อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 9 วันที่ 1 พ.ค. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 9 วันที่ 1 พ.ค. 58

นางอ่ำปลอบว่าลูกอาจจะยังไม่ได้รับจดหมายก็ได้ แต่อุไรด่าว่านางแย้มแหละตัวดี บอกอัมพรอย่าเพิ่งท้อ เรายังมีหนทางอีกเยอะ เสียน้ำตาตอนนี้ก็เท่ากับยอมแพ้มัน จิกตาพึมพำ “มันยังรู้ฤทธิ์พวกเราน้อยไป!”

ธนาไม่พอใจยงยุทธที่ทำให้แม่ร้องไห้หลายครั้งแล้ว มยุรีย์ดักคอว่าที่โมโหนี่เพราะสู้เขาเรื่องหัวใจไม่ได้หรือเปล่า แต่ถ้ายงยุทธอ่านจดหมายของแม่แล้วยังทำแบบนี้ก็นับว่าแย่มากจริงๆ ธนาให้ช่วยกันบอกให้แม่ลืมๆไปเสีย มีตนสองคนเป็นลูกก็พอแล้ว ทวีติงลูกว่า แม่ลูกถึงอย่างไรก็ตัดกันไม่ขาด ถ้าอยากให้แม่สบายใจทั้งสองคนก็ทำตัวดีๆ ให้แม่ภูมิใจในตัวเราให้มากๆ


ผิดกับครอบครัวประยูรกับสุดาที่อยู่ในอาณัติของนางแย้มอย่างโงหัวไม่ขึ้นเพราะหมายสมบัติที่นางแย้มถือเป็นไม้ตายในมือ มีแต่ปวริศที่ไปเรียนโรงเรียนเตรียมทหารและไม่มีความโลภเหมือนลลดาที่ถูกทั้งแม่และย่าครอบงำ

ปวริศคิดถึงระพีพรรณ อยากเห็นหน้าจึงทำทีไปซื้อสังฆภัณฑ์ที่อุไรเปิดร้านใหม่ในทำเลทอง ระหว่างนั้นเห็นระพีพรรณออกมาจะไปซื้อก๋วยเตี๋ยวมากินกัน ปวริศรีบจ่ายเงินแล้วตามไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ไปยืนเด๋อๆ ด๋าๆ แล้วทำเป็นทักทาย แต่ถูกระพีพรรณมองและตอบแบบถามคำตอบคำ จนปวริศไปต่อไม่เป็น พอระพีพรรณซื้อก๋วยเตี๋ยวกลับไปก็ตามไปที่ร้านอีก คราวนี้บอกอุไรว่าซื้อธูปไปแล้วแต่ลืมซื้อเทียน

อุไรรู้สึกถึงความไม่ปกติ บ่น “มันชักจะยังไงๆ แล้ว หลานอีแย้มคนนี้”

อัมพรเสียใจกับท่าทีของยงยุทธจนสุขภาพทรุดโทรม ทำให้ธนากับมยุรีย์ยิ่งไม่พอใจยงยุทธ อัมพรเข้าใจลูกแต่ก็สอนลูกทั้งสองว่า

“ไม่ว่าจะยังไง สองคนอย่าทิ้งพี่ยงยุทธเขานะลูก ยังไงก็ต้องนับถือเขาเป็นพี่...อย่าไปโกรธเกลียดพี่เขา” ธนาถามว่าถ้าคุณแม่มีเขา คุณแม่จะแต่งงานกับคุณพ่อไหม?

“ธนา...อย่าไปพูดถึงเรื่องที่แก้ไขอะไรไม่ได้เลยลูก พูดเรื่องที่มันน่าจะทำได้ในอนาคตดีกว่า แม่เองไม่อยากจมอยู่กับอดีตหรอกลูก แต่อดีตที่มันแสนเจ็บปวดอย่างนี้ แม่ปล่อยวางไม่ได้ ถ้าปัจจุบันที่จะช่วยทำให้อนาคตมันดีขึ้น แม่ก็อยากทำ พี่น้อง ยังไงก็ต้องรักกัน...และแม่ก็เชื่อว่าความรักที่แม่กับลูกๆสองคนมีให้พี่ยงยุทธเขา สักวันนึงพี่เขาจะมองเห็น แล้วก็หันกลับมาหาเรา”

“แล้วถ้าเกิดไม่มีวันนั้นขึ้นมาล่ะครับแม่”

“เราจะได้ไม่ต้องเสียใจไงลูก เพราะยังไงเราก็ได้พยายามทำอย่างดีที่สุดแล้ว เวลามันผ่านไป มันไม่มีทางเรียกคืนมาได้หรอกลูก เข้าใจที่แม่พูดใช่ไหม”

ทั้งธนาและมยุรีย์ต่างรับคำแม่ อัมพรจึงเดินขึ้นไปพักผ่อน ส่วนทวีกอดลูกทั้งสองไว้ด้วยความรัก

ยงยุทธถูกนางแย้มกดดันจะให้สอบเข้าแพทย์ให้ได้ ถึงกับพาไปเรียนพิเศษและจะตระเวนบนให้ครบทุกวัดด้วยลิเกสามวันสามคืน บอกยงยุทธว่า เอาให้มันดังไปทั้งจังหวัดเลย ย้ำกับยงยุทธว่าทำให้ย่าชื่นใจให้ได้นะ

ยงยุทธถูกกดดันก็ยิ่งเครียดจนหทัยรัตน์ทัก เขาบอกว่าคงเพราะอ่านหนังสือมากไปหน่อย หทัยรัตน์ให้กำลังใจว่าเขาต้องสอบได้อยู่แล้ว พูดให้กำลังใจแต่ยิ่งเป็นการกดดันเขาว่า

“ยุทธเก่งกว่ารัตน์อยู่แล้ว รัตน์ยอมให้ยุทธคนเดียว แต่ยังไงเราก็ต้องได้ไปเรียนแพทย์ที่เดียวกัน”

ooooooo

เมื่อปวริศกลับไปที่โรงเรียนเตรียมทหาร เขาเฝ้าแต่คิดถึงระพีพรรณจนทนไม่ได้ เขียนจดหมายมารำพึงรำพันพร้อมกับแนบรูปตัวเองในเครื่องแบบนักเรียนเตรียมทหารมาให้ดูด้วย

“ระพีที่รัก...ผมกลับมาถึงโรงเรียนแล้ว ผมทนความคิดถึงระพีไม่ไหว ดังนั้นจดหมายฉบับนี้จึงเป็นจดหมายฉบับแรกจากผม และผมสัญญากับตัวเองว่า ตลอดเวลาที่ผมศึกษาอยู่ที่นี่ ผมจะเขียนจดหมายถึงระพีทุกๆสัปดาห์ ผมขอสารภาพว่า ความจริงผมคิดถึงระพีทุกวันแต่ผมนั้นขี้ขลาดเกินไป จนกระทั่งวันที่ผมตัดสินใจไปหาระพีที่ร้าน ผมจึงรู้ว่าชีวิตของผมคงขาดระพีไม่ได้ ระพีอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องน้ำเน่า แต่ผมขอยืนยันว่าทุกถ้อยคำที่ผมเขียน มันออกมาจากหัวใจของผมจริงๆนะครับ”

ระพีพรรณอ่านจดหมายใจเต้นแรง ดูรูปภาพนักเรียนเตรียทหาร ปวริศ หมั่นกิจ ด้วยความรู้สึกอย่างที่ไม่เคยเป็น

จดหมายของปวริศทำให้ระพีพรรณว่อกแว่กเหม่อลอยจนอุไรถามว่าเป็นอะไร ดักคอว่าเหม่ออย่างกับคนมีแฟน

“เปล่า...ไม่มีซะหน่อย โธ่...แม่ก็”

ค่ำวันเดียวกันนี้ ที่โต๊ะอาหารร้านตัดเสื้อพะยอม สุดากับพะยอมกำลังช่วยกันเก็บถ้วยชาม นางแย้มก็นั่งฝันหวานว่าอีกหน่อยยงยุทธเรียนจบบ้านเราก็จะมีหมอประจำบ้านไม่ต้องพึ่งหมอโรงพยาบาลแล้ว ส่วนประยูรก็ฝันเฟื่องว่าเป็นหมอรวยเร็ว ให้แม่ซื้อตึกไว้รอเลย ยงยุทธจบมาจะได้เปิดคลินิกของตัวเอง แต่ยงยุทธเองกลับนั่งฟังย่ากับอาคุยกันเงียบๆ

พอดีลือชัยกลับมา พะยอมถามว่ากินข้าวหรือยัง ลือชัยตอบอย่างไร้อารมณ์ว่าไม่หิว นางแย้มถามว่าไปไหนมากลับบ้านเอาค่ำมืด? ลือชัยบอกว่าเล่นบอลกับเพื่อน นางแย้มไม่เชื่อให้หันหน้ามาดูชัดๆ ถามว่าไปทำอะไรมาหน้าตาดูไม่ได้เลย ไม่มีสง่าราศี เหมือนคนติดยา ถามว่าริสูบบุหรี่หรือเปล่า

พอถูกยายจับผิด ลือชัยเสียงแข็งว่าไม่ได้สูบ

นางแย้มเปรียบเทียบทันทีว่า ไม่สูบก็ดีรู้ตัวไว้ด้วยว่าในบรรดาหลานทั้งหมดเขาแย่กว่าเพื่อน เปรียบเทียบว่า

“เห็นไหมว่าไอ้พวกโน้นมันเป็นยังไงบ้าง หน้าตา ผิวพรรณมันดูมีสง่าราศีกันทั้งนั้น สู้มันสิลูก อย่าเอาแต่สนุกไปวันๆ จะได้กลับมาดูแลสมบัติที่พ่อแม่สร้างเอาไว้ให้” ลือชัยโต้ว่าตนหัวไม่ดี “ยายว่าไม่ใช่หัวไม่ดีหรอก ไม่รักดีมากกว่า” แล้วเอาทรัพย์สมบัติมาขู่ตามเคยว่า “ยายบอกไว้ก่อนนะ ถ้าทำตัวแย่ขนาดติดคุกติดตะราง ยายไม่ไปเยี่ยมเด็ดขาด แล้วอย่าหวังว่าจะได้สมบัติ...บาทเดียวยายก็ไม่ให้”

“แล้วคิดเหรอว่าผมอยากได้ของของยาย” ลือชัยศอกกลับแล้ววิ่งขึ้นข้างบนไปเลย

“ฟังมันพูด” นางแย้มจิกตามองตาม ประยูรบอกว่า วัยรุ่นน่ะอย่าไปถือสาเลย นางแย้มก็หันไปไล่บี้พะยอมแทน “มึงเลี้ยงลูกยังไงวะอียอม แววโจรมันออกมาเห็นๆเนี่ย”

พะยอมไม่ตอบโต้ ยกจานชามออกไป สุดาสะใภ้สอพลอแอบสะใจ ส่วนลลดาก็บีบนวดให้ย่าอย่างเอาใจ

ยงยุทธนั่งนิ่งอย่างอึดอัดกับบรรยากาศรอบตัว

ooooooo

วันนี้วันเกิดของธนา เจ้าตัวลืมไปแล้วด้วยซ้ำ แต่อัมพรลุกขึ้นมาทำอาหารตั้งแต่ตีสี่ตรียมใส่บาตรตอนเช้า เสร็จแล้วปลุกให้ธนาลุกขึ้นมาใส่บาตร

อัมพรถามธนาว่าอยากได้อะไรในวันเกิด เขาตอบอย่างสำนึกดีว่าไม่อยากได้อะไรเพราะคุณแม่ทำอะไรต่ออะไรให้ตนมากมายเกินพอแล้ว ตนอยากเป็นฝ่ายให้คุณแม่มากกว่า บอกอัมพรว่า

“ผมรู้ว่าคุณแม่อยากได้อะไรที่สุด ผมสัญญาว่าจะเอาพี่ยงยุทธกลับมาเป็นลูกคุณแม่ให้ได้ครับ”

อัมพรน้ำตาไหลพรากด้วยความตื้นตันใจ พอดีพระมา ทวีบอกอัมพรกับลูกๆใส่บาตรกันได้แล้ว

ธนาขับรถส่งมยุรีย์ไปเรียนดนตรี เจอลลดาพุ่งเข้ามาเอาของขวัญวันเกิดให้บอกว่าทำมากับมือตัวเอง อวยพรให้สุขสันต์วันเกิด มยุรีย์มองอย่างไม่ชอบใจถามธนาว่ารับไว้ทำไม ธนาย้อนถามว่าแล้วจะให้ทำยังไง แต่พอดูของขวัญที่ลลดาวาดลายเส้นรูปหน้าธนาแล้ว มยุรีย์เบ้หน้าบอกว่าไม่เหมือนเลย แต่ธนาดูแล้วแอบพอใจลึกๆ

วันนี้ระพีพรรณไปหาหทัยรัตน์ที่บ้าน หทัยรัตน์บอกว่าตอนนี้บททวนเคมีกันก่อน กินข้าวเที่ยงแล้วค่อยทวนชีวะ ระพีพรรณเห็นด้วยแล้วบอกเพื่อนรักว่าวันนี้วันเกิดธนา เผื่อเธอจะโทร.ไปอวยพร

หทัยรัตน์ถามว่าจะทำตัวเป็นแม่สื่อหรือ

“ไม่ได้คิดยังงั้น อีกไม่กี่เดือนเรียนจบก็แยกย้ายทางใครทางมันแล้ว เค้าแค่อยากจะให้ธนามีกำลังขึ้นมาบ้าง ยังไงก็น้องเค้า อวยพรในฐานะเพื่อนไม่เห็นจะเสียหายอะไรเลย”

“อย่าเลย เค้าว่าตานี่ไม่มีทางคิดแค่ความเป็นเพื่อนแน่ เดี๋ยวจะยิ่งได้ใจ เฉยๆไว้ดีที่สุด” หทัยรัตน์ตัดบท

ooooooo

ธนาลากมยุรีย์ไปที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะข้างโรงเรียนสอนดนตรี หยอดเหรียญกดเบอร์แล้วให้มยุรีย์ขอสายหทัยรัตน์

หทัยรัตน์รับสายพอดี พอมยุรีย์บอกว่า “ระพีพรรณพูดค่ะ” เท่านั้น ธนาก็แย่งโทรศัพท์ไป

“หทัยรัตน์ไม่อยู่ค่ะ เท่านี้นะ” หทัยรัตน์รู้ทัน บอกแล้วจะวางสาย ระพีพรรณนั่งอยู่ใกล้ๆเงยหน้ามองเพื่อนแปลกใจ

มยุรีย์รีบบอกว่าตนเอง ธนาก็ส่งเสียง “รัตน์...รัตน์...นี่เค้าเอง” หทัยรัตน์นิ่งฟังอย่างอยากรู้เหมือนกันว่าธนาจะพูดอะไร ได้ยินเสียงธนาอ้อนมาว่า

“เค้าคิดถึงรัตน์นะ...คิดถึงมากด้วย...คิดถึงที่สุด” หทัยรัตน์ยังฟังเงียบๆ ธนารีบพูดทำเวลาเต็มที่ “วันนี้วันเกิดเค้า รัตน์อวยพรวันเกิดให้เค้าหน่อยสิ...นะ...นะ...” หทัยรัตน์ฟังแค่นั้นก็วางสาย ธนาร้อง “รัตน์...รัตน์...ปัดโธ่เว้ย!” แล้วทุบตู้โทรศัพท์ปึงปังจนมยุรีย์เตือนว่าเดี๋ยวตำรวจจับหรอก นี่มันสมบัติส่วนรวมนะ

วางสายจากธนาแล้ว หทัยรัตน์เล่าให้ระพีพรรณฟังขำๆว่า

“จนได้...นี่ถ้าขืนเค้าเป็นฝ่ายโทร.ไป ตานี่จะยิ่งได้ใจขนาดไหนไม่รู้” มยุรีย์บอกว่าถ้าธนาทำให้หงุดหงิดตนก็ขอโทษด้วยแล้วกัน “ไม่เป็นไรหรอก ก็อย่างตัวเองว่าน่ะแหละ อีกไม่นานก็แยกย้ายกันไป ทางใครทางมันแล้ว ตัวเองเตือนๆเขาหน่อยแล้วกัน ให้นึกถึงอนาคตตัวเองให้มากๆ อย่ามามัวหมกมุ่นกับเรื่องแบบนี้เลย ไม่มีประโยชน์”

ธนาหงุดหงิดที่ถูกหทัยรัตน์ปฏิเสธ จนมยุรีย์บ่นว่าไม่อยากนั่งรถคนขี้งอน ธนาเลยออกรถประชดไปอย่างแรงไม่ทันระวัง ลลดากำลังเดินข้ามถนนมา ธนาตกใจเบรกเอี๊ยด เห็นลลดาล้มลงตรงหน้ารถพอดี!

ooooooo

ลลดาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ไม่นานทั้งอัมพรและทวีก็มาถึง นางแย้มเดินอ้าวตามมาติดๆ มาถึงก็โวยวาย

“ไอ้หน้าไหนมันขับรถชนหลานกู”

ประยูรกับสุดารีบมาทันทีที่ได้ข่าว พออัมพรรู้ว่าคู่กรณีเป็นใครก็แทบเป็นลม ทวีไปรับหน้านางแย้มแทน บอกนางแย้มว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ลูกชายตนไม่ได้ตั้งใจ

แทนที่นางแย้มจะไปดูคนเจ็บ กลับโวยวายเอาเรื่องอยู่กับทวีหาว่าอัมพรสอนให้ลูกจองเวรจองกรรมพวกตน ประยูรขอให้แม่ใจเย็นๆ ค่อยพูดค่อยจากัน นางแย้มก็ยิ่งเสียงดัง

“มันต้องตั้งใจฆ่าให้ตายแน่ๆ กูรู้สันดานพวกมันดี เรียกตำรวจมาเลย ยังไงก็ต้องลงบันทึกประจำวัน ข้อหาพยายามฆ่า” เท่านั้นไม่พอยังขู่อัมพรว่า “ถ้าหลานกูเป็นอะไรไป ลูกมึงติดคุกหัวโตแน่อีอัมพร!”

อัมพรชี้แจงว่าพยานที่เห็นเหตุการณ์ต่างบอกว่าลลดาล้มลงไปเองทั้งนั้น นางแย้มหาว่าอัมพรแก้ตัวขุดเรื่องเก่าๆมาด่าอีกว่า กี่ปีก็เป็นอย่างนี้ ทำเลวแล้วยังไม่ยอมรับ ประกาศว่าวันนี้จะตบล้างน้ำเสียที แล้วปราดเข้าไปจะตบ ประยูรกับสุดาช่วยกันรั้งนางแย้มไว้ ธนาเห็นดังนั้นก็พรวดเข้ามาปกป้องแม่ บอกว่า

“ผมเป็นคนผิดเอง จะลงโทษก็ลงโทษผม อย่ามาทำหยาบคายใส่แม่ผม ไม่งั้นได้เห็นดีกันแน่” ทวีก็ช่วยห้าม

“เห็นไหม เรื่องระยำๆ มันสอนลูกมันไว้ทุกอย่าง” นางแย้มได้ทีด่าต่อทำท่าจะด่ายาว ก็พอดีพยาบาลออกมาถามว่าผู้ปกครองลลดามาหรือยัง นางแย้มเลยต้องหยุดอาละวาด

ooooooo

เมื่อเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ลลดาบอกย่า บอกพ่อกับแม่ว่า รถไม่ได้ชน ตนเป็นคนล้มลงไปเอง

พอลลดาบอกว่าตนล้มเอง นางแย้มก็พาลหาเรื่องอีกจนได้ สั่งให้เอกซเรย์สมองเผื่อเกิดพิการเดินไม่ได้ตลอดชีวิตจะทำยังไง สั่งประยูรให้เอาเรื่องฝ่ายโน้น ให้ต้องชดใช้ห้าหมื่น หรือหนึ่งแสนก็ได้ เรียกไว้เผื่อมันต่อรอง

“จะไปเรียกร้องอะไรเขาแม่ แค่เขาพามาส่งโรงพยาบาลให้ก็ถือว่ามีน้ำใจแล้ว ลดามันก็บอกว่าล้มเองไม่ได้ถูกชน” ประยูรท้วงติงแต่นางแย้มไม่ยอม ให้เรียกค่าทำขวัญ เกิดขาถลอกเป็นแผลเป็นไปตลอดชีวิตจะทำยังไง มือนี่ก็เหมือนกันเรียนเปียโนไม่ได้อีกเป็นเดือน เผลอๆเป็นปี นางแย้มพล่ามเสียจนประยูรตัดรำคาญว่า “เอาๆ เดี๋ยวผมจะไปคุยกะเขาเอง”

“อะไรหยวนๆกันได้ก็หยวนๆไปเถอะค่ะแม่” สุดาเอ่ย เลยถูกนางแย้มด่าต่อว่า

“กูไม่หยวนกับอีพวกก๊กนี้หรอก คราวไอ้ลือชัยก็หนนึงแล้ว พวกมันจงใจชนมากกว่า มันคงเสี้ยมสอนลูกเต้ามันมาว่าถ้าเจอคนบ้านเรา ทำให้เจ็บได้ก็ทำไปเลย”

อัมพรคุยกับประยูรว่าได้ยินว่าลลดาล้มเองก็ค่อยสบายใจหน่อย ประยูรบอกอัมพรว่าแม่แกก็อย่างนี้แหละพี่ก็รู้ดี แต่ทวีก็จะช่วยค่ารักษาพยาบาลให้หนึ่งหมื่นบาท

“ไม่เป็นไรหรอกครับผู้กำกับ เรื่องแค่นี้” ประยูรพูดสบายๆ แต่ทวีก็ยืนยันขอรับผิดชอบเรื่องนี้ ประยูรเห็นธนายังจ๋อยอยู่เลยหันไปหยอกว่า “ไงหนุ่ม...ยังไม่มีใบขับขี่เลยไม่ใช่เหรอ แล้วขับรถได้ยังไง”

“ผมเสียใจครับ ผมจะไม่ให้เกิดเรื่องอย่างนี้อีก”

แต่พอประยูรเอาเงินหนึ่งหมื่นไปให้นางแย้ม นางโวยวายทันทีว่า “กูให้มึงเรียกไปแสนนึง มึงได้มาหมื่นเดียว”

“เขาเป็นฝ่ายแสดงน้ำใจเองแม่ ยังไงเราก็เอาผิดเขาไม่ได้หรอก”

“ทำไมจะไม่ได้ ขู่มันไปเลยว่าจะแจ้งความพยายามฆ่า เรื่องเก่าๆเอามารวมกันไป มันแค้นเราก็เลยจะเอาคืน”

“แม่...ถ้าแม่อยากจะคุ้ยเรื่องในอดีตขึ้นมาจริงๆ ผมก็จะทำให้ แต่แม่คิดดูให้ดีๆ ว่ามันจะคุ้มกันไหม แม่คิดซะก่อนนะ ว่ามันคุ้มหรือไม่คุ้ม โดยเฉพาะเรื่องไอ้เจ้ายงยุทธน่ะ” ประยูรเตือนสติแม่แล้วเดินออกไป นางแย้มมองตามอย่างหงุดหงิดแล้วเดินไปอีกทาง

“เรื่องในอดีต...เรื่องอะไรเหรอคะคุณแม่” ลลดาถามสุดาที่ยืนอยู่ด้วย

“เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กไม่เกี่ยว” สุดาตัดบท

ooooooo

เพราะปวริศบอกว่าจะเขียนจดหมายมาทุกอาทิตย์ วันนี้ระพีพรรณกลับจากโรงเรียนก็ตรงไปที่ตู้จดหมายหน้าบ้านทันที อุไรถามว่าหาอะไร ระพีพรรณ สะดุ้ง ปดแม่ว่าเปล่า แค่ดูเผื่อมีบิลค่าน้ำค่าไฟ

“โกหก...แกรอไอ้จดหมายฉบับนี้อยู่ใช่ไหม” อุไรชูจดหมายให้ดู ทำเอาระพีพรรณหน้าเสีย

อุไรเข้าไปคุยกับระพีพรรณในห้องนอน ถามว่าปวริศส่งจดหมายมากี่ฉบับแล้ว ระพีพรรณบอกตามตรงว่าฉบับนี้เป็นฉบับที่สอง อุไรถามอีกว่าชอบเขาหรือ? ท่าทางอนาคตไกล พอระพีพรรณบอกว่าตนไม่ได้คิดอย่างนั้น อุไรกลับถามว่า

“แล้วทำไมแกไม่ลองคิดดูล่ะ” ระพีพรรณมองแม่อย่างไม่อยากเชื่อ “ฉันอยากให้แกคบหากับมัน แกต้องทำให้มันรัก แต่แกจะรักมันไม่ได้” ระพีพรรณยิ่งฟังยิ่งงงถามว่าแม่พูดอะไรน่ะ “ทำตามที่ฉันสั่ง แกต้องทำให้พวกมันฉิบหายวายป่วง ทำให้มันหลงรักแก ยิ่งหัวปักหัวปำได้เท่าไหร่ยิ่งดี เมื่อไหร่ที่แน่ใจแล้วว่ามันขาดแกไม่ได้ แกค่อยสลัดมันทิ้งอย่างไม่มีเยื่อใย”

“แม่...หนูทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก”

“แกต้องทำได้ เพราะแกต้องล้างแค้นให้ยาย ให้ป้า ให้แม่ อีแย้มมันทำกับพวกเราไว้มาก เกือบยี่สิบปีมันยังไม่สายเกินไปหรอกที่เราจะเอาคืน ถ้าแกยังคิดว่าฉันเป็นแม่ของแกอยู่...แกต้องทำ”

ooooooo

เพราะวันนี้นางแย้มติดธุระไม่ได้มารับยงยุทธ พอเลิกเรียนที่โรงเรียนกวดวิชา ยงยุทธจึงชวนหทัยรัตน์ไปดูหนังแก้เครียดกัน

แต่พอค่ำกลับถึงบ้าน ยงยุทธก็ถูกนางแย้มไล่เบี้ยว่าไปไหนมากลับเอาป่านนี้ทั้งที่โรงเรียนกวดวิชาเลิกนานแล้ว พอรู้ว่าไปดูหนังกับหทัยรัตน์มาก็ถามว่าทำไมไม่ขออนุญาตย่าก่อน หาว่าอย่างนี้มันจงใจหนีเที่ยวกัน ยงยุทธบอกว่าตนเพิ่งนึกอยากดูหนังตอนโรงเรียนเลิกแล้ว

“ทีหน้าทีหลังต้องขอย่าก่อน ถ้าย่าไม่อยู่ให้แปลว่าไม่อนุญาตให้ไปไหนเข้าใจไหม” พอยงยุทธรับคำนางแย้มก็บ่นกระปอดกระแปด “แทนที่จะรีบกลับมาอ่านหนังสือหนังหาเตรียมสอบ ดันหนีเที่ยวซะนี่ ถ้าแกสอบไม่ติดขึ้นมาย่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แล้วกินข้าวกินปลามารึยัง” ยงยุทธบอกว่ากินแล้ว นางแย้มก็ไล่ให้ไปอาบน้ำเสียจะได้อ่านหนังสือ

ooooooo

ปวริศเขียนจดหมายถึงระพีพรรณอย่างสม่ำเสมอ ตามที่บอกไว้ จดหมายแต่ละฉบับก็รำพันความคิดถึง บรรยายความรักที่มีต่อเธอจนระพีพรรณอ่านแล้วยิ้มอย่างมีความสุข

ส่วนอุไร เมื่อยุให้ระพีพรรณหลอกให้ปวริศหลงรัก เพื่อจะทิ้งให้ได้รับความเจ็บปวด ก็คอยย้ำเตือนลูกเสมอว่า

“แกจำไว้เลย ความรักมันไม่มีอยู่จริงหรอก มันก็แค่ลมพัดมาวูบนึงเท่านั้นแหละ พัดมาแล้วก็ผ่านไป แต่ยังไงก็ขอบใจนะ ที่แกไว้ใจแม่ เอามาให้แม่อ่าน” อุไรถามว่าแล้วตอบจดหมายไปกี่ฉบับแล้ว ระพีพรรณบอกว่ายังเลยเพราะไม่รู้จะเขียนอย่างไร อุไรจะเขียนตอบให้ ระพีพรรณบอกว่าไว้ตนตอบเองดีกว่า อุไรย้ำว่า “แนบเนียนหน่อยก็แล้วกัน อย่าให้ท่ามันเกินไป อย่าตัดไมตรีมันด้วย ยังไงแกก็ต้องทำให้มันหลงแกขึ้นไปเรื่อย ฉันเชื่อว่าแกทำได้”

“จ้ะแม่”

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 9 วันที่ 1 พ.ค. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ