อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 9 วันที่ 2 พ.ค. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 9 วันที่ 2 พ.ค. 58

“จ้ะแม่”
ฝ่ายนางแย้มทำทุกวิถีทางที่จะให้ยงยุทธสอบเข้าแพทย์ให้ได้ นางยิ่งย้ำยงยุทธก็ยิ่งถูกกดดัน ยิ่งเครียด ได้แต่เก็บกดไว้ในใจ แม้แต่กับหทัยทัยรัตน์เขาก็เพียงแต่ฟังเธอชื่นชมให้กำลังใจเงียบๆ บางครั้งก็อดถามไม่ได้ว่า

“แล้วถ้ายุทธสอบไม่ได้ล่ะ รัตน์จะเสียใจไหม”

“ถ้ายุทธทำข้อสอบไม่ได้แล้วรัตน์จะทำได้เหรอ ต้องได้ด้วยกันสิ”

“ถ้ายุทธสอบไม่ได้ ยังไงรัตน์ก็ต้องเรียนหมอนะ ห้ามงอแง” หทัยรัตน์มองหน้าถามว่าหมายความว่าไง ยงยุทธฝืนยิ้มบอกว่า “ยุทธอยากให้รัตน์เป็นหมอ หมอเป็นอาชีพที่เป็นกันไม่ได้ง่าย เป็นอาชีพที่ได้บุญด้วย รัตน์ต้องทำให้ได้ รัตน์ต้องเป็นหมอ” แต่พอเธอถามว่าแล้วเขาล่ะ ยงยุทธไม่ตอบ ตัดบทชวนไปกันเถอะ ใกล้เวลาสอบแล้ว


หทัยรัตน์ไม่เข้าใจคำพูดของยงยุทธ เดินตามไปใจคอไม่ดี ในขณะที่ยงยุทธสีหน้าเรียบเฉย เขารู้ตัวดีว่าตัวเองกำลังทำอะไร และพร้อมยอมรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้อย่างสงบ...

ooooooo

สอบเสร็จ อุไรจัดเลี้ยงฉลองให้ระพีพรรณที่ต้องเหน็ดเหนื่อยจากการดูหนังสือ ระพีพรรณมั่นใจว่าตัวเองต้องสอบได้ อัมพรอดแอบหวังไม่ได้ว่ายงยุทธก็ต้องสอบได้เหมือนกัน

ธนาขับรถไปส่งมยุรีย์ไปเรียนดนตรี เจอลลดาที่แขนยังไม่หาย ต่างทักทายกัน ลลดาบอกว่าตนยังเรียนเปียโนไม่ได้แต่ก็มาเรียนร้องเพลงแทน ธนาที่ชอบดนตรีอยู่แล้วถามว่าอยากเป็นนักร้องหรือ เธอหวังว่าสักวันตนต้องเป็นนักร้องดังให้ได้

ระหว่างทั้งสองคุยกันอยู่นั้น มยุรีย์เข้ามาขัดจังหวะอย่างหมั่นไส้ เร่งธนาให้ไปซื้อของที่คุณแม่ฝากมาซื้อเลยขากลับจะได้ไม่ต้องเสียเวลา ก่อนแยกไปยังปรายตาใส่มยุรีย์อย่างไม่ชอบใจ ลลดายิ้มแห้งๆ ปรารภกับธนาก่อนแยกไปร้องเพลงว่า

“ถ้าครอบครัวเราสองครอบครัวไม่มีเรื่องให้ต้องเกลียดกัน ก็คงจะดีกว่านี้นะคะพี่ธนา”

สุดาต้องไปเก็บดอกเงินกู้ในตลาดแทนนางแย้มที่ยังเจ็บอยู่ เป็นโอกาสให้แอบหยิบเงินออกไปส่วนหนึ่ง พอกลับถึงบ้านเอาเงินให้นางแย้มแล้วเล่าว่ามีนายทุนเงินกู้รายใหม่มาปล่อยกู้ดอกต่ำกว่าเรา ต่อไปลูกค้าเราคงน้อยลง นางแย้มเจ็บใจจนไม่มีแก่ใจจะนับเงินที่ได้มา สุดามองอย่างโล่งใจที่ไม่ถูกจับได้

คืนนี้ที่ร้านพะยอม ลือชัยกลับมาในสภาพทรุดโทรม พะยอมเรียกไว้บอกว่าวันนี้ทางโรงเรียนเรียกแม่ไปแจ้งว่าเขาหมดสิทธิ์สอบเพราะเวลาเรียนไม่ครบ ลือชัยไม่ทุกข์ร้อน พอพะยอมเตือนสติว่าถ้าวันนี้ไม่ตั้งใจเรียนแล้วอนาคตจะทำมาหากินอะไร ลือชัยอ้างว่าตนตั้งใจแล้วแต่ทำได้แค่นี้ บ่นแม่ว่า “แม่จะเอาอะไรนักหนา...น่าเบื่อ”

พะยอมจับได้ว่าลือชัยติดยา แต่ลือชัยไม่ยอมรับ บอกว่าตนก็แค่สูบบุหรี่เท่านั้น พะยอมเสียใจมาก แต่พออบรมก็ถูกหาว่าคิดมากไม่เข้าเรื่อง ความอัดอั้นเรื่องลือชัย พะยอมตัดสินใจไปหาลือพงษ์ที่บริษัท เจอเขามั่วอยู่กับเด็กสาว ลือพงษ์ถามอย่างไม่พอใจว่าจะมาทำไมไม่บอกก่อน

พะยอมขอให้เขาตักเตือนลือชัยบ้างเพราะตนรู้สึกว่าลูกจะติดยา ลือพงษ์โทษว่าเพราะเธอเอาแต่ตามใจลูกจนเสียคน

“รู้งี้ฉันไม่มาให้เสียเวลา” พะยอมพูดอย่างผิดหวังแล้วจะกลับ ลือพงษ์ถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร “เป็นพ่อมันก็คิดเอาเองแล้วกัน คิดได้ก็โทร.ไปบอกฉันด้วย” พะยอมขึ้นรถขับออกไปเลย ลือพงษ์ยืนนิ่งอย่างเจ็บปวดไม่น้อยเหมือนกัน

ธนาไม่ทุกข์ร้อนกับอะไร คืนนี้ก็ร้องเพลงซ้อมดนตรีอยู่ที่บ้านจนมยุรีย์บ่นว่าหนวกหูทำให้แม่รำคาญหนังสือก็ไม่อ่าน สองพี่น้องโต้เถียงกันไปตามประสา จนทวีหัวเราะบอกมยุรีย์ว่าตนรู้ว่าธนาคิดอะไรไว้แล้วว่าเรียนจบจะทำอะไร

“วันข้างหน้าจะเป็นยังไงไม่มีใครรู้หรอกลูก ขอแค่ลูกได้ใช้ความสามารถที่มีเลี้ยงตัวเองได้ เป็นคนดี ไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อน พ่อกับแม่ก็พอใจแล้วลูก”

ธนาวางกีตาร์เข้าไปกอดอัมพรสัญญาว่า “ขอบคุณครับคุณแม่ ถึงผมจะเรียนไม่เก่ง ไม่ได้สอบติดหมอเหมือนใครบางคน แต่คุณแม่คอยดูเถอะ อีกหน่อยผมจะหาเลี้ยงคุณพ่อคุณแม่เอง”

“หมั่นไส้คนขี้ประจบ แหวะ” มยุรีย์ทำใส่พี่ชายอย่างหมั่นไส้ ธนาหอมแก้มแม่เย้ยให้ดู ทำให้ทั้งอัมพรและทวีหัวเราะขำลูกสองคนที่ทั้งหยอกล้อและจิกกัดกันไม่เว้นวัน

ooooooo

วันประกาศผลสอบเข้าแพทย์มาถึงแล้ว หทัยรัตน์โทร.บอกยงยุทธว่าจะรับไปดูผลสอบด้วยกัน แต่พอเธอไปถึง นางแย้มบอกว่ายงยุทธออกไปแล้ว หทัยรัตน์งงๆว่านัดกันแล้วทำไมไม่รอ?

นางแย้มที่มั่นใจเกินร้อยว่ายงยุทธต้องสอบติดแพทย์ บอกหทัยรัตน์ว่าเย็นนี้มากินเลี้ยงด้วยกันจะได้ฉลองพร้อมกัน

แต่เมื่อไปดูผลสอบ ทั้งระพีพรรณและหทัยรัตน์ต่างสอบติด แต่ไม่มีชื่อของยงยุทธ หทัยรัตน์เชื่อว่าต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ชื่อของยงยุทธถึงได้ตกหล่นไป

อัมพรสงสารลูก ทวีปลอบใจว่าปีนี้ไม่ได้ปีหน้าก็สอบใหม่ ยงยุทธจะต้องเรียนรู้อะไรๆด้วยตัวเขาเอง ระพีพรรณกับหทัยรัตน์ไปตามหายงยุทธก็ไม่เจอ แต่หทัยรัตน์รู้ว่าจะไปหาเขาได้ที่ไหน

หทัยรัตน์ไปที่ริมบึงบัว เจอยงยุทธอยู่ที่นั่นจริงๆ เธอถามว่าเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้นเขาตั้งใจให้เป็นอย่างนี้ใช่ไหม

“เราไม่อยากเป็นหมอ” ยงยุทธบอก หทัยรัตน์ตัดพ้อว่าทำไมไม่บอกตนแต่แรก “อย่าเอาชีวิตมาผูกไว้กับยุทธเลยนะรัตน์ หทัยรัตน์ถามว่าเรารักกันแล้วทำไมไม่สานฝันไปด้วยกัน ยงยุทธส่ายหน้ายอมรับว่า “ยุทธกลัวเลือด ยุทธกลัวเข็มด้วย ยุทธไม่ชอบกลิ่นโรงพยาบาล มันเหมือนหดหู่แล้วมันก็น่ากลัวมากสำหรับยุทธ มันน่ากลัวมากนะรัตน์”

หทัยรัตน์มองยงยุทธอย่างเข้าใจ จับแขนเขาปลอบใจ ต่างเงียบไปกับความคิดของตัวเอง...

ooooooo

ที่ริมบึงบัว หทัยรัตน์กับยงยุทธยังนั่งคุยกันอยู่ในบรรยากาศที่อึดอัดกดดัน หทัยรัตน์ถามว่าเขาจะบอกคุณย่าเรื่องผลการสอบอย่างไร เพราะคุณย่าหวังกับเขามาก

“คนอย่างคุณย่า มันต้องเกิดเรื่องก่อนคุณย่าถึงจะเข้าใจ ยุทธว่ายุทธคิดไม่ผิดหรอก”

หทัยรัตน์ถามว่าเขาจะไปเรียนต่อที่ไหน เรียนอะไร ยงยุทธบอกว่าเรียนวิศวะ หทัยรัตน์ก็ยังหวังว่าให้เขาเข้าจุฬาฯจะได้อยู่ใกล้กัน แต่ยงยุทธจะไปเรียนเชียงใหม่

เห็นหทัยรัตน์ผิดหวัง ยงยุทธชี้แจงว่า อยู่ไกลกันก็ดีจะได้รู้ว่าเธอมั่นคงกับตนไหมและตนก็จะได้พิสูจน์ตัวเองด้วยว่ารักเธอมากแค่ไหน หทัยรัตน์ถามอย่างทำใจยากว่า “ทำไมต้องใช้วิธีนี้?”

“อีกหน่อยเราโตเป็นผู้ใหญ่ เราต้องมีชีวิตเป็นของเราเอง ยุทธอยากมีชีวิตที่ยืนบนลำแข้งตัวเองได้ ไม่ใช่ต้องพึ่งพาใครต่อใครตลอดไปนะรัตน์”

แม้หทัยรัตน์จะทั้งเจ็บทั้งปวดแต่ก็ต้องจำยอมกับความมุ่งมั่นของยงยุทธ

ooooooo

นางแย้มเตรียมของไว้ฉลองที่ยงยุทธสอบเข้าแพทย์ได้ไว้มากมาย พอเขากลับมาถึงนางไม่ถามว่าเขาสอบได้ไหม แต่กลับถามว่าหทัยรัตน์ก็สอบได้ใช่ไหม? ทั้งโรงเรียนสอบได้กี่คน? เชื่อว่าทั้งจังหวัดก็สอบได้แค่สองคนเท่านั้น

“คุณย่าครับ...ผมสอบไม่ได้” ยงยุทธบอกนางแย้ม แต่เหมือนระเบิดลงที่ทำให้ทุกคนเงียบงันกันไปหมด นางแย้มถามย้ำอีกที เมื่อยงยุทธบอกว่า “ผมสอบไม่ได้ครับ” ก็ยังหาว่าเขาล้อเล่น พอยงยุทธยืนยัน นางแย้มรับไม่ได้ หน้าตาที่ยิ้มแย้มปลื้มปีติก็กลายเป็นตีหน้ายักษ์เอ็ดตะโรอย่างควบคุมอารมณ์ไม่ได้ว่า

“ทำไม! ทำไมไม่ได้!! เรียนแกก็ได้เกรดสี่เกือบทุกวิชา กวดวิชาก็ไปเรียน หมดเงินหมดทองไปตั้งเท่าไหร่แล้วทำไมสอบไม่ได้!!”

“ผม...ผม...คือผมไม่อยากเป็นหมอครับ”

ทั้งประยูรและพะยอมพยักหน้า แต่นางแย้มพุ่งเข้าตบหน้ายงยุทธ ทุกคนตกใจ ยงยุทธน้ำตาร่วงทันที

“ทำไมมึงไม่บอกกูก่อนว่ามึงไม่อยากเป็นหมอ มึงให้ความหวังกูทำไม ทำไมถึงทำกับกูอย่างนี้!” นางแย้ม สติแตก

“ผมเป็นหมอไม่ได้ครับ ผมกลัวเลือด กลัวเข็มฉีดยา กลัวโรงพยาบาล ผมกลัว...” นางแย้มทนไม่ไหวร้องไห้โฮออกมา “ผมเสียใจที่ทำให้คุณย่าต้องผิดหวังในตัวผม” ยงยุทธค่อยๆเดินผ่านทุกคนที่เงียบงันไปหมด พอยงยุทธขึ้นข้างบนนางแย้มก็ระเบิดอารมณ์ กวาดอาหารที่เตรียมไว้สำหรับเลี้ยงฉลองวินาศสันตะโรแล้วทิ้งตัวลงร้องไห้ฟูมฟายแทบจะขาดใจ

ประยูรกับพะยอมเข้าประคองแม่คนละข้างอย่างปลอบใจ

เมื่อประยูรขึ้นไปหายงยุทธที่ห้องเขาตำหนิหลานว่ามีอะไรก็น่าจะบอกย่าแต่แรก

“ถึงผมบอก อาคิดเหรอครับว่าคุณย่าจะรับฟัง...คุณย่าเป็นคนยังไงอาก็รู้ดี” ประยูรบอกว่าย่ารักเขามากเกินไป “ผมรู้ แต่ผมก็มีสิทธิ์เลือกทางเดินชีวิตของผมเองบ้างไม่ใช่เหรอครับอา...” ประยูรได้แต่ตบไหล่หลานชายอย่างปลอบใจ

ฝ่ายพะยอมปลอบใจนางแย้มที่ยังร้องไห้ฟูมฟายก่นด่ายงยุทธว่าเป็นคนอกตัญญู แล้วทีนี้ตนจะเอาหน้าไปไว้ไหนอายเขาทั้งบ้านทั้งเมือง ด่ายงยุทธว่า “สันดานเหมือนแม่มันไม่มีผิด เลี้ยงให้ดียังไงมันก็เลี้ยงไม่เชื่อง”

พะยอมได้แต่เซ็ง รู้ดีว่าตนพูดให้ตายแม่ก็ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงความรู้สึกของลูก อัมพรไปดักพบยงยุทธที่โรงเรียน ก็ได้รับการปฏิบัติต่อไม่ต่างจากคราวก่อน ทั้งเย็นชา หมางเมินและพยายามหลบเลี่ยง เมื่ออัมพรบอกว่าตนเป็นห่วงลูก ยงยุทธก็สวนไปทันควันว่า

“มันเป็นชีวิตของผม ผมจะเลือกเดินไปยังไงมันก็เรื่องของผม เลิกเรียกผมว่าลูกเสียที ผมเกิดมาไม่มีแม่ เพราะแม่ผมตายไปนานแล้ว”

อัมพรน้ำตาทะลักทันที ยงยุทธเดินจากไปอย่างเย็นชา แต่ในความรู้สึกก็เจ็บปวดกับสิ่งที่ตัวเองพูดออกไปไม่น้อย

อัมพรกลับไปเล่าให้อุไรฟัง อุไรเป็นเดือดเป็นแค้น เชื่อว่าต้องเป็นฝีมือนางแย้มแน่ๆ บอกอัมพรว่าเรื่องนี้เดี๋ยวตนจัดการเอง ยงยุทธต้องหูตาสว่างเสียที ไม่ใช่หลงเชื่อทุกอย่างที่นางแย้มเป่าหู

แล้วอุไรก็ไปขอพบยงยุทธที่โรงเรียน อาจารย์ที่ถูกนางแย้มครอบงำโทร.ไปบอกนางแย้ม นางแจ้นมาทันที พอเห็นอุไรก็เปิดฉากด่า เมื่อขิงก็ราข่าก็แรง นอกจากด่ากันแล้วเมื่อต่างทนไม่ได้ก็ตบตีกันเสียงอึกทึกครึกโครมจนพวกนักเรียนพากันกรูมาดู เพื่อนยงยุทธบอกว่านั่นย่าเขา ส่วนธนาก็บอกว่านั่นน้าตน แต่พวกนักเรียนก็ถูกอาจารย์ต้อนกลับไปเรียนตามเดิม

ยงยุทธกลับไปนั่งเครียด ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตนเห็นเลย...

นางแย้มกลับมาให้พะยอมทายาประคบยาให้ พะยอมบ่นว่าแม่ทำอย่างนี้แล้วได้อะไรขึ้นมา ถูกนางแย้ม ตวาดตามเคยว่าอย่ามาสอนกู! ถามพะยอมว่าอยู่ฝ่ายไหนกันแน่ตนชักไม่แน่ใจ

“เมื่อก่อนฉันอยากได้อยากมีอยากแย่งชิงสมบัติคนอื่นมาเป็นของตัวเอง จนปล่อยให้แม่บงการชีวิตฉัน ถึงวันนี้ฉันถึงได้เห็นกับตาตัวเองว่า ถึงแย่งเขามาได้ ฉันก็ไม่ได้ครอบครองอะไรสักอย่าง ทั้งลูกทั้งผัว แม่เชื่อฉันเถอะอะไรๆมันไม่จีรังยั่งยืนหรอก แม้แต่ความรัก ปล่อยวางซะบ้าง”

“มึงไม่ต้องมาสอนกู”นางแย้มตวาด พะยอมบอกว่าตนไม่บังอาจขนาดนั้นแต่อยากบอกแม่ว่าเวรกรรมมีจริง พูดเหมือนเตือนสติแม่ว่า “อย่าให้มันถึงวันที่สายเกินไปเลยแม่ เพราะถึงวันนั้นแม่อาจจะไม่เหลือใครข้างตัวแม่เลยสักคนก็ได้” ผลคือพะยอมถูกนางแย้มตบหน้าเพียะ! แม้น้ำตาจะร่วงแต่พะยอมก็บอกแม่ว่า “ฉันไม่โกรธแม่หรอก เพราะแม่ยังไงก็เป็นแม่ แม่จะตบตีฉันให้ตายคามือ ก็ได้ฉันขอแค่เลิกอาฆาตจองเวรบ้านโน้นเขาเสียที ฉันก็พอใจแล้ว”

พะยอมค่อยๆลุกไป ในขณะที่สีหน้านางแย้มยังเต็มไปด้วยทิฐิ

ooooooo

พออุไรกลับถึงบ้าน อัมพร นางอ่ำ และระพีพรรณ ช่วยกันแต้มยาใส่แผลให้ นางอ่ำบ่นว่าไม่รู้จักอายชาวบ้านเขาบ้างหรือไง อุไรบอกว่าคนที่ต้องอายคือนางแย้มไม่ใช่ตน

อัมพรติงว่ายังไงก็ไม่น่าถึงกับต้องลงไม้ลงมือกันอย่างนี้ อุไรสวนอย่างมีอารมณ์ค้างว่า

“คนอย่างอีแย้มมันต้องเจ็บเพราะการกระทำของตัวมันเอง พี่คอยดูเถอะ ยังไงฉันก็จะพยายามช่วยพี่ ฉันจะต้องเอายงยุทธคืนมาให้พี่ให้ได้”

อุไรถามระพีพรรณว่ามีโอกาสเจอยงยุทธบ้างไหม มีทางเอาจดหมายไปส่งถึงมือไหม ระพีพรรณบอกว่าอยู่คนละโรงเรียนถามว่าทำไมแม่ไม่ฝากธนาไปล่ะ เขาเจอกันทุกวัน อุไรจึงนึกได้

วันต่อมาระพีพรรณก็เอาจดหมายไปให้ธนาบอกว่าป้าอัมพรฝากให้ยงยุทธ ธนาทำฮึดฮัดว่าไม่เอาหรอก ไม่อยากยุ่งกับหมอนี่ มยุรีย์ปรามพี่ชายว่าฟังพี่ระพีก่อนได้ไหม ธนาจึงหยุดฟัง ระพีพรรณหว่านล้อมว่าอีกไม่นานเรียนจบก็ต่างคนต่างไปแล้ว ป้าอัมพรทุกข์ใจเรื่องยงยุทธมาก

ทีแรกยงยุทธก็ไม่สนใจบอกว่าช่างหัวมันเถอะ แต่พอระพีพรรณถามว่าธนารักแม่ไหม เขามองหน้าถามว่าพูดอย่างนี้ได้ไง

“ถ้าธนารักแม่ ทำเพื่อแม่สักครั้งไม่ได้เชียวหรือ คิดดูนะ อย่างน้อยถ้าป้าอัมพรได้เห็นว่าพี่น้องรักกันป้าอัมพรจะดีใจขนาดไหน ใครจะรักไม่รักเราช่างมันเถอะ ยังไงพี่น้องกันก็ต้องรักกันไว้”

“ยุรีย์เห็นด้วยกับพี่ระพีนะ” มยุรีย์รีบสนับสนุน

ooooooo

หลังจากหทัยรัตน์ติววิชาเคมีให้ยงยุทธแล้วพากันเดินผ่านสนามบาสจะกลับ หทัยรัตน์ขอเข้าห้องน้ำก่อน ระหว่างนั้นธนาวิ่งมาร้องเรียกยงยุทธแล้วยื่นจดหมายของอัมพรให้ เห็นยงยุทธมองจดหมายเฉย ธนาบอกว่า

“รับไปเถอะ แล้วไปอ่านเอาเอง” ธนาก็ยังเฉย “บอกตามตรงฉันอยากจะชกหน้านายหลายครั้ง แต่มาคิดอีกที คนเดียวที่ฉันไม่อยากทำให้เขาเสียใจคือแม่ฉัน นายไม่คิดว่าฉันเป็นน้องก็เรื่องของนาย แต่ฉันบอก นายได้เลยว่า แม่คิดถึงแต่นายทุกวัน แม่ร้องไห้เพราะนายหลายครั้งรู้เอาไว้ซะด้วย นายอาจจะอยากอยู่ตัวคนเดียวในโลกไม่อยากมีพี่น้องแต่นายจำเอาไว้นะ ยังไงนายก็มีแม่อยู่ เข้าใจคำว่าแม่ไหมวะ คนที่ทำให้นายเกิดมาลืมตาดูโลกนี้ได้น่ะ”

พูดเสียซึ้งแต่ยงยุทธก็ยังเฉย ธนาเลยยัดจดหมายใส่กระเป๋าเสื้อให้เขาแล้ววิ่งไปเล่นบาสต่อ

หทัยรัตน์เดินกลับมาพอดีเห็นยงยุทธหยิบจดหมายจากกระเป๋ามากำแน่น เธอถามว่าธนามาพูดอะไร เขาบอกว่าเปล่า แล้วชวนไปกันเถอะ

กลับถึงห้องนอน ยงยุทธเอาจดหมายที่พับจนเล็กออกมาคลี่จะเอากรรไกรมาตัดริมซอง แต่แล้วก็ชะงักวางไว้มุมหนึ่ง มองจดหมายเครียดจนอาการหอบหืดกำเริบ เขารีบเอายามาพ่นอย่างคุ้นเคย

ooooooo

วันนี้ ขณะระพีพรรณยืนรอรถเมล์ที่ป้ายนั้น ถูกกลุ่มวัยรุ่นมาระราน ลือชัยมาเจอร้องบอกว่านั่นน้องสาวตน แต่พวกวัยรุ่นที่ทั้งเกเรและเมายาจะเข้าไปลวนลามระพีพรรณให้ได้ จึงถูกลือชัยเข้าขวางตะโกนว่า

“เฮ้ย...พวกมึงอย่ามายุ่ง นี่พี่กูเอง” ลือชัยเข้าสกัด พวกวัยรุ่นพลางร้องบอกระพีพรรณให้รีบไปเสีย

ระหว่างนั้นปวริศขับรถผ่านมาเขาดึงระพีพรรณที่กำลังเดินหนีออกมา เธอตกใจ ปวริศรีบบอกว่า “ผมเอง ระพี...มาทางนี้” ปวริศลากเธอไปขึ้นรถ ระพีพรรณอดหันมองลือชัยที่กำลังถูกรุมอยู่ในความมืดด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง วัยรุ่นคนหนึ่งล้มลง คนอื่นพากันวิ่งหนี จึงเห็นลือชัยยืนถือปืนอยู่!

ลือชัยกลับถึงบ้าน กอดพะยอมร้องไห้ขอโทษแม่ บอกว่าจะไม่ได้อยู่กับแม่แล้ว...พอนางแย้มได้รับโทรศัพท์จากพะยอมรู้เรื่องก็ด่าลือชัยว่าโง่ทำไมไม่ปฏิเสธไปว่าไม่ได้ทำ ปฏิเสธไปก่อนแล้วเดี๋ยวประยูรก็ไปช่วยเองแหละ ด่าล่วงหน้าว่า

“มันต้องช่วยได้สิวะ ไม่งั้นมันจะเป็นตำรวจไปหาหอกอะไร เออ...เดี๋ยวกูจะรีบไป” นางแย้มเตรียมเอาโฉนดไปประกันตัวลือชัย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้ประกัน บอกว่าโทษหนักเกินกว่าจะประกันตัวได้ เด็กต้องถูกส่งตัวไปสถานพินิจเด็กเดี๋ยวนั้นเลย

พอตำรวจเอาลือชัยขึ้นรถไป นางแย้มก็หันมาด่าลือพงษ์ที่มาช้า ด่าพะยอมว่าเอาไม่อยู่ทั้งลูกทั้งผัว

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 9 วันที่ 2 พ.ค. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ