเข้ามาในห้องเลยแม้แต่น้อย แสงเทียนที่ดับไปทำให้ไดซุเกะ และอัตซุโอะเงยหน้ามองบนหิ้ง
ดวงตาของรูปปั้นเทพเจ้าจิ้งจอกคล้ายกับว่ากำลังจ้องมองมาที่ไดซุเกะๆ หรี่ตามองรูปปั้นอย่างใช้ความคิด รู้สึกได้ถึงสัญญาณเตือน จึงรีบก้มหน้าไล่อ่านตำราต่ออย่างเร็ว ดวงตาของรูปปั้นเทพเจ้าจิ้งจอกกลายเป็นสีส้มสว่างวาบ โดยที่ไดซุเกะกับอัตซุโอะไม่ทันสังเกตเห็น

คฤหาสน์โคสึกะ ฮิเดโนรินอนถอดเสื้อคว่ำหน้าอยู่บนฟูกลืมตาโพล่ง ฮิเดโนริกระสับกระส่าย มือเท้าหงิกเกร็งจนเส้นเลือดปูด ฮิเดโนริพยายามต่อต้านพลังของสุนัขจิ้งจอกภายในตัว แต่ยิ่งต่อต้านฮิเดโนริก็ยิ่งทรมาน ฮิเดโนริดิ้นเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น มือปัดไปโดนแจกันแตกเพล้ง มือปัดป่ายไปทั่วแล้วคว้าเศษแจกันแตกติดมือ ด้วยความที่ไม่มีสติสมบูรณ์ ประกอบกับความรุนแรงของการต่อสู้ระหว่างปีศาจและมนุษย์ในตัวฮิเดโนริ ทำให้ฮิเดโนริกำเศษกระเบื้อง ฮิเดโนริพยายามจะต่อต้านให้ตัวเองปล่อยมือจากกระเบื้อง แต่มือไม่ยอมจะกำเศษกระเบื้องแตกให้ได้ดูน่าหวาดเสียว



ไดซุเกะอ่านตำรา "หญิงสาวจากดวงดาวจะมาปลดปล่อยเขา และนำพาหายนะให้โคสึกะสูญสิ้น" ดวงตาไดซุเกะ ถลึงขึ้นอย่างตกใจกับสิ่งที่เพิ่งอ่านเจอ
“มีอะไรเหรอครับท่าน”
ไดซุเกะยังไม่ทันตอบ เสียงตะโกนร้องของฮิเดโนริดังสนั่นขึ้น “อ๊ากกกกกกกกกกก”
ไดซุเกะกับอัตซุโอะหันขวับออกไปนอกห้อง

ไดซุเกะและอัตซุโอะเดินมาตามมาทางไปที่ห้องฮิเดโนริ ไดซุเกะเลื่อนประตูออกอย่างเร็ว “ฮิเดะ” แต่ในห้องไม่มีฮิเดโนริ มีแต่รอยเศษกระเบื้องแตกเกลื่อนทั่วห้อง และเศษกระเบื้องแตกที่ชุ่มไปด้วยเลือดสดๆ
ไดซุเกะก้าวเข้าไป ย่อตัว ใช้นิ้วแตะเลือดนั้นมาคลึงอย่างใช้สมาธิ สัมผัสได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฮิเดโนริ
“เกิดอะไรขึ้นกับคุณฮิเดะครับ”
“ฮิเดะกำลังต่อสู้กับสายเลือดปีศาจจิ้งจอกในตัวเขา” ขาดคำไดซุเกะ เสียงสุนัขจิ้งจอกคำรามดังมาจากด้านนอก ไดซุเกะกับอัตซุโอะหันขวับไปมอง
ไดซุเกะกับอัตซุโอะเดินเร็วๆ ออกมาจากในบ้าน ทั้งสองมองหาและร้องเรียกฮิเดโนริ
“ฮิเดะ ฮิเดะ / คุณฮิเดะ คุณฮิเดะ”
อัตซุโอะสอดส่ายสายตามองหาไปรอบๆ ไม่ทันได้มองสิ่งที่อยู่หลังพุ่มไม้ตรงหน้า แต่ไดซุเกะหันไปเห็นว่าพุ่มไม้ เคลื่อนไหว และปรากฎดวงตาสีส้มสว่างวาบอยู่ในมุมมืดหลังพุ่มไม้ ดวงตานั้นกำลังจ้องไปที่อัตซุโอะ
ไดซุเกะร้องเตือน “อัตซุโอะ!” แต่ไม่ทันแล้ว ฮิเดโนริพุ่งออกมาจากพุ่มไม้กระโจนใส่อัตซุโอะพร้อมกับเสียงคำรามของสุนัขจิ้งจอก ด้วยพลังมหาศาลของปีศาจจิ้งจอก ทำให้อัตซุโอะกระเด็นหงายหลังล้มลงกับพื้น
“ฮิเดะ หยุดเดี๋ยวนี้”
ฮิเดโนริหันขวับมาหาไดซุเกะ ไดซุเกะยืนนิ่ง จ้องตากับฮิเดโนริกลับอย่างไม่เกรงกลัว
“คุณฮิเดะอย่า นั่นปู่ของของคุณ”
ฮิเดโนริหยุดเดิน พยายามจะต่อต้านไม่ให้เดินเข้าไปทำร้ายไดซุเกะ แต่ดวงตาของจิ้งจอกบนแผ่นหลังของฮิเดโนริสว่างวาบ เกิดการต่อต้านขึ้นในตัวฮิเดโนริอีกครั้ง ฮิเดโนริล้มตัวลงดิ้นเกลือกกลิ้งลงบนพื้น ใบหน้าของเขาบูดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด “อ๊ากกกกกก”
ไดซุเกะยืนมองเขานิ่ง ฮิเดโนริปรือตาขึ้นมาเห็นไดซุเกะยืนมองอยู่ ฮิเดโนริอ่อนแรง “ช่วย...ด้วย”
ไดซุเกะต้องแข็งใจ “ไม่มีใครช่วยแกได้ นอกจากตัวแกเอง”
ฮิเดโนรินึกถึงคำพูดของไดซุเกะ

“ถ้าแกยังขาดสติ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ สายเลือดปีศาจจิ้งจอกที่อยู่ในตัวแกจะกลืนกินความเป็นมนุษย์ของแก แล้วแกจะไม่เหลือความเป็นมนุษย์อีกเลย”

ฮิเดโนริหลับตาสนิท พยายามข่มอารมณ์ไม่ดิ้น ไม่ร้อนรนไปกับพลังพุ่งพล่านที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย จนกระทั่งค่อยๆ นิ่งขึ้น...นิ่งขึ้น มือที่หงิกเกร็งของฮิเดโนริค่อยๆ ผ่อนคลาย ไดซุเกะยิ้มนิดๆ ที่เห็นฮิเดโนริเริ่มเอาชนะได้
ดวงตาสว่างของสุนัขจิ้งจอกบนแผ่นหลังฮิเดโนริค่อยๆ ดับไป จนกระทั่งกลายเป็นแค่ลายสักยันต์ธรรมดา
ฮิเดโนรินิ่งสงบ แล้วลืมตาอยู่ในสภาพปกติ ไดซุเกะยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ

ฮิเดโนรินั่งบนพื้นอยู่ตรงข้ามกับไดซุเกะ ฮิเดโนริใช้ผ้าสีขาวพันแผลที่ฝ่ามือ บนผ้าเต็มไปด้วยรอยเลือด สีหน้าฮิเดโนริยัง อ่อนแรงจากเหตุการณ์ต่อสู้กับพลังปีศาจจิ้งจอกภายในตัว
ขณะเดียวกันอัตซุโอะมีบาดแผลบนใบหน้าเล็กน้อยจากการต่อสู้กับฮิเดโนริ กำลังรินน้ำสาเกใส่ถ้วยแล้วเลื่อนให้ฮิเดโนริ ฮิเดโนริใช้มือข้างที่ไม่เจ็บยกถ้วยขึ้นกระดกพรวดเดียวหมด
“แกทำได้ดีมาก ต่อไปนี้มันจะทำอะไรแกไม่ได้อีกแล้ว เลือดมนุษย์ในตัวแกจะเป็นฝ่ายควบคุมและใช้พลังของเลือดปีศาจจิ้งจอกให้เป็นประโยชน์”
ไดซูเกะมองไปที่ฝ่ามือของฮิเดโนริ ฮิเดโนริมองตามสายตาของไดซุเกะด้วยความแปลกใจ ไดซุเกะพยักหน้านิดๆ เป็นเชิงบอกให้ลองเปิดดู ฮิเดโนริเปิดผ้าบนฝ่ามือข้างที่เจ็บออกแล้วพบว่าฝ่ามือ ไม่มีบาดแผลใดๆ เกิดขึ้นเลย อัตซุโอะอึ้ง “ปีศาจจิ้งจอกสามารถสมานแผลด้วยตัวเอง”
ฮิเดโนริกระตุกยิ้มพอใจ “ผมชักจะชอบสิ่งที่ผมเป็นแล้วสิครับ”
“ดี แกจะได้เลิกทำตัวงี่เง่าแล้วกลับมาทำหน้าที่ทายาทของตระกูลโคสึกะสักที เรื่องที่ปู่ให้ไปสืบเกี่ยวกับนังผู้หญิงที่มาดูแลหลานของอาคิระไปถึงไหนแล้ว”
ฮิเดโนริก้มหน้ารู้สึกผิด “ผม...ผมยังไม่ได้อะไรเพิ่มเติมครับ”
ไดซุเกะโมโห “ทำไม ?!! แกจะรอให้มันมาทำลายตระกูลของเราตามสัญญาณเตือนของบรรพบุรุษเราก่อนหรือไง”
“สัญญาณเตือน? สัญญาณเตือนอะไรครับปู่”
ไดซุเกะใช้สายตามองไปที่ตำราบนแท่นที่เปิดหน้าที่มีสัญญาณเตือนค้างไว้ ฮิเดโนริปราดเข้าไปไล่สายตาอ่านแล้ว เจอข้อความอันน่าตกใจ ฮิเดโนริอ่าน "หญิงสาวจากดวงดาวจะมาปลดปล่อยเขาและนำพาหายนะให้โคสึกะสูญสิ้น" ฮิเดโนริอึ้ง..เครียด “ผมไม่มีวันให้มันเกิดขึ้นได้เด็ดขาด แค่ผู้หญิงธรรมดาคนเดียวจัดการไม่ยากหรอกครับ”
“อย่าประมาทฮิเดะ ถ้าผู้หญิงคนนั้นธรรมดาอย่างที่แกคิด มันคงจะทำให้ตระกูลโคสึกะของเราสูญสิ้นตามไม่ได้ ทางที่ดีแกควรจะรีบไปจัดการมันให้เรียบร้อย อย่าปล่อยให้มันมาทำลายตระกูลของเรา”
ฮิเดโนริพยักหน้าเข้าใจสิ่งที่ไดซุเกะสั่ง

คฤหาสน์มิยาคาวะ ในห้องรินดารา รินดาราหยิบกระเป๋าใบเล็กๆสำหรับใส่ของกระจุกกระจิกเช่น มือถือ ปากกา สมุดโน้ตขึ้นมาสวมสะพายไว้กับตัว พร้อมกับเดินไปเลื่อนประตูเปิดจะออกไปข้างนอก แต่พบอาคิระยืนอยู่ รินดาราสะดุ้งตกใจ “ว้าย!”
อาคิระยื่นผ้าพันคอผืนที่ให้รินดาราเป็นของขวัญวันเกิดให้รินดารา
“ชั้นบอกแล้วไงคะว่าชั้นไม่เอา”
“คนไทยมีเสน่ห์เรื่องมารยาทงาม แต่ทำไมคุณถึงไร้มารยาทแบบนี้ เป็นคนไทยจริงรึเปล่า”
รินดาราอึ้ง สะกดกลั้นความโกรธเต็มที่ “ชั้นไม่มีมารยาทเฉพาะกับคนบางคนเท่านั้นค่ะ”
“ผมเป็นนายจ้างของคุณ คุณไม่มีสิทธิ์ไม่มีมารยาทกับผม รับของไปซะ ส่วนคุณจะใช้หรือไม่ใช้ก็เรื่องของคุณ”
“ถ้างั้นคุณเอาไปให้คนอื่นน่าจะมีประโยชน์กว่า”
“แต่ผมตั้งใจซื้อมาให้คุณ ผมก็ต้องให้คุณคนเดียวเท่านั้น” อาคิระเดินเข้าไปในห้องรินดาราวางไว้บนโต๊ะ
“คุณอาคิระ เราเคยคุยกันแล้วว่าคุณจะไม่เข้ามาในห้องชั้น ถ้าชั้นไม่อนุญาต”
แต่อาคิระไม่ฟังรินดารา ระหว่างนั้นอาคิระหันไปเห็นเหรียญเซโมริลายนกกระเรียนวางอยู่บนโต๊ะ “เซโมริ”
อาคิระหยิบขึ้นมามอง นึกถึงที่รินดาราเคยบอก

“ชั้นได้ยินเสียงแปลกๆที่ข้างนอกก็เลยออกไปดู แล้วเจอท่านชาย เขาเป็นห่วงชั้นก็เลยเอาเครื่องรางมาให้”
อาคิระอดประชดไม่ได้ “ทีเป็นของท่านชายให้ล่ะเก็บไว้อย่างดีเชียวนะ”
“แน่นอน ท่านชายให้ชั้นด้วยความเป็นห่วง ไม่ได้ให้ไปตามหน้าที่อย่างคุณ คุณค่ามันต่างกันอยู่แล้ว ขอของชั้นคืนด้วยค่ะ” รินดาราฉวยแย่งเหรียญเซโมริมาจากมืออาคิระแล้วเก็บเหรียญใส่กระเป๋า จึงไม่เห็นสายตาตัดพ้อของอาคิระ
นานะเดินเร็วๆ ผ่านหน้าห้อง แล้วหยุดมองเข้ามาในห้อง
อาคิระสงสัย “มีอะไรหรือเปล่า”
“เห็นคุณย่ามิกิมั้ยคะคุณอาคิระ”
“คุณย่าอยู่ที่ห้องกิโมโน มีอะไรหรือเปล่า”
“มีโทรศัพท์ถึงคุณมิกิค่ะ”
อาคิระแปลกใจ “ร้อยวันพันปีไม่เคยจะมีใครโทรหาคุณย่า” อาคิระถามนานะ “ถามหรือเปล่าว่าเขาเป็นใคร ?”
“เขาบอกว่าชื่อยูกิค่ะ”

ห้องบนหอคอย ย่ามิกิบอกกับโฮชิโนโอจิขณะยกจานขนมบนถาดออกมาวางบนโต๊ะเตรียมให้โฮชิโนโอจิ “ดิชั้นต้องขอโทษด้วยที่เอาของว่างมาให้ท่านชายช้า มัวแต่คุยโทรศัพท์กับคุณยูกิเพลินไปหน่อย เธอโทรมาชวนดิชั้นให้ไปดูสิ่งที่เธอชอบมากที่สุด เผื่อว่าดิชั้นจะนำมาคิดออกแบบลายกิโมโนให้เธอ”
โฮชิโนโอจิพูดขึ้นโดยที่ไม่ละสายตาและมือไปจากการระบายสีม่วงอ่อนลงบนเฟรม รูปยังวาดไม่เสร็จแต่เห็นได้ว่ารูปที่ วาดคือซุ้มดอกวิสทีเรีย “ชั้นจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่มิกิออกไปพบลูกค้าก็เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน แล้วทำไมตอนนี้ถึงใจอ่อนได้ล่ะ”
“ดิชั้นถูกชะตากับคุณยูกิค่ะ ตั้งแต่พบเธอที่บ้านคุณมาโกะโตะ ดิชั้นก็อยากจะทอกิโมโนให้คุณยูกิเหลือเกิน ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อทอกิโมโนผืนนี้ให้ดีที่สุด แต่ดิชั้นก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องคิดมากขนาดนี้” ย่ามิกิหม่นเศร้าลง “หรือว่านี่จะเป็นกิโมโนผืนสุดท้ายของชีวิตดิชั้น”
“ถ้ามิกิยังเดินขึ้นลงบันไดมาหาชั้นได้ทุกวันแบบนี้ มิกิก็น่าจะยังทอได้อีกหลายผืนนะ”
“ขอให้เป็นแบบนั้นเถอะค่ะ”
โฮชิโนโอจิยิ้มแล้วหันไปวาดรูปบนเฟรมต่ออย่างตั้งใจ ส่วนย่ามิกิหันไปวางจัดของวางให้โฮชิโนโอจิต่อ

ที่บ้านมาโกะโตะ ยูกิกำลังนั่งหวีผมดำยาวสยายอยู่หน้ากระจก ยูกิยิ้มกับตัวเองมีความสุขอย่างผู้ที่มีความหวังกับความรัก ทันใดนั้นดวงตาของยูกิเปลี่ยนเป็นสีฟ้า
ขณะเดียวกัน ย่ามิกิกำลังจัดอาหารว่างให้โฮชิโนโอจิอยู่ๆ ก็กระตุก ดวงตาเป็นสีฟ้าเหมือนยูกิ
ยูกิพูดพร้อมกับหวีผมตัวเองอย่างช้าๆ ใจเย็น “ดิชั้นอยากให้ท่านชายไปพบคุณยูกิ”
ย่ามิกิพูดตามยูกิ น้ำเสียงแข็งทื่อ “ดิชั้นอยากให้ท่านชายไปพบคุณยูกิ”
โฮชิโนโอจิได้ยินไม่ถนัด ละสายตาจากภาพวาดแล้วหันกลับมาหามิกิพร้อมถาม “มิกิว่าอะไรนะ”
ตาสีฟ้าของย่ามิกิหายไปในพริบตากลายเป็นตามนุษย์ธรรมดา ย่ามิกิกลับมาสู่สภาพปกติแต่ความคิดไปตามที่ ยูกิส่งกระแสจิตมา “ดิชั้นบอกว่าอยากให้ท่านชายไปพบคุณยูกิด้วยกันค่ะ”
“มิกิก็รู้ว่าชั้นไม่ควรพบใครมากเกินไป”
“แต่คุณยูกิคือคนที่ท่านชายควรพบ ท่านชายจะได้มีเพื่อน ดิชั้นไม่รู้ว่าตัวเองจะจากโลกนี้ไปเมื่อไหร่ ถ้าถึงวันนั้นจริงๆ อย่างน้อยท่านชายก็น่าจะมีใครสักคนที่รู้จักพอจะให้คุยเป็นเพื่อนคลายเหงาได้บ้าง ไปพบคุณยูกิกับดิชั้นเถอะนะคะท่านชาย”
โฮชิโนโอจิมองย่ามิกินิ่งไปสักพักแล้วบอก “ชั้นไปก็ได้” ย่ามิกิยิ้มดีใจ “แต่ที่ชั้นไป ชั้นไม่ได้อยากมีเพื่อนเพิ่มหรอกนะ แต่ชั้นอยากรู้ว่า คุณยูกิมีอะไรดีถึงทำให้มิกิของชั้นหลงใหลได้มากขนาดนี้”
“แล้วท่านชายจะได้พบคำตอบค่ะ” ย่ามิกิยิ้มหวาน
ส่วนยูกิในชุดกิโมโนสีหวานรวบผมเสร็จแล้วและยิ้มให้กระจกเหมือนรอยยิ้มของย่ามิกิ

หน้าคฤหาสน์มิยาคาวะ นารุตะยืนคอยอยู่ที่รถ คนอื่นๆ เดินออกมาจากในบ้านเพื่อจะมาส่งโฮชิโนโอจิกับย่ามิกิ รินดาราเข็นอายูมิ
อาคิระเดินโอบประคองย่ามิกิ สีหน้าของอาคิระมีร่องรอยความกังวล “คุณย่าแน่ใจนะครับว่าจะไม่ให้ผมไปเป็นเพื่อน”
“อาคิระมีประชุมก็อยู่ทำงานเถอะ อย่าให้เสียงานเสียการเพราะย่าเลย ย่ากับท่านชายไปกันเองตามลำพังได้”
อาคิระไม่สบายใจ เป็นห่วงย่ามิกิเพราะไม่ไว้ใจโฮชิโนโอจิ “แต่...”
โฮชิโนโอจิรู้ว่าอาคิระคิดอะไรอยู่ “เราไม่ได้ไปกันตามลำพังสักหน่อยมิกิ นารุตะก็ไปด้วย”
“ถ้าจะให้อายูมิไปด้วย อายูมิก็ยินดีนะคะ”
“ไม่ได้จ้ะ วันนี้หนูอายูมิโปรแกรมทำกายภาพกับพี่แน่นทั้งวันเลย” อายูมิบุ้ยหน้าเซ็งนิดๆ
“คุณย่าดูแลตัวเองนะครับ แล้วผมจะโทรหาเรื่อยๆ”
“จ้ะ”
อาคิระกับย่ามิกิเดินอ้อมไปอีกฝั่งของรถ อาคิระเปิดประตูรถให้ย่ามิกิ ย่ามิกิกำลังจะก้าวขึ้นรถ
ในขณะเดียวกัน ยูกิอยู่ในห้อง แล้วลืมตาปัง ดวงตาเป็นสีฟ้าวาบ
จู่ๆ ย่ามิกิเกิดอาการหน้ามืดเวียนหัวอย่างรุนแรงจนทรงตัวไม่อยู่
“คุณย่า” อาคิระรับมิกิไว้ได้ทันก่อนที่จะร่วงลงพื้น คนอื่นๆ ตกใจ

ย่ามิกินั่งหน้าซีดอยู่บนเก้าอี้ รินดาราส่ายยาดมที่ปลายจมูกของมิกิ โฮชิโนโอจินั่งกุมมือย่ามิกิอย่างห่วงใย อายูมิ และนานะอยู่ด้วย ย่ามิกิค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้น
โฮชิโนโอจิถามย่ามิกิ “เป็นยังไงบ้างมิกิ”
“ดิชั้นแค่เวียนหัวตามประสาคนแก่ คงเป็นเพราะเมื่อคืนคิดหาลายทอกิโมโนให้คุณยูกิดึกไปหน่อย”
“ถ้าคุณย่าหักโหมจนร่างกายแย่แบบนี้อีก ผมจะไม่ยอมให้คุณย่าทอกิโมโนให้ใครแล้วนะครับ”
“จ้ะๆ ตอนนี้ย่าไม่เป็นอะไรมากแล้ว เรารีบไปกันเถอะค่ะท่านชาย เดี๋ยวคุณยูกิจะรอ”
“คุณย่าอย่าไปเลยครับ เกิดไปเป็นลมกลางทางจะไม่แย่”
“คุณอาคิระพูดถูก คุณย่ามิกิออกไปก็ต้องไปเจอแดดเจอลม เดี๋ยวจะยิ่งทำให้ร่างกายอ่อนแอนะคะ ทางที่ดีคุณย่าน่าจะไปให้หมอตรวจที่โรงพยาบาล หรือไม่ก็นอนพักผ่อนอยู่บ้านก่อน”

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 6 วันที่ 23 เม.ย. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ