อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 8/4 วันที่ 27 เม.ย. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 8/4 วันที่ 27 เม.ย. 58

“ตามตำนานที่ปู่ฟังมาจากบรรพบุรุษ นังปีศาจหิมะมันหลงรักเทพเจ้านกกระเรียน ที่พวกมิยาคาวะเคารพ ถ้าเทพเจ้านกกระเรียนยังอยู่บนโลกมนุษย์จริงอย่างที่บรรพบุรุษของเราบอก นั่นก็แสดงว่านังปีศาจหิมะอาจจะไปที่มิยาคาวะ”
“งั้นผมจะลองสืบจากคนในมิยาคาวะดู ว่านางปีศาจหิมะไปวนเวียนที่มิยาคาวะบ้างหรือเปล่า”
“ดี...รีบตามล่าหามันให้พบ..เพราะถ้ามันแข็งแรงขึ้นมาเมื่อไหร่ มันอาจจะย้อนกลับมาแก้แค้นเราที่กักขังมันมานานหลายร้อยปี”
ฮิเดโนริสีหน้าเครียดตึง

อาคิระกับริเอะเดินเข้ามาหยุดยืนที่หน้าตึกโรงแรม
ริเอะหันมาพูดกับอาคิระ “อาคิระสัญญากับริเอะนะคะ ว่าจะรอฟังข้อเสนอของคุณแฮโรลด์ก่อน อย่าเพิ่งปฎิเสธเขาทันที”


อาคิระพยักหน้ารับ ทั้งสองกำลังจะเดินเข้าตึก แต่อาคิระหันไปเห็นไอเดินอยู่ไกลๆ “ไอ !? มาทำอะไรแถวนี้” อาคิระกับริเอะ “ริเอะ เดี๋ยวผมมา” อาคิระไม่รอให้ริเอะตอบ แล้วเดินไปหาไอทันที
“อาคิระคะ อาคิระจะไปไหนคะ” ริเอะมองตามอย่างแปลกใจ

อาคิระเดินตามไอท่ามกลางฝูงชนมากมาย “ไอ! ไอ!”
แต่ไอไม่ได้ยิน ไอเดินหายเข้าไปในฝูงชน อาคิระเร่งฝีเท้าตาม
ไอเดินผ่านฝูงชนเข้ามาเจอฮิเดโนริที่ยืนคอยอยู่
ฮิเดโนริหันมายิ้มหวานให้ไอ “คิดว่าเธอจะเคลียร์งานออกมาหาชั้นไม่ได้ซะแล้ว”
“เธอก็รู้ เพื่อเธอ ชั้นทำได้ทุกอย่าง ไปกันเลยมั้ยคะ”
“ยังก่อน” ฮิเดโนริโน้มหน้าจูบไอ ไอหลับตาพริ้ม
ตอนนั้นอาคิระเดินผ่านฝูงชนเข้ามาจนเกือบจะเจอฮิเดโนริกับไออยู่ด้วยกันแล้ว แต่ริเอะก็เข้ามาคว้าแขน อาคิระให้หันกลับไป “อาคิระ..มาทำอะไรตรงนี้” อาคิระหันมาที่ริเอะ แล้วหันกลับไปมองหาไอ แต่ไม่เจอไอซะแล้ว อาคิระสีหน้าสงสัย
ภายในโรงแรม อาคิระง่วนอยู่กับการพยายามโทรหาไอแต่ติดต่อไม่ได้ ส่วนริเอะกำลังคุยอยู่กับพนักงานโรงแรมที่ฟร้อนต์เพื่อขึ้นไปพบกับแฮโรลด์
“อาคิระคะ..คุณแฮโรลด์ให้เราขึ้นไปพบเขาได้แล้ว..อาคิระคะ” อาคิระยังพยายามโทรหาไอ จนริเอะต้องแตะมือให้อาคิระเลิกโทร “โทรหาไอไม่ได้ก็ไม่ต้องโทรแล้วล่ะ”
“แต่ผมอยากรู้ว่าไอเข้าเมืองมาทำอะไรแล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน”
“ไออาจจะมาทำธุระสำคัญก็เลยต้องปิดมือถือไม่อยากให้กวน อาคิระจะไปสงสัยทำไม”
“ผมไม่ได้สงสัยแต่ผมเป็นห่วง เพราะตอนที่ผมตามไอไป..ผมคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเห็น…”
“เห็นอะไรคะ”
“ฮิเดะ”
“พวกโคสึกะน่ะเหรอ”
“ไม่รู้สิ..ผมเห็นไม่ชัด แต่คุ้นมาก เลยห่วงว่าถ้าเป็นมันจริงๆ ไอก็อาจจะเป็นอันตราย”
“แต่ริเอะว่าอาคิระคิดมากเกินไป ตอนนี้อาคิระมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับคุณแฮโรลด์ ไว้เสร็จธุระตรงนี้แล้วค่อยติดต่อหาไออีกที..นะ..อย่าให้คุณแฮโรลด์รอนานเลย” ริเอะแตะแขนอาคิระ ทำให้อาคิระนิ่งมองริเอะครุ่นคิด

ภายในห้องพักห้องสูทอย่างหรู แฮโรลด์ถือโทรศัพท์คุย ส่วนสายตาชำเลืองมองแบบเสื้อผ้าอยู่กับสไตลิสต์
แฮโรลด์คุยโทรศัพท์หน้านิ่วคิ้วขมวด “พอเลยยัยเพกา..นิสัยขี้มโนของหล่อนนี่มันเลิกไม่ได้จริงๆ แต่งงานแต่งการแล้วก็เลิกไปจุ้นจ้านกับคนอื่นเขา เดี๋ยวจะงานเข้าตัวอีก..โอเคนะ ชั้นต้องทำงานแล้ว” แฮโรลด์วางสายแล้วหันมาดูแบบ “แต่ชุดนี้ไม่โอเค..ชุดนี้ก็” แฮโรลด์คิด “ก็ไม่โอเค..ส่วนชุดนี้” แฮโรลด์คิดนานขึ้นอีก “โอ๊ย..ไม่ไหวจะเคลียร์ เอาสมองส่วนไหนออกแบบเนี่ย งานโตเกียว แฟชั่นวีคนะ ไม่ใช่งานเทศกาลขายขนมโมจิ ขืนปล่อยให้เสื้อผ้าพวกนี้ขึ้นไปบนเวที หน้าชั้นได้แหก หมอไม่รับเย็บสิ” แฮโรลด์บ่นไป แล้วปรี๊ดขึ้นเหวี่ยงวีน โยนแบบร่างเสื้อผ้าแฟชั่นกระจายเต็มพื้น
ริเอะกับอาคิระเดินเข้ามา ริเอะหยิบแบบเสื้อผ้าขึ้นมาแล้วพิจารณาอยู่ครู่ “แต่ริเอะว่าแบบเสื้อผ้าพวกนี้มันก็ไม่ได้แย่ขนาดใช้ไม่ได้เลยนะคะ ถ้าคุณให้โอกาส ริเอะก็อยากช่วยปรับเปลี่ยนสไตล์ใหม่ๆเข้าไปให้คุณพอใจได้ค่ะคุณแฮโรลด์”
แฮโรลด์ชะงักมองริเอะที่มากับอาคิระชายหนุ่มหน้าตาดี “เธอเป็นใคร...กล้าดียังไงถึงเอาขยะที่ชั้นทิ้งไปแล้วมารีไซเคิลให้ชั้นใช้อีก”
“คุณคงจำชั้นไม่ได้..ตอนเรียนออกแบบเสื้อผ้าที่นิวยอร์ค ชั้นเคยเข้าไปฟังเลคเชอร์ของคุณค่ะ ชั้น ชินเอบะ ริเอะ”
แฮโรลด์หน้านิ่วคิดแล้วนึก “อ๋อ..ชั้นนึกออกแล้ว ริเอะ..แม่สาวเจแปนนิสที่ควงนายแบบฝรั่งเศสเข้ามาฟังเลคเชอร์แล้วนัวเนียกัน จนโดนชั้นเชิญออกจากคลาส” ริเอะชะงักหน้าเสีย อายอาคิระ แฮโรลด์แดกดันริเอะอย่างไม่สนใจแล้วเดินไปที่อาคิระ พิจารณามองหัวจรดเท้าอย่างสนใจ “แล้วสุภาพบุรุษคนนี้คือ…”
“ผมมิยาคาวะ อาคิระ”
แฮโรลด์ตื่นเต้นขึ้นมาทันที “มิยาคาวะ..ที่นัดกันไว้ใช่มั้ย..ตายแล้ว ต้องขอโทษด้วยนะครับ เชิญทางนี้เลยครับคุณอาคิระ” แฮโรลด์ต้อนรับอาคิระอย่างดี ชวนให้ไปคุยกันอีกห้องหนึ่ง เดินผ่านริเอะอย่างไม่สนใจ ทำให้ริเอะชักสีหน้า

คฤหาสน์มิยาคาวะ ย่ามิกิ โฮชิโนโอจิและรินดาราเดินเข้ามา หลังเพิ่งกลับจากร้านแป้งร่ำ รินดาราเดินรั้งท้ายลอบมองโฮชิโนโอจิตลอด เวลา..ในหัวคิดแต่เรื่องที่เพิ่งรู้ว่าโฮชิโนโอจิคือผู้ชายคนที่อยู่ในรูปของพ่อผัวแป้งร่ำเมื่อห้าสิบปีก่อนจริงๆ
ย่ามิกิกับโฮชิโนโอจิหยุดเดิน ย่ามิกิหันมาหารินดารา “คุณรินดาราคะ” โฮชิโนโอจิพลอยหันมามองรินดารา รินดาราต้องรีบชักสายตามาหาย่ามิกิ...แสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เดี๋ยวทานของว่างด้วยกันก่อนนะคะ ดิชั้นจะให้นานะจัดขนมทานกับน้ำชา”
“ไม่เป็นไรค่ะ ดิชั้นยังไม่หิว เดี๋ยวจะรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าไปดูแลหนูอายูมิต่อด้วยค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” รินดารายิ้มให้ย่ามิกิกับโฮชิโนโอจิ แต่รินดาราไม่สบตาโฮชิโนโอจิเพราะทำหน้าไม่ถูก แล้วเดินออกไป
โฮชิโนโอจิมองตามรินดาราไปอย่างเศร้าๆ ส่วนย่ามิกิมองโฮชิโนโอจิด้วยความสงสารเห็นใจ

รินดาราเดินเข้ามา แล้วคิดถึงสิ่งที่ได้ยินจากหมอเคนตะ เรื่องที่โฮชิโนโอจิเคยพบกับหมอเคนตะเมื่อห้าสิบปีก่อน
เคนตะจับมือโฮชิโนโอจิ “คุณโฮชิ คุณจริงๆ ด้วย จำผมได้ไหม เราเคยเจอกันเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว”
รินดาราครุ่นคิดสงสัย “ผู้ชายในรูปคือท่านชายโฮชิจริงๆ ผ่านมาห้าสิบปี แล้วทำไมท่านชายถึงยังดูเหมือนเดิมเป็นไปไม่ได้ หรือว่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด” จู่ๆ ปานแดงที่หลังของรินดาราสว่างวาบ รินดาราเจ็บอย่างรุนแรง ราวกับว่าปานแดงนั้นค้านความคิดของเธอ “โอ๊ย!” รินดาราเจ็บจนทรงตัวไม่อยู่ เซพิงกับเสาไม้
โฮชิโนโอจิเข้ามาช่วยประคองรินดารา “เจ็บปานที่หลังอีกแล้วเหรอฮิคาริ”
รินดาราชะงักกึกหันไปมองหน้าโฮชิโนโอจิอย่างหวาดๆ ปั้นหน้าไม่ถูก เพราะมีคำถามเกี่ยวกับโฮชิโนโอจิเต็มหัวไปหมด “เอ่อ...ค่ะ แต่ชั้นไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ” รินดารรีบผละออกจากการประคองของโฮชิโนโอจิ “ชั้นขอตัวก่อนนะคะ"
“เดี๋ยวฮิคาริ” โฮชิโนโอจิคว้ามือรินดารา “ชั้นมีบางอย่างอยากจะบอกเธอ” โฮชิโนโอจิก้าวเข้าไปยืนตรงหน้ารินดารา สายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธอ แต่รินดาราก็ไม่สบตาเขา ก้มมองต่ำตลอด แล้วโฮชิโนโอจิก็นำมือที่เกาะกุมมือรินดารามาวางบนหน้าอกข้างซ้ายของเขา รินดาราเงยหน้าสบตากับโฮชิโนโอจิด้วยความอึ้ง คาดไม่ถึงทันที
“ฮิคาริ ไม่ว่าเธอจะคิดอะไรอยู่ แต่ชั้นอยากให้เธอรู้ว่ารอยยิ้มของเธอทำให้ชั้นมีความสุข ชั้นขอให้ได้เห็นรอยยิ้มของเธอเหมือนเดิมได้มั้ย”
“ถ้าอย่างนั้นท่านชายบอกชั้นได้ไหมคะ ว่าความจริงแล้วท่านชายเป็นใคร”
“เธอรู้ดีว่าชั้นเป็นใคร”
รินดาราแปลกใจ “ชั้นน่ะเหรอคะที่รู้”
“ใช่..เธอรู้..ลองคิดดูให้ดีๆสิ แต่อย่าคิดด้วยสมอง ต้องใช้หัวใจคิด แล้วเธอจะรู้คำตอบว่า ชั้นเป็นใคร”
รินดารามองโฮชิโนโอจิอย่างแปลกใจ

ห้องกิโมโนโฮชิบนหอคอย ย่ามิกิพูดกับโฮชิโนโอจิที่ยืนมองกิโนโฮชิซึ่งแขวนอยู่ตรงหน้า
“ทำไมท่านชายไม่บอกความจริงกับเธอไปเลยล่ะคะ ว่าท่านชายเป็นใครและตัวคุณรินดาราเป็นใคร”
“ชั้นยังทำใจไม่ได้หรอกมิกิ แค่ฮิคาริสงสัยว่าชั้นคือคนที่มีชีวิตอยู่เมื่อห้าสิบปีที่แล้ว เธอยังมองชั้นเหมือนเป็นตัวประหลาด แล้วถ้าฮิคาริรู้ความจริงทั้งหมดในตอนนี้แล้วเกิดกลัวชั้นขึ้นมา....” โฮชิโนโอจินิ่งไป
ย่ามิกิรู้ทันความรู้สึกโฮชิโนโอจิ “แค่เธอกลัวท่านชายเพียงวินาทีเดียว ก็ทำให้ท่านชายทรมานมากกว่าเวลาที่ต้องติดอยู่บนโลกถึงสี่ร้อยปี”
“ใช่..แม้วินาทีเดียว ชั้นก็ไม่อยากถูกมองด้วยสายตาแบบนั้น”
“เฮ้อ...งั้นเราก็ต้องรอให้รินดารารู้ความจริงด้วยตัวเองแบบนี้ต่อไปใช่มั้ยคะ แล้วจะเมื่อไหร่ล่ะคะ เพราะเธอก็ดันไปรับปากอาคิระว่าจะไม่ขึ้นมาที่หอคอยอีกจนกว่าอาคิระจะอนุญาต”
“เมื่อถึงเวลาที่เธอพร้อมทำหน้าที่ ที่เมียวโจเลือกอวตารลงมาในร่างของเธอ” โฮชิโนโอจิพูดพร้อมกับยื่นมือไปลูบที่ลายปีกนกกระเรียนสีทองบนกิโมโนโฮชิ “หน้าที่ค้นหาเส้นไหมจากขนนกกระเรียนทองคำ แล้วนำมาปักลายบนกิโมโนของชั้นให้เสร็จสมบูรณ์ เพื่อส่งชั้นกลับสู่สวรรค์อีกครั้ง”

รินดาราคุยโทรศัพท์กับแม่อยู่ในห้องนอน “จริงๆนะคะแม่ ท่านชายโฮชิคือคนที่มีอายุมานาน แต่เขาไม่แก่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลย”
ดวงดาวคุยโทรศัพท์อยู่ในบ้าน “จะเป็นไปได้ยังไง อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ได้นะดารา”
“หนูว่าไม่ใช่หรอกค่ะ ท่านชายกับคุณย่ามิกิต้องมีความลับอะไรปิดบังอยู่”
“เขามีความลับอะไรมันก็เรื่องของเขา ระวังหนูจะไปยุ่งวุ่นวายกับเขามากเกินไปนะลูก”
“ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับหนู หนูก็ไม่อยากยุ่งหรอกค่ะ แต่หนูแค่อยากรู้ว่าทำไมยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งสงสัยเรื่องของท่านชายมากเท่าไหร่ หนูก็จะยิ่งเจ็บปานที่หลังและเจอเรื่องไม่น่าเชื่อมากขึ้น แล้วอีกอย่างท่านชายก็พูดแปลกๆเหมือนกับว่า หนูเคยรู้จักเขามาก่อน...ไม่แน่นะคะแม่ เรื่องที่หนูรู้ทั้งหมดนี้อาจจะเกี่ยวกับคำตอบที่หนูตามหาอยู่ก็ได้”
ดวงดาวเป็นห่วงได้แต่เตือน “งั้นก็ระวังๆ ด้วยแล้วกันนะลูกนะ”
“ค่ะแม่” รินดารานึกได้ “แม่คะพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”
“สบายดี ไม่ได้ออกไปทำงานข้างนอกตามที่ตกลงกับดาราแล้ว ตอนนี้ก็นั่งดูทีวีอยู่ ดาราไม่ต้องเป็นห่วงนะ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี”
“ค่ะแม่ ฝากบอกพ่อด้วยนะคะว่าหนูคิดถึง”
“จ้ะลูก” ดวงดาววางสาย แล้วหันไปหาสุรินทร์ที่นอนซมอยู่บนเตียง แล้วไอค่อกแค่กขึ้นมา ดวงดาวเข้าไปหาสุรินทร์ “เป็นยังไงบ้างพี่”
“ไม่เป็นไรหรอก แค่อาการป่วยมันยังมีค้างอยู่ อย่าบอกดาราล่ะ เดี๋ยวลูกจะไม่สบายใจ”
“จ้ะพ่อ” สุรินทร์ไอค่อกแค่ก ดวงดาวมีสีหน้าไม่สบายใจ

ในห้องพักโรงแรมหรู แฮโรลด์ชื่นชมอาคิระอย่างออกหน้าออกตา “กิโมโนของตระกูลมิยาคาวะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่นชั้นสูงมาช้านานหลายร้อยปี โด่งดังจนเรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ถ้าชีวิตนี้ผมไม่ได้สัมผัสอย่างลึกซึ้ง คงถือว่าเสียชาติเกิด”
“ขอบคุณมากครับคุณแฮโรลด์ กิโมโนของมิยาคาวะทุกชุดไม่ใช่แค่อาภรณ์ไว้สวมใส่ แต่มันคือจิตวิญญาณที่เรารับมาจากบรรพบุรุษ และส่งต่อให้กับผู้ที่มีใจรักในชุดกิโมโน”
“ผมเห็นด้วยครับ ผมเองก็ศึกษากิโมโนมาหลายปี แต่ยังไม่เคยเห็นกิโมโนของตระกูลไหน ที่เพียงแค่สัมผัสก็ได้รับรู้ถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์ และความรู้สึกที่ซุกซ่อนอยู่ในทุกเส้นไหมและลายผ้า ผมถึงไม่อยากให้ของสูงค่าอย่างกิโมโนของมิยาคาวะต้องซ่อนตัวอยู่แค่ในหุบเขาสึกิ”
อาคิระโค้งหัวให้ “ขอบคุณอีกครั้งครับที่คุณให้ความสำคัญกับกิโมโนของเรา แต่ก็อย่างที่คุณรับรู้นั่นแหละครับ กิโมโนของเรามีชื่อเสียงมาช้านาน เพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะไปป่าวประกาศอวดใครต่อใครอีก” แฮโรลด์ชะงักหน้าเสีย อาคิระลุกขึ้นแล้วพูดลา “ผมตั้งใจมาพบคุณก็เพื่อจะบอกด้วยตัวเอง หวังว่าคนที่ศึกษากิโมโนของเรามาตลอดจะเข้าใจเจตนารมณ์ของเรานะครับ” อาคิระเดินออกไป แฮโรลด์เหวออึ้ง
ริเอะหน้าเสียรีบเข้าไปจับมือแฮโรลด์ “อาคิระเขาเป็นคนค่อนข้างจะหัวโบราณ ตอนนี้เขายังไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของคุณ แต่ริเอะช่วยพูดกับเขาให้ได้นะคะ”
“ถ้าเธอช่วยได้..ชั้นจะให้โอกาสที่เธอถามหาเมื่อกี้ แล้วก็อย่านานล่ะเพราะเสร็จจากที่ญี่ปุ่นแล้ว ชั้นต้องนำส่าหรีโบราณของราชวงศ์มันตราปุระที่ขอยืมไปจัดแสดงนิทรรศการเอากลับไปคืนให้มหาราชา”
ริเอะยิ้มทันที “ค่ะคุณแฮโรลด์”

ริเอะรีบตามอาคิระมาที่ลิฟต์ ระหว่างที่อาคิระกำลังรอลิฟต์ “อาคิระ..เดี๋ยวสิ”
“ผมตัดสินใจไปแล้วนะริเอะ ทุกอย่างเป็นไปตามที่ผมพูด”
“แต่ริเอะอยากให้อาคิระคิดไตร่ตรองดูให้ถี่ถ้วนอีกที สถาบันอาภรณ์แห่งเอเชียของคุณแฮโรลด์เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเสื้อผ้าที่ดีที่สุดในโลก ถ้าเขาไม่เห็นคุณค่ากิโมโนของมิยาคาวะ เขาจะบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาติดต่อเหรอ”
“ของบางอย่าง มันก็ควรอยู่ในที่ๆมันควรอยู่”
“เหมือนหัวใจของอาคิระใช่มั้ย ที่ถูกขังอยู่แต่ข้างใน ไม่ว่าริเอะจะเห็นค่ามากแค่ไหน อาคิระก็ไม่ยอมเปิดหัวใจให้อีก” ระหว่างนั้นลิฟต์มาถึงพอดีประตูเปิด
อาคิระนิ่งไป “ผมว่า ถ้าคุณสบายใจเรื่องที่บ้านแล้ว เราก็ควรจะกลับกันซะที ผมจะไปส่ง” อาคิระผายมือให้ริเอะสีหน้าเรียบเฉย

บรรยากาศกลางคืน ไอควงแขนฮิเดโนริเดินตามทางเดินอิงศีรษะซบไหล่ “ที่เขาว่ากันว่าเวลาแห่งความสุขมั นจะสั้นแค่นิดเดียวมันเป็นแบบนี้นี่เอง
“ผมก็เหมือนกัน..ถ้าสามารถหยุดเวลาได้ ผมก็อยากจะหยุดเวลาให้มีแต่เราสองคน”
“แต่ไอว่าแทนที่ฮิเดะจะคิดเรื่องหยุดเวลา ฮิเดะน่าจะคิดอะไรที่จริงจังกว่านะ”
ฮิเดโนริชะงัก “ผมเองก็ไม่อยากให้คุณต้องมาอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ แต่ในเมื่อความขัดแย้งของตระกูลเรามันมันยากที่จะประสานรอยร้าวได้ ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง”
“แล้วถ้าเราหนีกันไปสองคนล่ะ ไม่ต้องมารับรู้ปัญหาที่เราไม่ได้ก่อ”
“คุณอยากเห็นผมเป็นผู้ชายอกตัญญูทิ้งปู่ที่เลี้ยงดูผมไปเหรอ”
ไอนิ่งไปครู่ “งั้นไอถามหน่อยได้มั้ย..เรื่องที่อายูมิพูดถึงเด็กจากบ้านโคสึกะ”
“ที่หาว่าพวกผม มีแผนฆ่ารินดาราน่ะเหรอ..ผมเสียใจมากนะ ถ้าไอจะเชื่อเรื่องแบบนั้น”
ไอจับมือฮิเดโนริมากุมมองหน้าอย่างซึ้ง “ยังไงไอก็ไม่เชื่อหรอก ฮิเดะเป็นคนดีเกินกว่าที่จะทำเรื่องร้ายกาจแบบนั้นได้”
ฮิเดโนริยิ้มรับแล้วหอมหน้าผากไอ “ขอบคุณครับสำหรับความไว้ใจผม..ผมว่าก่อนที่เราจะต้องแยกย้ายกันกลับ เราแวะไปหาของอร่อยๆกินกัน มีอีกหลายเรื่องเลยที่ผมอยากถามคุณ” ไอยิ้มรับแล้วเดินควงแขนฮิเดโนริไปตามทางต่อ

คฤหาสน์โคสึกะ ไดซุเกะมีสีหน้าครุ่นคิดหลังจากฮิเดโนริมารายงาน
“แกแน่ใจนะว่าคนของแก ยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดปกติ”
“ครับคุณปู่ ผมตะล่อมถามหลายอย่างเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับนางปีศาจหิมะ เผื่อว่ามันจะเข้าไปป้วนเปี้ยนที่บ้านมิยาคาวะ แต่เท่าที่ฟังจากคนของผมแล้วนางปีศาจหิมะยังไม่ได้ไปปรากฏตัวที่นั่น” ไดซุเกะนิ่งคิด “เป็นไปได้มั้ยครับว่ามันอาจจะหนีไปแล้ว ไม่ได้คิดสนใจเทพเจ้านกกระเรียนอีก”
“เป็นไปไม่ได้..ความต้องการของนางปีศาจหิมะมีอยู่เพียงอย่างเดียว ยิ่งมันต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกกักขังมาเป็นร้อยๆปี มันก็ยิ่งอยากจะตามหาเป้าหมายของมันมากขึ้นเท่านั้น”
“งั้นถ้าเราหามันเจอ ก็เท่ากับเราจะได้เจอเทพเจ้าของพวกมิยาคาวะ ได้จัดการพวกมันแก้แค้นให้กับเทพเจ้าของเรา”
“แต่นั่นหมายความว่าเราต้องกำราบนางปีศาจหิมะให้อยู่ในมือเราให้ได้ก่อนนะฮิเดะ”
“ผมเข้าใจครับปู่ พลังของมันน่ากลัวมาก ขนาดตอนที่มันกำลังอ่อนแอ ผมยังเกือบถูกมันเล่นงาน แย่งเอาพลังปีศาจจิ้งจอกของผมไปได้เลย”
ไดซุเกะสีหน้าครุ่นคิดอย่างหนักใจอยู่ครู่ก่อนจะลุกไปหยิบตำราโบราณของตระกูลมานิ่งมอง “บางทีอาจจะถึงเวลาที่ปู่ต้องลองเสี่ยงดู” ไดซูเกะหน้าเครียด
“เสี่ยง ? หมายความว่ายังไงครับปู่”

บ้านมาโกโตะ อาคิระมาส่งริเอะถึงห้องโถง
“ขอบคุณมากนะอาคิระ..อุตส่าห์อยู่เป็นเพื่อนปลอบใจริเอะทั้งวัน”
“คุณย่าเป็นห่วงคุณ ผมเองก็เป็นเพื่อนคุณ ถ้ามีอะไรก็ปรึกษากันได้ อย่าเก็บไว้คนเดียว”
“จ้ะ” ริเอะเข้าไปจับมืออาคิระมากุมพยายามซบตาซึ้ง “ถ้าไม่มีอาคิระ ริเอะก็ไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาใคร”
อาคิระแตะมือริเอะเบาๆ “ถ้าผมไม่ว่าง คุณก็ยังมีคุณย่าคอยให้คำปรึกษา ท่านเป็นผู้ใหญ่ ท่านรู้ดีกว่าผมว่าควรจะต้องแก้ปัญหายังไง”
ริเอะชะงัก “เอ่อ..จ้ะ..แล้วริเอะจะโทรไปขอบคุณคุณย่าด้วย” อาคิระปล่อยมือจากริเอะ แล้วเดินออกไป ริเอะทักเพราะต้องการย้ำ “เดี๋ยวก่อนค่ะอาคิระ..เรื่องคุณแฮโรลด์ ริเอะอยากให้คิดดูอีกที คุณแฮโรลด์แค่จะขอยืมกิโมโนไปจัดแสดง 3 เดือน มันคือโอกาสดีที่อาคิระจะเผยแพร่ให้คนตะวันตกรู้ถึงภูมิปัญญาและงานศิลปะของประเทศเรา” อาคิระนิ่งคิด “อาคิระไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียงของตระกูลอย่างเดียว แต่กำลังทำเพื่อชื่อเสียงประเทศด้วย”

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 8/4 วันที่ 27 เม.ย. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ