อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 8/5 วันที่ 28 เม.ย. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 8/5 วันที่ 28 เม.ย. 58

ริเอะชะงัก “เอ่อ..จ้ะ..แล้วริเอะจะโทรไปขอบคุณคุณย่าด้วย” อาคิระปล่อยมือจากริเอะ แล้วเดินออกไป ริเอะทักเพราะต้องการย้ำ “เดี๋ยวก่อนค่ะอาคิระ..เรื่องคุณแฮโรลด์ ริเอะอยากให้คิดดูอีกที คุณแฮโรลด์แค่จะขอยืมกิโมโนไปจัดแสดง 3 เดือน มันคือโอกาสดีที่อาคิระจะเผยแพร่ให้คนตะวันตกรู้ถึงภูมิปัญญาและงานศิลปะของประเทศเรา” อาคิระนิ่งคิด “อาคิระไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียงของตระกูลอย่างเดียว แต่กำลังทำเพื่อชื่อเสียงประเทศด้วย”

“ไว้ผมจะเอากลับไปปรึกษาคุณย่าแล้วกัน..ผมกลับนะริเอะ”
อาคิระเดินออกไป ริเอะมองตามอย่างมีความหวัง


มาโกโตะเดินเข้ามา “หายไปกับอาคิระทั้งวัน คงทำให้ลูกเข้าใจแล้วใช่มั้ยว่ายูกิทำอะไรได้บ้าง”
ริเอะชะงักหันมามองมาโกโตะ

บรรยากาศวังเวงของศาลเทพเจ้าจิ้งจอกประจำคฤหาสน์โคสึกะ ไดซุเกะถือเทียนสีขาวเล่มใหญ่เดินมาตามทางเดินโรยกรวด มีเทียนเล่มเล็กๆเรียงรายตามสองข้างทาง และมันสว่างติดเองทีละเล่มๆ ระหว่างที่ไดซุเกะเดินผ่าน และสว่างทุกเล่มครบเมื่อไดซุเกะเดินมาหยุดที่หน้าศาล
“แกกลับไปรอปู่ที่คฤหาสน์ เสร็จธุระแล้วปู่จะกลับไปเอง”
“แต่ปู่ครับ”
“ชั้นบอกให้กลับไป” ฮิเดโนริสีหน้าเป็นห่วง แต่ไดซุเกะมีสีหน้าจริงจังและหันไปพยักหน้าสั่งอัตสุโอะอีกที
“ครับคุณท่าน” อัตสุโอะรับคำสั่งอย่างรู้ทัน ด้วยการเอามีดพกซามูไรเล่มเล็กๆที่เหน็บเอวมายื่นให้
ไดซุเกะรับมาแล้วหน้ามุ่งมั่น “ไปกันได้แล้ว..ชั้นไม่อยากให้พวกแกรบกวนสมาธิ..ไป !!”
ฮิเดโนริโค้งให้ไดซูเกะแล้วทยอยเดินออกไป โดยสายตายังมองไดซูเกะด้วยสีหน้ากังวล หลังจากฮิเดโนริออกไปกับอัตสุโอะแล้ว ไดซุเกะก็เข้าไปนั่งขัดสมาธิที่หน้าศาล เอาคัมภีร์คาถาโบราณของตระกูลออกมาเปิด แล้วเริ่มบริกรรมคาถาพึมพัม ระหว่างนั้นเองสายลมเริ่มพัดเข้ามาไล่ดับเทียนที่ทางเดินให้ดับไปทีละ ดวง..ละดวง
ในห้องสตูดิโอของริเอะ มาโกโตะพาริเอะเข้ามาหายูกิที่กำลังยืนชื่นชมกับเสื้อผ้าที่ริเอะออกแบบตัดเย็บ และแขวนอยู่บนตัวหุ่นโชว์
“เอามือสกปรกของแกออกจากเสื้อผ้าของชั้นเดี๋ยวนี้..นังปีศาจ !!!” ริเอะขึ้นเสียงใส่ด้วยความไม่พอใจ
ยูกิหันขวับมาจิกตากร้าวมองด้วยใบหน้าขาวซีด แม้พลังจะยังคืนมาไม่เต็มที่ แต่ก็ยังดูน่าเกรงขามและน่ากลัวอยู่ “แกเรียกชั้นว่านังปีศาจเหรอ..นังมนุษย์ชั้นต่ำ !!” ยูกิยื่นมือออกไปกลางอากาศแล้วบีบคอริเอะก็หน้าดำหน้าแดงหายใจไม่ออก
มาโกโตะตกใจ “ยูกิ..อย่าทำลูกสาวชั้นเลย..ชั้นขอร้อง ริเอะไม่ได้พูดเรื่องของเธอให้ใครฟังเลย” มาโกโตะเว้าวอน ยูกิจึงค่อยๆคลายมือ ริเอะหายใจเฮือกใหญ่เกือบตาย จนมาโกโตะต้องเข้าไปประคองตัวขึ้น “เห็นรึยังริเอะ ว่ายูกิสามารถช่วยอะไรเราได้บ้าง เรื่องวันนี้ถ้าไม่ใช่เพราะยูกิสะกดจิตสั่งมิกิ ลูกก็คงไม่มีโอกาสได้อยู่กับอาคิระสองต่อสองแบบนี้”
“และถ้าเธอทำตัวดีเป็นทาสซื่อสัตย์ให้กับชั้นเหมือนที่พ่อเธอทำ อาคิระก็จะเป็นของเธอ”
ริเอะนิ่งมอง แล้วแกะมือพ่อเดินเข้าไปหายูกิอย่างไม่กลัวปีศาจ “ถ้าหมายถึงจะสะกดจิตอาคิระให้มาเป็นของชั้นล่ะก็..ไม่ต้อง !! ชั้นอยากให้เขากลับมารักชั้นเหมือนเมื่อก่อน ด้วยความรักจริงๆ ไม่ใช่หุ่นเชิดที่ต้องรอให้ชั้นชักใย”
ยูกิเห็นสีหน้าจริงจังของริเอะแล้วก็ยิ้มชอบใจ ยื่นมือที่ขาวซีดเข้าไปใกล้หน้าริเอะๆ สะอิดเอียดการสัมผัสจากปีศาจ ริเอะพยายามเบือนหน้าหลบ แต่มือยูกิก็มาสัมผัสแก้มอย่างแผ่วเบา

ที่ศาลเทพสุนัขจิ้งจอก ไดซุเกะบริกรรมคาถาจากคัมภีร์โบราณของตระกูล ลมเริ่มพัดเข้ามาแรงขึ้นจนทำให้ต้นไม้รอบๆศาลเจ้า ไหวไปมา และเทียนที่ไล่ดับไปทีละดวงก็ดับจนหมดรวมทั้งเทียนสีขาวเล่มใหญ่ที่ไดซุเกะถือมา
บรรยากาศอยู่ในความมืด ลมที่พัดมาหยุดนิ่งไปดื้อๆ จากนั้นเทียนทุกเล่มที่ดับไปแล้วก็ติดขึ้นมาเองพร้อมกัน หมดทุกดวง...พรึ่บ !!
ไดซุเกะลืมตาโพล่งขึ้นมา สีหน้าเคร่งขรึม จากนั้นก็ค่อยๆชักมีดพกซามูไรออกจากฟักแล้วกรีดมันลงไปที่ฝ่ามือ ให้เลือดสีแดงฉานค่อยๆไหลซึมออกมา ใบหน้าของไดซุเกะแสดงอาการเจ็บปวดขึ้นมาทีละนิด เลือดของไดซุเกะค่อยๆหยดลงมาที่ตุ๊กตาฮินะซึ่งเคยเป็นที่กักขังจิตวิญญาณของยูกิ

ในขณะที่บ้านมาโกโตะ ยูกิลูบมืออันเย็นเชียบไปที่แก้มริเอะ พร้อมแสยะยิ้มร้ายน่ากลัว ริเอะขนลุกซู่เย็นชียบ
“ความรักอันยิ่งใหญ่ของเธอช่างเหมือนชั้นจริงๆริเอะ..นี่ถ้าร่างของยูกิคนนี้เกิดใช้การไม่ได้ขึ้นมา ร่างของเธอก็เหมาะมากที่จะใช้เป็นที่อยู่ใหม่ให้กับชั้น”
ริเอะตกใจผวารีบถอยทันที “อย่านะ..อย่ามายุ่งกับร่างของชั้น”
ยูกิหัวเราะชอบใจ “ชั้นก็แค่ขู่เธอเท่านั้นแหละริเอะ ยังไงร่างของยูกิคนนี้ก็เป็นร่างที่ชั้นชอบมากที่สุด"
มาโกะโตะตัดบท “เอาเป็นว่า..ต่อไปนี้ ริเอะจะเชื่อฟังเธอ แลกกับสิ่งที่เธอรับปากว่าจะตอบแทนให้พวกเรา”
“แน่นอน..ตราบใดที่แกสองคนพ่อลูกยังคงเป็นทาสที่ซื่อสัตย์กับชั้นตลอดไป”
ยูกิพูดไปได้ไม่ทันขาดคำ ไฟในห้องก็ติดๆดับๆขึ้น แล้วยูกิกก็เริ่มมีอาการปวดหัวรุนแรงจนส่งเสียงร้อง...กรี๊ดดด
มาโกโตะกับริเอะตกใจเพราะเสียงร้องของยูกิดังจนแสบแก้วหู หุ่นลองเสื้อผ้าล้มระเนระนาด
“ปวด..ปวดเหลือเกิน..โอ้ยยยยยย” ยูกิเอามือกุมหัวร้องลั่นก่อนจะแน่นิ่งไป

ในคฤหาสน์ ฮิเดโนริจะเดินออกไปที่ศาลเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอกด้วยความเป็นห่วง
อัตสุโอะตามหลังพยายามห้าม “คุณฮิเดะครับ..นายท่านสั่งห้ามว่า ถ้ายังทำพิธีไม่เสร็จ ห้ามเข้าไปรบกวนนะครับ”
“แต่นี่มันนานเกินไปแล้ว พิธีโบราณของตระกูลที่ปู่ใช้สั่งสอนนางปีศาจหิมะ มันอันตรายกับคนที่ใช้ ตอนนี้ปู่ยิ่งร่างกายไม่แข็งแรง ถ้าทนกับความเจ็บปวดระหว่างทำพิธีไม่ได้” ฮิเดโนริกระชากคอเสื้ออัตสุโอะ “แกรู้ใช่มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับปู่ของชั้น”
“ผม..ผมทราบครับ..ผมเองก็เป็นห่วง..แต่คุณท่านกำชับ”
“ชั้นไม่สนใจ !!!”
ระหว่างนั้นเสียงร้องของไดซุเกะดังลั่นเข้ามา “อ๊ากกกกกกกกก”
ฮิเดโนริตกใจ “ปู่ !!!”

ฮิเดโนริ กับอัตสุโอะวิ่งเข้ามาที่หน้าศาลเทพเจ้าสุนัขจิ้งจอก เห็นไดซุเกะนอนหายใจหอบถี่ท่าทางเหนื่อยและอ่อนแรงมาก มีดซามูไรเล่มเล็กตกอยู่ที่พื้น ใกล้กับตุ๊กตาฮินะที่เปรอะไปด้วยคราบเลือดของไดซุเกะ “ปู่..ปู่ครับ !!!”
“ปู่..ปู่ใช้คา..คาถาโบราณของตระกูลเรา..ไปควบ..ควบคุมนางปีศาจหิมะเอาไว้แล้ว จากนี้ไป..ไม่ว่า..มัน..มันจะอยู่ที่ไหน..มันจะต้องกลับ..กลับมาหาเรา” ไดซุเกะพูดอย่างอ่อนแรงตาปรือ ก่อนจะค่อยๆนิ่งหมดแรง
ฮิเดโนริตกใจ “ปู่ !!!”
“คุณท่าน”
ฮิเดโนริจับมือปู่แน่น เอียงหูนิดเดียวเพื่อฟังเสียงหัวใจ “ปู่ยังไม่ตาย แกรีบไปตามหมอมาเร็ว”
อัตสึโอะรับคำแล้วรีบออกไป ฮิเดโนริกำมือปู่แน่นมองด้วยความเป็นห่วง

ริเอะ มาโกโตะช่วยพยุงยูกิให้มานั่งที่เก้าอี้ทำงาน ยูกิอยู่ในสภาพอ่อนแรงปากซีดพอๆกับใบหน้าที่ซีดขาว
“เกิดอะไรขึ้นกับเธอเหรอคะพ่อ”
มาโกโตะพยายามแตะตัวเรียกสติ “ยูกิ..ยูกิ..เกิดอะไรขึ้นกับเธอ”
“คุณพ่อคะ..หรือว่า..เธออยากจะได้เหยื่ออีก” ริเอะทำหน้าสะอิดสะเอียน “ช่วยพากันไปกินเหยื่อข้างนอกกันได้มั้ยคะ..ริเอะสะอิดเอียน ขนลุกรับไม่ได้ค่ะ”
“ยูกิ..เธอต้องการเหยื่ออีกเหรอ..ยูกิ”
“ไม่..ไม่..ชั้นถูกพวกมัน..เล่นงานชั้นเข้าให้แล้ว” ยูกิพูดพร้อมกับแหวกคอเสื้อออกให้มาโกโตะเห็นชัดๆ ว่าที่คอของเธอมีรอยคล้ำสีแดงพันรอบคอเหมือนกับมีเชือกมารัดคอเอาไว้ ริเอะกับมาโกโตะเห็นเข้าก็แปลกใจ “พวกมันคงรู้ตัวแล้วว่าชั้นหลุดจากการจองจำ..พวกมันก็เลยพยายามจะควบคุมชั้น”
“พวกมัน? ใครเหรอยูกิ”
“พวก..พวกโคสึกะ” ยูกิพูดด้วยความยากลำบาก และรู้สึกเจ็บปวดที่รอยรัดคอจากฝีมือของไดซุเกะ

วันใหม่ คฤหาสน์มิยาคาวะ รินดาราเดินไปเดินมาอยู่ที่สวน สายตาจับจ้องไปที่บนหอคอยซึ่งมองเห็นได้จากในสวน ท่าทางของรินดารากำลังครุ่นคิด ระหว่างนั้นรินดาราไม่รู้ว่าอาคิระเดินเข้ามา รินดาราเลยหันไปชนอย่างจัง
“โอ๊ย !! คุณอาคิระ นี่คุณมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”
“มาสักพักแล้ว ถึงได้เห็นว่าเธอเอาแต่มองไปที่หอคอยของท่านชาย ว่างมากไม่ต้องทำกายภาพให้อายูมิเหรอไง”
รินดาราชะงัก “ตอนนี้อายูมิกำลังเรียนกับครูพิเศษอยู่”
“เธอก็เลยมาป้วนเปี้ยน..คิดอยากขึ้นไปบนหอคอยของท่านชาย”
“ชั้นรับปากคุณแล้ว อะไรที่เป็นกฏของคุณ ชั้นต้องทำตามอย่างเคร่งครัด !!” รินดาราประชด
“ก็ดีที่คุณพยายามให้ความร่วมมืออยู่ร่วมกับกฏระเบียบในบ้านผม ทั้งๆที่มันคงขัดกับความอยากรู้อยากเห็นของคุณ...” อาคิระเน้นคำ “มาก”
รินดาราฉุน “ก็เรื่องที่ชั้นอยากรู้มันเรื่องที่เกี่ยวกับตัวฉะ...” รินดาราจะบอกว่าเกี่ยวกับตัวเองแต่นิ่งไปเพราะไม่อยากให้อาคิระรู้ “ไม่มีอะไรหรอก..ชั้นกลับห้องชั้นก็ได้” รินดารารีบเดินออกไปตามทางในสวน อาคิระมองตามสีหน้าสนใจ

รินดาราเข้ามาในห้อง นั่งลงหน้ากระจกแล้วเปิดไหล่ เอี้ยวตัวหันไปดูปานรูปดาวที่แผ่นหลังสีหน้าครุ่น คิดเปรยบ่นๆ “ถ้ามันไม่เกี่ยวกับปัญหาของตัวชั้น ก็ไม่ได้อยากจุ้นจ้านสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่นหรอก” รินดาราถอนใจออกมา
เสียงอาคิระกระแอมไอมาจากหน้าห้องผ่านบานเลื่อน รินดารารีบปิดเสื้อคืนแล้วลุกไปเลื่อนประตูสีหน้าไม่พอใจใส่อาคิระ “จะตามมาว่าอะไรชั้นอีกไม่ทราบ”
“ก็เรายังคุยกันไม่จบแล้วคุณก็เดินหนีผมมา”
“ก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว”
“ไม่มีอะไรจะพูด หรือมีแต่ไม่อยากพูด”
“นี่คุณ..ถึงชั้นจะเป็นลูกจ้าง แต่ก็ไม่จำเป็นที่ชั้นจะต้องตอบทุกคำถามของนายจ้างนะ ชั้นก็ต้องมีเรื่องส่วนตัวของชั้นบ้าง” รินดาราจะเลื่อนประตูปิด แต่อาคิระเอามือดันไว้ไม่ให้ผิด
“แต่ถ้าเรื่องส่วนตัวคุณ มันเกี่ยวข้องกับเรื่องในบ้านที่ผมต้องดูแล..คุณก็ต้องคุยกับผม” อาคิระดันไม่ให้รินดาราปิดประตู แถมยังพุ่งตัวเข้าไปในห้องอย่างไม่สนใจคำร้องห้าม
“นี่คุณ..จะมากไปแล้วนะ นี่มันห้องชั้น”
“เล่าสิ่งที่คุณเกือบจะพูดออกมาให้ผมฟัง..ไม่อย่างนั้น..ผมจะนั่งอยู่ในนี้ไม่ไปไหน”
“ถ้าคุณไม่ไป..ชั้นไปเอง !!”
“งั้นก็ต้องหนีผมให้ตลอดนะ..เพราะผมจะตามคุณไปทุกที”
“คุณอาคิระ!!!”
อาคิระกอดอกมองรินดาราหน้านิ่งๆ แต่ดูกวนประสาทมาก รินดาราหน้าเซ็งๆ หางตามองอาคิระแล้วคิดเอาไงดี

รินดาราคว่ำภาพถ่ายโฮชิโนโอจิเมื่อ 50 ปีก่อน ที่ได้มาจากแป้งร่ำ เลื่อนไปบนโต๊ะญี่ปุ่นให้อาคิระ อาคิระมองอย่างสงสัยและกำลังจะรีบไปดู แต่อยู่ๆรินดาราก็เลื่อนกลับเปลี่ยนใจ “ไม่เอาดีกว่า..ถ้าชั้นบอกคุณ คุณจะหาว่าชั้นเพ้อเจ้อไร้สาระ เหมือนที่ชั้นโดนผีหลอก”
“ถ้าผมเห็นว่าคุณเพ้อเจ้อจนไม่น่าไว้ใจล่ะก็ ป่านนี้คุณคงไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วล่ะรินดารา”
รินดารานิ่งไปครู่แล้วตัดสินใจ “งั้นเป็นไงเป็นกัน ถ้าชั้นทำให้คุณสงสัยเหมือนกับที่ชั้นสงสัยได้ บางทีคุณอาจจะยอมช่วยให้ชั้นไขปริศนาเกี่ยวกับท่านชาย..และตัวชั้น” รินดารายื่นรูปถ่ายให้อาคิระรับไปพลิกขึ้นมาดู
อาคิระดูภาพเก่าเมื่อ 50 ปีที่แล้วไม่เห็นอะไรผิดสังเกต “ก็ภาพเก่าๆธรรมดา..ไม่เห็นมีอะไร”
“ดูดีๆ..แล้วคุณจะเห็นท่านชายอยู่ในภาพที่มีอายุมากกว่า 50 ปี แต่ท่านชายกลับเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่นิดเดียว”
อาคิระคิ้วขมวดสงสัยยกรูปขึ้นมาดูอีกครั้ง

ที่ห้องโถงของคฤหาสน์มิยาคาวะ ย่ามิกิกำลังตัดแต่งกิ่งไม้ปักลงประดับแจกัน
ไอเข้ามา “ขอโทษด้วยค่ะคุณย่า ไอนึกว่าอาคิระจะอยู่ที่นี่”
“ตามหาอาคิระทำไมเหรอ”
“จะตามเรื่องเอกสารของโรงงานที่อาคิระเก็บไว้ค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวอาคิระเสร็จธุระ แล้วย่าจะให้เขาไปหาไอที่โรงงานนะ”
“อาคิระมีธุระอะไรเหรอคะ”
“ธุระกับรินดาราจ้ะ”
ไอสีหน้าสงสัย ย่ามิกิยิ้มมุมปากนิดๆเหมือนมีเลศนัย แล้วลงมือตัดกิ่งไม้ประดับแจกันต่อไปเงียบๆ ไอเลยไม่ถามอะไรเพิ่ม โค้งเคารพให้มิกิแล้วเดินออกไป
โฮชิโนโอจิเดินเข้ามาพอดี “ท่านชาย” โฮชิโนโอจิยิ้มให้ไอนิดหนึ่ง ไอโค้งให้แล้วเดินออกไป โฮชิโนโอจิจึงเข้ามาหามิกิ “เจ้ากี้เจ้าการวางแผนจังเลยนะมิกิ”
“ดิชั้นไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ แค่ให้อาคิระไปเจอรินดารา แล้วปล่อยให้ความสงสัยของเธอทำหน้าที่ไปก็แค่นั้น”
“แค่นั้นก็เรียกว่าจัดฉากแล้ว”
“แหม..ท่านชายก็..ถ้าอยู่เฉยๆรอให้รินดาราสงสัยไม่ทำอะไรเลย แล้วเมื่อไหร่เธอจะรู้ความจริงซะที ดิชั้นรอไม่ได้นานเท่าท่านชายหรอกค่ะ”
ย่ามิกิพูดไปก็อมยิ้ม มือตัดกิ่งไม้แล้วปักแจกัน โฮชิโนโอจิยิ้มส่ายหน้ากับความเจ้ากี้เจ้าการของย่ามิกิ
ตรงทางเดินไอยังไม่ได้เดินออกไปไหน แต่ยังหยุดฟังย่ามิกิคุยกับโฮชิโนโอจิด้วยสีหน้าแปลกใจ สงสัยว่ามีความลับอะไรที่ย่ามิกิกับโฮชิโนโอจิปกปิดเอาไว้

สีหน้าอาคิระอึ้งไปเมื่อรู้เรื่องจากรินดารา ต้องมองที่ภาพถ่ายซึ่งถ่ายติดโฮชิโนโอจิอยู่ที่มุมภาพอีกครั้ง
“ที่ชั้นเล่าให้คุณฟังทั้งที่มาของภาพถ่าย ทั้งเหตุการณ์วันที่ท่านชายไปพบกับคุณตาเคนตะ จนกระทั่งท่านจากไป จะเอาชั้นไปสาบานที่ไหนก็ได้..ชั้นไม่ได้คิดเอง ทุกอย่างชั้นเห็นกับตา”
“ถ้าผมเชื่อที่คุณว่ามา..นั้นก็หมายความว่า..ท่านชายควรจะมีอายุร่วมร้อยปีแล้ว”
“ชั้นไม่รู้ว่ากี่ปี..แต่อย่างน้อยท่านชายต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่เราคุยอยู่ทุกวันแน่”
“แต่ผมว่าเรื่องแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องที่น่าเชื่อเลยนะรินดารา”
“นั่นไง..สุดท้ายพอชั้นยอมเล่าให้ฟัง คุณก็ไม่เชื่อชั้นอยู่ดี..งั้นเอารูปชั้นคืนมา แล้วจะไปฟ้องท่านชายว่าชั้นคิดกับเขาไม่ดีก็ตามใจคุณ..ชั้นยอมโดนไล่ออกจากงาน” รินดาราเอื้อมมือไปขอรูปคืน แต่อาคิระดึงกลับไม่ยอมคืน
“มีเหตุผลหน่อย..ผมไม่ใช่คนที่เอะอะอะไร ก็ไล่ตะเพิดลูกจ้าง”
“แต่ชั้นสงสัยคนในครอบครัวคุณ คิดเรื่องไม่ดีกับเขา คุณก็มีเหตุผลจะไล่ชั้น..เอาคืนมา”
รินดาราเข้าไปแย่งภาพถ่ายจากมือ แต่อาคิระดึงกลับไม่ยอมคืน รินดาราเลยเสียจังหวะหน้าคะมำจะล้ม อาคิระ รีบประคองเอาไว้ รินดาราเลยอยู่ในอ้อมแขนของอาคิระ ทั้งคู่ชะงักมองหน้ากันนิ่ง

โฮชิโนโอจิเดินเข้ามาที่สวน มองตรงไปยังห้องรินดารา ซึ่งโฮชิโนโอจิรู้ดีว่าตอนนี้รินดารากำลังอยู่กับอาคิระ
ย่ามิกิตามเข้ามา “ก็อย่างที่ท่านชายบอกเสมอๆ..ความลับไม่มีในโลก มีแค่จะรู้ช้าหรือรู้เร็ว ดิชั้นเลยเห็นว่า..ตอนนี้อาจจะถึงเวลาแล้วที่อาคิระจะต้องรู้ความลับของตระกูลเรา”
“ถ้าการรู้ความลับของชั้น จะช่วยทำให้ฮิคาริรู้ความจริง ชั้นก็ไม่ว่าหรอก” โฮชิโนโอจิพูดไปก็เริ่มรู้สึกขัดจมูกเหมือนจะจามแต่กลั้นไว้ ย่ามิกิหันมาสงสัย “ไม่มีอะไรหรอกมิกิ กลับเข้าข้างในเถอะ ข้างนอกมันร้อน”
ย่ามิกิโค้งรับแล้วเดินออกไป โฮชิโนโอจิมองส่งจนย่ามิกิเดินเข้าไปในคฤหาสน์แล้ว โฮชิโนโอจิยังมีอาการจะจามอีกแต่ก็กลั้นเอาไว้ และมองไปที่ห้องพักของรินดารา

รินดารายังอยู่ในอ้อมแขนของอาคิระ ทั้งคู่สบตากันอยู่ครู่ รินดารารู้สึกตัวพยายามจะผละตัวออกจากอาคิระ แต่กลับเจออาคิระใช้มือโอบรัดไว้แน่นไม่ปล่อย “ปล่อยชั้นนะคุณ”
อาคิระไม่ปล่อย “ผมยังไม่ได้บอกว่าผมไม่เชื่อคุณ มันก็แค่ความสงสัยที่ยังไม่ชัดเจน เพราะคุณบอกว่าเรื่องของท่านชายมันเกี่ยวข้องกับคุณ” รินดารานิ่งไปอยู่ในอ้อมกอดของอาคิระ “เล่ามาให้ผมรู้ความสงสัยของคุณแล้วผมจะปล่อย..เรื่องของคุณมันเกี่ยวข้องอะไรกับท่านชาย” รินดารายังเงียบ
อาคิระกอดรัดเธอแน่นขึ้น “รินดารา !!!”
รินดาราตัดสินใจ “ที่ชั้นสงสัยอยากรู้เรื่องของท่านชาย เพราะ..เพราะเวลาที่ชั้นอยู่ใกล้ท่านชายหลายครั้งแล้วที่ชั้นมักจะเจ็บปวดตรงรอยปานที่หลัง”

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 8/5 วันที่ 28 เม.ย. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ