อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 7/2 วันที่ 25 เม.ย. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 7/2 วันที่ 25 เม.ย. 58

“อ๋อ..ปิ่นปักผมช่อวิสทีเรียนี่น่ะเหรอคะ เป็นของเก่าของครอบครัวดิชั้นเองค่ะ ชั้นชอบปิ่นอันนี้มาก มักจะใช้ในโอกาสพิเศษจริงๆเท่านั้น”
“สวยมากครับคุณยูกิ”
“ขอบคุณค่ะที่ท่านชายชอบและดิชั้นก็รู้สึกดีใจมากที่ท่านชายนัดดิชั้นให้ออกมาเจอกัน”
“ที่ผมชวนคุณยูกิออกมา เพราะเห็นว่าเวลาคุยกันเหมือนว่าเรารู้จักกันมานาน"

“ดิชั้นก็รู้สึกอย่างนั้นค่ะ เพราะตั้งแต่เจอหน้าท่านชายครั้งแรกก็เหมือนว่าเราเคยเจอกันมาก่อน” ยูกิพูดไปก็ยิ้มดูมีความหวัง ก่อนจะเริ่มมารยาออดอ้อน แกล้งทำเป็นละอองเกสรดอกไม้เข้าตา “ท่านชายคะช่วยดูให้หน่อยสิคะ สงสัยละอองเกสรดอกไม้จะเข้าตาดิชั้น”
โฮชิโนโอจิขยับเข้าไปช่วยดูให้ ยื่นหน้าใกล้ชิดยูกิ ช่วยเป่าเกสรดอกไม้ออกให้ ยูกิยิ่งกระหยิ่มยิ้มพอใจ


“แถวนี้ลมค่อนข้างแรง ผมว่าเราไปที่อื่นกันดีกว่า ผมมีที่ๆตั้งใจอยากจะพาคุณไปเที่ยว”
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ ท่านชายอยากจะพาดิชั้นไปไหนเหรอคะ”
โฮชิโนโอจิยิ้มให้ยูกิดูไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่

ที่หน้าศาลเจ้ายูโทคุตรงหน้าเสาโทริอิสีแดงใหญ่ตรงทางเข้าศาล ยูกินิ่งงันไปเอาแต่ยืนจับจ้องไปที่เสาโทริอิซึ่งเป็นเขตกั้นไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้าไปในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์
โฮชิโนโอจิสังเกตอาการของยูกิด้วยความสนใจอยากรู้ “เป็นอะไรไปเหรอครับคุณยูกิ”
“เอ่อ..คือ..ไม่คิดว่าท่านชายจะชวนมาที่นี่ พอดีดิชั้นเพิ่งจะมาไหว้ขอพรจากเทพเจ้าไป เมื่อไม่นานมานี่เองค่ะ”
“แต่ผมไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว เลยตั้งใจอยากจะมากราบไหว้ขอพรสักหน่อย” ยูกิยิ้มรับแกนๆ แต่สายตาเอาแต่จับจ้องไปที่เสาโทริอิหน้าตาดูกังวลหวั่นๆ “เสาโทริอิของที่นี่สวยดีนะครับคุณยูกิ คนรุ่นใหม่ๆสมัยนี้ไม่ค่อยรู้จักกันว่าเสาโทริอิมีไว้ เพื่อเป็นเขตกั้นของศาลเจ้า ป้องกันไม่ให้สิ่งชั่วร้ายเข้าไปข้างใน”
“เอ่อ..ค่ะ”
“เข้าข้างในกันเถอะครับ” โฮชิโนโอจิเดินนำเข้าไป
ยูกิหน้าตาเครียดจัดแล้วตัดสินใจเดินตามโฮชิโนโอจิเข้าไป ยูกิพยายามจะเดินตามโฮชิโนโอจิลอดผ่านเสาโทริอิ ยูกิรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวจนแทบอยากจะร้องกรี๊ดออกมาดังๆ แต่ก็พยายามทนไม่ให้โฮชิโนโอจิจับผิดได้

โฮชิโนโอจิพายูกิเข้ามาที่บ่อน้ำสำหรับล้างมือก่อนเข้าไปกราบไหว้เทพเจ้า โฮชิโนโอจิทำตามธรรมเนียมปฏิบัติทุกอย่าง แต่ยูกิไม่ยอมแตะกระบวยน้ำเลย โฮชิโนโอจิเลยต้องตักให้แล้วยื่นให้
“ขอบคุณค่ะท่านชาย” ยูกิจำใจต้องรับน้ำใส่กระบวยมาล้างมือสองข้าง ทั้งๆที่พอโดนน้ำเข้าไปมือ ก็ยิ่งปวดแสบปวดร้อน แต่ก็พยายามฝืนยิ้มไม่ให้โฮชิผิดสังเกต
ในขณะที่โฮชิโนโอจิพยายามพิจารณาดูท่าทางของยูกิทุกการกระทำ คิ้วขมวดสงสัย

ที่หน้าศาลเจ้าด้านล่างก่อนขึ้นบันได โฮชิโนโอจิเดินนำยูกิเข้าไปไหว้ศาลเทพเจ้า ยูกิเดินตามแรงขาแทบไม่มี แต่ก็ฝืนตามไปหยุดให้โฮชิโนโอจิทำพิธีไหว้ตามธรรมเนียมปฏิบัติก่อน โฮชิโนโอจิโยนเหรียญ 5 เยนลงกล่อง แล้วดึงเชือกสั่นกระดิ่งเพื่อเรียกเทพเจ้าจากนั้นก็ไหว้ขอพร แล้วตบมือ 2 ครั้งเป็น อันเสร็จธรรมเนียมปฏิบัติ ก่อนจะหันมาที่ยูกิที่พยายามฝืนตัวเองมาก
“ไม่ไหว้ขอพรเหรอครับคุณยูกิ”
“เอ่อ..ไหว้..ไหว้สิคะ” ยูกิทนฝืนเดินเข้าไปทำตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้วให้โฮชิยืนรอ ยูกิโยนเหรียญ 5 เยนลงกล่อง มืออันสั่นเทา จากนั้นเอื้อมไปที่เชือกเพื่อสั่นกระดิ่งแล้วหยุดชะงัก
“ไม่สั่นกระดิ่งเรียกเทพเจ้าเหรอครับคุณยูกิ”
“เอ่อ..ค่ะ” น้ำเสียงยูกิดูกังวลแต่ก็ทนฝืนกระตุกเชือกสั่นกระดิ่ง เสียงกระดิ่งดังก้องมันทำให้ยูกิแก้วหูแทบแตก เลือดกำเดา ค่อยๆไหลออกจากจมูกเธอ แต่เพราะยูกิหันหลังให้โฮชิโนโอจิ ยูกิรีบยกมือขึ้นมาป้ายเลือดกำเดาออกทันที โฮชิโนโอจิยืนมองเธออยู่ข้างหลังอย่างจับสังเกต ยูกิฝืนต่อยกมือขึ้นมาพนมขอพรสั้นๆแล้วตบมือสองครั้งเป็นอันเสร็จ “เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“งั้นเดี๋ยว..เราเดินขึ้นไปไหว้เทพเจ้าข้างบนกันต่อนะครับ..เชิญครับ” โฮชิโนโอจิรวบรัดผายมือเชิญยูกิโดยไม่ฟังคำตอบ
ยูกิจำเป็นต้องยอมเดินไปกับโฮชิโนโอจิเพื่อขึ้นบันไดที่สูงชันนั้นอย่างหน้าเครียด

โฮชิโนโอจิพายูกิเดินขึ้นบันไดเพื่อจะไปไหว้ศาลเจ้าข้างบน อาการของยูกิดูเหนื่อยและเจ็บปวดตามร่างกายจนเหงื่อแตกผุดเต็มหน้า อ่อนแรงแม้แต่จะเดินขึ้นบันไดที่สูงชันหลายขั้น
โฮชิโนโอจิเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ “เป็นอะไรรึเปล่าครับคุณยูกิ ดูคุณไม่ค่อยสบายตั้งแต่เข้ามาในนี้แล้ว”
“ไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะท่านชาย แค่รู้สึกว่าอากาศวันนี้ร้อนกว่าปกติ เลยเหนื่อยง่าย”
“แต่ผมรู้สึกว่าอากาศก็ไม่ได้ร้อนมากนะครับ กำลังดีกว่าตอนคืนวันงานทานาบาตะ ที่รู้สึกได้ว่าอากาศเปลี่ยนแปลงจนน่าแปลกใจ ทั้งที่เป็นเดือนเจ็ดแต่กลับหนาวขึ้นมา อย่างไม่มีสาเหตุ ไม่รู้ว่าคุณยูกิรู้สึกหรือเปล่า”
“เหรอคะ..คืนนั้น..ดิชั้นไม่ทันสังเกตค่ะ”
“แต่คืนนั้นอากาศเปลี่ยนแปลงจนผิดสังเกตจริงๆ ถ้าคนที่เคยได้ยินเรื่องตำนานเมืองสึกิ ตอนที่นางปีศาจหิมะมาถล่มเมืองคงคิดไปนึกตำนานเรื่องนั้น คุณยูกิเคยได้ยินรึเปล่า”
ยูกิเริ่มเหนื่อยหอบนิ่วหน้ากับการจับผิดของโฮชิโนโอจิ แต่ก็พยายามฝืนร่างกายสุดฤทธิ์ “ตำ..ตำนานนางปีศาจหิมะที่เมืองสึกิเหรอคะ..ไม่..ไม่ค่ะ ดิชั้นไม่เคยได้ยินมาก่อน”
“ผมว่าอาการคุณดูเหมือนจะเหนื่อยมากเลยนะครับ..ให้ผมพาลงไปพักมั้ย”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ..ดิชั้นไม่ค่อยออกมาข้างนอกเท่าไหร่ เจอแดดแรงๆเข้าก็มักเป็นอย่างนี้ ท่านชายเดินขึ้นไปไหว้ขอพรเทพเจ้าต่อเถอะค่ะ เดี๋ยวดิชั้นเดินตาม” โฮชิโนโอจิพยักหน้ารับ แล้วเดินนำขึ้นไปตามขั้นบันไดต่อ แต่ก็แอบเหลียวหันกลับมามองด้วยความไม่แน่ใจเคลือบ แคลงสงสัยยูกิ
ระหว่างนั้นเองที่ยูกิต้องคิดหาทางเอาตัวรอดจากการจับผิดให้ได้ ยูกิฝืนพลังเฮือกสุดท้ายหันไปที่นัก ท่องเที่ยวคนหนึ่งซึ่งเดินใกล้เข้ามาแล้วเพ่งมองไปที่ชายคนนั้นสะกดจิตให้ เดินมาชนยูกิจนเกือบจะตกบันได ปิ่นปักผมช่อวิสทีเรียร่วงจากผมตกลงมาที่พื้น ยูกิร้องลั่น “ท่านชายคะ ช่วยดิชั้นด้วยค่ะ ดิชั้นถูกขโมยกระเป๋า”

ยูกิได้มานั่งพักที่สวนตรงข้ามกับศาลเจ้ายูโทคุ พอออกมาจากเขตเสาโทริอิ ยูกิก็มีอาการดีขึ้นแต่ยังดู อ่อนเพลียอยู่ มือคุยโทรศัพท์ถามหาลูกน้องของมาโกโตะ “ใกล้ถึงรึยัง..รีบๆมาเร็วๆเข้า”
ยูกิวางสายไปไม่ทันไร โฮชิโนโอจิก็เดินเข้ามา “ตำรวจที่รับแจ้งความบอกว่าตอนนี้กำลังตามจับตัวคนร้ายอยู่"
“ช่างเถอะค่ะ..กระเป๋าใบนั้นไม่ได้มีอะไรมีค่ามาก มีก็แค่เครื่องสำอางกับเศษสตางค์อีกนิดหน่อย ถือว่าฟาดเคราะห์ไปดีกว่า”
“ผมต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คุณยูกิต้องเจอกับขโมย”
“ไม่ใช่ความผิดของท่านชายหรอกค่ะ ดิชั้นต่างหากที่ไม่ทันระวัง แล้วยังทำให้ท่านชายต้องมาวุ่นวายเดือดร้อนเพราะชั้นอีก” ยูกิลูกขึ้นแล้วก้มตัวโค้งโน้มศีรษะให้ ระหว่างนั้นลูกน้องของมาโกะสวมสูทดำ สวมแว่นดำเดินเข้ามา
“รถมารับดิชั้นแล้ว ไว้โอกาสหน้าดิชั้นจะมากราบไหว้ขอพรเทพเจ้ากับท่านชายอีกนะคะ”
โฮชิโนโอจิโค้งรับ ยูกิเดินตามลูกน้องมาโกโตะออกไป โฮชิโนโอจิมองส่งยูกิไปได้ครู่ก็นึกขึ้นได้ว่า ยูกิลืมปิ่นปักผมวิสทีเรียที่ทำตกไว้ตอนล้มที่บันได โฮชิโนโอจินิ่งมองปิ่นปักผมวิสทีเรียในมืออย่างครุ่นคิด

บ้านมาโกโตะ มาโกโตะประคองยูกิเข้ามาในห้องทำงาน สภาพของยูกิอ่อนแรงเต็มที ปากที่เคยแดงก็ซีดพอๆกับผิวขาวซีดของเธอ
“เกิดอะไรขึ้นกับเธอ ทำไมถึงกลับมาสภาพแบบนี้”
“ชั้น..ชั้นประมาทเขามากเกินไป เขาสงสัยว่าชั้นจะเป็นนางปีศาจหิมะ เขา..เขาเลยพาชั้นไปทดสอบด้วยการพาเข้าศาลเจ้า”
“เขารู้รึเปล่าว่าเธอคือนางปีศาจหิมะจริงๆ”
“ชั้น..ชั้นต้องทนความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส..เพื่อพิสูจน์ให้เขาคิดว่าชั้นไม่ใช่ ไม่อย่างนั้นความหวังที่จะทำให้เขารักชั้นก็จะพังทลายไป” ยูกิเริ่มจะไม่ไหวแล้ว ผมของเธอเริ่มเปลี่ยนจากสีดำกลายเป็นสีขาวไล่จากกลางผมไปเรื่อยๆ จนเกือบถึงปลาย
“ยูกิ !!”
“มัน..มันเหมือน..เหมือนมีมีดเป็นพันๆเล่มทิ่มแทงชั้นอยู่ตลอดเวลา ทุกย่างก้าวที่ชั้นเดินอยู่ในศาลเจ้า แต่ชั้นก็พยายามทน ทนอย่างที่สุด เพื่อไม่ให้เขารู้ความจริง เพราะความรักที่ชั้นมีต่อเขา..โอ้ยยย ทรมานเหลือเกิน”
ยูกิกรีดร้องออกมาอย่างโหยหวนน่าสยดสยอง ก่อนจะแน่นิ่งหมดสติไป ผมขาวโพลนไปทั้งหัว ปากก็ซีด ขาวเหมือนสีผิวจนน่าตกใจ
“ยูกิ..ยูกิ !!!”

คฤหาสน์มิยาคาวะกลางคืน เสียงของย่ามิกิคุยกับโฮชิโนโอจิดังออกมาจากห้องกิโมโนโฮชิ
“ว่ายังไงนะคะ ท่านชายสงสัยว่าคุณยูกิจะเป็นนางปีศาจหิมะเหรอคะ”
“ใช่.. ชั้นถึงต้องทดสอบเธอด้วยการพาไปที่ศาลเจ้า ถ้าเธอเป็นปีศาจหิมะในร่างแปลงมา เธอจะต้องแสดงตัวตนออกมาตอนที่เข้าไปในเขตศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้า ที่มีการป้องกันความชั่วร้าย”
มิกิตบอกตกใจ “แล้วเป็นอย่างที่ท่านชายคิดไว้รึเปล่าคะ”
โฮชิโนโอจินิ่งไปครู่ “ชั้นคงคิดมากไป ยูกิก็แค่ผู้หญิงธรรมดาคนนึงเท่านั้นเอง”
ย่ามิกิเป่าปากโล่งอก “งั้นก็โชคดีไปที่ยูกิไม่ใช่ปีศาจหิมะอย่างที่ท่านชายคิด ไม่งั้นหายนะคง ต้องซ้ำรอยเหมือนอย่างในอดีตแน่ๆ”
“อย่าเพิ่งมั่นใจไป เพราะสักวันนึงนางปีศาจหิมะอาจจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้”
“งั้นดิชั้นก็ขอให้ท่านชายได้กลับไปสวรรค์ก่อนที่นังปีศาจตนนั้นจะกลับมา ขอให้รินดาราค้นพบตัวเองซะทีว่าเธอคือส่วนนึงของเมียวโจโอจิน เธอจะได้หาทางตามหาขนนกกระเรียนทองคำ เพื่อเอามาทอกิโมโนโฮชิได้สำเร็จ”
ทั้งโฮชิโนโอจิและย่ามิกิต่างนิ่งเงียบกันไป สายตาของทั้งคู่นิ่งมองไปที่กิโมโนโฮชิซึ่งยังปักลายนกกระเรียนไม่เสร็จ

ภายในห้องนอนของอายูมิ รินดารากำลังดูแลอายูมิที่นอนอยู่บนเตียง รินดาราช่วยเทรนนิ่งดูแลกล้ามเนื้อที่ขาให้ ก่อนเข้านอนทำให้อายูมิรู้สึกผ่อนคลาย “ไหนลองขยับขาตามที่พี่บอกช้าๆนะคะ..ช้าๆค่ะ..ถ้าเจ็บก็บอกนะคะ” อายูมิขยับขาตามที่รินดาราบอก ค่อยๆทำช้าๆและทำได้ดีขึ้น “เป็นยังไงบ้างคะ”
“ไม่ค่อยรู้สึกเจ็บเท่าไหร่แล้วค่ะพี่รินดารา”
“แสดงว่าอายูมิเก่งมากเลยนะ ใช้เวลาผ่านโปรแกรมการทำกายภาพบำบัดขั้นต้นของพี่ แค่ไม่เท่าไหร่เอง พี่ยังนึกว่าต้องใช้เวลามากกว่านี้ซะอีก”
“อายูมิไม่ได้เก่งหรอก แต่พี่รินดาราเก่งต่างหาก”
“ปากหวานนะเรา”
อายูมิหัวเราะชอบใจน่ารักๆ “ถ้าอายูมิเดินได้เมื่อไหร่ จะพาพี่รินดาราไปเที่ยวให้ทั่วญี่ปุ่นเลย”
“คนที่อยากไปเที่ยวคือพี่หรือว่าอายูมิกันแน่”
อายูมิเขินๆยอมรับ “อายูมินี่แหละค่ะที่อยากไปเที่ยว อยากไปโรงเรียนเหมือนเด็กๆคนอื่น เพราะต้องอยู่ในสภาพแบบนี้มาเป็นปีแล้ว”
รินดาราสงสารดึงอายูมิมากอด “อายูมิทำได้ขนาดนี้ พี่สัญญาจ้ะว่าจะทำความฝันของอายูมิให้เป็นจริงให้ได้”

อายูมิรู้สึกอบอุ่นในอ้อมกอดของรินดาราเลยคิดถึงตอนที่ยังอยู่กับพ่อน้ำตาซึมๆ “พี่รินดารารู้มั้ยคะ ทุกวันนี้อายูมิยังฝันร้ายเห็นภาพวันที่เกิดอุบัติเหตุจนทำให้ต้องกลายมาเป็นแบบนี้ มันยังติดตาอายูมิอยู่เลย”
“มันเป็นอุบัติเหตุเหรอจ๊ะอายูมิ” อายูมินิ่งไปไม่อยากพูดถึงอีก “ไม่เป็นไรจ้ะ..อย่าไปพูดถึงมันอีกเลยเนอะ..พี่ว่าอายูมินอนดีกว่า มาเดี๋ยวพี่ห่มผ้าให้”
รินดาราห่มผ้าให้อายูมิ แล้วยิ้มให้กำลังใจอย่างปลอบโยน

ที่สวนตระกูลมิยาคาวะ รินดาราออกมายืนครุ่นคิดเรื่องของอายูมิอยู่คนเดียวในสวน ครุ่นคิดถึงคำพูดของอาคิระ

อาคิระฟังแล้วไม่พอใจมากเข้าไปจับไหล่เธอมาบีบแรง “แต่พวกโคสึกะ เป็นต้นเหตุทำให้คนในตระกูลมิยาคาวะต้องตายไปหลายคน รวมทั้งทำให้อายูมิต้องเป็นแบบนี้ ถ้าคุณยังคิดว่ามันมีน้ำใจแล้วไปยุ่งกับมันอีก ผมก็จะถือว่าคุณเป็นพวกเดียวกับมัน”

รินดารานิ่วหน้ารู้สึกอยากรู้ ทำไมอาคิระถึงยืนยันว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุ
“ดึกแล้วทำไมยังไม่นอนอีกล่ะฮิคาริ”
“ท่านชาย”
“ชั้นมองจากหอคอยลงมาเห็นเธอยืนอยู่คนเดียวเลยเป็นห่วง นอนไม่หลับเหรอ หรือว่ายังกลัวอยู่”
“ถ้าชั้นยังกลัวอยู่อีก ต่อไปท่านชายคงได้มีอาชีพใหม่ทำ เป็นนักมายากลคอยหาเรื่องมาทำให้ชั้นหายกลัวแน่เลยค่ะ”
โฮชิโนโอจิยิ้มชอบใจ “ชั้นชอบหาเรื่องสนุกๆทำ แกล้งคนนี่แหละงานถนัดของชั้นเลย เพราะอะไรรู้มั้ย..เพราะชั้นชอบเห็นคนรอบๆตัวชั้นมีความสุขไงล่ะ”
“ขอบคุณค่ะท่านชาย..ชั้นเองก็รู้สึกมีความสุขทุกครั้งเวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆท่านชาย แต่ว่า”
“มีอะไรอยากจะปรึกษาชั้นรึเปล่า”
รินดารานิ่งมองท่านชายก่อนจะตัดสินใจถาม “คือ..ชั้นอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับอุบัติเหตุของอายูมิ และเรื่องความขัดแย้งของตระกูลมิยาคาวะกับตระกูลโคสึกะค่ะ”

โฮชิโนโอจิกับรินดารานั่งลงที่ม้าหินในสวน โฮชิโนโอจิทอดสายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
“ความขัดแย้งของสองตระกูลเกี่ยวเนื่องมาจาก ตำนานเทพเจ้านกกระเรียนและเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอกเหมือนอย่างที่ฮิคาริรู้จากหนังสือนิทาน แต่ความแค้นเคืองมาจากทางฝั่งของตระกูลโคสึกะที่สูญเสียเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอกของตัวเองไป จึงโทษว่ามิยาคาวะเป็นต้นเหตุ และต้องการแก้แค้น”
“แค่สาเหตุจากตำนานโบราณ ถึงกับต้องลงมือฆ่าแกงกันเลยเหรอคะ”
“ยุคนั้นไม่เหมือนสมัยนี้ การต่อสู้กันกันระหว่างโชกุน 2 ตระกูลเป็นเรื่องปกติ”
“แต่ในยุคต่อมาละคะ หลังที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีกฎหมายมารองรับแล้ว”
“คนของมิยาคาวะมักประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยเฉพาะกับทายาทที่มีหน้าที่สืบทอดวิชาการทอกิโมโนผืนสำคัญของตระกูลมิยาคาวะ”
“กิโมโนผืนสำคัญ ? กิโมโนอะไรเหรอคะท่านชาย”
โฮชิโนโอจินิ่งไปมอง เข้าไปในดวงตาของรินดารา การที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเหมือนเป็นการกระตุ้นส่วนหนึ่งของเมียวโจโอจินในตัวรินดารา โฮชิโนโอจิลองถาม “เธอไม่เคยได้ยินชื่อของกิโมโนโฮชิเลยเหรอฮิคาริ”
“กิโมโนโฮชิ..” รินดาราทวนชื่อแล้วคิ้วขมวด เริ่มมีอาการปวดที่ปานรูปดาวและตามมาด้วยอาการปวดหัว

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 7/2 วันที่ 25 เม.ย. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ