อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 8 วันที่ 29 เม.ย. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 8 วันที่ 29 เม.ย. 58

จนค่ำ ลือพงษ์จึงมาเยี่ยมลือชัย ถูกนางแย้มประชดทันทีว่าไม่มาเสียพรุ่งนี้เลยล่ะ ลือพงษ์ชี้แจงว่า พะยอมโทร.บอกว่าลูกไม่เป็นอะไรมากแค่ถลอกปอกเปิก นางแย้มสวนทันควันว่าอาจจะช้ำในสมองบวมก็ได้ใครจะรู้

ลือพงษ์คร้านที่จะต่อความยาวสาวความยืด หันไปถามลือชัยว่าทำไมขี่รถไม่สวมหมวกกันน็อก ลือชัยจ๋อยแต่นางแย้มโต้แทนว่าลือชัยเป็นวัยรุ่นจะบังคับให้สวมได้ยังไง มันร้อนด้วย ลือพงษ์พูดกับลูกประชดแม่ยายว่า


“งั้นแกก็จำเป็นบทเรียนเอาไว้ เจ็บแค่นี้มันยังน้อยไป” เลยโดนนางแย้มด่าว่าพูดอย่างนี้มันไม่รักลูก มันจะตายอย่างไรก็ไม่คิดจะดูดำดูดีเลยใช่ไหม พะยอมบอกแม่ว่าพอเถอะ นางแย้มพอไม่ได้ ขุดเรื่องเก่ามาด่าใหม่ว่า

“หรือพอรู้ว่าจะเป็นคดีกับเมียเก่า ก็กลัวจนหัวหด ลูกโตจนป่านนี้แล้วยังจะมีเยื่อใยกับมันอีกเหรอ” พะยอมสุดจะทนบอกแม่ว่าเบื่อจะฟังแล้วเมื่อไหร่จะเลิกพูดเรื่องนี้เสียทีแล้วเดินหนีไปเลย “ยังไงก็ต้องเอาเรื่องมัน อย่างน้อยมันก็ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าทำขวัญมาสักล้านนึง” นางแย้มหมายกินคำโต

ลือพงษ์ถามลือชัยอย่างเบื่อหน่ายว่าเข็ดหรือยัง ทีหลังจะขี่รถประมาทอย่างนี้อีกไหม ลือชัยตอบหน้าจ๋อยว่าเข็ดแล้ว

“จบเรื่องกันไป ต่างคนต่างอยู่เถอะครับ” ลือพงษ์บอกนางแย้ม แล้วเดินหนีไปอีกคน นางแย้มตะโกนตามไปว่าไม่มีทางหรอกโว้ย ลือชัยมองหน้านางแย้มถามว่า

“ยาย...แม่เป็นเมียหลวงหรือเมียน้อยพ่อ?”

ooooooo

มยุรีย์ขึ้นไปตามธนามากินข้าว พบพี่ชายกำลังอัดเพลงอยู่บอกว่าเดี๋ยวตามไปเอง มยุรีย์ถามว่าอัดให้ใคร ข้าวปลาไม่ยอมกินแบบนี้ต้องเป็นคนพิเศษแหงๆ

พอลงมาที่โต๊ะอาหาร มยุรีย์บอกพ่อกับแม่ว่าพี่ธนาเขาอิ่มอกอิ่มใจไม่ต้องกินข้าวก็ได้เพราะเขากำลังอินเลิฟอยู่

ทวีหัวเราะอารมณ์ดีถามว่าเพื่อนที่โรงเรียนหรือ

“เรียนห้องเดียวกับพี่ธนาเขานั่นแหละค่ะ พี่ธนาเขาตาถึงนะคะ พี่หทัยรัตน์เขาเป็นถึงดาวโรงเรียน เรียนเก่งด้วย สวยด้วย ที่บ้านเขาก็รวย ร้านทองในตลาดไงคะ แต่ยุรีย์ว่าพี่ธนาคงต้องใช้ความพยายามมากหน่อย ไม่งั้นกินแห้วแหงๆ”

อัมพรถามว่าทำไม มยุรีย์บอกว่าหทัยรัตน์ออกจะรำคาญธนาด้วยซ้ำ เพราะเขามีแฟนอยู่แล้ว ทวีบอกว่าแบบนี้ต้องพยายามเป็นสองเท่า

“แหงล่ะค่ะคุณพ่อ เพราะคู่แข่งพี่ธนาเขา...” ทวีเดาว่าหล่อกว่า มยุรีย์บอกว่าเรียนก็เก่งกว่าด้วย ทวีเตือนว่าอย่างนี้ก็ต้องทำใจกันแล้วล่ะ มยุรีย์ถามอัมพรว่าไม่อยากรู้ หรือว่าเป็นใคร พออัมพรถาม มยุรีย์บอก “ก็พี่ยงยุทธน่ะสิคะ”

อัมพรสบตากับทวีอึ้ง เริ่มเห็นถึงเค้าลางความวุ่นวายที่กำลังก่อตัวขึ้นแล้ว...

ooooooo

หทัยรัตน์กับระพีพรรณเป็นเพื่อนสนิทกัน หลังเลิกเรียนพิเศษพากันไปนั่งกินไอศกรีมคุยกันถึงการเข้าเรียนต่อ ระพีพรรณปรารภว่าแม่กลัวตนจะสอบสู้เด็กกรุงเทพฯไม่ได้ หทัยรัตน์เชื่อว่าเกรดอย่างระพีพรรณสอบโควตาได้หมออยู่แล้ว

ระพีพรรณมุ่งมั่นที่จะเรียนหมอเพราะไม่อยากให้แม่ผิดหวัง ถามหทัยรัตน์ว่าคงไม่คิดว่าเราเป็นคู่แข่งกันใช่ไหม

“บ้า...คู่แข่งอะไรกันล่ะ เราจะกอดคอไปด้วยกันต่างหาก” ระพีพรรณถามว่าถ้ายงยุทธเขาไม่เลือกเรียนหมอล่ะ เธอจะทำอย่างไร “ยังไงเขาก็ต้องเลือกหมอ เขาเรียนเก่งมาก เป็นความหวังของอาจารย์ทุกคนนะ ไม่เรียนหมอแล้วจะเรียนอะไรนี่..มีเรื่องนึงอยากให้ตัวเองช่วย”

เรื่องที่หทัยรัตน์ให้ระพีพรรณช่วยคือให้ช่วยบอกญาติเธอด้วยว่าให้ออกไปจากชีวิตตนเสียที รำคาญเต็มทีแล้ว คนอะไรไม่รู้พูดไม่รู้เรื่องเลย ระพีพรรณบอกให้ทนอีกนิดเดียวเรียนจบก็แยกย้ายกันไปแล้ว

“ทนอะไรล่ะ มันจะทำให้เรากับยงยุทธมีปัญหากันน่ะสิ” ระพีพรรณถามว่าเธอจริงจังกับยงยุทธขนาดนั้นเลยหรือ

“ที่เขาว่ารักในวัยรุ่นเหมือนฝุ่นเกาะรองเท้ามันก็จริงนะ แต่ในเมื่อมันเป็นรักแรกของเรา เราก็อยากให้มันยั่งยืน ประคับประคองมันไปให้ถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้นี่... แล้วตัวล่ะ ไม่มีใครมากุ๊กกิ๊กบ้างเลยเหรอ”

“ม่าย...เรื่องเรียนสำคัญที่สุดสำหรับระพี ระพีทำให้ใครๆผิดหวังในตัวระพีไม่ได้หรอก”

ระพีพรรณทุ่มเทให้กับการเรียนเต็มที่ ส่วนธนาเป็นเพราะชอบหทัยรัตน์ฝ่ายเดียวในขณะที่หทัยรัตน์คบอยู่กับยงยุทธที่ทั้งเรียนเก่ง หล่อ มาดดี มีคุณย่าคอยเป็น แบ็กให้ทุกเรื่อง เขาจึงต้องลงแรงเป็นสองเท่าอย่างที่ทวีผู้เป็นพ่อว่าไว้จริงๆ

เพราะโรงเรียนมีการเลือกประธานนักเรียน เวลานี้ มียงยุทธกับหทัยรัตน์สมัครทีมเดียวกัน เพื่อนๆคุยกันว่าจะเลือกไหม แต่เพราะมีลงสมัครอยู่คนเดียวยังไงก็ต้องเลือก ธนาฟังเพื่อนๆเหลือบมองยงยุทธกับหทัยรัตน์และทีมงานที่กำลังช่วยกันติดโปสเตอร์หาเสียงอย่างคึกคัก ก็ฮึดขึ้นมาถามเพื่อนๆว่า “ถ้าข้าลงสมัครแย่งกับมัน พวกเอ็งจะเลือกข้าไหมล่ะ”

ดังนั้น เมื่อวันนี้กลับมาเจอทวีรดน้ำต้นไม้อยู่ ก็เข้าไปถามว่า ตนจะลงสมัครประธานนักเรียน พ่อคิดอย่างไร

“ก็ดีนี่ลูก แต่ถ้าได้รับเลือกขึ้นมาจริงๆ เราจะทำไหวหรือ ความรับผิดชอบมันไม่ใช่น้อยนะ” ธนาถามว่าคุณพ่อกลัวตนจะทำไม่ได้ใช่ไหม “ไม่ใช่ยังงั้น แต่พ่อว่าหน้าที่แบบนี้มันควรจะเริ่มต้นจากความรู้สึกอยากทำงานเพื่อคนอื่น ไม่ใช่แค่ต้องการทำเท่ให้ชนะใจสาวคนไหน”

ถูกพ่อดักคออย่างรู้ทัน ธนาเชื่อว่าเมื่อคนอื่นทำได้ตนก็ทำได้ แต่พอทวีถามว่าแล้วสาวล่ะ ธนาบอกว่าก็มีบ้าง

“อยากทำอะไรก็ทำ ถ้าทำแล้วไม่ได้ทำให้ใครเขาเดือดร้อน แต่ต้องทำให้เต็มที่ ถ้าทำเหลาะแหละๆ สู้อย่าทำดีกว่า”

ธนารับคำอย่างเข้าใจ ทวีย้ำว่า “แล้วก็แบ่งเวลาให้ถูกด้วย ไม่ใช่เอาเวลากินข้าวไปมัวอัดเพลงให้สาวอยู่ ข้าวปลาไม่ยอมกิน”

“ครับ” ธนารับคำจ๋อยๆที่พ่อดูจะรู้ทันตนไปหมดทุกอย่าง

ooooooo

นับวันหทัยรัตน์ก็ยิ่งรำคาญธนา ที่มักหาโอกาสวอแวและใกล้ชิด แม้แต่เวลาเรียนก็แอบเขียนจดหมายรักให้เพื่อนส่งต่อๆจากหลังห้องไปให้หทัยรัตน์ที่หน้าห้อง

“รักหทัยรัตน์คนเดียว” จดหมายสั้นๆที่เขียนบนกระดาษสีชมพูส่งถึงมือหทัยรัตน์ เธอเปิดอ่านแล้วฉีกยัดใส่ลิ้นชักโต๊ะเรียน พวกเพื่อนๆธนาที่ชะเง้อมองอยู่พากันฮาธนาเบาๆ พอถูกอาจารย์ดุธนาก็ยังทะเล้นจนถูกตำหนิว่าชอบป่วนเพื่อนที่ตั้งใจเรียน พอธนาจ๋อยยงยุทธก็มองตำหนิและหทัยรัตน์ก็มองอย่างสมน้ำหน้า

ธนายิ่งตอแยหทัยรัตน์มากเท่าไร เธอก็ยิ่งไม่ชอบหน้าและหนีห่างมากเท่านั้น เลยยิ่งใกล้ชิดยงยุทธเพราะเป็นเด็กเรียนเหมือนกัน ทั้งยังสมัครเป็นประธานนักเรียนทีมเดียวกันด้วย

หลังจากระพีพรรณไปสวัสดีลือพงษ์ที่บริษัทเดินรถของเขาแล้ว ลือพงษ์ก็เพียรมาหาซื้อขนมมาฝากและให้เงินใช้ ทำอย่างลับๆ เพราะรู้ดีว่าถ้าอุไรรู้เข้าเป็นเรื่องแน่ วันนี้ลือพงษ์ก็ซื้อช็อกโกแลตแอบเอามาให้

ลือพงษ์อยากให้ระพีพรรณได้รู้จักกับลือชัย

อยากฝากน้องไว้สักคน ถึงจะคนละแม่แต่ก็อยากให้รู้จักกันไว้เผื่อวันข้างหน้าลำบากยังไงก็จะได้ช่วยเหลือกัน แต่พอลือพงษ์เห็นอุไรขับรถมารับระพีพรรณ เขาก็รีบหลบไป

กลับถึงบ้าน อุไรเห็นระพีพรรณกินช็อกโกแลตก็ถามว่าเอามาจากไหน ของแพงอย่างนี้เอาเงินที่ไหนซื้อ หรือแฟนซื้อให้ แอบมีแฟนใช่ไหม อุไรคาดคั้นจนระพีพรรณ บอกว่าพ่อซื้อให้ แล้วก็เป็นเรื่องทันที!

“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้ไปพบไปเจอมันอีก แกไม่คิดว่าฉันเป็นแม่แกแล้วใช่ไหม ถึงได้ขัดคำสั่งฉัน”

อุไรโกรธจนผลุนผลันออกไป ทิ้งระพีพรรณที่ถือช็อกโกแลตค้างหมดความอร่อยนั่งกร่อยอยู่ลำพัง

ลือชัยหายดีและกลับบ้านแล้ว แต่ไม่ยอมไปเรียนหนังสือ หมกมุ่นเล่นเกมจนข้าวปลาก็ไม่กิน พะยอม ถามว่าถ้าไม่เรียนหนังสือแล้ววันข้างหน้าจะทำอะไรกิน ลือชัยตอบอย่างเด็กไม่มีความคิดว่า

“อดตายก็ช่างหัวมัน แม่ยังจบปอสี่เลยไม่ใช่เหรอ แล้วแม่จะมาบังคับผมทำไม” แล้วเล่นเกมกดต่ออย่างเมามัน

พะยอมมองดูลูกแล้วน้ำตาร่วงอย่างช้ำใจ เมื่อตัวเองหมดปัญญาที่จะอบรมลูกได้ พะยอมไปหาลือพงษ์ที่บริษัท เจอผู้หญิงที่เขาพามาที่ห้อง ถูกผู้หญิงคนนั้นมองอย่างดูถูกถามลือพงษ์ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เด็กเก่าเฮียหรือว่าพี่สาว ลือพงษ์ไล่สาวคนนั้นให้เข้าห้องไปก่อน แล้วถามพะยอมว่า “มีอะไรว่ามา”

“กลับบ้านไปดูลือชัยมันมั่ง ถ้ายังคิดว่ามันเป็นลูกอยู่ ฉันมีปัญญาสั่งสอนอบรมมันได้เท่านี้แหละ” พูดแล้วสะบัดออกไป พะยอมลิ่วไปที่บ้านประยูร เล่าให้นางแย้มฟังน้ำตาร่วงว่า

“ฉันนึกสงสัยมานานแล้วว่าทำไมเขาถึงห้ามฉันไปที่บริษัท ที่แท้มันก็เป็นยังงี้เอง” นางแย้มเป็นเดือดเป็นแค้นถามว่าทำไมไม่ตบหน้านังนั่นไปสักฉาดสองฉาดให้รู้เสียบ้างว่าใครเป็นใคร พะยอมบอกว่าตนแลกกับคนแบบนั้นไม่ได้หรอกนางแย้มจะไปพูดกับลือพงษ์เอง พะยอมบอกแม่ว่าไม่ต้อง ตนจะหย่ากับเขา

“อียอม มึงอย่าโง่นักเลย ขืนมึงหย่ากับไอ้พงษ์ อีอุไรมันได้หัวเราะเยาะสมน้ำหน้ามึงแน่” พะยอมถามว่าแล้วจะให้ตนอยู่อย่างนี้หรือ “เออ! ลูกมันมึงก็เลี้ยงดูอย่างดี ไอ้พงษ์มันไม่มีทางทิ้งขว้างมึงหรอก ยังไงมึงก็เป็นเมียหลวง มึงจะต้องวอรี่อะไร กูว่ากูเดาไม่ผิด อีอุไรมันต้องดอดมาเจอผัวมึงบ้างล่ะ วัวเคยขาม้าเคยขี่กัน มันต้องคิดแก้แค้นเอาคืนมึงแน่ๆขืนมึงหย่ามึงก็เสียรู้มันน่ะสิ”

สุดาแอบฟังอยู่ นึกสะใจกับความฉิบหายของคนอื่น

ooooooo

ธนาใช้ลีลาร่าเริงขี้เล่นของตนจีบหทัยรัตน์ ส่งเพลงไปให้เธอในกล่องที่บรรจงประดิษฐ์เอง มีอักษรสวยงามที่หน้ากล่องว่า “จากใจธนา” หทัยรัตน์ถอนใจเซ็งๆโยนกล่องไปข้างๆ

หทัยรัตน์พยายามตั้งสมาธิอ่านหนังสือแต่ก็ทำไม่ได้ จิตใจถูกรบกวนว่อกแว่กไปที่กล่องเทปคาสเส็ท จนทนไม่ได้หยิบมาเปิดฟัง

“รัตน์...เทปม้วนนี้ธนาตั้งใจทำให้รัตน์นะ ฟังเพลงเพราะๆแล้วคิดถึงธนาบ้างละกัน...” แล้วเพลง “พอจะมีสิทธิ์ไหม” ของพี่เบิร์ดก็ดังขึ้น เนื้อหาและความไพเราะของเพลง ทำให้หทัยรัตน์เผลอยิ้มออกมา พึมพำเขินๆ “ตาบ้า...”

หลังจากให้กล่องเทปคาสเส็ทแล้ว ธนาไปเกาะรั้วแอบมองไปที่ห้องของหทัยรัตน์ ถูกหมาเห่ากรรโชกตกใจหงายลงมากองกับพื้น หทัยรัตน์ได้ยินเสียงหมาเห่าเดินไปดูที่หน้าต่าง เห็นเงาตะคุ่มๆก็เดาได้ว่าเป็นธนา พึมพำขำๆ

“สมน้ำหน้า...คนบ๊อง...”

ปล่อยใจไปครู่เดียว หทัยรัตน์ก็ดึงอารมณ์ตัวเองกลับมา เอาเทปคาสเส็ทใส่กล่องเก็บใส่ลิ้นชัก โทร.หายงยุทธ นางแย้มรับสายพอรู้ว่าเป็นหทัยรัตน์ก็เสียงอ่อนโยน ฝ่ายนั้นขอสายยงยุทธก็บอกให้รอเดี๋ยวแล้วส่งสายต่อให้ยงยุทธที่นั่งเงี่ยหูฟังอยู่

ยงยุทธเก๊กขรึม หทัยรัตน์ถามอะไรก็ตอบแค่ “อือ...อือ...อือ...” สุดท้ายถามเหมือนไม่อยากคุยด้วยว่า “มีอะไรอีกไหม” หทัยรัตน์อยากบอกว่าคิดถึงแต่พูดไม่ออก บอกว่าไม่มีอะไรแล้ว ขอให้นอนหลับฝันดี พรุ่งนี้เจอกัน

ฝ่ายธนากลับมานั่งเซ็งจนมยุรีย์มาเจอ แซวพี่ชายว่าอุตส่าห์ลงทุนไปมองหลังคาบ้านเขาแล้วยังกลับมานั่งเซ็งอีก ถามแซวว่ากลับมาแต่ตัวลืมเอาหัวใจกลับมาด้วยหรือเปล่า เห็นพี่ชายอารมณ์ไม่ดีก็บอกเล่าถึงเพื่อนๆ ที่คุยกันถึงสองหนุ่มที่เป็นคู่แข่งจีบหทัยรัตน์กันว่าให้เขายกธงขาวเสียเถอะ ยังไงก็สู้ยงยุทธไม่ได้หรอก เพราะสองคนนี้เขาคู่กันมานานแล้ว ไม่ว่างานไหนครูก็จับให้คู่กันมาตลอด

ธนาไม่อยากฟัง แต่พอมยุรีย์หยุดก็ขอเบอร์บ้านของหทัยรัตน์ มยุรีย์โยนกลองว่าเขามีเพื่อนสนิทตั้งหลายคนให้ไปขอให้เพื่อนช่วยดีกว่า ธนานิ่งไปครู่เดียวก็เด้งขึ้นมาร้องอย่างดีใจ “นึกออกแล้วว่าใคร”

ooooooo

เวทีหาเสียงจัดขึ้นที่หอประชุมโรงเรียน ยงยุทธขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงด้วยมาดขรึม จริงจัง ได้รับเสียงปรบมือเสียงเชียร์สนั่นห้องประชุม หทัยรัตน์ก็ปรบมือให้ยงยุทธยิ้มแย้มดีใจกับการปราศรัยของเขา

เมื่ออาจารย์มาสรุปการปราศรัยของหมายเลขหนึ่งแล้ว ก็เชิญหมายเลขสองแนะนำว่าเขาคือนักกีฬาดีเด่นของโรงเรียน สิ้นเสียงแนะนำของอาจารย์ เสียงกรี๊ดจากเพื่อนนักเรียนก็สนั่นราวกับการปรากฏตัวของซุปเปอร์สตาร์ในงานคอนเสิร์ต

ธนาวิ่งขึ้นเวทีอย่างมีชีวิตชีวาด้วยลีลาโลดโผนแข็งแรงสวยงาม แตกต่างกับบุคลิกของยงยุทธโดยสิ้นเชิง

เสียงกรี๊ดในห้องประชุมทำให้หทัยรัตน์ทึ่ง คิดไม่ถึงว่าธนาจะเป็นขวัญใจของใครต่อใครมากมายขนาดนี้

ธนาหาเสียงด้วยการร้องเพลงแปลงจังหวะสนุกๆ เรียกเสียงฮาเสียงหัวเราะไม่ขาด จนอาจารย์ก็อยู่ในอารมณ์เดียวกับลูกศิษย์ บางคนถึงกับลุกขึ้นมาเต้นอย่างสนุกสนาน

ยงยุทธมองขรึม เครียด ในขณะที่หทัยรัตน์ดูแล้วอดยิ้มไม่ได้

ooooooo

ธนาให้มยุรีย์พาไปพบระพีพรรณที่บ้านอุไร มีขนมติดมือไปฝาก แล้วธนาก็ขอให้ระพีพรรณช่วยเรื่องหทัยรัตน์

“ธนา...ระพีพูดไม่อ้อมค้อมนะ คือหทัยรัตน์เขาบอกกับระพีว่าเขารักยงยุทธมาก...คือเขาคงไม่มีวันรักธนาหรอก ระพีว่าธนาเลิกคิดเรื่องนี้เถอะ จะเสียเวลา เสียการเรียนเปล่าๆ”

“ถ้าระพีไม่คิดจะช่วย ก็ไม่ต้องพูดให้ธนาเสียใจดีกว่า” ธนากลับออกไปทันที เรื่องจบรวดเร็วจนมยุรีย์งง รีบตามธนาออกไป หันบอกระพีพรรณว่าแล้วค่อยโทร.คุยกันนะ

พอกลับถึงบ้าน ทวีถามว่าสองพี่น้องไปไหนกันมา ธนาไม่พูดไม่จาเดินขึ้นข้างบนไปเลย อัมพรเรียกลูกให้มากินขนม มองตามธนางงๆ ถามมยุรีย์ว่าพี่เขาเป็นอะไร?

“งอนมังคะ... แต่ไม่ได้งอนยุรีย์นะ พี่ธนางอนพี่ระพีที่ไม่ยอมเป็นแม่สื่อให้ค่ะคุณแม่ จะว่าไปคู่แข่งพี่ธนาเขาก็ไม่น่าสู้ด้วยเท่าไหร่หรอก สู้ยังไงก็แพ้” พูดแล้วหยิบขนมเดินออกไป อัมพรมองขึ้นข้างบน ปรารภกับทวีว่า

“มันเวรกรรมอะไร ลูกต้องมาแย่งคนรักคนเดียวกัน”

“ลูกยังเด็กน่าอัมพร มันเป็นเรื่องธรรมดาของวัยรุ่น” ทวีพูดอย่างเข้าใจลูก แต่อัมพรก็ยังหนักใจ

ooooooo

ทวีขึ้นไปหาธนาที่ห้องนอน เห็นนอนแผ่เซ็งๆ ฟังเพลงรักอกหักอยู่บนเตียง บอกธนาว่าเพลงนี้พ่อยังร้องได้เลย

“แต่คุณพ่อคงไม่เคยอกหักมังครับ”

“อกหักมันเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชาย เหมือนกินข้าวแล้วต้องกินน้ำ แต่พ่ออยากให้ธนาคิดอีกอย่างมากกว่า ความรักมันก็เหมือนกีฬา ยังไงก็ต้องมีการแข่งขัน แต่สุดท้ายแล้ว จะแพ้ชนะกันยังไงก็ต้องยอมรับผลการแข่งขันด้วย ธนาเป็นนักกีฬา พ่อว่าธนาคงเข้าใจมันดี”

“ครับคุณพ่อ”

“อีกอย่าง...พ่ออยากเห็นธนามุ่งหน้าสนใจการเรียนมากกว่า ตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญเท่าอนาคตของตัวลูกเองนะ”

“ผมจะพยายามครับคุณพ่อ”

ทวีตบบ่าลูกอย่างให้กำลังใจ ธนาฝืนยิ้มให้พ่อ

ooooooo

ที่ร้านไอศกรีมเจ้าประจำ หทัยรัตน์ขอบใจระพีพรรณที่ช่วยพูดเรื่องของตนกับธนา ระพีพรรณบอกว่าตนไม่ได้คิดเรื่องนั้น แต่ตนไม่อยากให้ธนาหมกมุ่นกับเรื่องนี้

“รัตน์ก็ไม่ได้รังเกียจเขาอย่างไม่อยากอยู่ร่วมโลกหรอกนะ แต่รัตน์ว่าเป็นเพื่อนกันเฉยๆดีกว่า”

“ใช่...เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ดีที่สุดแล้ว” ระพีพรรณยิ้มให้เพื่อนรักอย่างเห็นด้วย

ขณะนั้นเอง ยงยุทธกับนางแย้มผลักประตูเข้ามา ทั้งสองต่างมองหาที่นั่งและเห็นหทัยรัตน์กับระพีพรรณ แต่ต่างก็มองผ่านแล้วเดินไปหาที่นั่งยังอีกมุมหนึ่ง

หทัยรัตน์ถามระพีพรรณว่าควรจะเข้าไปทักไหม ระพีพรรณบอกว่ายงยุทธคงไม่อยากให้ย่าเขาพบกับตน หทัยรัตน์ถามว่าทำไม ระพีพรรณถามว่าแล้วเธอจะไม่ไปแสดงตัวหน่อยหรือ เชื่อว่าย่าเขาเห็นเธอแล้วนะ

“ฉันไม่กล้าหรอก...กลัวใจแก” ระพีพรรณดักคอว่ากลัว แต่อยากจริงจังกับหลานเนี่ยนะ

“ก็คนละคนนี่นา...” หทัยรัตน์ตอบเหมือนเข้าข้างตัวเอง

แต่นางแย้มแผนสูง ทำเป็นมองไม่เห็นแต่นั่งครู่เดียวก็บอกยงยุทธว่าจะไปเข้าห้องน้ำ แล้วไปหยุดที่โต๊ะหทัยรัตน์ ทักหทัยรัตน์ว่ามากับใคร...เพื่อนเหรอ?

พอหทัยรัตน์บอกว่าใช่ นางแย้มก็พ่นพิษทันทีว่า “หนูคบหาคนบ้านนี้เป็นเพื่อนด้วยหรือ” หทัยรัตน์ถามว่าทำไมหรือ? “แสดงว่าหนูยังไม่รู้กำพืดของตระกูลนี้ แต่เอาเถอะ บางทีลูกไม้อาจจะหล่นไกลต้นก็ได้” นางแย้มยิ้มเยาะเหยียดปากไปทางระพีพรรณแล้วเดินไปห้องน้ำ

หทัยรัตน์ถามระพีพรรณงงๆว่ามันคืออะไร เขาพูดเหมือนกับว่ารู้จักเธอ รู้จักกระทั่งพ่อแม่เธอ

“อย่าไปสนใจพวกปากหอยปากปูเลย” แต่หทัย–รัตน์ยังติดใจบอกว่าเขาจงใจแขวะเธอนะ “เอาไว้อารมณ์ดีกว่านี้จะเล่าให้ฟังแล้วกัน” ระพีพรรณตัดบทอย่างไม่พร้อมจะพูดอะไรตอนนี้

พอนางแย้มกลับไปที่โต๊ะก็บอกยงยุทธว่าถ้าคิดจะจริงจังกับหทัยรัตน์ย่าเห็นด้วย เห็นยงยุทธนั่งนิ่งก็ถามว่าฟังย่าอยู่รึเปล่า ยงยุทธบอกว่า “ฟังฮะ” ก็ถูกตำหนิว่า

“ครับสิ...ฮะได้ยังไง” ยงยุทธต้องตอบใหม่ว่าครับ นางจึงพูดต่อ “ทางเราก็มีไม่น้อย ลูกไม่ต้องกลัวนะ พ่อแม่เขาเรียกเท่าไหร่ย่าก็สู้ได้”

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 8 วันที่ 29 เม.ย. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ