อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 7 วันที่ 27 เม.ย. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 7 วันที่ 27 เม.ย. 58

เช้ามืดวันรุ่งขึ้น อุไรไปซื้อของที่ตลาดเตรียมมาทำของขาย ระหว่างนั้นรู้สึกถูกใครมองอยู่ พอหันดูเห็นพะยอมจ้องอยู่

พะยอมจงใจมาดักพบอุไร บอกให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับลือพงษ์เสีย อีกไม่นานลูกเขาก็จะลืมตามาดูโลกแล้วจะทำบาปไปถึงไหน อุไรย้อนถามว่าคนอย่างเธอรู้จักคำว่าบาปด้วยหรือ บอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องผัวหรอก กลับไปเลี้ยงลูกให้ดี วันข้างหน้าเราจะได้รู้กันว่าลูกใครจะได้ดีกว่ากัน เวรกรรมที่ทำไว้กับพวกตน มันไม่จบแค่นี้หรอก ฝากไปบอกนางแย้มด้วย!

กลับไปขายก๋วยเตี๋ยววันนี้ อุไรก็เจ็บท้องคลอดจนต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล



วันเดียวกัน พะยอมที่ยังอารมณ์ค้างตะเบ็งประชดลือพงษ์ขณะกินข้าวว่า กับข้าวบ้านนี้คงไม่ถูกปากเหมือนกับข้าวร้านอุไร ลือพงษ์โมโหตะโกนว่าน่าเบื่อจริงๆรู้งี้ไม่กลับมากินเสียก็ดี พะยอมท้าว่าไปเลย อยากไปกินที่โน่นก็ไปเลย ลือพงษ์โมโหลุกไปเลย นางแย้มเอ็ดพะยอมว่า “อียอม มึงเป็นอะไร กูเตือนกูสอนมึงแล้วใช่ไหม”

“ก็เพราะแม่น่ะแหละ มันถึงได้เป็นยังงี้” พะยอมปัดจานข้าวทิ้งวิ่งขึ้นบันไดสะดุดล้มกลิ้งลงมา พะยอมตกใจรีบไปโรงพยาบาล

ปรากฏว่าอุไรกับพะยอมเข้าโรงพยาบาลนอนเตียงใกล้กัน อุไรได้ลูกสาว ส่วนพะยอมคลอดลูกชายก่อนกำหนด

ooooooo

15 ปีผ่านไป...

อัมพรมีลูกกับผู้พันทวีสองคน คนโตเป็นชายชื่อธนา คนรองเป็นหญิงชื่อมยุรีย์ ทั้งสองเรียนโรงเรียนประจำจังหวัด

เช้านี้อัมพรขับรถมาส่งลูกๆที่หน้าโรงเรียนตามปกติ ธนาลงจากรถไปก่อน มยุรีย์นึกได้เล่าให้แม่ฟังว่า ที่โรงเรียนมีนักเรียนชายคนหนึ่งอยู่ชั้นมอสี่เหมือนธนา แต่อยู่คนละห้อง ใครๆพูดกันว่าหน้าตาคล้ายธนามากจนอาจารย์เคยทักผิด อัมพรฉุกคิดอะไรได้ถามว่าเขาชื่ออะไร เคยคุยกันไหม

“ไม่ได้คุยค่ะแม่ แต่เพื่อนพี่ธนาบอกว่า เขาย้ายมาจากโรงเรียนชายล้วน เขาชื่อยงยุทธค่ะ หนูไปนะคะ”

มยุรีย์ไหว้และหอมแก้มแม่ทีหนึ่งก่อนลงไป อัมพรหัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อได้ยินชื่อเพื่อนธนาคนนั้น จนมยุรีย์ลงจากรถไปแล้วยังนั่งอึ้งอยู่

ด้วยความอยากเห็นหน้าลูก อัมพรตัดสินใจเดินเข้าไปในโรงเรียนถามเด็กนักเรียนว่าคนชื่อยงยุทธอยู่ห้องไหน เด็กบอกว่าห้องนี้แต่ยังไม่เห็นมา อัมพร ละล้าละลังแล้วเดินออกมาจนถึงบันได เห็นยงยุทธเดินขึ้นบันไดมา แต่เพราะเป็นหืดหอบจึงหยุดยืนที่ชั้นพักเพราะหายใจไม่ทัน

อัมพรวิ่งลงมาคว้ามือยงยุทธที่อาการทุรนทุรายเหมือนจะชัก อัมพรตกใจมากร้องขอความช่วยเหลือ

เมื่อพาไปส่งโรงพยาบาล อัมพรเห็นนางแย้มมาหายงยุทธจึงรีบหลบไม่อยากเจอ แต่นางแย้มก็รู้จนได้ว่าอัมพรเป็นคนพายงยุทธมาส่งโรงพยาบาล ความอาฆาตพยาบาทคุขึ้นมาอีกครั้ง นางแย้มไม่ยอมบอกแม้แต่ชื่อของอัมพรแก่ยงยุทธ

ส่วนพะยอมมีลูกกับลือพงษ์ เป็นชายชื่อลือชัย แต่เพราะพ่อกับแม่ไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรักจึงมีเรื่องระหองระแหงกันตลอด พะยอมตามใจลือชัยจนเสียคน ไม่สนใจการเรียนเอาแต่เล่นเกม เที่ยวเตร่ กระทั่งคบเพื่อนเกเรและติดยา

อุไรได้ลูกสาวตั้งชื่อให้ว่าระพีพรรณ เป็นเด็กหน้าตาดี อ่อนโยนและรักแม่มาก อุไรบอกลูกว่าพ่อตายไปแล้ว พอถูกซักถามว่าพ่อเป็นอะไรตาย อุไรบอกว่ารถคว่ำตายมั้ง แต่ระพีพรรณก็ดูออกว่าตนถามถึงพ่อทีไรแม่อารมณ์เสียทุกที

สุดากับประยูรที่แต่งงานกันตามความต้องการของผู้ใหญ่ มีลูกชายคนโตชื่อ ปวริศ และลูกสาวคนรองชื่อลลดา ปวริศเป็นคนหน้าตาดี นิสัยดี และเป็นสุภาพบุรุษมาก ส่วนลลดาเป็นเด็กสาวหน้าตาดี รักและเป็นห่วงยงยุทธลูกผู้พี่ มีอุปนิสัยอ่อนโยนชอบวาดรูป และ ร้องเพลงเก่ง

ลูกๆในครอบครัวนางอ่ำและครอบครัวนางแย้ม ต่างแยกเรือนกันไป มีลูกที่โตไล่เลี่ยกัน แต่นิสัยแตกต่างกันตามการอบรมของพ่อแม่

มีแต่ยงยุทธที่อยู่ในความดูแลประคบประหงมจากนางแย้มราวกับไข่ในหิน อ่อนแอเป็นหืดหอบและเป็นคนเก็บตัว มีความเป็นส่วนตัวสูงจนแทบจะไม่มีเพื่อนเลยถูกนางแย้มเสี้ยมสอนตามแบบของตน แต่ยงยุทธเรียนเก่งมาก

ooooooo

แม้ยงยุทธจะถูกนางแย้มปกปิดกีดกันจนแม้แต่ชื่อของคนที่ช่วยตนในวันวิกฤติก็ไม่ยอมบอก เมื่อเจออัมพรที่โรงเรียน เขารีบเข้าไปไหว้ทักทายและขอบคุณที่ช่วยตนวันนั้น

อัมพรไม่กล้าแสดงตัวว่าเป็นแม่ ได้แต่ถามไถ่ด้วยความรักและห่วงใยอาการเจ็บป่วยของยงยุทธ รู้สึกสะเทือนใจจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เมื่อยงยุทธรู้ว่าอัมพรมีลูกสองคนเรียนในโรงเรียนนี้ เขาพูดอย่างมีปมด้อยว่า

“ดีจังเลยนะครับ คนมีพี่น้อง ชีวิตคงไม่เหงาเหมือนอยู่คนเดียวในโลกนี้”

ยงยุทธเล่าว่า คุณย่าเป็นคนเลี้ยงตนมาตั้งแต่เล็ก คุณย่าบอกว่าพ่อแม่ตายไปแล้วตั้งแต่ตนยังเล็กมาก ตนเคยเห็นแต่รูปพ่อ ส่วนรูปแม่คุณย่าบอกว่าไม่มี

ขณะกำลังคุยกันนั่นเอง นางแย้มมาเห็น ก็ตรงรี่เข้าไปเร่งให้ยงยุทธไปเข้าแถวกับเพื่อนๆได้แล้ว กำชับให้ตั้งใจเรียนอย่าทำให้ย่าผิดหวัง พอยงยุทธไหว้ลาอัมพรไปแล้ว นางแย้มก็เปลี่ยนโฉมหน้าทันที ตีหน้ายักษ์ใส่อัมพรถามว่าตั้งใจมาท้าทายตนใช่ไหม อัมพรถามว่าตนจะเจอหน้าลูกบ้างไม่ได้หรือ

“ไม่ได้! มึงไม่มีสิทธิ์ กูเลี้ยงของกูมา”

“ป้าแย้มเป็นแค่ย่า ฉันต่างหากเป็นแม่ เป็นคนให้กำเนิดเขามา” อัมพรโต้แล้วเดินเลี่ยงไป นางแย้มตามไปขู่อัมพรว่าจะเตือนเป็นครั้งสุดท้ายถ้ายังแส่หาเรื่องอยากแสดงตัวว่าเป็นใคร ก็จะไม่มีโอกาสเห็นหน้ายงยุทธอีกเลย!

ooooooo

ด้วยความรักความผูกพันที่มีต่ออุไรและลูก ลือพงษ์มักไปยืนดูระพีพรรณที่หน้าร้าน จนเธอถามอุไรว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครเห็นมายืนดูอยู่บ่อยๆ อุไรบอกว่าไม่รู้จัก และให้ลูกอยู่ห่างๆไว้ ถ้ามาอีกก็ไล่ตะเพิดไปเลย

ระพีพรรณติดใจสงสัยแต่ไม่กล้าถามมากกลัวแม่อารมณ์เสีย จึงปรารภกับนางอ่ำผู้เป็นยาย นางอ่ำตัดสินใจบอกว่า

“เขาชื่อลือพงษ์ เป็นพ่อแท้ๆของเราน่ะแหละ แต่บางเรื่องมันก็ไม่น่าจดจำนักหรอก แม่เราเขาถึงเลือกที่จะบอกเราว่าพ่อเราตายไปนานแล้ว” ระพีพรรณถามว่าพ่อมีลูกกับเมียใหม่ไหม? พ่อเขายังรักแม่อยู่หรือเปล่า?

“จนป่านนี้แล้วคงหมดเยื่อใยกันไปนานแล้วล่ะ แต่ยายอยากจะบอกเราไว้อย่างนึง ไม่ว่าจะยังไงพ่อก็เป็นพ่อ เป็นผู้ให้กำเนิดเรานะระพี...ยังไงเราก็ต้องเคารพนับถือเป็นพระองค์นึงของเรา”

ส่วนยงยุทธยังติดค้างคาใจเพราะตนเห็นนางแย้มผู้เป็นย่าคุยกับอัมพรอย่างคนรู้จักกัน แต่พอถามนางแย้มกลับบอกว่าเป็นแค่คนเคยเห็นหน้ากัน ยงยุทธจึงถามพะยอมว่า “อาพะยอมรู้ดีใช่ไหมครับ บอกผมเถอะครับ”

“พี่อัมพรเขาเป็นแม่แท้ๆของเราน่ะแหละยงยุทธ” บอกแล้วกำชับว่า “อย่าให้ย่ารู้นะว่ารู้เรื่องนี้จากอา”

“ทำไมทุกคนถึงบอกผมว่าแม่ผมตายไปนานแล้ว”

“ก็เพราะไม่มีใครเขาอยากให้แกเสียใจที่มีแม่เลวๆ น่ะสิ” เสียงนางแย้มแทรกเข้ามาอย่างไม่พอใจ แล้วสาธยายให้เห็นว่าอัมพรเลวร้ายมาก คลอดเขาได้ไม่เท่าไรก็ไปมีผู้ชาย คนใหม่ พ่อเขาไม่สบายนอนซมก็ไม่มาดูแล จนพ่อเขา ตรอมใจตายศพก็ยังไม่ไปเผา “ถ้าย่าไม่เอาเงินฟาดหัวมัน ไปแลกตัวแกมาเลี้ยงเอง ก็ไม่รู้ว่าป่านนี้แกจะถูกเอาไปทิ้งบ้านเด็กอนาถาที่ไหน”

พะยอมนิ่งฟังแม่พูดหายใจไม่ทั่วท้อง ส่วนยงยุทธนิ่งฟังอย่างตั้งใจ

“ย่าอุตส่าห์ไม่ขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมาให้แกต้องเจ็บปวด ที่มีแม่ระยำอย่างนั้น แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว แกจำไว้เถอะ ในโลกนี้มีย่าคนเดียวที่รักแก ย่าเลี้ยงแกมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย อีผู้หญิงสารเลวอย่างอีอัมพรมาเสนอหน้าว่าเป็นแม่ของแก แกคิดเอาเองละกันว่า แกจะยกมือไหว้มันเรียกมันว่าแม่ได้เต็มปากรึเปล่า”

ooooooo

หลังจากฟังนางแย้มเล่าเรื่องอัมพรให้ฟังแล้ว ยงยุทธคิดมาก เก็บตัวอยู่ในห้อง เฝ้าคิดถึงแต่คำพูดของนางแย้มจนไม่มีแก่ใจจะอ่านหนังสือเหมือนปกติ

ลลดาเปิดประตูพรวดเข้ามาบอกว่าคุณย่าให้มาตามลงไปกินข้าว ยงยุทธตำหนิน้องว่าจะเข้าห้องคนอื่นทำไมไม่เคาะประตูก่อน ลลดายิ้มแป้นบอกว่าเคาะก่อนก็ไม่รู้สิว่าพี่ทำอะไรอยู่ หัวเราะแซวว่า

“อ่านหนังสือทั้งวัน เดี๋ยวก็เป็นตาแก่หรอก ไปเหอะไปกินข้าว” ยงยุทธให้ไปบอกคุณย่าว่าตนไม่หิว ลลดายั่วน้ำลายว่ากับข้าวน่ากินตั้งหลายอย่างนะ ยงยุทธตวาดอย่างหงุดหงิดว่า บอกว่าไม่หิวก็ไม่หิว

นางแย้มรอยงยุทธอยู่ที่โต๊ะกินข้าว พะยอมเหยาะพริกไทยป่นลงในชามแกงจืด ถูกนางแย้มบ่นว่า

“มึงนี่ไม่เคยจำอียอม ยงยุทธมันกินพริกไทยได้ที่ไหน”

“ก็แม่ไม่เคยสอนให้มันกินแต่เล็ก แล้วเมื่อไหร่มันจะกินเป็นล่ะ”

“มึงไม่ต้องมาสอนกู หลานกู กูจะเลี้ยงยังไงมันก็เรื่องของกู” นางแย้มเสียงดังตามเคย

“แม่จะเลี้ยงมันยังไงก็ตามใจแม่เถอะ แต่ฉันว่าที่แม่สอนให้ยงยุทธมันเข้าใจแม่มันผิดๆ ทำให้ลูกเกลียดแม่ตัวเองมันก็ไม่ถูก” นางแย้มตวาดปราม แต่พะยอมไม่สนใจเตือนแม่ว่า “บาปกรรมมันมีจริงนะแม่”

“แล้วที่พวกมันทำกับพวกเราล่ะ มึงลืมไปหมดแล้วเหรอว่าพ่อมึงตายยังไง จะกี่ชาติกูก็ไม่ขอญาติดีกับพวกมัน กูจะจองเวรจนกว่าจะตายกันไปข้าง”

ลลดาเข้ามาพอดีบอกย่าว่าพี่ยงยุทธไม่หิวไม่ลงมากิน นางแย้มจึงตักอาหารยกถาดสำรับขึ้นไปให้ถึง ในห้อง ปะเหลาะว่า ย่าไม่เชื่อหรอกว่าไม่หิว ตำหนิว่าคนข้างล่างมันเยอะมีแต่คนพูดมากทำให้รำคาญใช่ไหม แล้วเรียกมากินข้าว

“พ่อตายเพราะตรอมใจที่แม่มีชู้จริงๆหรือครับย่า” ยงยุทธถาม ไม่สนใจอาหารที่ย่ายกมาประเคนให้เลย

“ผัวใหม่เขาเป็นถึงตำรวจ ยังไงมันก็โก้กว่าเป็นเมียชาวนาอย่างพ่อเราน่ะแหละ อย่าไปพูดถึงมันเลย ปวดหัวใจเปล่าๆ” ยงยุทธถามอีกว่าย่าซื้อตนมาด้วยเงินเท่าไหร่ นางแย้มได้ทีใส่ไฟไม่ยั้ง “ทั้งเงินทั้งทองมีเท่าไรย่าให้ไปทั้งหมด ย่าคิดอย่างเดียว ไม่ตายก็หาเอาใหม่ได้ แต่หัวเด็ดตีนขาดยังไง ย่าก็ไม่ยอมให้หลานต้องไปทนอยู่กับแม่ที่ขายลูกกินได้หรอก”

ยงยุทธถึงกับน้ำตาร่วง นางแย้มยิ่งได้ใจ กอดปลอบ “ไม่ต้องร้องลูก ไม่ต้องร้อง มีแม่พรรค์นั้น สู้ไม่มีเสียยังจะดีกว่า ย่ามีหลานสี่คน ยงยุทธเป็นหลานที่ย่ารักที่สุดนะลูก ไม่ต้องน้อยใจ อยากได้อะไรย่าจะหามาให้ทุกอย่างเลย”

ooooooo

หลังจากได้พบยงยุทธแล้ว อัมพรคิดหนักจน ปวดหัว จัดการงานบ้านเสร็จก็ไม่ดูทีวีอย่างที่เคยดูกับลูกๆ ทวีบอกลูกว่าแม่เขาไม่ค่อยสบาย

อัมพรขึ้นไปห้องนอนก็กินยาแก้ปวดหัว ทวีเข้ามาบอกว่า

“ยามันรักษาอาการป่วยไข้ไม่ได้ทุกโรคหรอกนะอัมพร ยิ่งป่วยทางใจ ยังไงก็ต้องรักษาที่ต้นเหตุของปัญหามากกว่า” อัมพรถามว่าตนควรบอกลูกใช่ไหมว่าเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดเขา “ทำแล้วสบายใจก็ทำไปเถอะ”

อัมพรโทษตัวเองว่าเห็นหน้าลูกทีไรก็รู้สึกตนเป็นแม่ที่ใช้ไม่ได้ ทวีบอกว่าเธอไม่ได้คิดจะทิ้งขว้างยงยุทธ ถามว่า

“คิดมากไปเองหรือเปล่า ยงยุทธอาจจะดีใจก็ได้ที่รู้ความจริง นอกจากได้เจอแม่แท้ๆของตัวเองแล้ว เขายังมีน้องอีกตั้งสองคน ผมเข้าใจอัมพรนะ วันนี้มันอาจจะ เป็นเรื่องยากสักหน่อย แต่ผมก็เชื่อนะว่าสายสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกไม่มีทางตัดขาดได้หรอก ไม่วันใดก็วันนึงยงยุทธก็ต้องรู้เรื่องนี้อยู่ดี”

ดังนั้น รุ่งขึ้นเมื่อขับรถไปส่งธนากับมยุรีย์ อัมพรจึงซื้อขนมไปฝากยงยุทธด้วย พอเจอตัวเธอดีใจมากรีบเข้าไปทัก

“คุณย่ามาส่งเหรอลูก”

ยงยุทธมองอัมพรอย่างเย็นชา อัมพรเอาถุงขนมใส่ มือให้บอกว่าซื้อมาฝาก ถูกยงยุทธถามเสียงกระด้างว่า

“คุณทำยังงี้ต้องการอะไร อยากให้เห็นว่าตัวเองเป็นแม่ที่แสนดีงั้นเหรอ ผมรู้ความจริงหมดแล้วว่าอะไรเป็นอะไรและคุณเป็นใคร” อัมพรเหมือนถูกฟ้าผ่าลงมาตรงหน้ายืนอึ้งหน้าเสีย ยงยุทธยังพูดอย่างเจ็บแค้นว่า “ให้ผมรู้อย่างที่เคยรู้มาว่าคนที่เป็นแม่แท้ๆของผมตายไปตั้งนาน แล้วยังจะดีเสียกว่าต้องมารู้ความจริงแบบนี้”

“ย่าเขาบอกอะไรลูก” อัมพรถามเสียงสั่น

“ทุกอย่างที่ไม่มีใครอยากจะจดจำ คุณเป็นแม่ประเภทไหน คุณทำร้ายจิตใจของพ่อจนตรอมใจตายไม่พอ ลูกในไส้ของคุณแท้ๆคุณยังขายกินได้ แล้ววันนี้ที่ย้อนกลับมาทำดีกับผม คุณต้องการอะไรกันแน่”

“ยงยุทธ ฟังแม่นะ ที่ลูกได้ยินได้ฟังมามันไม่ใช่ความจริง ขอโอกาสให้แม่ได้...”

“แม่ผมตายไปนานแล้ว คนอื่นไม่ใช่!” พูดแล้วยงยุทธเดินหนีไปอย่างชิงชัง

อัมพรยืนน้ำตาร่วงเสียใจจนแทบยืนไม่อยู่ ยงยุทธเดินออกไปสวนกับมยุรีย์ที่เดินมาหาอัมพรพอดี ตรงมาถามแม่ว่า นายคนนั้นทำอะไรคุณแม่ อัมพรปาดน้ำตาทิ้งบอกว่าไม่มีอะไร โรงเรียนจะเข้าแล้ว เร่งให้รีบไปเสีย

ooooooo

มยุรีย์ไปเล่าให้ธนาฟัง ก็พอดีเสียงออดสัญญาณเรียกแถวดังขึ้น ธนาถามว่าหมอนั่นมันเป็นใคร

“ก็เด็กใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากโรงเรียนฝรั่งน่ะสิ” มยุรีย์รีบบอกแล้ววิ่งไปเข้าแถว

ช่วงพักกลางวัน ธนาไปดักขวางยงยุทธถามว่า “มีปัญหาอะไรไอ้เด็กใหม่” ยงยุทธมองอย่างไม่แยแส ธนาโมโหกระชากคอเสื้อเงื้อหมัดจะซัด ถามว่าเมื่อเช้าพูดอะไรแม่ตนถึงร้องไห้!

“อะไรกันน่ะนายธนา” อาจารย์ร้องถาม ธนาปล่อยมือจากคอเสื้อยงยุทธบอกว่าไม่มีอะไร “ก็ครูเห็นกับตาว่าเธอกำลังจะทำร้ายยงยุทธเขา ทะเลาะอะไรกันบอกครูซิยงยุทธ”

“ไม่มีอะไรครับ” ยงยุทธตอบหน้าตาเฉย ขยับคอเสื้อให้เข้าที่แล้วเดินไป ธนายังมองตามอย่างคาใจ

ฝ่ายอัมพรเสียใจมากไปเล่าให้อุไรฟังที่ร้านอาหารว่านางแย้มใส่ความว่าตนมีชู้และขายลูกกิน อุไรฟันธงว่านางแย้มปั้นน้ำเป็นตัวให้ยงยุทธเข้าใจผิดแน่ๆ นางอ่ำรำพึงว่ามันเวรกรรมอะไรนักหนา ถึงได้อาฆาตจองเวรกันไม่จบไม่สิ้น

“ยังงี้มันก็ต้องทีใครทีมันแล้วล่ะแม่ พี่อัมพร ลูกคนเดียวตัดอกตัดใจเสีย ถ้ามันไม่สำนึกบุญคุณว่าพี่ต้องทนลำบากอุ้มท้องมันมาเก้าเดือน แค่ฟังคำอีแย้มให้ร้ายก็เชื่อ ช่างหัวมันเถอะ ลูกพรรค์นี้ไม่ต้องไปมีเยื่อมีใยกับมันอีกแล้ว”

อัมพรก็ยังเอาแต่ร้องไห้อย่างทำใจไม่ได้

เมื่อยงยุทธกลับไปที่ร้านของพะยอม เขาถามว่า ถ้าอาพะยอมจนมากจนไม่มีจะกินจะขายลูกไหม พะยอมฟังแล้วรู้ทันทีว่ายงยุทธฟังอะไรมาจากใครเตือน หลานชายว่า

“ไอ้ที่เราได้ยินได้ฟังมา บางทีมันก็ไม่ใช่เรื่องจริงหรอกนะ” ยังไม่ทันพูดอะไรมากกว่านั้นเสียงนางแย้มก็มาขัดขึ้นใช้ให้ไปโขลกพริกแกงให้หน่อย พอพะยอมลงไปนางแย้มก็ถามยงยุทธว่าคุยอะไรกับอายอมหรือ ยงยุทธบอกว่าเปล่า

“อายอมมันไม่ค่อยจะทันคน มันพูดอะไรก็อย่าไปใส่ใจมันเลย” นางแย้มเป่าหูยงยุทธตามเคย

ooooooo

เย็นนี้ ขณะลือพงษ์นั่งทำงานอยู่ในบริษัทเดินรถของตัวเอง พนักงานเข้ามาแจ้งว่ามีคนมาหา เขาถามว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย พอรู้ว่าเป็นผู้หญิงก็บอกพนักงานว่าตนไม่รับแขกให้ไปบอกว่าแล้วจะไปหาเอง

“แต่คนนี้เถ้าแก่ไม่เคยพามาที่นี่นะครับ ยังเป็นเด็กนักเรียนอยู่เลย”

ฟังพนักงานแล้วลือพงษ์เดินออกไปดู ระพีพรรณรีบลุกขึ้นไหว้ พูดอย่างตื่นเต้นว่า

“ยายบอกความจริงหนูหมดแล้วว่าคุณคือพ่อของ หนู” แล้วก้มกราบแทบเท้าลือพงษ์

ลือพงษ์ประคองระพีพรรณให้ลุกขึ้น ยืนอึ้งชาไปหมดทั้งตัว พูดอย่างปลื้มปีติจนเสียงเครือว่า

“ฉันไม่เคยคิดฝันเลยว่า ฉันจะมีวันนี้เหมือนพ่อคนอื่นเขาได้” พอระพีพรรณเรียกพ่ออย่างเต็มปากเต็มคำ ลือพงษ์ทนไม่ได้ เอ่ยขอ “พ่อขออนุญาตกอดหนูสักครั้งได้ไหม”

ระพีพรรณน้ำตาร่วงโผเข้าสู่อ้อมอกพ่อ ลือพงษ์กอดลูกไว้แน่นปลื้มปีติสุดชีวิต

แต่พอระพีพรรณกลับถึงร้านขายข้าวแกง ก็ถูกอุไรซักไซ้ทันทีว่าทำไมกลับผิดเวลา บ่นว่าชักจะเหลวไหลใหญ่แล้ว ทั้งบ่นทั้งดุจนนางอ่ำขอว่า ลูกมันก็อยากไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนฝูงบ้างจะอะไรกันนักหนา อุไรคาดคั้นว่าไปกับใครบอกมาเดี๋ยวนี้อย่าโกหกเด็ดขาด

“ระพีไม่ได้ไปไหนกับเพื่อน ระพีไปหาพ่อที่บริษัทมา”

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 7 วันที่ 27 เม.ย. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ