อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 6 วันที่ 25 เม.ย. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 6 วันที่ 25 เม.ย. 58

นางอ่ำ อัมพร และอุไร สามแม่ลูกช่วยกันเก็บข้าวของเตรียมย้ายบ้านกัน อุไรหักโหมเสียจนนางอ่ำบอกให้เพลาๆลงบ้างเพราะยังมีเวลาเหลือแหล่ อัมพรบอกว่าเผาศพประยงค์เสร็จตนจะไปขอลูกคืนจากนางแย้ม ได้ลูกคืนมาเราก็จะไปจากที่นี่และจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย

ในวันเผาศพประยงค์ อัมพรกับอุไรแอบไปเผาตอนที่คนอื่นกลับไปกันแล้ว หมวดทวีไปรับไม่เห็นทั้งสองจึงขึ้นไปเผาศพประยงค์แล้วกลับ แต่พอหมวดกลับมาไม่นานอัมพรกับอุไรก็กลับถึงบ้าน อุไรบอกอัมพรว่าตนยังไม่อยากเจอหมวดทวี อัมพรจึงไปรับหน้าแทน และเล่าเรื่องราวของอุไรให้หมวดฟัง เพื่อหมวดจะได้พิจารณาไตร่ตรองให้ดีก่อนตัดสินใจ


“ผมเต็มใจนะ ผมยินดีช่วยเหลือไม่ได้คิดรังเกียจอะไรเลย” หมวดทวีตอบทันทีที่ได้ฟังอัมพรพูดจบ อุไรที่แอบฟังอยู่ตื้นตันความเป็นคนดีของหมวดจนน้ำตาไหล

“ฉันขอบคุณผู้หมวดมาก ถ้าอุไรรู้คงจะดีใจ แต่ฉันต้องบอกผู้หมวดอีกเรื่องนึง อุไรเขาไม่คิดจะแต่งงานกับใครทั้งนั้นเขายอมเลี้ยงลูกตามลำพัง” หมวดทวี หน้าเจื่อนไปถนัด อัมพรชี้แจงว่า “ฉันอยากให้ผู้หมวดตัดใจ แล้วคิดกับฉันกับอุไรอย่างเป็นเพื่อนคนหนึ่ง”

หมวดทวีถามว่าตนไม่ดีตรงไหน อัมพรรีบบอกว่าไม่ใช่หมวดไม่ดีแต่ทางพวกตนแปดเปื้อน...มัน...

“ผมไม่สน” หมวดตัดบททันที อุไรน้ำตาร่วงกับถ้อยคำที่จริงใจและจริงจังของหมวดทวี ส่วนอัมพรยังหว่านล้อมให้หมวดให้เวลากับตัวเองเพราะวันนี้อาจจะไม่รู้สึกอะไรแต่วันข้างหน้าล่ะ “ผมไม่ใช่คนใจคอโลเล” หมวดยังหนักแน่นมาก

“ผู้หมวดคะ ฉันขอบคุณผู้หมวดมาก” อุไรเข้าไปบอก “แต่ว่าอย่างที่พี่สาวฉันบอก ฉันไม่มีค่าพอสำหรับผู้หมวดหรอกค่ะ ฉันมันคงไม่มีค่าพอ” หมวดทวียังจะชี้แจง ถูกอุไรตัดบท “ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณมากๆ” อุไรไหว้ขอบคุณน้ำตาแห่งความตื้นตันใจไหลแล้วลุกเข้าห้องไปทันที

“เป็นอย่างนี้แล้ว พวกเรายังจะได้รับความเป็นเพื่อนจากผู้หมวดอยู่หรือเปล่าคะ” อัมพรถาม หมวดถามว่าทำไมถึงดูถูกน้ำใจตนจัง “หัวใจของผู้ชายฉันยังหยั่งไม่ได้หรอกค่ะ แต่ที่เห็นๆมา ร้อยทั้งร้อยหวังจะได้อะไรก็ทำตัวอย่างหนึ่ง หมดหวังหรือได้อย่างที่หวังแล้วก็จะทำตัวอีกอย่าง ถ้าผู้หมวดไม่ใช่คนประเภทนั้น ฉันก็ขอโทษด้วย”

“ทุกเรื่องที่ผมเคยรับปากจะช่วยพวกคุณ...ผมจะช่วยให้ถึงที่สุด” หมวดทวีฝืนยิ้มแต่พูดหนักแน่นจริงใจ

อัมพรยกมือไหว้หมวดด้วยความขอบคุณจากหัวใจ

ooooooo

นางแย้มเพิ่งกลับจากลอยอังคารของประยงค์ ยังไม่ทันขึ้นเรือน สำลีก็มาเสนอหน้าเล่าอย่างตื่นเต้นว่า

“แม่แย้ม ฉันผ่านหน้าบ้านอีอ่ำ เห็นพวกมันเก็บข้าวของจนเลี่ยมบ้านแทบโล่ง ฉันว่ามันคงจะย้ายออกไป จากหนองนมวัววันนี้พรุ่งนี้แหละ”

“ช่างหัวมัน ไปๆกันเสียได้ก็ดี” นางแย้มตอบอย่างไร้อารมณ์เพราะยังไม่หายเศร้าจากไปลอยอังคารประยงค์มา แต่สำลีก็ยังพล่าม บอกว่าตนยังไม่ได้ยินเลยว่าพวกนั้นบอกขายบ้านด้วยหรือเปล่า พูดยั่วจนนางแย้มคันปากอดไม่ได้โพล่งไปว่า

“มันก็คงรู้ว่าถึงบอกขายถูกยังไงก็ไม่มีใครโง่ไปซื้อมันหรอก มีแต่เสนียดจัญไรอยู่ในนั้น ใครเข้าไปอยู่ต่อก็หาความเจริญไม่ได้หรอก”

“ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ” สำลีผสมโรง แล้วกะลิ้มกะเหลี่ยทวงสัญญาที่นางแย้มให้ไว้เรื่องสุดากับประยงค์ นางแย้มถามว่าทำไงได้ก็ประยงค์หนีไปสบายแล้ว “ลูกสาวฉันมันก็ตรอมใจอยู่เหมือนกัน อย่างว่าแหละมันก็รักของมัน เจ็บไข้ได้ป่วยก็อุตส่าห์ดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำจนนาทีสุดท้าย”
นางแย้มบอกว่าตนก็เห็นน้ำใจมันอยู่ถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร

“แม่แย้มคงไม่ได้สังเกตละมังว่าจริงๆแล้วพ่อยูรเขาก็มองๆสุดาอยู่ ถ้ายังไง...”

“งั้นยูรมันเรียนจบเมื่อไหร่ฉันจะให้มันแต่งกับสุดาทันที” นางแย้มพูดง่ายราวกับขายผักขายปลาที่ตลาด “สุดามันเป็นเด็กดี หัวอ่อนแบบนี้ล่ะที่ฉันอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้ ฉันเข็ดแล้วให้ลูกมีเมียตามใจตัวมัน สุดท้ายก็ได้สะใภ้เลวๆอย่างอีอัมพรมาร่วมชายคา แม่สำลีไปบอกสุดามันเถอะว่าให้อดทนรออีกสักหน่อย ได้แต่งกับยูรมันแน่ คนดีๆมันก็ต้องได้รับสิ่งดีๆตอบแทน”

ooooooo

กลางวันวันนี้เอง ประยูรกลับจากโรงเรียนขี่จักรยานมาตามถนนขรุขระ แล้วชะลอรถลงเมื่อเห็นสุดาอยู่ในหนองน้ำถลกผ้าถุงขึ้นสูงลุยเก็บผักบุ้งอยู่

ประยูรยืนมองอยู่อย่างนั้นจนสุดาหันมาเห็นรีบปล่อยผ้าถุงลงตะโกนแช่งให้เป็นตากุ้งยิง ประยูรถามขำๆ ว่าทำไมต้องเขินด้วย อีกไม่นานเราก็จะเป็นผัวเมียกันแล้ว ถามว่า “แม่เอ็งคงบอกแล้วละมั้ง” พอเห็นสุดาถือผักบุ้งขึ้นจากน้ำ ประยูรถามว่า “ถามจริงเหอะ ตะขิดตะขวงใจบ้างรึเปล่าวะ ผิดจากพี่ก็มาได้น้องแทนเนี่ย”

“ข้าน่าจะถามเอ็งมากกว่า จะได้เมียทั้งทีไม่ได้หาเองเลือกเอง เอ็งจะภูมิใจบ้างไหม”

“คิดอะไรมาก ข้ามันลูกแม่ ยังไงก็ได้ แล้วแต่แม่แล้วทุกอย่างจะดีเอง ต่อให้ข้าไปรักไปชอบใคร สุดท้ายแม่ไม่ชอบก็อดอยู่ดี ยังงี้ก็ดีไปอย่างไม่ต้องเสียเวลา ขืนทำตัวดื้อก็อดสมบัติแม่สิ วันดีคืนดีแกเกิดยกทุกอย่างถวายวัดขึ้นมาจะทำยังไง”

“แล้วความรักล่ะ ความรักมันไม่สำคัญบ้างเลยเหรอ”

“อยู่กันไปก็รักกันไปเองละมั้ง คิดอะไรมาก เอ็งรอข้าหน่อยก็แล้วกัน กว่าข้าจะเรียนจบก็คงไม่นานเกินรอ ว่าแต่ว่าเอ็งอย่าเที่ยวถลกผ้าให้ใครต่อใครเห็นขาอ่อนอย่างเมื่อกี๊อีกก็แล้วกัน”

ประยูรทะลึ่งนิดทะเล้นหน่อยไปตามประสาแล้วขี่จักรยานไป สุดามองตามนึกในใจว่าอย่างน้อยชาตินี้ก็หาผัวได้แล้ว

ooooooo

หลังจากเป็นเมียลือพงษ์ในวันนั้นแล้ว พะยอมแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเต็มที่ วันนี้ลือพงษ์แต่งตัวจะลงเรือน นางแย้มถามว่าจะไปไหน

“ให้คนอื่นออกรถแทนหลายวันแล้ว เดกับแม่จะว่าเอาได้ วันนี้ออกสักเที่ยวรอบบ่ายก็ยังดีครับ”

“พี่พงษ์...รอฉันด้วย” พะยอมแต่งตัวสวยรีบออกมา นางแย้มถามว่าจะไปไหนล่ะ “ฉันจะนั่งรถไปกับพี่พงษ์เขา” นางแย้มถามว่าจะไปทำไมให้มันเปลืองที่ พอพะยอมบอกว่าไปช่วยเก็บตังค์ค่าโดยสาร นางแย้มก็บ่นว่าติดผัวขนาดนี้เลยเรอะ พะยอมก็ตอบตามที่นางแย้มเคยเสี้ยมเคยสอนว่า
“แม่...ฉันไม่ไว้ใจมากกว่า ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อยังงี้ ใครจะไปรู้ พี่พงษ์เขาอาจจะสิ้นคิดพาอุไรมันหนีไปก็ได้ ฉันต้องคอยประกบเอาไว้ ไว้ใจไม่ได้หรอก ฉันคงกลับค่ำๆ พร้อมกับพี่เขานั่นแหละ”

“แล้วกับข้าวกับปลาใครจะหาวะ”

“ก็แม่ไง...พี่พงษ์...รอฉันด้วย” พะยอมวิ่งลงบันไดไปกลัวจะขึ้นรถไม่ทัน นางแย้มได้แต่มองตาปริบๆ พูดไม่ออก

ooooooo

ที่บ้านนางอ่ำ สามแม่ลูกช่วยกันเก็บข้าวของยกมากองรวมกันเตรียมย้ายบ้านแล้ว อัมพรหยิบรูปของประยงค์ขึ้นดูแล้วแยกออกไม่เอาไปด้วย นางอ่ำถามว่าไม่เอาไปหรือ

“ไม่ดีกว่าจ้ะแม่ ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ความดีความงามของพี่ยงค์เขาทั้งหมดขอเก็บเอาไว้ในความทรงจำก็พอ”

หมวดทวีโผล่มาพอดีถามว่าข้าวของมากเท่าไหร่ ใช้รถเล็กเที่ยวเดียวก็น่าจะพอไหม อัมพรดีใจบอกว่ากำลังคิดว่าจะไปหาจ้างรถที่ไหนอยู่พอดี

“ไม่ต้องจ้างหรอกครับ รถลูกน้องผมมี เติมน้ำมันเลี้ยงข้าวสักมื้อก็พอแล้ว ตกลงจะย้ายกันมะรืนนี้ใช่ไหมครับ ผมจะได้เอาลูกน้องมาช่วยขนของสักสองสามคน” นางอ่ำออกตัวว่ารบกวนแท้ๆ “เรื่องเล็กครับคุณน้า ธุระของคุณน้าก็เหมือนธุระของผมเหมือนกัน”

อัมพรฟังแล้วรู้สึกดีที่นับวันหมวดทวีก็ทำตัวเหมือนคนในครอบครัวเดียวกันขึ้นทุกที

ooooooo

ที่บ้านนางแย้ม ประยูรบอกแม่ว่าเย็นพรุ่งนี้ตนต้องกลับเข้าโรงเรียนเพราะหมดวันลาแล้ว

“เออ...ตั้งอกตั้งใจเรียนให้จบ เอ็งติดยศวันไหน แม่ก็จะซื้อรถเก๋งให้เอ็งขี่วันนั้นแหละ”

“จริงๆนะแม่” ประยูรตาโตแทบจะกระโดดกอดแม่

“เออ...แม่รับปากอะไรไว้ไม่เคยลืมหรอกโว้ย เอ็งน่ะ ทำตัวให้ดี เมียแม่ก็หาเอาไว้ให้แล้ว แต่งกันแล้วก็รีบมีหลานให้แม่อุ้มก็แล้วกัน” ประยูรถามทะเล้นว่าจะเอาโหลนึงเลยไหม “เออ...เอ็งมีปัญญาทำไหวแม่ก็มีปัญญาเลี้ยงไหวโว้ย”

“ไหวสิแม่ สบายมาก แม่อย่าบ่นก็แล้วกัน เพราะอีกหน่อยพะยอมมันก็เบ่งของมันออกมาเหมือนกัน อย่าลืม คอยเลี้ยงลูกฉันลูกพะยอมมัน งั้นแม่ก็คืนยงยุทธให้พี่อัมพรเขาไปเสียเถอะแม่ ยังไงพี่ยงค์เขาก็สั่งเสียเอาไว้ เป็นเรื่องสุดท้ายก่อนตาย ถือซะว่าทำเพื่อพี่ยงค์เป็นครั้งสุดท้ายนะแม่นะ”

นางแย้มที่ยิ้มหัวอยู่ดีๆ รอยยิ้มค่อยเหือดหายไป กลายเป็นหน้านิ่งอย่างยากที่จะเดาใจได้

ooooooo

ที่ท่ารถกลางหมู่บ้าน ลือพงษ์จอดรอรับผู้โดยสารอยู่ เห็นอุไรเดินมาซื้อของเขามองอุไรจนพะยอม

ทนไม่ได้เร่งให้ออกรถเลย แต่ลือพงษ์ทำหูทวนลมซ้ำยังลงไปทักอุไรว่า ได้ข่าวว่าจะย้ายบ้านไปอยู่ในเมือง ถามว่าจะไปอยู่ตรงไหน

อุไรย้อนถามว่าเกี่ยวอะไรด้วย ลือพงษ์ก็ยังตื๊อถามว่าจะย้ายวันไหนจะได้เอารถมาช่วย อุไรสวนทันควันว่าเอาเวลาไปดูแลลูกเมียตัวเองดีกว่าเดี๋ยวชาวบ้านจะสงสัยได้ว่าใครเป็นเมียหลวงใครเป็นเมียเก็บกันแน่ พะยอมทนไม่ได้เร่งลือพงษ์ว่าคนเต็มแล้วออกรถเลย

“ดูแลผัวเอ็งให้มันดีๆหน่อย ข้าขี้เกียจเป็นขี้ปากชาวบ้าน เอามันไม่อยู่ก็หาโซ่มาล่ามไว้ซะ” อุไรเหน็บ พะยอมตามไปเร่งลือพงษ์ให้ออกรถอีก ถูกเขาตะคอกอย่างฉุนเฉียวว่า

“รู้แล้ว สั่งอยู่นั่นแหละ รำคาญ!” ลือพงษ์เดินหัวเสียกลับมาที่รถ พะยอมเดินตามต้อยๆ หน้าจ๋อย

คืนนี้เอง อัมพรได้ข่าวว่านางแย้มไปรับยงยุทธกลับมาแล้ว คาดว่าคงเตรียมเอามาส่งคืนตน ชวนแม่ไปรับยงยุทธกันเลยดีไหมตนคิดถึงลูกใจจะขาดแล้ว นางอ่ำบอกรอพรุ่งนี้เช้าดีกว่า อัมพรบอกแม่ว่าตนคงนอนไม่หลับอยากอุ้มลูกไวๆ

“เพราะพี่ยงค์แท้ๆเลยนะจ๊ะแม่ อุตส่าห์สั่งเสียเอาไว้ ฉันถึงได้ลูกคืนมา” อัมพรคิดถึงประยงค์ นางอ่ำบอกให้จุดธูปบอกกล่าวเสียประยงค์จะได้สบายใจ อัมพรรีบไปจุดธูป ทั้งนางอ่ำและอัมพรต่างสบายใจมากที่จะได้ยงยุทธกลับคืนมา

ooooooo

พะยอมดีใจบอกนางแย้มว่าดีแล้วเอาไปคืนแม่เขาเสียตนก็เลี้ยงไม่ไหวเหมือนกัน นางแย้มนั่งดูหน้ายงยุทธบอกว่ายิ่งดูก็ยิ่งเหมือนประยงค์ พะยอมติงว่าเหมือนอัมพรมากกว่า

“มึงดูยังไงของมึง อย่ามาเถียงกูนะ กูบอกเหมือนไอ้ยงค์ก็เหมือนไอ้ยงค์สิ”

“ก็แล้วแต่แม่แล้วกัน พรุ่งนี้ฉันจะอุ้มมันไปให้เขาแต่เช้า พี่พงษ์เขาขับรถเที่ยวแรกสิบโมง ยังพอมีเวลา ฉันง่วงแล้วเข้านอนก่อนนะแม่”

พอพะยอมผละไป นางแย้มจับมือยงยุทธ มือน้อยๆ อูมๆของยงยุทธกำนิ้วนางแย้มไว้แน่น นางแย้มมองอึ้ง

เช้านี้พวกนางอ่ำช่วยกันขนของขึ้นรถย้ายบ้าน หมวดทวีบอกลูกน้องให้ออกรถได้เลยไปเจอกันตามแผนที่ที่ให้ไว้ บอกนางอ่ำ อัมพรกับอุไรว่านั่งพักให้หายเหนื่อยค่อยตามไป

อัมพรบอกแม่ว่าอยากไปรับลูกตอนนี้เลย นางอ่ำไปด้วยแต่อุไรไม่ไปบอกว่ากลัวเห็นหน้านางแย้มแล้วอดใจไว้ไม่ได้

“งั้นรออยู่ที่นี่ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมกลับมารับ” หมวดทวีบอกอุไรแล้วพากันไปขึ้นรถ

ooooooo

แต่พอไปถึงบ้านนางแย้ม นางอ่ำร้องบอกว่าพวกตนจะย้ายไปจากบ้านหนองนมวัวแล้ว ที่แวะมาก็เพื่อขออโหสิกรรมเรื่องขุ่นข้องหมองใจที่แล้วมาอยากให้ลืมมันไปเสียจะได้ไหม

ผัวมึงทำเอาไว้กับครอบครัวกูขนาดนี้ มึงจะให้กูลืมง่ายๆยังงั้นเรอะอีอ่ำ!” นางแย้มโผล่มาตวาดหน้าถมึงทึง นางอ่ำพยายามยกคำพระมาเตือนสติว่าชีวิตคนเราสั้น เร่งทำความดีไว้ อะไรที่ปล่อยวางได้ก็ปล่อยวางเสีย “มึงไม่ต้องมาสั่งสอนกูอีอ่ำ จนตายกูก็จะไม่ขอญาติดีกับพวกมึง ลงจากเรือนกูไปเดี๋ยวนี้”

“ฉันกับแม่ไปแน่ป้าแย้ม แต่ฉันต้องได้ลูกไปด้วย”

“กูไม่ให้!” นางแย้มตวาด พะยอมอุ้มยงยุทธออกมาบอกแม่ให้คืนเขาไปเถอะ “ส่งไอ้ยงยุทธมาให้กูอียอม”

“พี่ยงค์สั่งเสียไว้ก่อนตายว่าให้คืนลูกให้ฉัน ป้าผิดคำสัญญาได้ไง” อัมพรถาม นางแย้มตะแบงว่าประยงค์ขอร้องฝ่ายเดียวตนไม่ให้มันก็เรื่องของตน “ป้าแย้มคิดว่าทำยังงี้แล้ววิญญาณพี่ยงค์จะไปอย่างสุขสงบเหรอ” อัมพรหว่านล้อม

ระหว่างนั้นทวีได้ยินเสียงโต้เถียงกันเดินมาดู นางแย้มไม่ยอมคืนยงยุทธให้อัมพร ซ้ำยังขุดโคตรก่นด่าหาว่าอัมพรทำให้ประยงค์ตายไม่ทันไรก็พาผู้ชายคนใหม่มาเย้ย ไม่แม้แต่จะไปเยี่ยม งานศพก็ไม่ไป ยังจะหน้าด้านมาทวงลูกคืนอีก ย้ำว่า

“ไอ้ยงยุทธมันหลานกู เลือดเนื้อเชื้อไขยงค์มัน กูจะเลี้ยงของกู!”

อัมพรโกรธมากยิ่งได้ยินเสียงลูกร้องก็ยิ่งบาดใจ จะปราดไปแย่งลูก หมวดทวีรีบรั้งไว้บอกให้ใจเย็นๆ ไม่ว่านางอ่ำจะช่วยอ้อนวอนกระทั่งก้มกราบ นางแย้มก็ยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่คืนยงยุทธให้ ไล่ให้ลงจากเรือนตนไปเลย ประกาศว่า

“หลานกู จะไม่มีวันนับญาติกับพวกมึง!” แล้วอุ้มยงยุทธเข้าบ้านไปเลย อัมพรจะตามไปแย่งถูกหมวดทวีรั้งไว้ ทั้งอัมพรและนางอ่ำได้แต่ร้องไห้ด้วยความปวดร้าวใจ

หมวดทวีปลอบใจหว่านล้อมอัมพรว่ายังไงนางแย้มก็ไม่ยอมใจอ่อนคืนยงยุทธให้ นางอ่ำก็บอกให้ตัดอกตัดใจเสียเถอะ อัมพรหันตะโกนสาปแช่งขึ้นไปบนเรือนนางแย้มอย่างแค้นสุดขีด

“อีแย้ม! มึงพรากลูกพรากแม่เขา ชาตินี้มึงอย่าได้พบกับความสุขเลย”

พะยอมยังพยายามยอกแม่ว่าคืนลูกให้เขาไปเถอะมันจะได้จบๆเสียที

“คนอย่างอีอัมพร มันไม่มีค่าพอจะได้เลี้ยงหลานกูหรอก ยงค์มันทิ้งยงยุทธให้กูเป็นตัวแทนมัน กูจะเลี้ยงให้มันได้ดี ให้อีอัมพรมันตรอมใจตาย เพราะมันไม่มีสิทธิ์มาทวงความเป็นแม่ แม้แต่คำว่าแม่ ลูกมันก็จะไม่มีวันเรียก มึงคอยดู”

ooooooo

อัมพรกลับถึงบ้านด้วยหัวใจแตกสลายที่ไม่อาจเอาลูกกลับมาได้ เอาแต่ร้องไห้จนอุไรปลอบว่า

“เรากำลังจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ความทุกข์ทุกอย่างทิ้งมันไว้ที่นี่เถอะพี่อัมพร ยังไงเราก็จะไม่มีวันกลับมาที่นี่อีก”

เมื่อพากันมาถึงตึกแถวที่เช่าไว้ในตลาด อัมพรยังนั่งร้องไห้ทำใจไม่ได้ จนหมวดทวีมาบอกว่านางอ่ำทำอาหารเสร็จแล้วชวนไปกินกันเถอะ อัมพรบอกว่าไม่หิว

“ไม่กินอะไรเลย แล้วคุณจะมีแรงทำงานได้ยังไง” อัมพรบอกว่าไม่มีลูกชีวิตตนก็ไม่เหลืออะไรแล้ว “ชีวิตเราไม่ได้จบแค่วันนี้นะอัมพร คุณยังมีคนที่รักคุณห่วงใยคุณอีกตั้งหลายคน อย่างน้อยก็แม่คุณคนนึงล่ะ คุณไม่สงสารท่านรึไง คุณมีความทุกข์เท่าไร แม่คุณท่านยิ่งทุกข์กว่าคุณหลายเท่านะ”

อัมพรฟังแล้วค่อยได้คิด...

เมื่อตั้งสติได้แล้ว อัมพรกับนางอ่ำวางแผนทำอาหารขายกัน แต่ยังไม่ได้ซื้ออะไรเลยถ้วยชามอะไรก็ไม่มี อุไรบอกว่าเราก็ทำเท่าที่มีไปก่อน อัมพรอยากขายก๋วยเตี๋ยวด้วย นางอ่ำถามว่าจะทำไหวหรือทั้งก๋วยเตี๋ยวทั้งข้าวแกง

“ไหวสิแม่ ฉันไหว” อัมพรฮึดสู้เต็มที่

“เรื่องโต๊ะเก้าอี้ผมจะให้ลูกน้องมาช่วยต่อให้ ลูกน้องผมเป็นช่างไม้กันหลายคน” หมวดทวีอาสา

“คนในเมืองไม่ค่อยมีเวลาทำกินกันเองหรอก เราน่าจะขายดีนะพี่อัมพร”

“นั่นสิ ขายดีๆ ฉันว่าเราน่าจะกลั้นใจซื้อตึกนี่ไว้ซะเลยนะแม่” อัมพรมีกำลังใจมาก

หมวดทวีเห็นแล้วพลอยสบายใจที่อัมพรไม่ได้แบกความทุกข์ไว้ถ่วงทำลายจิตใจตัวเอง

ooooooo

เช้านี้ นางแย้มอุ้มยงยุทธไปเดินเล่น เจอชาวบ้านสวนมาทักและเล่าว่า

“อุ้มหลานเดินเล่นเรอะแม่แย้ม พวกแม่อ่ำเขาพากันไปแล้วก็เงียบเหงาเหมือนกันนะ แต่อย่างว่าล่ะ ทำนามันเหนื่อยสายตัวแทบขาด เป็นฉันถ้ามีทางเลือกที่ดีกว่า ฉันก็ไปเหมือนกัน หาทางค้าขายไม่เหนื่อยเท่าทำนา เผลอๆจะรวยกว่าด้วยซ้ำ”

นางแย้มฟังแล้วนิ่ง พอชาวบ้านคนนั้นไป นางแย้มมองไปที่เรือนนางอ่ำถ่มน้ำลายใส่อย่างเกลียดชังแล้วเดินผ่านไป

พอกลับถึงบ้าน นางแย้มก็ปรารภกับพะยอมว่าอยากย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองบ้าง พะยอมถามว่าแม่ไปแล้วตนล่ะ นางแย้มบอกว่าก็ย้ายไปอยู่ด้วยกันหาเช่าตึกเปิดร้านตัดเสื้อจะได้ไม่ต้องมัวเฝ้าประกบผัวนั่งรถปุเลงๆ ไปทุกวัน เปิดร้านตัดเสื้อในเมือง ลือพงษ์ก็ไปค้างได้ ถ้ารถหมดคิวทางนี้ก็อยู่ทางโน้น พะยอมถามว่าแล้วนาล่ะ

“ก็หาคนมาเช่าทำเก็บค่าเช่าเอา แม่พอมีเงินเก็บว่าจะออกเงินกู้เก็บดอกกิน คงพอมีพออยู่ พอส่งเสียยงยุทธมันเรียนโรงเรียนดีๆได้”

“แม่ไม่สงสารบ้านเหรอ บ้านไม่มีคนอยู่มันจะทรุดโทรมนะแม่”

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 6 วันที่ 25 เม.ย. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ