อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 9/2 วันที่ 28 เม.ย. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 9/2 วันที่ 28 เม.ย. 58

รินดาราดึงมือกลับคืน “อย่างน้อยก็เคยช่วยชั้นได้จริงๆ”
“แต่ตอนนี้คุณมีผมอยู่ด้วย เครื่องรางอะไรก็ปกป้องคุณไม่ได้นอกจากผม” อาคิระจับมือรินดาราขึ้นมา “มา..ผมจะพาคุณไปพิสูจน์ ถ้ามีผีมาหลอกคุณจริงๆ ผมจะเล่นงานมันเอง” อาคิระดึงมือพารินดาราออกไปด้วยกันทันที

อาคิระจับมือรินดาราพาเดินเข้ามาที่บริเวณป่าสนซึ่งรินดาราเคยเจอผีหลอก
“ปล่อยชั้นนะคุณอาคิระ..คุณจะพาชั้นมาที่นี่ทำไมอีก..ปล่อยชั้น !!”
“ผมจะพาคุณมาพิสูจน์ คุณได้ยินเสียงผีเด็กนั่นไม่ใช่เหรอ ถ้ามันอยากมาหลอกคุณก็โผล่มาเลย” อาคิระหันไปตะโกนก้องไปทั่วป่าสน “ว่าไง..แกอยู่ไหน..โผล่ออกมาสิ”


“คุณจะบ้าเหรออาคิระ..หยุดนะ”
“ผมไม่หยุด..เพราะผมไม่กลัว และที่ผมต้องทำแบบนี้เพราะผมไม่อยากให้คุณกลัวด้วยเหมือนกัน” อาคิระหันไปตะโกนต่อ “ว่าไง..โผล่ออกมาสิ ถ้าแกอยากทำร้ายผู้หญิงคนนี้นักล่ะก็แกต้องเจอกับชั้นก่อน”
“หยุดเถอะอาคิระ..อย่าทำอย่างนี้” รินดาราชะงักแต่ก็ยังไม่พอใจ ผลักอาคิระออกอย่างแรง จนเซแล้วตบหน้าตบหน้าเขาทันที..เพี๊ยะ !! “คุณมันบ้าไปแล้ว !!!” รินดาราน้ำตาคลอแล้ววิ่งออกไปทันที
อาคิระชะงักจับแก้มตัวเองแล้ววิ่งตามไป

รินดาราวิ่งน้ำตาคลอเข้ามาด้วยความขุ่นเคืองอาคิระ มุ่งหน้ากลับไปที่คฤหาสน์มิยาคาวะ แต่อยู่ๆเสียงฮิโตชิร้องไห้ดังขึ้นแว่วๆ “ฮือๆ” รินดาราชะงักหยุดวิ่งแล้วมองหาที่มาของเสียง รินดาราเห็นเงาดำของเด็กวิ่งผ่านต้นไม้ไปมา พร้อมกับส่งเสียงร้องไห้กระซิกๆ
ฮิโตชิกำลังวิ่งหนีหาที่หลบฮิเดโนริอย่างหวาดกลัว รินดาราตะลึงแล้วมองตามเงาดำนั้นไปมา “ใคร? นั่นใคร?” รินดาราก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัวแล้วสะดุดก้อนหินล้มลงกับพื้น
อาคิระตามเข้ามา แล้วตกใจเมื่อเห็นอาการของรินดารา “รินดารา! เกิดอะไรขึ้น”
รินดาราชี้ไปข้างหน้า “ชั้นเห็นเงาเด็กอยู่ตรงนั้น ต้องเป็นผีเด็กผู้ชายที่เคยหลอกชั้นแน่ๆ”
อาคิระมองแต่ไม่เห็นอะไรเลย อาคิระตัดสินใจกุมมือรินดารา “มากับผม”
รินดาราไม่ยอมลุก “คุณจะพาชั้นไปไหนอีก”
“ไปดูให้เห็นกับตาว่ามีเด็กผู้ชายจริงหรือเปล่า” อาคิระฉุดมือรินดาราขึ้น แล้วพาเดินไปทางที่รินดาราเห็นเงาของฮิโตชิ

ฮิโตชิวิ่งหนีเข้ามาแล้วล้มลงตรงบ่อน้ำ ฮิเดโนริตามฮิโตชิเข้ามาด้วยดวงตาสีส้มของสัตว์เดรัจฉาน
“ปล่อยฮิโตชิไปเถอะ..ฮิโตชิกลัว..ฮิโตชิไม่อยากถูกจับไปขัง”
“แกเป็นทาสของชั้น..แกรู้เรื่องของชั้นเยอะ เกินกว่าที่ชั้นจะปลดปล่อยแกไป”
“ฮิโตชิไม่บอกใคร..ฮิโตชิสัญญาว่าจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น”
“แกเป็นผีนะฮิโตชิ..แกไม่ใช่มนุษย์ ไม่มีใครเขาอยากคบแกเป็นเพื่อนหรอก ยิ่งนังเด็กอายูมินั่น..ถ้ามันรู้ว่าแกเป็นตัวอะไร..แกคิดเหรอว่ามันจะไม่กลัวแก” ฮิโตชินิ่งไปก้มหน้าคิดหนัก “นี่แสดงว่าแกยังไม่เคยให้มันเห็นว่าแกเป็นตัวอะไรใช่มั้ย..หึ..แกมันโง่ฮิโตชิ..แกไปอยู่ที่ไหนไม่ได้หรอกนอกจากต้องกลับไปอยู่กับชั้น” ฮิเดโนริยิ้มร้ายแล้วเข้าไปจับคอเสื้อด้านหลังฮิโตชิดึงตัวขึ้นมาเหมือนจับหลังคอกระต่าย “กลับไปให้ชั้นลงโทษแก..คราวนี้แกจะไม่ได้ออกมาอีก”
ฮิดะจะลากตัวฮิโตชิออกไป แต่ทันใดนั้นโฮชิโนโอจิก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับดาบซามูไรในมือ “ปล่อยเด็กไปซะ”
ฮิเดโนริชะงักหันไปเห็นชายบนหอคอยที่ทุกคนพูดถึง แต่ฮิเดโนริยังไม่เคยเจอตัว “แกเป็นใคร”
โฮชิโนโอจิไม่ตอบอะไร แต่กลับชักดาบซามูไรออกมาแล้วชี้ปลายดาบไปที่ฮิเดโนริอย่างเอาจริง “ปล่อยเด็กคนนั้นไปซะ อย่าให้ชั้นต้องลงมือกับแก ลูกครึ่งปีศาจสุนัขจิ้งจอก”
“นี่แก ??..แกคือโฮชิชายที่อยู่บนหอคอยของตระกูลมิยาคาวะใช่มั้ย”
โฮชิโนโอจิไม่ตอบชี้ปลายดาบไปที่ฮิเดโนริอย่างเอาจริง

อาคิระเดินจูงมือรินดาราเข้ามาในความมืด รินดารามองไปรอบๆ อย่างหวาดกลัว แต่อาคิระมีสีหน้าเด็ด เดี่ยวจริงจัง...ไม่หวั่นเกรงต่อสิ่งใด อาคิระยังไม่มองหน้ารินดารา “จำเอาไว้ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ห้ามปล่อยมือผมเด็ดขาด”
อาคิระบีบมือรินดาราไว้แน่น รินดาราเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างซึ้งใจ อาคิระหันมาเห็นสายตาของรินดารา...แววตาอ่อนโยนของรินดาราสะกด ให้อาคิระสบตากับรินดารา
จู่ๆ มีเสียงนกฮูกร้องดังก้องป่า รินดาราสะดุ้งแล้วโผเข้าไปในอ้อมกอดของอาคิระและหลับตาปี๋ อาคิระกระชับ กอดรินดาราไว้อย่างปกป้อง “เสียงนกฮูกน่ะคุณ ที่เห็นเมื่อตะกี้ก็คงจะเป็นเงาต้นไม้ ทีนี้เลิกกลัวผีได้แล้วใช่ไหม”
รินดาราลืมตาขึ้นทันที อารมณ์เสียที่ถูกว่าอีกแล้ว จึงผลักอาคิระออกแล้วเดินกลับไปทางคฤหาสน์ “คุณ! เดี๋ยวสิคุณ!”
โฮชิโนโอจิชี้ปลายดาบซามูไรไปที่ฮิเดโนริอย่างเอาจริง แต่ฮิเดโนริกลับแสยะยิ้มไม่กลัว
“หึ..เป็นแกจริงๆด้วยชายลึกลับบนหอคอย ได้ยินมาตลอด ว่าแกมีความลับที่น่าสงสัยมาขวางทางแบบนี้ก็ดี จะได้จับแกมาเค้นเอาความลับที่ทุกคนอยากรู้ว่าแกเป็นใคร !!!”
ฮิเดโนริปรี่เข้าไปหาโฮชิโนโอจิด้วยกรงเล็บที่ยาวแหลมคม ซึ่งงอกออกมาตะปบกรงเล็บ เป็นการต่อสู้อย่างปีศาจสุนัขจิ้งจอก โฮชิโนโอจิกวัดแกว่งดาบซามูไรรับมือฮิเดโนริอย่างคล่องแคล่ว แล้วสวนกลับด้วยการฟันดาบเพียงจังหวะเดียวที่ฟันตอบโต้กลับไป ทำให้ฮิเดโนริได้รับบาดเจ็บจากคมดาบได้เลือดซิบๆที่แขน ฮิเดโนริร้องเจ็บ..อ๊ากกกกกก มือกุมแขนเลือดอาบ
โฮชิโนโอจิเล่นงานไปแล้วก็เก็บดาบซามูไรคืนฝักอย่างเท่ๆแล้วเดินเข้าไปหาฮิโตชิ “มากับชั้นเถอะ..เธอปลอดภัยแล้วเจ้าหนู” ฮิโตชิมองโฮชิโนโอจิอย่างกล้าๆกลัวๆแล้วมองที่ฮิเดโนริ “ต่อไปนี้เขาจะทำอันตรายเธอไม่ได้อีก” ฮิโตชิยิ้มออกมาได้แล้วรีบลุกขึ้นยื่นมือไปให้โฮชิโนโอจิจับ
ฮิเดโนริเจ็บใจจิกหน้าโกรธจัดเข้าไปขวาง “แกมันจะเก่งสักแค่ไหนเชียว ยังไงแกก็ไม่รอดจากชั้นหรอก” ฮิเดโนริจิกหน้าร้ายกาจ พร้อมจะเอาเรื่องเต็มที่
โฮชิโนโอจินิ่งไม่หวั่นกลัวค่อยๆยื่นมือออกไป ในมือมีขนนกกระเรียนสีขาวบริสุทธิ์ เมื่อโฮชิโนโอจิเป่าเบาๆ จากขนนกกระเรียนอันเดียวก็กระจายออกมาเป็นขนนกกระเรียนนับร้อยๆพันๆฟุ้งไปทั่ว
ฮิเดโนริตกใจที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยขนนกจนมองไม่เห็นอะไร เมื่อเอามือปัดขนนกออกไปจนขนนกหายไปหมด โฮชิโนโอจิกับฮิโตชิก็หายไปจากบริเวณนั้น ฮิเดโนริกัดฟันขบกรามแน่นมือกุมแขนที่เลือดอาบสีหน้าเจ็บใจ

ที่สวน รินดาราเดินเร็วเข้ามาด้วยความขุ่นเคืองที่อาคิระไม่เคยเชื่อเรื่องที่รินดาราเห็นผี อาคิระตามรินดาราเข้ามา
“เดี๋ยวสิรินดารา..ถ้าผมทำอะไรให้คุณโกรธ ผมขอโทษ..ผมแค่ไม่อยากเห็นคุณกลัว ผมถึงต้องทำแบบนั้น”
“คุณมันบ้า !! รู้ตัวมั้ยว่าคุณมันบ้าที่สุด”
“ผมรู้..แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ แล้วผมจะช่วยให้คุณกล้าเผชิญหน้ากับความกลัวได้ยังไง”
“แล้วถ้าไอ้ผีพวกมันมันโผล่มาทำร้ายคุณล่ะ คุณคิดว่าชั้นจะเผชิญหน้ากับความกลัวได้อีกเหรอ”
“ได้สิ..เพราะผมไม่มีความกลัวต่อสิ่งที่ชั่วร้าย ยิ่งเป็นเรื่องชั่วร้ายที่จงใจจะมาคุกคามคุณ ผมยิ่งต้องไม่กลัวพวกมัน เพราะผมต้องปกป้องคุณให้ได้..รินดารา” อาคิระพูดด้วยสีหน้าจริงจัง จนสื่อออกมาได้ว่าจริงใจสุดๆ รินดาราชะงักไปมองสบตาอาคิระ อาคิระค่อยเข้าไปมาใกล้แล้วจับไหล่รินดาราแน่นด้วยสองมือที่แข็งแรง “ไม่ใช่มีแค่เหรียญเซโมริที่ปกป้องคุณได้อย่างเดียวนะรินดารา..แต่ผมก็ปกป้องคุณได้เหมือนกัน”
อาคิระดึงรินดาราเข้ามากอดไว้แนบอก คราวนี้รินดาราไม่ขยับหนี กลับรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยอยู่ในอ้อมกอดของ อาคิระขึ้นมา ทั้งๆที่มือยังกำเหรียญเซโมริของโฮชิโนโอจิเอาไว้ รินดาราอยู่ในอ้อมกอดของอาคิระ
โฮชิโนโอจิยืนดูอยู่ครู่ใหญ่แล้ว โฮชิโนโอจินิ่งมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยเป็นมาก่อนตลอดระยะ เวลา 400 ปีที่ติดอยู่บนโลกมนุษย์ ความรู้สึกแบบนี้มันยิ่งกว่าอาการจามเพราะความหึงหวงรินดารา น้ำตาใสๆอยู่ๆก็ไหลออกมาจากดวงตาข้างหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว โฮชิโนโอจิเอามือสัมผัสน้ำตาแล้วอึ้งไป

รินดาราเดินนำอาคิระมาหยุดยืนที่หน้าห้อง รินดาราเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่ได้รู้ความรู้สึกที่อาคิระมีต่อเธอจึงมี ความรู้สึกประหม่า ทำตัวไม่ถูก “เอ่อ..ถึงห้องชั้นแล้ว..ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง”
รินดาราไม่ค่อยกล้าสบตา หันหลังจะเข้าไปในห้อง แต่อาคิระคว้าข้อมือรินดาราไว้ “เดี๋ยว” รินดาราชะงักหันมามองที่มืออาคิระ ซึ่งจับข้อมือเธออยู่ อาคิระเองก็ชะงักแล้วรีบปล่อยมือแล้วแก้เก้อ “ฝันดีนะครับ” อาคิระไม่รู้จะพูดอะไรดีไปกว่านั้น จึงพูดสั้นๆห้วนๆแล้วรีบเดินออกไป
รินดารามองตามแล้วอมยิ้มเล็กๆ ดูยอมรับอาคิระมากขึ้นก่อนจะเข้าไปในห้อง
ส่วนอาคิระหยุดอยู่กับที่ แล้วหันกลับมามองรินดาราที่เข้าไปในห้องแล้วรอยยิ้มของอาคิระดูมีความสุข ยิ้มกับตัวเองมากขึ้น.มากขึ้นกว่าทุกครั้ง ตั้งแต่รินดาราเข้ามาในคฤหาสน์นี้
ระหว่างนั้นเองเสียงโกโตะของโฮชิโนโอจิก็ดังแว่ววเข้ามา..อาคิระหันไปมองตามเสียงที่หอคอย

โฮชิโนโอจิดีดสายโกโตะบรรเลงเพลงรักเศร้า
เขาหวนนึกถึงความรักระหว่างตนเองกับเมียวโจโอจิน และภาพบาดตาบาดหัวใจของรินดารากับอาคิระ
โฮชิโนโอจิบรรเลงโกโตะด้วยความเศร้าใจ..มีความรู้สึกหึงหวงน้อยใจแทรกอยู่ในอารมณ์เพลง โฮชิโนโอจิรู้เท่าทันความคิดตัวเองว่ารู้สึกอะไรอยู่...เขาจึงพยายามนิ่ง...ไม่ฟูมฟาย...หวังจะช่วยให้เสียงเพลงจากโกโตะขับกล่อมจิตใจ แต่ทว่าความรู้สึกในใจก็ปิดซ่อนเอาไว้ไม่ได้ มันแสดงออกมาในรูปแบบของน้ำตา น้ำตาของโฮชิโนโอจิค่อยๆ ไหลคลอ แล้วหยดลงบนโกโตะ

อายูมิใช้ความพยายามเอื้อมมือไปจับรถเข็น แล้วขึ้นนั่งบนรถด้วยความร้อนใจเพราะเป็นห่วงฮิโตชิ
อายูมิที่อยู่บนรถเข็นแล้วกำลังจะเลื่อนล้อรถออกไปนอกห้อง แต่หันไปเห็นฮิโตชิยืนอยู่ตรงหน้า “ฮิโตชิ ! เธอเป็นยังไงบ้าง ชั้นเป็นห่วงฮิโตชิมากนะ พวกโคสึกะทำร้ายฮิโตชิหรือเปล่า” อายูมิพูดเสียงเบา “มานี่มา เข้ามาหลบในห้องก่อน เผื่อพวกโคสึกะแอบตามมา” อายูมิดึงมือฮิโตชิให้เข้าไปในห้องแล้วเลื่อนปิดประตู
ฮิโตชิยิ้มมีความสุข “ไม่มีใครทำร้ายฮิโตชิได้อีกแล้วล่ะอายูมิ...เขาช่วยฮิโตชิไว้”
“"เขา"? ใครเหรอ”
“ผู้ชายบนหอคอย”
“ท่านชายโฮชิน่ะเหรอ”
ฮิโตชิพยักหน้ารับ “เขาพาฮิโตชิไปอยู่ที่ปลอดภัย แต่ฮิโตชิแอบมาหาอายูมิ มาบอกว่าไม่เป็น อะไรแล้ว อายูมิไม่ต้องเป็นห่วง”
“เหรอ..ดีจัง อายูมิอยากให้ฮิโตชิอยู่ที่นี่ เดี๋ยวอายูมิไปขออนุญาตคุณย่ากับคุณอาให้”
“ฮิโตชิบอกแล้วไง ว่าไม่อยากให้ใครรู้ว่าฮิโตชิอยู่ที่นี่ ฮิโตชิกลัวเจ้านายตามฮิโตชิกลับไป”
“ไม่บอกก็ได้ แต่เราจะรู้กันสองคนนะ อ่อ...มีท่านชายอีกคน แต่ฮิโตชิต้องสัญญานะว่าจะมาเล่นกับอายูมิทุกวัน” ฮิโตชิยิ้มและมองอายูมิอย่างสุขใจ แต่แล้วคำพูดของฮิเดโนริก็ทำให้ฮิโตชิใจฝ่อ

ฮิเดโนริพูดซ้ำเติมฮิโตชิ “แกเป็นผีนะฮิโตชิ..แกไม่ใช่มนุษย์ ไม่มีใครเขาอยากคบแกเป็นเพื่อนหรอก ยิ่งนังเด็กอายูมินั่น..ถ้ามันรู้ว่าแกเป็นตัวอะไร..แกคิดเหรอว่ามันจะไม่กลัวแก”

ฮิโตชิหุบยิ้มแล้วถามอายูมิ “อายูมิ...ถ้าฮิโตชิตายไปแล้ว..ฮิโตชิเป็นผี...อายูมิจะกลัวฮิโตชิไหม”
อายูมิแลบลิ้นปลิ้นตาอย่างทะเล้น “เป็นผีแบบนี้น่ะเหรอ แบร่ !!!” อายูมิหัวเราะคิกคัก
ฮิโตชิไม่ขำด้วย “อายูมิตอบฮิโตชิมาก่อน อายูมิจะกลัวฮิโตชิมั้ย”
“ไม่กลัวหรอก ฮิโตชินิสัยดี ต่อให้ฮิโตชิเป็นอะไร อายูมิก็จะเป็นเพื่อนกับฮิโตชิ”
เด็กสองคนยิ้มให้กันด้วยมิตรภาพอันบริสุทธิ์งดงาม

คฤหาน์โคสึกะ ฮิเดโนริถอดเสื้อนั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่บนพื้น บนแขนมีบาดแผลสดๆ จากคมดาบที่ไปต่อสู้กับ โฮชิโนโอจิมา ฮิเดโนริหลับตา หัวคิ้วขมวด..ปากขมุบขมิบท่องคาถา..ฮิเดโนริกำลังใช้พลังของปีศาจจิ้งจอกสมานแผลของตัวเอง จนกระทั่งดวงตาของสุนัขจิ้งจอกบนแผ่นหลังของฮิเดะสะท้อนเป็นแสงสีส้มแล้วหายไป เลือดแห้งกรังบนบาด แผลที่แขนของฮิเดโนริค่อยๆจางลง บาดแผลเล็กลง แต่ยังไม่หายไปทั้งหมดเพราะมันเกิดจากเทพเจ้านกกระเรียน ที่มีพลังมากกว่าปีศาจจิ้งจอก ฮิเดโนริลืมตาขึ้นแล้วเหลียวหน้ามองบาดแผลบนท่อนแขนอย่างหงุดหงิด
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่อัตซุโอะจะเปิดประตูเข้ามาบอกกับฮิเดโนริ “ผมพาคุณไอไปส่งที่หน้ามิยาคาวะเรียบร้อยแล้วครับ แต่เธอยังดูตกใจ ผมเกรงว่าเธอจะเผลอบอกความลับของเราให้คนอื่นรู้”
“ไม่ต้องห่วง เธอไม่กล้าทำอะไรให้ชั้นโกรธหรอก”
อัตซุโอะพยักหน้ารับ แล้วมองไปที่บาดแผลบนท่อนแขนฮิเดโนริเป็นห่วงมาก “แขนของคุณฮิเดะ ไปโดนอะไรมาครับ”
“ฝีมือไอ้โฮชิ ผู้ชายที่อยู่บนหอคอยตระกูลมิคายาวะ ชั้นเข้าใจแล้วว่าทำไมที่ผ่านมาพวก เราถึงเล่นงานพวกมิยาคาวะไม่ได้ง่ายๆ เพราะพวกมันเลี้ยงคนประเภทเดียวกับชั้น “พวกคนไม่ใช่คน" ฝีมือของมันไม่ธรรมดา ขนาดแผลที่เกิดจากคมดาบของมันพลังของชั้นยังรักษาไม่ได้ง่ายๆ”
“คุณฮิเดะบอกคุณท่านเรื่องนี้หรือยังครับ”
“ยัง..คุณปู่กำลังไม่สบาย แค่เรื่องนังปีศาจหิมะก็รบกวนจิตใจท่านมากพอแล้ว เรื่องไอ้โฮชิปล่อยให้เป็นหน้าที่ของชั้นจัดการมัน แกก็อย่าปากโป้งไปบอกคุณปู่ล่ะ”
“ไม่ต้องห่วงครับ อะไรที่ทำให้คุณฮิเดะไม่พอใจผมไม่มีวันทำ แต่ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย คุณฮิเดะต้องบอกผมเลยนะครับ”
“แกยังไม่ต้องทำอะไร ตอนนี้ชั้นต้องรู้ให้ได้ว่าไอ้โฮชิเป็นใครมาจากไหน แล้วเราค่อยคิดหาทางเล่นงานมัน” ฮิเดโนริดวงตามุ่งมั่น

คฤหาสน์มิยาคาวะ เคโกะเพิ่งจะยกน้ำซุปควันลอยกรุ่นเข้ามาเสิร์ฟให้ทุกคน นานะคอยช่วยอยู่ด้วย ทุกคนกำลังเตรียมทานอาหารเช้ากัน ย่ามิกินั่งที่หัวโต๊ะ รินดารากับอาคิระนั่งคู่กันและแอบมองกันเป็นระยะๆ ด้วยท่าทางขัดเขินเพราะเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่อาคิระแสดงความรู้สึกพิเศษกับรินดารา ไอนั่งอยู่อีกฝั่ง
ย่ามิกิหันมาสังเกตเห็นสีหน้าของไอ “ไอ..ทำไมหน้าซีดๆ ไม่สบายหรือเปล่า”
“ปะ.เปล่าค่ะ เมื่อคืนไอทำงานหนักมากไปก็เลยนอนไม่หลับค่ะ” ไอตัดสินใจถาม “คุณย่าเชื่อเรื่องผีมั้ยคะ”
ทุกคนหันมองไอเป็นตาเดียวด้วยความสนใจ โดยเฉพาะนานะที่มีความสนใจมากกว่าทุกคน...นานะหันมามอง ไออย่างกะทันหันทำให้ผ้าในมือหล่นลงพื้น
“ถามทำไม เจอผีที่ไหนมาล่ะ”
“ที่...” ไอตัดสินใจไม่พูด “ในหนังค่ะ เมื่อคืนไอเปิดหนังผีดู..เป็นผีเด็กผู้ชายใส่ชุดยูกาตะ มันน่ากลัวมาก..ไอก็เลยถามไปอย่างงั้นเอง”
“ไม่มีอะไร งั้นก็ทานอาหารกันได้แล้วจ้ะ” ทุกคนกลับไปทำกิจกรรมของตัวเองต่อเหมือนเดิม
อายูมินั่งอยู่ท้ายโต๊ะ แล้วแอบหยิบก้อนขนมปังของตัวเองมาถือไว้..มองบรรดาผู้ใหญ่ให้แน่ใจว่าไม่มีใครมองมา..แล้วแอบยื่นก้อนขนมปังลงไปใต้โต๊ะ มือขาวๆเล็กๆ ของฮิโตชิที่โผล่ขึ้นมารับจากใต้โต๊ะ
ส่วนนานะก้มเก็บผ้าที่ทำหล่น ทันใดนั้นสายตาของนานะก็เหลือบไปเห็น "เด็กชายฮิโตชิ" อยู่ใต้โต๊ะ !! ฮิโตชิหันมามองนานะอย่างตกใจ ทำให้ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน
“ว้าย!” นานะผงะถอยไปชนเคโกะที่ยกถาดน้ำซุปผ่านหลังรินดาราพอดี น้ำซุปร้อนๆกระฉอกไปใส่แถวต้นแขนรินดารา
“โอ๊ย!”
“รินดารา!” อาคิระคว้าผ้าเช็ดปากเช็ดน้ำต้นแขนให้รินดารา
“เกิดอะไรขึ้นนานะ” ย่ามิกิสงสัย
“นานะเห็นเด็กผู้ชายอยู่ใต้โต๊ะค่ะ”
อายูมิหน้าตาตื่นตกใจ พร้อมกับที่อาคิระและไอก้มมองใต้โต๊ะ แต่ไม่เห็นใคร
“ไม่เห็นจะมีใคร” อาคิระไม่พอใจ “นานะฟังที่ไอพูดเรื่องหนังผีก็เลยคิดภาพไปเอง คราวหลังระวังให้มากกว่านี้หน่อย ถ้าคราวหน้าน้ำซุปลวกแขนคุณรินดารามากกว่า ใครจะรับผิดชอบ”
นานะก้มหน้าจ๋อย รินดาราแตะแขนอาคิระ “ใจเย็นค่ะคุณอาคิระ อย่าดุนานะเลย ชั้นไม่เป็นอะไร”
“ผมไม่ได้ดุ ผมแค่อยากพูดเตือนสติ” อาคิระจับมือรินดาราและมองด้วยสายตาอ่อนโยน “แล้วคุณล่ะ...เป็นยังไงบ้าง”
“ชั้นไม่เป็นอะไรเลยสักนิดค่ะ”
ย่ามิกิมองอาคิระและรินดารา แล้วฉุกคิดสงสัยอะไรขึ้นมา

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 9/2 วันที่ 28 เม.ย. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ