อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 8 วันที่ 27 เม.ย. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 8 วันที่ 27 เม.ย. 58

“เชิญค่ะ” รินดาราพลิกเปิดหน้าให้ใหม่ เพราะกลัวโฮชิโนโอจิจะเจอข้อความที่เขียนไว้
โฮชิโนโอจิก็นั่งลงข้างรินดาราแล้วรับสมุดของรินดาราไปเขียน โฮชิโนโอจิก้มหน้าตั้งใจเขียนบนกระดาษช้าๆ รินดารามองโฮชิโนโอจิอย่างลังเล ไม่แน่ใจว่าจะถามดีหรือไม่
โฮชิโนโอจิพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “อยากรู้อะไรก็ถามมาเถอะฮิคาริ เก็บไว้นานๆ เดี๋ยวอกแตกตายนะ”

“ชั้นไม่ได้อยากรู้อะไรมากหรอกค่ะ ชั้นแค่อยากจะรู้ว่าท่านชายอยู่ที่นี่มานานหรือยังคะ”
“ก็นานแล้วล่ะ”


“นานแค่ไหนคะ”
“ถ้าชั้นบอกว่าชั้นอยู่ที่นี่มาสี่ร้อยปี เธอจะเชื่อชั้นหรือเปล่า”
“ชั้นก็อยากจะเชื่อค่ะ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ท่านชายจะต้องโกหกชั้น แต่ชั้นนึกไม่ออกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะมีอายุยืนยาวถึงสี่ร้อยปีได้ยังไง”
“นั่นน่ะสิ มนุษย์ธรรมดาจะมีอายุยืนยาวขนาดนั้นได้ยังไงนอกซะจากว่าชั้นไม่ใช่มนุษย์”
“ท่านชายหมายความว่ายังไงคะ”
โฮชิโนโอจิไม่ตอบคำถามของรินดารา แต่กลับส่งสมุดคืนให้รินดารา “ชั้นเขียนเสร็จแล้ว ลายมือชั้นไม่สวยเท่าเธอ แต่อ่านออกแน่นอน”
รินดารารับสมุดไปดู ตัวหนังสือภาษาไทย ลายมือบิดเบี้ยว "รักนะเด็กโง่"
รินดาราหัวเราะ “ท่านชายรู้จักประโยคนี้ด้วย” รินดาราหันไปหาโฮชิโนโอจิแต่โฮชิโนโอจิหายไปแล้ว “ท่านชาย ท่านชาย หายไปไหนเร็วจัง”
รินดาราก้มหน้าลงมาสมุด เลื่อนสายตาลงมาจากข้อความรักนะเด็กโง่ มีลายมือของโฮชิโนโอจิเขียนอีกว่า "จงเชื่อใน สิ่งที่คิด..ฮิคาริ" รินดาราครุ่นคิด “ท่านชายจะบอกอะไรเรา”

โฮชิโนโอจิเดินเข้ามาที่ศาลเทพเจ้านกกระเรียน
รินดาราเดินถือสมุดตามโฮชิโนโอจิเข้ามา “ท่านชาย ท่านชายคะ” รินดารากางสมุดที่โฮชิโนโอจิเขียนเป็นภาษาไทยให้ดู “ท่านชายเขียนแบบนี้ หมายความว่า...” รินดาราแกล้งถาม “ถ้าชั้นเชื่อว่าท่านชายมีอายุอยู่มาสี่ร้อยปีอย่างที่ท่านชายพูด มันก็อาจจะเป็นแบบที่ชั้นเชื่อได้หรือคะ”
“อยู่ที่ว่าเธอเชื่อจริงหรือแค่แกล้งถามชั้น”
“ชั้นก็อยากจะเชื่อจริงๆ ค่ะ แต่ชั้นคิดไม่ออกว่ามันจะเป็นไปได้ยังไง”
โฮชิโนโอจิยิ้มมุมปากทีเล่นทีจริงแทนคำตอบ มือถือของรินดาราดังขึ้น รินดาราดูหน้าจอเห็นว่าที่บ้านโทรมา จึงหันไปมองท่านชาย “ขอตัวสักครู่นะคะ” รินดาราเดินห่างออกมาหน่อยพร้อมกับรับสาย “ฮัลโหล” รินดาราฟังแล้วตกใจ “ว่าไงนะนภา พ่อไม่สบาย ?!”
เรืองนภาคุยโทรศัพท์อยู่มุมหนึ่งของบ้าน คอยมองไปรอบๆ กลัวใครจะได้ยิน “จ้ะพี่ แต่พ่อไม่ยอมให้ใครโทรบอกพี่ดารา พ่อเป็นห่วงกลัวพี่จะไม่สบายใจ”
“แล้วอาการพ่อเป็นยังไงบ้าง”
“ความดันขึ้นน่ะพี่ เป็นลมหน้ามืดตลอด ตั้งแต่พ่อรู้ว่าพี่ถูกมหาวิทยาลัยหยุดให้ทุน พ่อก็ไปรับจ้างทำงานเพิ่มทุกวัน พ่อบอกว่าอยากช่วยหาเงินค่าเทอมให้พี่ ใครห้ามก็ไม่ฟัง”
“พ่อไปหาหมอหรือยัง”
“พ่อไม่ยอมไป บอกว่าเสียดายเงิน แล้วที่หนูโทรมาบอกพี่ดารา เผื่อว่าพี่จะโทรมาห้าม พ่อไม่ให้ทำงาน แต่พี่ห้ามบอกพ่อนะว่าหนูแอบส่งข่าว ไม่งั้นพ่อโกรธหนูตายเลย”
“จ้ะๆ พี่รู้แล้ว ขอบใจมากนะนภา ฝากดูแลพ่อด้วยนะ” รินดาราวางสาย เศร้ามาก
โฮชิโนโอจิมองรินดาราอย่างสงสาร แล้วคว้ามือรินดารามาแล้วดึงมากุมบีบให้กำลังใจ “ธรรมชาติสร้างให้มนุษย์มีน้ำตาเอาไว้ปลดปล่อยความรู้สึก ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องออกมา ร้องกับชั้นให้เต็มที่ เธอจะได้กลับไปเป็นฮิคาริผู้สดใสเข้มแข็งคนเดิม”
รินดาราปล่อยโฮ “ชั้นเป็นลูกที่ไม่ดี เป็นต้นเหตุทำให้พ่อไม่สบาย หรือว่าชั้นจะเลิกเรียน แล้วบินกลับเมืองไทยไปอยู่กับพ่อเลยดี พ่อจะได้ไม่ต้องทุกข์ใจเรื่องการเรียนของชั้นอีก”
“แต่คุณพ่อของเธอก็จะโทษตัวเอง ว่าที่เธอเรียนไม่จบเป็นเพราะท่าน”
รินดารานิ่งไป “แล้วชั้นจะทำยังไงดีคะท่านชาย”
“ทำให้ท่านเชื่อให้ได้สิว่าเธออยู่ที่นี่มีความสุขดี ค่าตอบแทนที่มิยาคาวะให้เธอ จะทำให้เธอมีเงินค่าเทอมได้ไปจนจบ”
รินดารายิ้มรับ โฮชิโนโอจิจับบ่าสองข้างของรินดารา “แล้วที่สำคัญ เธอเชื่อชั้นนะ คุณพ่อของเธอถึงท่านจะป่วย แต่ท่านไม่เป็นอะไรไปง่ายๆ ท่านยังอยู่กับเธออีกนาน”
“ทำไมท่านชายแน่ใจคะ”
โฮชิโนโอจิทีเล่นทีจริง “เพราะชั้นคือท่านชายโฮชิ ผู้มีอายุยืนยาวสี่ร้อยปี”
รินดาราคิดว่า โฮชิโนโอจิล้อเล่นจึงยิ้มหัวเราะออกมาได้ โฮชิโนโอจิมองรินดาราด้วยสายตาอบอุ่นจนรินดารารู้สึกดีมาก “ขอบคุณนะคะท่านชาย ขอบคุณที่ปลอบใจชั้น ไม่ทำให้ชั้นรู้สึกโดดเดี่ยว ถ้าที่เมืองสึกิไม่มีท่านชาย ชั้นคงแย่ ชั้นขอตัวไปโทรหาพ่อก่อนนะคะ” รินดาราเดินออกไป
โฮชิโนโอจิมองตามหลังรินดารา “ถ้าชั้นไม่มีเธอ ชั้นก็แย่เหมือนกันฮิคาริ” โฮชิโนโอจิยืนมองรินดาราอย่างสุขใจเหลือเกิน

ฮิเดโนริเดินมาตามทาง กำลังจะไปไหว้ศาลเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอกอย่างที่เคยทำเป็นประจำ อาคิระเดินตามฮิเดโนริเข้ามา ดวงตาจ้องมองฮิเดโนริอย่างโกรธจัด...นึกถึงเรื่องที่รู้มาจากอายูมิเมื่อคืน

อาคิระถามอายูมิ “ทำไมอายูมิถึงไม่บอกอา อายูมิไม่ไว้ใจอาเหรอครับ”
อายูมิครุ่นคิดแล้วตัดสินใจ “เขาเป็นเพื่อนของหนูค่ะคุณอา”
อาคิระสงสัย “เพื่อนเหรอ” อายูมิพยักหน้ารับ อาคิระคิ้วขมวดสงสัยหน้านิ่วอยากรู้
“ค่ะ เขาอยู่ที่บ้านโคสึกะ เขาบอกว่าพวกโคสึกะอยากให้พี่รินดาราตาย”

อาคิระโกรธมาก เดินพุ่งเข้าไปหาฮิเดโนริด้วยอาการโมโหสุดขีด ฮิเดโนริชักสายตาไปด้านหลัง ด้วยสัญชาตญาน ของสุนัขจิ้งจอก ทำให้ฮิเดโนริได้ยินเสียงเดินด้านหลังโดยที่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร พร้อมๆ กับที่เสียงอาคิระเรียกชื่อเขาดังขึ้น “ฮิเดะ !” อาคิระเงื้อหมัดจะชกฮิเดโนริ
ฮิเดโนริเบี่ยงตัว หลบทัน แล้วคว้าแขนของอาคิระจับบิด “อาคิระ ?!!! แกคิดจะลอบกัดชั้นเหรอ”
อาคิระพลิกตัวกลับมา แล้วกระชากคอเสื้อของฮิเดโนริเอาไว้ได้ “ต่อให้ต้องถล่มโคสึกะทั้งตระกูลชั้นก็จะทำ ถ้าแกยังคิดทำร้ายคุณรินดารา” อาคิระกระชับคอเสื้อฮิเดโนริ สองหนุ่มมองหน้ากันและยื้อหยุดฉุดกระชากกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
ไอวิ่งตามเข้ามา “อาคิระ!” ไอวิ่งเข้าไปแยกสองหนุ่มออกจากกัน “อาคิระอย่า!” ไอดึงตัวอาคิระถอยออกมา “ใจเย็นๆ ก่อนได้มั้ย ที่อายูมิพูดอาจจะไม่ใช่เรื่องจริงก็ได้ อายูมิอาจจะเหงาก็เลยจินตนาการว่ามีเพื่อนจากโคสึกะมาเล่นด้วย”
“แต่อายูมิไม่เคยโกหก”
“แต่ก็ไม่เคยมีใครเห็นเด็กจากโคสึกะเข้ามาในบ้านเราเหมือนกัน”
ฮิเดโนริแปลกใจหันไปถามไอ เพราะรู้ว่าไอตอบแน่ “เด็กจากโคสึกะ?”
“ใช่ค่ะ อายูมิบอกว่ามีเด็กจากโคสึกะไปเล่นด้วย และเด็กคนนั้นก็เตือนว่าคุณจะฆ่าคุณรินดารา”
ฮิเดโนรินิ่วหน้าครุ่นคิด มิน่าฮิโตชิถึงหายหัวไปบ่อยๆ
“คุณรินดาราไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลของชั้นกับแก อย่าเอาเธอเข้ามาเกี่ยวข้อง”
“ไม่อยากจะเชื่อว่าอาคิระผู้นำแห่งมิยาคาวะจะเชื่อคำพูดของเด็ก เด็กของชั้นอาจจะดูการ์ตูนอะไรมา แล้วเอามาเล่าให้หลานของแกฟังสนุกๆ นี่ถ้าเด็กพูดว่าอุลตร้าแมนจะพังคฤหาสน์มิยาคาวะ แกก็คงจะต้องพาหลานพิการกับย่าแก่ๆ หนีออกไปด้วยสินะ”
“ไอ้ฮิเดะ!” อาคิระจะพุ่งเข้าไปชกฮิเดโนริ แต่ไอดึงตัวอาคิระห้ามเอาไว้
“อาคิระพอได้แล้ว !! ที่นี่ศาลเจ้านะ แล้วคนของเขาก็อยู่เต็มไปหมด กลับกันก่อนเถอะ เชื่อชั้นเถอะนะ..ไปเถอะอาคิระ” ไอพยายามรั้งและดึงให้อาคิระออกไป จนอาคิระต้องยอม
“จำเอาไว้นะฮิเดะ ถ้าคุณรินดาราเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียว ชั้นจะฆ่าแกด้วยมือชั้นเอง”
ไอลากอาคิระออกไป ฮิเดโนริยิ้มมุมปากอย่างกวนประสาท แต่พอไอพาอาคิระห่างออกไปจนลับตา ฮิเดโนริก็ เปลี่ยนสีหน้าเป็นโมโหทันที “ฮิโตชิ”

ห้องนอนฮิเดโนริ ฮิโตชิกำลังร้องไห้โฮ น้ำตาไหลเป็นสีดำ ตัวสะดุ้งไปตามเสียงแส้ฟาด ฮิเดโนริลงแส้ขึ้นหลังจากลงโทษเด็กน้อยจนสะใจ “นี่เป็นโทษที่แกหนีออกไปเล่นกับพวกมิยาคาวะ” ฮิเดโนริหยิบตุ๊กตาฮินะรูปเด็กผู้ชายแบบที่สามารถถอดหัวได้ “แล้วนี่ก็เป็นโทษ ที่แกกล้าเอาเรื่องของชั้นไปเตือนพวกมัน!”
ฮิโตชิปล่อยโฮก้มโค้งคำนับถี่ๆ “ไม่เอา...ไม่เอา...ฮิโตชิไม่อยากถูกขัง..ฮิโตชิขอโทษ...ฮิโตชิ ไม่ไปไหนแล้ว...ไม่พูดแล้ว”
แต่ฮิเดโนริไม่สนใจคำร้องขอของฮิโตชิ ฮิเดโนริเปิดท่อนหัวของตุ๊กตาฮินะแล้วจ้องไปที่ฮิโตชิ...ดวงตาของเขา เปลี่ยนเป็นสีเขียว...แล้วฮิโตชิก็กลายเป็นควันสีดำถูกดูดเข้าไปในตุ๊กตา เสียงฮิโตชิร้องไห้ยังดังต่อเนื่อง “ฮิโตชิขอโทษ...ฮิโตชิขอโทษ”
ฮิเดโนริปิดฝา เสียงฮิโตชิเงียบหายไป ฮิเดโนริวางตุ๊กตาไว้บนชั้น สีหน้าฮิเดโนริยังหงุดหงิดไม่หาย ประตูเลื่อนเปิดออก ไดซุเกะกับอัตซุโอะเดินเข้ามา ไดซุเกะมีสีหน้าหงุดหงิดโมโห
ฮิเดโนริหันไปหาปู่และโค้ง คำนับแสดงความเคารพ “คุณปู่มีธุระอะไรกับผมหรือครับ”
จู่ๆ ไดซุเกะตบหน้าฮิเดโนริอย่างแรง “เมื่อวานแกอุตส่าห์ได้โอกาสอยู่กับนังผู้หญิงคนนั้นตามลำพัง แล้วทำไมไม่จัดการมันซะ แกจะรอให้มันมาทำลายตระกูลของเราหรือไง”
“ปู่ส่งคนสะกดรอยตามผมหรือครับ” ฮิเดโนริมองอัตซุโอะ
“ผมไม่ได้สะกดรอยตามคุณฮิเดะนะครับ แต่บังเอิญว่าผมผ่านไปเห็นคุณฮิเดะนั่งคุยกับผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่สวน”
“งั้นแสดงว่าแกไม่เห็นตอนที่ชั้นเกือบจะถูกนังปีศาจฆ่าตายล่ะสิ ชั้นถึงยังไม่มีแรงจะลงมือฆ่าใคร”
“ปีศาจอะไรของแก”
“ผมไม่รู้ครับว่ามันเป็นใคร แต่สภาพของมันเหมือนผีตายซาก ตัวมันเย็นอย่างกับหิมะ”
“ตัวเย็นเป็นหิมะ”
“ผมใช้พลังปีศาจจิ้งจอกในตัวต่อสู้กับมัน ยังทำอะไรมันไม่ได้ ดวงตาสีฟ้าของมันมีพลังเหลือเกิน”
“แกว่ามันมีดวงตาสีอะไรนะ”
“สีฟ้าครับ” ไดซุเกะใจไม่ดี รีบหันหลังเดินออกไปจากห้องทันที
ฮิเดโนริกับอัตซุโอะตามไป

ไดซุเกะเดินเร็วๆ เข้ามาหยุดยืนหน้าหิ้งตั้งตุ๊กตาฮินะ ฮิเดโนริตามเข้ามาด้วยแต่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ไดซุเกะหลับตาขมุบขมิบท่องคาถาแล้วหยิบตุ๊กตาฮิะขึ้นมาดู แล้วพบว่ายันต์ที่ติดอยู่ใต้ฐานได้หายไปแล้ว
“มีอะไรหรือครับปู่”
“ยันต์ที่ควบคุมจิตวิญญาณของนางปีศาจหิมะหายไป แสดงว่านางปีศาจหิมะหลุดออกไปแล้ว”
ทุกคนอึ้งตกใจ !

บ้านมาโกโตะ ยูกิทรุดตัวมอบลงกับพื้นอย่างผู้ที่หมดเรี่ยวแรง ร่างกายอ่อนแอสุดขีด ทำให้นิ้วและเล็บทั้งสิบนิ้วของ ยูกิเขียวเน่าช้ำเลือดช้ำหนอง
มาโกโตะย่อตัวลงดูยูกิ ต้องเบนหน้าไปทางอื่น สีหน้าสะอิดสะเอียนเหม็นเน่ากลิ่นซากศพจากตัวยูกิ แต่ก็ต้องกัดฟันทนกลิ่นเหม็น ไม่อยากให้ยูกิขุ่นเคือง “เธอหายไปไหนมาทั้งคืน ชั้นเป็นห่วงเธอแทบแย่”
เสียงยูกิแหบพร่า “กว่าแกจะหาเหยื่อมาให้ชั้นได้ ชั้นคงนอนให้ร่างเน่าตายไปแล้ว”
“สภาพเธอตอนนี้ต้องการมากกว่าปกติ กว่าชั้นจะหาพวกที่กิเลสหนาๆหนักๆมาได้ ก็ต้องใช้เวลา เอาล่ะ..ชั้นขังเหยื่อที่เตรียมไว้ให้เธอตั้งแต่เมื่อวานแล้ว รับรองว่าเธอจะอิ่มกับความเลวของมัน” ยูกิยิ้มร้ายอย่างอ่อนแรง

ภายในบ้านมาโกโตะ ริเอะกำลังเดินขึ้นบันได เสียงผู้ชายร้องเอะอะดังออกมาจากด้านในทางห้องยูกิ “ยะ...ยะ...อย่า !!!!” ริเอะหันขวับมองไปทางเสียง แล้วเดินไปทางนั้นด้วยความอยากรู้

ผู้ชายตัวใหญ่ยืนชิดติดกำแพง ไม่มีทางหนี ยูกิยืนตรงหน้าแล้วยื่นมือมาบีบคอด้วยมือเดียว ผู้ชายคนนั้นใช้มือสองข้างจับแขนยูกิพยายามจะแกะแขนออก แต่ทำไม่สำเร็จ “ปล่อยกู! ปล่อย...ปล่อย !”
ยูกิมองลึกเข้าไปในดวงตาของผู้ชายคนนั้น สะกดให้ปากของผู้ชายก็อ้าออกเอง ผู้ชายเหลือบตาต่ำมองปากตัวเองด้วย ความอึ้งตะลึงงันที่เขาไม่สามารถบังคับปากของเขาได้ ยูกิอ้าปากกว้าง..ปากของเธอค่อยๆกว้าง..กว้าง..กว้าง ตาของผู้ชายเบิกโพลงด้วยความตกใจและหวาดกลัวจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า ชายคนนั้นพยายามดิ้นๆ แขนสองข้างที่ห้อยต่องแต่งปัดป่ายไปโดนกำแพง หรือเฟอร์นิเจอร์ใกล้ตัวเสียงดังปึงปัง

ริเอะได้ยินเสียงดังปึงปังจากในห้อง ริเอะหยุดเดิน นิ่วหน้าครุ่นคิด “คุณพ่อทำอะไร”
ในห้องยูกิอ้าปากกว้างจนมุมปากใกล้ถึงติ่งหู แล้วมวลพลังงานในรูปแบบของควันสีขาวหนาแน่นออกจากปาก ผู้ชายถ่ายเทเข้าสู่ปากของยูกิ ร่างของมันค่อยๆแห้งทีละนิดๆ เล็บเขียวช้ำของยูกิที่อยู่บนลำคอของผู้ชายค่อยๆ ดีขึ้น

ยูกิหันขวับไปมองทางหน้าห้อง รับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวของริเอะ มาโกโตะมองแปลกใจ

หน้าห้อง ริเอะเปิดประตูเข้าไปในห้อง แต่เจอมาโกโตะยืนขวางอยู่ที่หน้าประตู
“คุณพ่อ ริเอะได้ยินเสียงคนร้องอยู่ในห้อง เกิดอะไรขึ้นคะ”
มาโกโตะมีอาการล่อกแล่ก หลบสายตาอย่างมีพิรุธ “เอ่อ...พ่อ..พ่อลงโทษลูกน้อง”
ริเอะตกใจ “คุณพ่อฆ่าคนตายในบ้านของเราหรือคะ ! เราเคยตกลงกันแล้วนี่คะ ว่าจะไม่ให้ใครมาตายในบ้านของเราเหมือนตอนที่คุณแม่ยังอยู่ ทำไมคุณพ่อถึงทำผิดสัญญา”
“ริเอะฟังพ่อ พ่อไม่ได้ฆ่าใคร”
“คุณพ่อลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ริเอะเป็นลูกสาว คุณพ่อโกหกไม่ได้หรอกค่ะ”
ริเอะสะบัดตัวออกจากมาโกโตะแล้วปราดเข้าไปในห้อง “ริเอะ อย่า!”

ริเอะเดินพรวดพราดเข้ามาในห้อง สิ่งที่พบคือยูกินั่งหวีผมตัวเองช้าๆ ตามประสาคนรักสวยรักงาม ใบหน้าของยูกิยังซีดเซียว ยูกิได้พลังกลับคืนมาบ้างแล้วจากการดูดกิเลสของเหยื่อรายล่าสุด แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้กลับมาเป็นปกติ
“ชั้นได้ยินเสียงผู้ชายดังออกมาจากห้องนี้ เขาอยู่ไหน” ยูกิหวีผมไม่สนใจคำถามของริเอะ ทำเหมือนว่าริเอะเป็นอากาศธาตุ ริเอะปรี๊ดแตกปราดเข้าไปกระชากหวีจากมือยูกิแล้วปาทิ้งพร้อมกับตะคอกถาม “ชั้นถามเธอ ไม่ได้ยินหรือไง”
มาโกโตะตามเข้ามาเห็นภาพนั้นเข้าพอดีก็อึ้งตกใจ...ฉิบหายแล้ว ! จึงรีบเข้าไปดึงตัวริเอะออกมาจากยูกิ “ริเอะ พ่อบอกแล้วไงว่าไม่มีอะไร ออกไปข้างนอกกันเถอะ”
ริเอะสะบัดมือมาโกโตะออกจากตัว “ไม่ ! ริเอะไม่ไปไหนทั้งนั้น ริเอะทนปิดหูปิดตามานานแล้ว วันนี้ต้องรู้ให้ได้ว่าพ่อกับ” ริเอะมองยูกิด้วยหางตา “"มัน" กำลังปิดบังอะไรริเอะอยู่”
น้ำเสียงยูกิราบเรียบ “ความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ เป็นเรื่องที่น่าโง่เขลาที่สุด”
“ถ้าเธอไม่ได้อยู่ในบ้านของชั้น ชั้นก็ไม่ได้อยากรู้อยากเห็นเรื่องของผู้หญิงชั้นต่ำอย่างเธอหรอก คุณพ่อบอกริเอะมาเดี๋ยวนี้ เสียงผู้ชายคนนั้นมาจากไหน”
“ออกมากับพ่อ เดี๋ยวพ่อเล่าให้ฟัง”
“ไม่ ! ริเอะต้องรู้เดี๋ยวนี้” ริเอะหยิบมือถือในกระเป๋าออกมา “ถ้าคุณพ่อไม่บอก ริเอะจะโทรแจ้งตำรวจให้มาช่วยริเอะหาคำตอบ”
มาโกโตะหนักใจ ริเอะยิ้มมุมปากรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะเป็นฝ่ายชนะ แล้วตอนนั้นเองที่ยูกิยื่นมือไปที่หวีที่อยู่บนพื้น แล้วหวีก็เคลื่อนเข้ามาอยู่ที่มือของยูกิ ริเอะหันขวับไปมอง แต่ยังไม่เห็นเต็มตา
ยูกิหวีผมช้าๆ “ความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ เป็นเรื่องที่น่าโง่เขลาที่สุด” ทันใดนั้นเส้นผมของยูกิค่อยๆยาวขึ้น..ยาวขึ้น..จนถึงพื้น ริเอะกับมาโกโตะตกตะลึงสุดขีด โดยเฉพาะริเอะ
“นั่น...นั่นอะไร !?” เส้นผมของยูกิไล่ลงไปตามพื้นแล้วพุ่งอย่างเร็วไปพันรอบตัวริเอะ แล้วริเอะก็ล้มลงกับพื้น มือถือในมือของริเอะหล่นลงพื้น ริเอะกรี๊ดลั่น
“ยูกิ อย่า !!!” มาโกโตะจะเข้าไปช่วยลูก แต่ยูกิสะบัดหน้าหันมามองมาโกโตะ ดวงตาเป็นสีฟ้าวาบทำให้ขาของ มาโกโตะแข็งอยู่กับที่ มาโกโตะจะร้องก็ไม่มีเสียงเปล่งออกมา
“ไม่ต้องห่วง ชั้นไม่ทำอะไรลูกสาวของทาสผู้แสนดีของชั้นหรอก ชั้นแค่จะตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นให้ริเอะเท่านั้นเอง” ยูกิหันหน้าไปหาริเอะ ริเอะถูกเส้นผมกระชากมาที่หน้าตู้ ยูกิมองขวับไปที่ประตูตู้ ประตูตู้เปิดออกแล้วศพแห้งกรังจนกลายเป็นหนังติดกระดูกของเหยื่อรายล่าสุดก็หน้าคว่ำลงมาทับริเอะ ริเอะกรี๊ดลั่น หลับตาปี๋และเบือนหน้าหนี “ดูเดี๋ยวนี้ !” ใบหน้าของริเอะถูกดึงกลับมาดวงตาเบิกโพลงด้วยพลังอำนาจจากยูกิ
“ไม่ !เอาออกไป ชั้นไม่อยากดู คุณพ่อช่วยริเอะด้วย”
ยูกิพูดกระหืดกระหอบเพราะต้องใช้พลังที่มีอยู่น้อยนิด “ทำไมไม่อยากดูล่ะ ดูให้เต็มตาซะ อยากรู้ไม่ใช่หรือไง นี่ไงผู้ชายที่เธอถามหา พ่อเธอพามันให้มาเป็นเหยื่อของชั้น กิเลส ความเลวในตัวมันทำให้ชั้นรู้สึกดีขึ้น แต่เสียดายที่ร่างกายของชั้นอ่อนแอมากเกินไป” ยูกิทนใช้พลังอันน้อยนิดไม่ไหวแล้ว ยอมปลดปล่อยพลัง แล้วดวงตาสีฟ้าของยูกิหายไปอย่างไว พร้อมๆกับที่ เส้นผมคลายตัวออกจากร่างริเอะแล้วหดลงเป็นเส้นผมปกติอย่างเร็ว

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 8 วันที่ 27 เม.ย. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ