อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 8 วันที่ 30 เม.ย. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 8 วันที่ 30 เม.ย. 58

“ครับสิ...ฮะได้ยังไง” ยงยุทธต้องตอบใหม่ว่าครับ นางจึงพูดต่อ “ทางเราก็มีไม่น้อย ลูกไม่ต้องกลัวนะ พ่อแม่เขาเรียกเท่าไหร่ย่าก็สู้ได้”

“ผมยังไม่คิดอะไรไกลขนาดนั้นหรอกครับ”

“สิบเก้าแล้วนะลูก ไม่คิดได้ยังไง นี่ได้ยินมาว่าเขาก็จะสอบแพทย์เหมือนกันไม่ใช่เหรอ ย่าว่าเราต้องเรียนพิเศษเพิ่ม จะได้สอบเข้าแพทย์ได้เหมือนกัน”


“คุณย่าครับ...”

“ไม่รู้ล่ะ ยังไงเราก็ต้องเป็นหมอให้ได้ มันเป็นหน้าเป็นตาวงศ์ตระกูลนะลูก อีกอย่างถ้าหมอได้คู่กับหมอด้วยกัน รับรองต้องได้ลือกันไปทั้งจังหวัดแน่”

ยงยุทธได้แต่นั่งฟังอย่างอึดอัด เพราะมีแต่ต้องทำตามย่าเท่านั้นจึงจะถูกจึงจะมีสิทธิ์พูด

ooooooo

อัมพรอึดอัดกลัดกลุ้มกับการถูกยงยุทธปฏิเสธเพราะถูกนางแย้มเป่าหู ตัดสินใจเขียนจดหมายให้เขา

“ยงยุทธลูกแม่...แม่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจดหมายยังไง แต่แม่อยากจะบอกให้ยงยุทธรู้ว่า แม่รักลูกมาก แม่อยากเจอลูก แม่อยากเข้าใกล้ลูก แม่อยากกอดลูก แม่คิดถึงลูกมาก ให้โอกาสแม่สักครั้งได้ไหม แม่อยากคุยกับลูก แม่อยากรู้ว่าลูกคิดอะไรกับแม่ แม่อยากอธิบายหากว่าลูกเข้าใจผิด ลูกจะให้โอกาสแม่ได้ไหม ลูกจะเจียดเวลาออกมาเจอแม่บ้างได้ไหม นัดแม่มาได้เลย ตามเบอร์โทรศัพท์ข้างล่างนี้ หรือจะเขียนจดหมายกลับมานัดหมายกับแม่ก็ได้ รักลูกเท่าชีวิต...แม่อัมพร”

ทวีเข้ามาเห็นอัมพรนั่งเขียนจดหมายอยู่ เขาทักว่า “นึกว่าหลับไปแล้วเสียอีก”

“ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะส่งจดหมายถึงลูก คุณคงไม่ตำหนิว่าฉันพิรี้พิไรนะคะ”

“อะไรที่ทำแล้วสบายใจก็ทำเถอะอัมพร ไม่แน่นะ จดหมายนั่นอาจจะช่วยให้อะไรๆดีขึ้นก็ได้ คุณเองก็จะได้นอนหลับเต็มตาเสียที”

“ทุกอย่างขึ้นอยู่กับยงยุทธค่ะ” อัมพรพับจดหมายสอดใส่ซองช้าๆอย่างครุ่นคิด...

ooooooo

อุไรยังทำงานหนัก วันนี้ก็ปรุงอาหารตามสั่งขายจนเป็นลม ระพีพรรณเข้ามาตามอาหารพอดีรีบประคองแม่ไว้ นางอ่ำตามเข้ามาเห็น ช่วยกันประคองอุไรไปนอนพัก ระพีพรรณเช็ดตัวให้แม่อย่างเป็นห่วง

นางอ่ำบ่นว่าบอกแล้วว่าอย่าหักโหม ทำแค่พอดี พอตัวก็พอแล้ว อุไรบอกว่าเห็นลูกค้าเต็มร้านเสียดายเพราะเงินทั้งนั้น ระพีพรรณอยากพาแม่ไปหาหมอ อุไรบอกว่าไว้ให้ระพีพรรณเรียนหมอจบก่อนค่อยไปตรวจ

“เงินทองเราก็พอมีเก็บแล้ว แม่ว่าร้านอาหารนี่ปล่อยให้คนอื่นเขาเซ้งไปทำไม่ดีกว่าหรือ”

อุไรเสียดายเพราะเราทำมากับมือ และตนก็อยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรคงไม่ได้ นางอ่ำบอกว่ารู้ว่าอุไรชอบค้าขายแต่ขายอย่างอื่นที่ไม่เหนื่อยเกินไปดีกว่า

“หนูสัญญาว่ายังไงหนูก็จะสอบเข้าแพทย์ให้ได้ แม่ไม่ต้องทำงานหนักจนเหนื่อยขนาดนี้หรอกนะจ๊ะ”

ooooooo

วันนี้ ทวีถามธนาขณะกินข้าวกลางวันด้วยกันที่บ้านว่าคิดได้หรือยังว่าจะเรียนต่อที่ไหน มยุรีย์บอกว่าเขาจะสอบโควตากันแล้ว อัมพรบอกว่าเรียนที่บ้านเราก็ได้จะได้ไม่ต้องไปไกล

ที่แท้ธนามีเป้าหมายอยู่แล้ว มยุรีย์บอกพ่อดักคอพี่ชายว่าจะเรียนหมอเหมือนหทัยรัตน์ ทวีถามว่าจะไหวหรือ

“ผมรู้ตัวดีครับพ่อ อย่างเก่งถ้าผมจะเข้ามหาวิทยาลัย ก็คงต้องอาศัยโควตานักกีฬาครับ...ขอเวลาผมตัดสินใจอีกหน่อยแล้วกันครับ ยังมีเวลาอีกตั้งเทอม”

อัมพรเอาจดหมายไปฝากอาจารย์ให้ยงยุทธ อาจารย์ถามว่าทำไมไม่เอาให้เอง อัมพรอ้างว่าจะรีบไปธุระ

อาจารย์คนนั้นมองจดหมายในมืออย่างลำบากใจ เพราะนางแย้มเคยห้ามไว้ จึงเอาจดหมายให้นางแย้ม พอรับจดหมายนางแย้มบอกว่า พรุ่งนี้จะซื้อเค้กร้านเปิดใหม่ที่เขาลือกันว่าอร่อยมาฝาก

ลือพงษ์ยังเพียรแอบมาพบระพีพรรณ วันนี้ระพีพรรณบอกว่าแม่คงเลิกทำร้านอาหารและให้คนอื่นเซ้งร้าน ลือพงษ์บอกว่าดี งานจะได้ไม่หนักเกินไป ระพีพรรณบอกว่าวันนี้แม่กับยายคงไปหาตึกใหม่ และคงซื้อเพราะแม่บอกว่าไม่อยากเป็นหนี้ใคร

ลือพงษ์บอกว่าแล้วพ่อจะหาทางช่วย พลางส่งเงินให้ระพีพรรณไว้ใช้ เธอบอกพ่อว่ายังมีใช้ ขณะคุยกันอยู่ อุไรมาเห็นเป็นเรื่องทันที

“คำสั่งฉันมันไม่มีความหมายอะไรเลยใช่ไหมระพี” อุไรฉุนขาด สั่งระพีพรรณให้คืนเงินไปเสียแล้วเข้าห้องเรียนได้แล้ว อุไรดึงเงินจากมือระพีพรรณ ระพีพรรณไหว้แม่กับพ่อแล้วรีบไปเรียน อุไรเอาเงินยัดใส่คอเสื้อลือพงษ์บอกว่าตนเลี้ยงลูกเองได้ ปรามว่า

“ถ้ายังขืนมาวอแวกับลูกฉันอีก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” ลือพงษ์บอกว่าแค่อยากช่วยเลี้ยงลูกบ้างเท่านั้น “ไม่ต้อง! อย่าคิดมาอ้างสิทธิ์ความเป็นพ่อ”

“แม้แต่ความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันงั้นเหรออุไร”

“สิทธิ์ความเป็นคนร่วมโลกก็อย่าหวัง” อุไรแค้นฝังหุ่น ยิ้มเยาะใส่หน้าก่อนเดินไป

ลือพงษ์ยืนคอตกอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ผลการแข่งขันเป็นประธานนักเรียน ปรากฏว่ายงยุทธชนะ ทั้งยงยุทธและหทัยรัตน์ต่างดีใจกันมาก แต่ธนาที่เป็นฝ่ายแพ้ไม่ได้เสียอกเสียใจอะไร เขาแสดงความยินดีกับยงยุทธและหทัยรัตน์เยี่ยงน้ำใจนักกีฬาแต่พูดเป็นนัยว่า

“วันนี้ฉันอาจจะแพ้นาย แต่วันข้างหน้ามันไม่แน่ นายกับฉันยังมีเรื่องต้องแข่งกันอีกเยอะ”

เมื่อมีโอกาสเจอหทัยรัตน์ที่บริเวณสนามบาสโรงเรียน ธนาเข้าไปบอกว่าเสาร์นี้มีแข่งกีฬาระหว่างโรงเรียนขอให้ไปให้กำลังใจด้วย หทัยรัตน์ตอบหน้าบอกบุญไม่รับว่าไม่ว่าง

แต่พอใกล้วันแข่งจริงๆ หทัยรัตน์ชวนระพีพรรณไปดูกีฬาระหว่างโรงเรียนกัน ระพีพรรณถามว่านึกยังไง ดักคอว่าเชียร์โรงเรียนหรือเชียร์ใครกันแน่

“บ้า...ใครๆ ก็กลัวโรงเรียนตัวเองแพ้ทั้งนั้นแหละ นะ...ไปเป็นเพื่อนกันหน่อย”

“ดูก่อนได้ไหม ไม่แน่ใจว่าแม่จะให้ทำอะไรรึเปล่า” ระพีพรรณแบ่งรับแบ่งสู้

ooooooo

เย็นนี้เมื่อโรงเรียนเลิก ปวริศในชุดนักเรียนเตรียมทหารที่แสนเท่ เดินไปรับลลดาที่โรงเรียน ลลดาร้องเรียกพี่ชายอย่างอยากอวดเพื่อน ระพีพรรณนั่งอ่านหนังสือรออุไรมารับเห็นแล้วเมินเพราะรู้ว่าเป็นหลานนางแย้ม

พอดีอุไรมารับ ระพีพรรณรีบลุกขึ้นเก็บข้าวของ มือปัดถูกกระเป๋าหล่นของหกเรี่ยราด เธอรีบก้มเก็บ มีมือหนึ่งหยิบของที่หล่นยื่นให้ ระพีพรรณขอบคุณแต่พอเห็นหน้าเจ้าของมือเธออึ้ง...

ปวริศมองผ่านปีกหมวดมาด้วยสายตาเป็นมิตร สุภาพ และมีพลัง อุไรกดแตรเรียก ระพีพรรณรีบขอบคุณปวริศแล้ววิ่งไปขึ้นรถ ปวริศถามลลดาว่าใคร น้องสาวบอกว่า “พี่อย่ารู้เลย รู้แล้วจะหนาว”

ปวริศถามว่าใคร ทำไมต้องหนาว ลลดาบอกว่าเป็นหลานยายอ่ำไง!

ส่วนระพีพรรณพอขึ้นรถอุไรก็ถามขรึมว่าเมื่อกี๊ใคร ระพีพรรณบอกว่าไม่รู้

“หน่วยก้านก็ดีนะ เสียอย่างเดียวเป็นหลานอีแย้ม!”

ooooooo

นางแย้มรับจดหมายจากอาจารย์ไปเปิดอ่านในรถ อ่านแล้วฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทิ้งใส่ลิ้นชักคอนโซลอย่างแค้นใจ

วันนี้นางแย้มไปเรียกเก็บดอกเงินกู้ที่ตลาด ความเค็มและเหี้ยมของนางทำให้ลูกหนี้ที่ทนไม่ได้รุมยำเสียยับเยิน กลับมาบ้านสั่งให้สุดาตามประยูรกลับมา จะให้จับพวกนั้นเข้าคุกให้หมด

สุดาดูรอยฟกช้ำให้ หายาหม่องไม่เจอ นางแย้มจึงให้ยงยุทธไปหาที่รถ ยงยุทธเจอเศษกระดาษที่ถูกฉีกทิ้งอยู่ในลิ้นชักคอนโซล ที่เศษกระดาษชิ้นหนึ่งมีชื่อตัวเอง เชื่อว่าต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับตนแน่คืนนี้จึงล็อกประตู เอากาวแปะเศษกระดาษนั้นจนเป็นแผ่น

นางแย้มตามมาดูแลผิดสังเกตที่ยงยุทธล็อกห้อง ร้องเรียกให้เปิดถามว่าทำไมวันนี้ล็อกห้อง ยงยุทธปดว่ามืออาจจะไปถูกโดยไม่รู้ตัว นางแย้มย้ำว่าวันหลังต้องระวังเกิดเป็นอะไรขึ้นมาเดี๋ยวย่ามาช่วยไม่ทัน

“ครับคุณย่า” ยงยุทธรับคำอย่างหัวอ่อนตามเคย

ooooooo

ปวริศตกหลุมรักระพีพรรณเลียบเคียงถามลลดา น้องสาวตัวดีเล่าฉอดๆว่า

“เขาได้รางวัลเรียนดีทุกปี เป็นหน้าเป็นตาโรงเรียน เป็นตัวเก็งว่าต้องสอบติดแพทย์แน่ ๆ...มีอะไรอีกไหมคะ”

“เขามีแฟนรึยัง”

“พี่เขาเป็นเด็กเรียน ไม่เคยเห็นมีนักเรียนชายโรงเรียนไหนมาจีบ...เอ๊ะ! ยังไงกันเนี่ย อย่าบอกนะ...ว่าพี่ปวริศสนใจเขาน่ะ เขาแก่กว่าพี่ปีนึงนะ” ปวริศบอกว่าปีเดียวเอง “ไม่ได้หรอก ขืนคุณย่ารู้ เป็นเรื่องแน่”

“ก็อย่าให้รู้สิ”

“นี่ล้อเล่นใช่ไหม พี่ปวริศ”

“โน่น...คุณพ่อมาแล้ว” ปวริศตัดบท ลลดาวิ่งนำไปทันที ปรวิศในชุดนักเรียนเตรียมทหารเดินตามไปอย่างเท่

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารร้านตัดเสื้อของพะยอมวันนี้ สุดาเล่าให้นางแย้มฟังว่า ได้ยินมาว่าร้านอาหารของอุไรท่าทางจะแย่ เห็นว่าเลิกขายไปแล้ว นางแย้มพูดอย่างสะใจว่ามันน่าจะเจ๊งไปตั้งนานแล้ว คนก๊กนี้ทำบาปหนาทำมาหากินอะไรก็ไม่เจริญหรอก

ปวริศถามว่าคุณย่าพูดถึงใครหรือ นางแย้มบอกวันหลังจะเล่าให้ฟัง ยงยุทธนิ่งอย่างไม่สนใจ พะยอมเร่งให้กินข้าวกันเถอะ ระหว่างนั้นลลดาอ้อนย่าขอเปียโนสักหลัง ประยูรติงว่าร้องเพลงก็เรียนแล้ว จะเอาเปียโนไปทำไมอีก

ลลดาอ้อนว่าตนอยากเป็นนักร้องที่เล่นเปียโนได้ ด้วย เวลาไปประกวดที่ไหนจะได้เด่นกว่าคนอื่น นางแย้มให้ทันที

“งั้นเอาเลยลูก เดี๋ยวย่าซื้อให้ มันกี่พันกันล่ะ” พอลลดาบอกว่าเอาแบบที่พอใช้ได้ก็แสนกว่าเอง นางแย้มแทบสะอึก สุดาบอกให้เอาถูกๆก็พอเกรงใจคุณย่า

“ไปเลือกเอาเลย อยากเอาอันไหน เอาให้สมหน้าสมตา อย่าให้ใครมันดูถูกเอาได้” นางแย้มสู้ตายเพื่อรักษาหน้า

ประยูรถามว่าปวริศไม่ขออะไรคุณย่าบ้างหรือ

ถูกลลดาขัดคอว่าอย่าไปสนใจเลยตอนนี้เขากำลังอิ่มอกอิ่มใจ นางแย้มถามทันทีว่าอะไร? ปวริศรีบกลบเกลื่อนว่า

“เปล่าครับ ไม่มีอะไรครับคุณย่า” แต่แอบฝากแค้นเล็กๆ ไปทางน้องสาว

“ย่ามีความสุข หลานย่าแต่ละคนเก่งๆกันทั้งนั้นเลย” นางแย้มยิ้มหน้าบาน ยงยุทธที่นั่งเงียบอยู่ตลอดมาแอบนึกกลัวว่าวันข้างหน้าย่าอาจผิดหวัง

ooooooo

ความชิงชังชิงดีชิงเด่นอาฆาตมาดร้ายของนางแย้มที่มีต่อครอบครัวนางอ่ำนั้น วันเวลาผ่านไป ครอบครัวใหญ่ขึ้นนางแย้มก็ยิ่งปลูกฝังความเกลียดชังอาฆาตแค้นนี้ให้ลูกหลานแก้แค้นกันต่อไป

วันนี้นางแย้มกับสุดาไปดูอาคารพาณิชย์ในทำเลทองบอกสุดาที่มาด้วยว่าซื้อทิ้งไว้ก็ไม่เสียหลาย ขายทิ้งก็ได้กำไร เห็นๆ สุดาเปรยๆ ว่าปวริศยังไม่ได้อะไรจากย่าเลยสักอย่าง นางแย้มบอกว่ารอดูความประพฤติก่อน

พอดีเจ้าของตึกเดินออกมา นางแย้มถามว่าตึกนี้ขายเท่าไร พอเจ้าของบอกว่าเก้าแสน นางก็บ่นว่าทำไมบอกแพงอย่างนี้ขอให้ลดหน่อยเผื่อจะสู้ราคาไหว

“ลดไม่ได้แล้วจ้ะ ขายไปแล้ว” นางแย้มทำเสียงผิดหวัง “เพิ่งตกลงกับคนซื้อเขาเดี๋ยวนี้เอง”

พอดีนางอ่ำกับอุไรเดินออกมา นางแย้มเห็นทั้งสองก็ปากคันทันที

“โธ่...กูนึกว่าใคร ไงล่ะ ทำร้านอาหารก็เจ๊งยังคิดจะทำมาค้าขายอะไรอีก กลับไปเลี้ยงควายไถนาที่หนองนมวัวกันเถอะไป๊”

อุไรไม่ยอมลดราวาศอก นางแย้มเผ็ดร้อนมาแค่ไหนก็คืนไปยิ่งกว่า จนนางอ่ำบอกให้พอเถอะอย่าต่อปากต่อคำเลย

นางแย้มหันไปบอกเจ้าของตึกว่าสองคนนี้ไม่มีปัญญาซื้อหรอกถ้าจะขายก็ขายให้ตน เก้าแสนก็เก้าแสนอวดรวยจะจ่ายทันที

“เขาจ่ายเงินสดกันไปแล้ว จะโอนกันอยู่รอมร่อ ถ้ามึงอยากได้ตึกนี่มากก็มากราบตีนกูสิอีแย้ม” อุไรหัวเราะเยาะ

นางแย้มเสียหน้าถลันจะเข้าไปตบ ถูกสุดาดึงไว้ นางอ่ำก็รั้งอุไรไว้

นางแย้มทำอะไรไม่ได้ ถีบก็ไม่ถึง เลยถ่มน้ำลายใส่พูดอาฆาต “มึงกับกูต้องได้เห็นดีกัน”

“เออ กูก็จะคอยมึงอยู่ทุกวัน อย่าช้านะ เดี๋ยวจะแก่ตายซะก่อนอีแย้ม” อุไรตะโกนไล่หลัง

“มึงนี่ไม่น่าห้ามกูเลย ไม่งั้นกูได้ตบอีสองแม่ลูกนั่นล้างน้ำไปแล้ว เอามึงมาด้วยก็เป็นอย่างนี้ทุกทีถ่วงความเจริญ”

นางแย้มหันมาด่าสุดาแทน สุดาได้แต่กัดฟันทนไม่ตอบโต้ หวังอดเปรี้ยวไว้กินหวาน

ooooooo

การแข่งกีฬาสีเริ่มแล้ว ลลดาไปเชียร์ธนาทุ่มหมดหัวใจ พอเห็นธนาโชว์ลีลาเหนือชั้นก็กรี๊ดลั่น

“พี่ธนาสู้ๆ...พี่ธนาสู้ๆ”

ระหว่างธนากำลังแข่งบาสในสนาม ตาก็คอยมองหาว่าหทัยรัตน์มาเชียร์ตนหรือเปล่า พอไม่เห็นใจก็เริ่มแป้ว เล่นอย่างไร้อารมณ์ ฝีมือตกไปทุกที

ที่แท้หทัยรัตน์กับระพีพรรณมาช้าไปเล็กน้อย พอมาถึงหทัยรัตน์ก็เสนอให้ไปเชียร์บาสกันก่อน ระพีพรรณอยากไปเชียร์วอลเลย์ก่อนแต่ก็ต้องวิ่งตามหทัยรัตน์ไป พอหทัยรัตน์ไปถึงเห็นทีมของโรงเรียนอื่นทำแต้มนำอยู่ ก็ตะโกน

“ธนา...นายทำทีมโรงเรียนแพ้ไม่ได้นะ”

พอธนาได้ยินเสียงหทัยรัตน์กำลังใจก็มาเป็นกอง เล่นอย่างมีชีวิตชีวาลีลาเหนือชั้นจนทำแต้มไล่คู่ต่อสู้ตีตื้นขึ้นมาอย่างเร็ว ในที่สุดธนาก็หยอดลูกลงห่วงเป็นลูกชี้ขาดทำให้ชนะทีมคู่แข่งได้อย่างน่าอัศจรรย์ เสียงปรบมือกึกก้อง

หทัยรัตน์ดีใจสุดๆ เห็นเพื่อนร่วมทีมกรูกันมาห้อมล้อมธนาจับโยนขึ้นในอากาศไชโยโห่ร้องกันกึกก้อง หทัยรัตน์มองอย่างตื่นเต้น ทึ่ง ที่ธนาเป็นฮีโร่ของเกมในวันนี้จริงๆ

ในบริเวณงาน ธนามองหาหทัยรัตน์ พอเห็นก็วิ่งไปหาขอบใจที่อุตส่าห์มาวันนี้ หทัยรัตน์พูดอย่างไว้เชิงว่าตนก็แค่กลัวโรงเรียนเราแพ้เท่านั้นเอง

“ลูกสุดท้ายที่เค้าชู้ตน่ะ เค้าชู้ตเพื่อรัตน์คนเดียวเลยนะ หมดแรงแล้วด้วยตอนนั้นน่ะ”

“บ้า...” หทัยรัตน์เขินไม่กล้าสบตา ระพีพรรณเอ่ยแทรกขึ้นว่าขอให้ขยันอ่านหนังสือให้เหมือนขยันซ้อมกีฬาก็คงจะดี ธนาทำเสียงอ้อนว่ามันเหมือนกันที่ไหนล่ะ ก็พอดีลลดาวิ่งเข้าแทรก ชมธนาว่าเก่งที่สุดเลย ขอลายเซ็นด้วย ธนาถามว่าจะให้เซ็นที่ไหน ลลดาเปิดกระเป๋าสะพายให้เซ็นไว้ใต้ฝากระเป๋าด้านใน

ปวริศที่เจอกับหทัยรัตน์กับระพีพรรณที่รถขายไอศกรีมมาก่อนแล้ว ยืนอยู่หลังลลดาแอบมองระพีพรรณ พอระพีพรรณเห็นปวริศยืนมองอยู่ เธอกำลังยิ้มดีใจกับธนาก็หุบยิ้มทันทีแล้วดึงหทัยรัตน์ออกไป พอธนาเงยหน้าจากแจกลายเซ็นให้ลลดาก็เห็นหทัยรัตน์เดินไปแล้ว ก็ตะโกนตามหลังไปอย่างร่าเริงว่า

“ธนาจะตั้งใจเรียน รัตน์เป็นกำลังใจให้ธนาด้วยนะ”

หทัยรัตน์หันกลับมาค้อนใส่เพราะอายคนอื่น ส่วนธนาดีใจกระโดดตัวลอยที่วันนี้ได้รับกำลังใจจากหทัยรัตน์

ooooooo

นางแย้มจับได้ว่ายงยุทธเอาจดหมายของอัมพรที่ตนฉีกยัดใส่ลิ้นชักคอนโซลไว้ไปปะต่อจนเป็นแผ่น นางโกรธจนตัวสั่น ขึ้นมึงขึ้นกูกับยงยุทธทันที ทั้งลำเลิกทั้งด่าอย่างสาดเสียเทเสีย ขยำกระดาษจดหมายทิ้งแล้วตัวเองก็เป็นลมไป

ยงยุทธตกใจมาก แต่ยิ่งขอโทษก็ยิ่งถูกนางแย้มด่าจนยงยุทธน้ำตาร่วง พะยอมต้องขอร้องแม่ว่ายงยุทธขอโทษแล้ว แม่ให้อภัยหลานสักครั้งเถอะ นางแย้มจึงนิ่งไป

“ผมขอโทษครับ ผมจะไม่ทำให้คุณย่าต้องเสียใจเพราะผมอีกแล้วครับ” ยงยุทธคลานไปกราบแทบเท้า

นางแย้มมองยงยุทธอย่างผู้ชนะ เรียกให้เข้าไปใกล้ ลูบหัวบอก

“ในโลกนี้ ไม่มีใครรักหลาน หวังดีต่อหลานเท่าย่าอีกแล้ว...จำเอาไว้”

ในที่สุดจดหมายฉบับนั้นก็ถูกโยนลงเตาไฟเผาจนกลายเป็นขี้เถ้า

ooooooo

หลังจากอัมพรฝากจดหมายอาจารย์ให้ยงยุทธแล้ว รุ่งขึ้นก็ไปดักรอยงยุทธคาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับด้วยดี แต่สิ่งที่อัมพรได้รับคือความเย็นชาหมางเมินและหลบเลี่ยงที่จะพบ

อัมพรกลับไปเล่าให้อุไรกับนางอ่ำฟังน้ำตาไหลพรากว่าลูกมองตนอย่างเฉยชามาก ร้องไห้คร่ำครวญว่า

“ไม่มีอะไรจะเจ็บเท่าเลือดในอกของเราเห็นเราเป็นคนแปลกหน้าอีกแล้ว”

นางอ่ำปลอบว่าลูกอาจจะยังไม่ได้รับจดหมายก็ได้ แต่อุไรด่าว่านางแย้มแหละตัวดี บอกอัมพรอย่าเพิ่งท้อ เรายังมีหนทางอีกเยอะ เสียน้ำตาตอนนี้ก็เท่ากับยอมแพ้มัน จิกตาพึมพำ “มันยังรู้ฤทธิ์พวกเราน้อยไป!”

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 8 วันที่ 30 เม.ย. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ