อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 9/3 วันที่ 28 เม.ย. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 9/3 วันที่ 28 เม.ย. 58

“ชั้นไม่เป็นอะไรเลยสักนิดค่ะ”
ย่ามิกิมองอาคิระและรินดารา แล้วฉุกคิดสงสัยอะไรขึ้นมา
อายูมิคุยกับฮิโตชิอยู่หลังพุ่มไม้ “ฮิโตชิ...ตอนที่คุณอาก้มลงไปมองฮิโตชิที่ใต้โต๊ะ ทำไมคุณอาถึงไม่เห็นฮิโตชิล่ะ”
“เอ่อ..ฮิโตชิแอบคลานออกไป ตอนที่ทุกคนกำลังตกใจ ฮิโตชิไม่อยากให้ใครเห็นฮิโตชิ”

อายูมิตื่นเต้น “ฮิโตชิแอบเก่งจัง ถ้าอายูมิกลับมาเดินได้เหมือนเดิม ฮิโตชิมาเล่นซ่อนแอบกับอายูมินะ”
“แล้วเมื่อไหร่ อายูมิจะกลับมาเดินได้เหมือนเดิมล่ะ”
อายูมิมั่นใจ “ไม่นานนี้หรอก ที่จริงอายูมิก็เริ่มยืนได้แล้วนะ ต่อไปก็จะเริ่มหัดเดินต่อแล้ว แต่พี่รินดาราบอกว่า ให้อายูมินั่งรถเข็นต่อไปก่อน จะปลอดภัยกว่า”


“ฮิโตชิจะรอเล่นซ่อนแอบกับอายูมินะ” อายูมิยิ้มรับ
“อายูมิ...หนูอายูมิจ้ะ” สองเด็กน้อยตกใจหันขวับไปทางเสียงของรินดารา

รินดาราเดินหาอายูมิ “อายูมิ...อายูมิ” อายูมิเข็นรถออกมาจากหลังพุ่มไม้ “อายูมิทำอะไรอยู่คะ”
“เปล่าค่ะ อายูมิไม่ได้ทำอะไร” อายูมิเปลี่ยนเรื่อง “พี่รินดาราไปเอาเข็มขัดมาแล้ว งั้นเรามาทำกายภาพกันเลยนะคะ อายูมิอยากอวด...”
“อวดอะไรคะ”
“อวดให้พี่รินดาราดู ว่าอายูมิเริ่มเดินได้แล้ว”
“งั้นก็...จัดไปค่ะ” อายูมิกับรินดาราหัวเราะกัน
ที่พุ่มไม้ฮิโตชิโผล่หน้าแอบมองอายูมิกับรินดาราพร้อมกับรอยยิ้มสุขใจ

อาคิระมองออกไปที่สวนญี่ปุ่น เห็นรินดารากำลังประคองอายูมิให้หัดเดิน อายูมิเริ่มเดินได้บ้างแล้ว แววตาของอาคิระเป็นประกาย..สีหน้าระบายยิ้มไปตามประสาคนกำลังอยู่ในห้วงความรัก
ย่ามิกิเดินเข้ามาแล้วหยุดยืนมองตามสายตาของอาคิระ เมื่อเห็นว่าอาคิระมองรินดาราก็เริ่มแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่กำลังสงสัยไม่ผิดแน่ ย่ามิกิเข้าไปใกล้อาคิระแล้วพูด “ตั้งแต่คุณรินดารามาอยู่กับเรา อายูมิดูสดใสขึ้น ย่าเองก็ชอบคุณรินดารานะ เธอสดใส น่ารัก มีน้ำใจสมเป็นคนไทย แล้วอาคิระล่ะ...คิดยังไงกับคุณรินดารา”
อาคิระพูดอย่างมั่นใจนัยน์ตาเป็นประกาย “ถ้าผมจะรักใครใหม่อีกครั้ง ผู้หญิงคนนั้นจะต้องเป็นคุณรินดาราเท่านั้นครับคุณย่า” ย่ามิกิอึ้งเหวอไปเลย อาคิระสังเกตเห็นสีหน้าของย่ามิกิ “คุณย่าไม่เห็นด้วยเหรอครับ”
“เอ่อ..คือ...ย่าคิดว่ามันเร็วเกินไป อาคิระเพิ่งรู้จักคุณรินดาราได้ไม่นาน เธออาจจะมี” ย่ามิกินึกถึงโฮชิโนโอจิ “มีใครรอเธออยู่ก็ได้”
“แต่เธอเคยบอกว่ายังไม่มีคนรักครับ”
“ไม่มีคนรักแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะเหมาะสมกับอาคิระ พอเธอทำงานให้เราเสร็จ เธอก็ต้องกลับไปมีชีวิตของเธอ แล้วระยะทางก็จะทำให้ความรักกลายเป็นทุกข์ ถ้ายังหักห้ามใจไม่ให้รักได้ ก็หักห้ามซะก่อนเถอะนะ”
“ผมคงห้ามใจตัวเองไม่ทันแล้วครับคุณย่า ถ้ารักครั้งนี้จะไม่สมหวังอีก ผมก็พร้อมจะยอมเจ็บ” อาคิระตัดบท “ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ” อาคิระโค้งให้มิกิแล้วเดินออกไป
ย่ามิกิถอนหายใจเฮือกใหญ่กลัดกลุ้มแล้วหันหลังจะเดินออกไป แต่ทว่า กลับเจอโฮชิโนโอจิยืนหน้าเศร้าอยู่ “ท่านชาย !!!! ท่านชายมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
“ไม่นานหรอก” โฮชิโนโอจิพยายามจะยิ้มปกปิดความรู้สึกตัวเอง แต่น้ำตาโฮชิโนโอจิดันไหลเองโดยที่แทบจะไม่รู้ตัว
ย่ามิกิตกใจ “ท่านชายมีน้ำตา!”

ห้องบนหอคอย ย่ามิกิคาดคั้นโฮชิโนโอจิ “อย่ามาอ้างเลยค่ะว่าฝุ่นเข้าตา ดิชั้นอยู่กับท่านชายมาครึ่งค่อนชีวิต ยังไม่เคยเห็นท่านชายร้องไห้เลยสักครั้ง และเท่าที่จำได้เทพจะไม่ร้องไห้” ย่ามิกิจ้องหน้าโฮชิโนโอจิอย่างคาดคั้น “ยอมรับมาเดี๋ยวนี้นะคะ ท่านชายเป็นอะไร”
“เป็นเทพเจ้านกกระเรียน”
“ไม่ตลกค่ะ ท่านชายยอมรับมาเถอะค่ะ ว่าได้ยินที่ดิชั้นกับอาคิระคุยกัน” โฮชิโนโอจิเงียบแทนคำตอบ “ท่านชายไม่ต้องห่วงนะคะ ดิชั้นจะหาทางห้ามอาคิระไม่ให้รักคุณรินดาราเอง”
“แล้วมิกิไม่สงสารอาคิระเหรอ”
ย่ามิกิชะงัก “สงสารค่ะ...สงสารมาก เพราะดิชั้นมองออกว่าอาคิระจริงจังกับรักครั้งนี้มากแค่ไหน แต่ในเมื่อโชคชะตากำหนดมาให้คุณรินดาราเกิดมาเพื่อท่านชาย อาคิระก็ต้องยอมรับให้ได้”
“แต่โชคชะตาอาจจะกำหนดมาให้ร่างกายฮิคาริมีไว้เพื่อชั้น แต่หัวใจมีไว้เพื่ออาคิระก็ได้”
“แต่โชคชะตาก็กำหนดมาให้มิยาคาวะ มีหน้าที่ดูแลท่านชาย เพราะฉะนั้นมิคายาวะทุกคนก็ไม่ควรจะทำให้ท่านชายเป็นทุกข์”
“แต่ถ้าทุกคนต้องทุกข์เพื่อแลกกับความสุขของชั้นคนเดียว ชั้นจะทุกข์ยิ่งกว่านะมิกิ” ย่ามิกิเถียงไม่ออก “ปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นเถอะ แล้วเวลาจะให้คำตอบเองว่าเราควรทำอย่างไร”
ย่ามิกิมองโฮชิโนโอจิด้วยความสงสารจับใจ

บ้านมาโกโตะกลางคืนบรรยากาศวังเวง เสียงกรี๊ดร้องดังออกมาจากในบ้าน ยูกินอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนเตียง มือจับที่ต้นคอตัวเองที่มีเชือกสีแดงพันรอบคอ..เชือกนั้นเกิดประกายไฟ ขึ้นรอบเส้น...สร้างความเจ็บปวดทรมานให้ยูกิมากขึ้นเป็นหลายเท่า ยูกิดิ้นพราดและหวีดร้องสุดเสียง
มาโกโตะเปิดประตูเข้ามาปราดเข้าไปหายูกิ “ยูกิ” มาโกโตะเห็นยูกินอนดิ้นทุรนทุราย แต่ไม่เห็นเชือกสีแดงรอบคอ
“พวกโคสึกะเล่นงานเธออีกแล้วเหรอ ให้ชั้นพาคนไปจัดการพวกโคสึกะเลยดีมั้ย”
“ไม่มีประโยชน์ อย่างพวกแกทำอะไรมันไม่ได้หรอก”
มาโกโตะตอแหล “แต่ชั้นอยากช่วยเธอ ชั้นไม่อยากให้เธอทนทรมานอยู่แบบนี้”
“ไม่มีใครช่วยชั้นได้ อย่างไอ้พวกโคสึกะมันต้องเจอกับชั้น” หน้ายูกิเหี้ยมเอาจริง

ห้องนอนไดซุเกะ อัตซุโอะรินยาในกาลงในถ้วยกระเบื้อง แล้วยื่นถ้วยให้ไดซุเกะที่นั่งครึ่งตัวอยู่บนฟูก สภาพของไดซุเกะป่วยอาการไม่ค่อยดี..ไอค่อกแค่กตลอดเวลา “ยาครับคุณท่าน”
ไดซุเกะรับถ้วยไปกำลังจะก้มหน้าจิบน้ำยาต้มสีดำ แต่แล้วไดซุเกะก็ต้องชะงักมองลงไปในถ้วยยา..น้ำสีดำใน ถ้วยชาสั่นกระเพื่อม..ไดซุเกะขมวดคิ้วรับรู้ได้ถึงพลังอะไรบางอย่างที่คืบคลานเข้ามาใกล้
ส่วนอัตซุโอะยกถาดกาขึ้นจะเอาไปวางบนโต๊ะ ยืนอยู่แถวประตู
ไดซุเกะเห็นน้ำในถ้วยกระเพื่อมแรงขึ้น จนแทบจะกระฉอกออกมานอกถ้วย เขาเงยหน้าขึ้น..ร้องตะโกน “ระวัง !!!!!!!” สิ้นคำ..ประตูเปิดผ่าง !!! อัตซุโอะถูกประตูกระแทกใส่จนกระเด็นไปชิดติดกำแพงสีหน้าเจ็บปวด
ไดซุเกะมองตามอัตซุโอะด้วยความตกใจ แล้วหันกลับมามองที่ประตูจึงเห็นยูกิในชุดสีขาว ปล่อยผมยาวดำยืนสีหน้าโกรธขึงปนเจ็บปวดจากพลังของด้ายแดงบนลำคอ ไดซุเกะจะหันไปคว้าดาบซามูไรที่วางอยู่ข้างฟูกขึ้นมา แต่ยูกิเร็วกว่าพุ่งเข้าไปบีบคอไดซุเกะ
“คุณท่าน” อัตซุโอะจะลุกขึ้นไปช่วยไดซุเกะ แต่ยูกิหันขวับมามองอัตซุโอะ ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีฟ้าวาบ..ขาอัตซุโอะก้าวไม่ออก ทั้งร่างเกร็งแข็งไปหมด ยูกิแสยะยิ้มสมใจ แล้วหันมาบีบคอไดซุเกะแน่น ไดซุเกะพยายามดิ้นต่อสู้แต่ก็ไม่มีแรงจากอาการป่วย ส่งเสียงร้องอู้อี้ในลำคอ
“ไม่ต้องกลัว แกไม่ตายง่ายๆ หรอก เพราะแกจะต้องรู้ซะก่อน ว่าบ่วงที่แกคิดจะใช้บังคับชั้น มันทำให้ชั้นรู้สึกยังไง”
ยูกิกระชับมือบีบคอไดซุเกะแน่นขึ้นอีก ไดซุเกะตาเหลือก หายใจไม่ออก แต่คนอย่างไดซุเกะไม่ยอมแพ้ต่ออะไรง่ายๆ มือของเขาไดซุเกะปัดป่ายไปมาควานหาดาบซามูไรที่อยู่บนโต๊ะ แต่มือดันปัดไปโดนดาบตกลงพื้น

ฮิเดโนรินอนหลับอยู่บนเตียง ได้ยินเสียงดาบหล่นกระทบพื้น จึงลืมตาขึ้นอย่างเร็ว !
ยูกิบีบคอไดซุเกะแน่นมาก ไดซุเกะตาเหลือกลมหายใจเฮือกสุดท้ายกำลังจะหมดไป ส่วนอัตซุโอะสีหน้าเจ็บปวดเพราะร่างเกร็งไปทั่วทั้งตัว
ทันใดนั้นฮิเดโนริวิ่งเข้ามาเห็นภาพทั้งหมด “คุณปู่”
ยูกิหันขวับไปมอง พร้อมๆกับที่แววตาฮิเดโนริเปลี่ยนเป็นสีส้มวาบ พลังจากฮิเดะโนริทำให้ยูกิกระเด็นไปติดข้างฝา
ไดซุเกะรวบรวมแรงที่มีอยู่น้อยหลับตาแล้วทำปากขมุบขมิบ ทำให้ด้ายสีแดงบนลำคอของยูกิกลายเป็นเส้นใหญ่เท่าเส้นเชือก ยูกิกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด...กรี๊ดดดดดดด....แล้วสลบล้มลงกับพื้น
อัตซุโอะขยับร่างกายได้เป็นปกติ
ฮิเดโนริปราดเข้าไปหาไดซุเกะ “คุณปู่ ! คุณปู่เป็นอะไรหรือเปล่า”
ไดซุเกะโบกมือปฎิเสธ หายใจอ่อนแรงและมองไปที่ยูกิ “นังปีศาจหิมะมันร้ายกาจขึ้นมาก เห็นทีว่าชั้นจะกักขังวิญญาณมันไว้ในตุ๊กตาฮินะเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว”
“คุณปู่จะทำยังไงกับมันครับ”
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของปู่ ส่วนแกมีหน้าที่ไปจัดการนังผู้หญิงคนนั้นให้เรียบร้อยก็พอ”
ฮิเดโนริชะงัก...สีหน้าหนักใจ

ที่ร้านนวด แป้งร่ำรับห่อกล่องขนมมาจากมือรินดารา “ฝากขอบคุณคุณย่ามิกิด้วยนะคะ ที่เป็นห่วงเรื่องงานศพคุณพ่อ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีแล้วค่ะ แล้วก็ฝากขอบคุณที่อุตส่าห์ทำขนมฝากมาให้”
“น้องดารามาก็ดีแล้ว... ตั้งแต่วันนั้นเรายังไม่ได้คุยกันเลย ตกลงว่าท่านชายโฮชิรู้จักคุณพ่อสามีของนังแป้งหรือเปล่า” เกียวอดไม่ได้
“นั่นสิคะ พี่สองคนอยากรู๊อยากรู้ ว่าจะโทรไปถามแต่ก็ไม่กล้า ว่ายังไง...ตกลงวันนั้นมีอะไรเด็ดๆเกิดขึ้นหรือเปล่า”
รินดารายังไม่ตอบ แต่คิดไปถึงเหตุการณ์วันที่โฮชิโนโอจิเจอกับคุณหมอเคนตะ
เคนตะจำท่านชายได้ “คุณโฮชิ” เคนตะจับมือโฮชิโนอุจิ “คุณจริงๆ ด้วย จำผมได้ไหม เราเคยเจอกันเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว”
รินดาราหนักใจ

ฮิเดโนริเดินมาหยุดหน้าร้านนวด กระตุกยิ้มร้าย...แล้วเดินเข้าไปในร้านนวด ได้ยินที่แป้งร่ำ เกียวกับรินดาราคุยกันพอดี
“ว่ายังไงคะ...ตกลงว่าท่านชายโฮชิกับคุณพ่อสามีพี่จำกันได้หรือเปล่า ถ้าเขาจำกันได้ แสดงว่าท่านชายโฮชิเป็นผู้ชายคนเดียวกับที่อยู่ในรูปเมื่อห้าสิบปีก่อน” ฮิเดโนริหยุดฟังอย่างสนใจ เกียวกับแป้งร่ำคาดคั้นรินดารา
“บอกมาสักทีสิคะคุณน้อง ต่อมอยากรู้ของพี่คันจนจะระเบิดอยู่แล้ว”
รินดารามองแป้งร่ำที่จ้องเธออย่างกระเหี้ยนกระหือรือ อยากรู้มากจึงตัดสินใจบอกไป ขณะที่ฮิเดโนริก็อยากรู้มากๆ
“จำไม่ได้ค่ะ เพราะคุณหมอเคนตะก็เกิดอาการโรคหัวใจกำเริบไปซะก่อน”
“ว้า...น่าเสียดายจัง แล้วน้องดาราจะสืบอะไรต่อดีคะ” แป้งร่ำบ่น
“ชั้นคงไม่สืบอะไรต่อแล้วล่ะค่ะ เพราะคิดๆดูแล้ว เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะที่มนุษย์ธรรมดาจะมีอายุยืนยาวหลายร้อยปี ส่วนผู้ชายที่อยู่ในรูปของคุณหมอเคนตะ...น่าจะเป็นคนหน้าเหมือนมากกว่า อย่างพี่แป้งร่ำยังหน้าเหมือนหนูอิมดาราไทยชื่อดังเลย”
“ใช่ๆๆ คนนั้นสวยมากเลยนะคะ”
เกียวค้อนแป้งร่ำอย่างหมั่นไส้ แล้วหันไปเห็นฮิเดโนริยืนอยู่ “อ้าว...คุณฮิเดะ มานวดเหรอครับ”
ฮิเดโนริปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “ครับ..คือผมได้ยินมาว่าที่นี่ใช้ศาสตร์ทางกายภาพบำบัดมาใช้ร่วมกับการนวดแผนไทยโบราณเลยอยากมาลองดู แล้วจะยินดีมากด้วยถ้าคุณรินดาราจะช่วยนวดให้ผม จะได้ไหมครับ”
รินดาราร้องบอก “ไม่ได้ค่ะ! ยังไงชั้นก็ไม่นวดให้คุณฮิเดะเองเด็ดขาด”
เกียวกับแป้งร่ำยืนอ้อนวอนรินดารา “ไม่ต้องกลัวคนที่มิยาคาวะมาเห็นหรอกค่ะ เดี๋ยวพี่สองคนดูต้นทางให้เอง”
“ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่คุณฮิเดะเป็นโคสึกะศัตรูของมิยาคาวะค่ะ แต่ที่ชั้นไม่นวด เพราะชั้นเคยนวดให้แต่คนไข้ที่ผ่านการวินิจฉัยจากแพทย์แล้ว แต่นี่คุณฮิเดะไม่ได้เจ็บป่วยอะไร ถ้าจะให้นวดผ่อนคลายสบายตัว ชั้นไม่ถนัดหรอกค่ะ”
“ไม่ถนัดก็ไม่ต้องลงมือนวดเยอะสิคะ ชวนคุยเรื่องกล้ามเนื้อ..กระดูก..เส้นเอ็น...หลังคด หลังงอไปให้ร้านของพี่ดูมีอะไรมากกว่าร้านนวดธรรมดาก็พอ”
“ใช่ค่ะ..คุณฮิเดะเป็นคนกว้างขวางเป็นคนดังประจำเมืองสึกิ ถ้าเขาพอใจร้านนวดของพวกพี่ เขานี่แหละค่ะจะเป็นตัวโฆษณาร้านของพี่ได้อย่างดีเลย”
“นะคะน้องดารา ถือซะว่าเห็นแก่ที่เราเป็นคนไทยเหมือนกัน”
แป้งร่ำกระพริบตาปริบๆร่วมกับเกียวที่ช่วยกันออดอ้อน จนรินดาราหนักใจ

รินดาราถือถาดวางผ้าขนหนูเข้ามาในห้องนวด เจอฮิเดโนริถอดเสื้อนั่งคอยอยู่ที่เตียงนวดแล้ว รินดาราชะงักเล็กน้อย ไม่คิดว่าฮิเดโนริจะถอดเสื้อ
“ไม่ต้องห่วงนะครับ...มิยาคาวะจะไม่มีวันรู้เรื่องนี้”
“ชั้นไม่ได้ฆ่าใคร คนที่มิยาคาวะไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ คุณปวดเมื่อยตรงไหนบ้าง”
“บ่าครับ”
รินดาราเดินอ้อมมาข้างหลังของฮิเดโนริ จึงเห็นรอยสักลายจิ้งจอกบนแผ่นหลังของฮิเดโนริ ก็หยุดมองตกตะลึงกับ ความสวยของมัน “สุนัขจิ้งจอก...”
“กลัวหรือปล่าครับ”
“ทำไมต้องกลัวคะ ชั้นว่าสุนัขจิ้งจอกเป็นสัตว์ที่น่าสงสารออก” รินดาราเริ่มจับนวดคลึงบนบ่าให้ฮิเดโนริ ในขณะที่เธอพูดคุยกับฮิเดโนริ
ฮิเดะแปลกใจ “น่าสงสาร?”
“ค่ะ ในนิทานสุนัขจิ้งจอกมักจะถูกวางให้เป็นตัวร้าย ทั้งที่มันก็เป็นสัตว์น่ารักชนิดหนึ่งไม่ต่างจากแมว หรือนกกระเรียน แต่มันก็ถูกความเชื่อของมนุษย์ปั้นแต่งขึ้นมาให้มันมีชีวิตพิศวง น่าอันตราย....ชั้นเชื่อว่ามันไม่ได้อยากเป็นตัวร้ายในสายตาของใคร”
แววตาฮิเดโนริเศร้า นึกถึงชีวิตตัวเอง “ใช่ครับ..ถ้ามันเลือกได้ มันจะขอมีชีวิตธรรมดา ไม่ต้องมีชีวิตให้เป็นตัวประหลาดในสายตาของใคร”
“คุณเป็นสุนัขจิ้งจอกหรือคะ” ฮิเดโนริหันขวับมาหารินดาราอย่างคาดไม่ถึง “ชั้นพูดเล่นค่ะ” รินดารายิ้มสดใส
ฮิเดโนริโล่งใจ แล้วแกล้งถามรินดารา “แล้วถ้าผมเป็นสุนัขจิ้งจอกขึ้นมาจริงๆ คุณคิดว่าอย่างผมจะเป็นตัวร้ายหรือเป็นตัวดี”
“อยู่ที่จิตใจของคุณค่ะ ถ้าคุณคิดดี..ทำดี..ต่อให้คุณอยู่ในร่างของปีศาจคุณก็จะยังเป็นคนดี แต่ถ้าใจคุณคิดไม่ดี...ต่อให้คุณอยู่ในร่างเทพบุตรสุดหล่อ คุณก็จะยังเป็นตัวร้ายอยู่ดี”
ฮิเดโนริมองรินดาราอย่างรู้สึกดี รินดาราไม่สนใจสายตาของฮิเดโนริ...รินดารานวดคลึงบนบ่าของฮิเดโนริเสร็จ
ฮิเดโนริจับมือรินดารามาแตะบนหน้าอกของซ้าย...ส่งสายตาวิบวับหว่านเสน่ห์ให้รินดารา “รินดารา...ผมไม่เคยอยู่ใกล้ผู้หญิงคนไหน แล้วรู้สึกดีเท่าคุณมาก่อนเลย”
ฮิเดโนริโน้มหน้าจะจูบรินดารา รินดารานิ่งอึ้ง ฮิเดโนริยิ่งได้ใจคิดว่ารินดาราเล่นด้วยแล้วก็ยิ่งจู่โจม...วางมือบนแขนของรินดาราแล้วลูบไปมา พร้อมๆกับเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้รินดารา
“ขอบคุณค่ะสำหรับความรู้สึกดีๆ แต่จะดีมาก ถ้าคุณรู้จักให้เกียรติผู้หญิงอย่างชั้น!” รินดาราคว้าเทียนใกล้มือสาดน้ำตาเทียนใส่ฮิเดโนริ
“โอ๊ย!” ฮิเดโนริดิ้นสะบัด
รินดาราหันหลังเดินออกไปจากห้องเลย
“รินดารา ผมขอโทษ” ฮิเดโนริมองตามรินดาราไป เจ็บใจตัวเองที่เผลอไปทำเรื่องที่ไม่น่าสมควรแบบนั้น

รินดาราเดินมาจากทางร้านแป้งร่ำแล้วเจออาคิระกำลังเดินสวนมา...อาคิระกำลังจะไปหารินดาราที่ร้านแป้งร่ำ
รินดาราเห็นอาคิระก็อึ้ง..ไม่อยากให้อาคิระเจอกับฮิเดโนริ “อาคิระ! คุณมาทำอะไรแถวนี้”
“ผมออกมาทำธุระแล้วโทรไปที่บ้าน...คุณย่าบอกว่าคุณมาร้านคุณแป้งร่ำ ผมก็เลยจะมารับคุณกลับบ้านพร้อมกัน เดี๋ยวผมแวะไปแสดงความเสียใจกับคุณแป้งร่ำเรื่องคุณหมอเคนตะสักหน่อยดีกว่า”
อาคิระจะเดินไปที่ร้านนวดแป้งร่ำ แต่รินดาราคว้าแขนอาคิระไว้...ไม่อยากให้อาคิระเจอกับฮิเดโนริ “อย่าไปค่ะ!” อาคิระหันมามองรินดาราอย่างแปลกใจ รินดารารีบแก้ตัว “เอ่อ...คือ..ตอนนี้มีลูกค้าเต็มร้าน พี่แป้งกับพี่เกียวยุ่งกันน่าดู เอาไว้วันหลังคุณค่อยมา แสดงความเสียใจกับพี่แป้งใหม่ดีกว่านะคะ เรากลับกันเถอะค่ะ” รินดาราฉุดมืออาคิระจะพาเดินออกไป แต่อาคิระเป็นฝ่ายดึงมือรินดารา ทำให้รินดาราถลาไปอยู่ในอ้อมกอดของอาคิระ
อาคิระรวบกอดรินดาราไว้แล้วใช้สายตาชวนสะท้านคาดคั้นเธอ “สารภาพมาดีๆ คุณไม่อยากให้ผมไปที่ร้านคุณแป้งร่ำ เพราะคุณไม่อยากให้ผมเจอใคร”
รินดาราหลบสายตาอาคิระเพราะเขินอาย “เปล่านี่คะ” อาคิระกระชับกอดรินดาราให้แน่นขึ้น แทนการคาดคั้น รินดารายิ่งวูบไหวและเขินอายมากจนต้องรีบบอก “ชั้นไม่อยากให้คุณเจอคุณฮิเดะค่ะ” อาคิระหน้าเครียดขึ้นมาทันที รินดารารีบพูดแก้ “ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ คุณฮิเดะแค่มาใช้บริการที่ร้าน เขาอยู่ในเมืองนี้ เขามีสิทธิจะไปไหน มาไหนก็ได้”
“มันมายุ่งอะไรกับคุณหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ ปล่อยชั้นเถอะค่ะ ใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดีนะคะ” อาคิระยอมคลายกอด รินดาราดันตัวออกจากอ้อมกอดของอาคิระ ทำให้ซองสีน้ำตาลขนาดเท่าซองจดหมายที่อยู่ในเสื้อของอาคิระร่วงหล่นลงพื้นมีภาพถ่ายเก่าๆโผล่ออกมาจากซอง “รูปอะไรเหรอคะ?”

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 9/3 วันที่ 28 เม.ย. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ