อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 9/4 วันที่ 29 เม.ย. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 9/4 วันที่ 29 เม.ย. 58

“ไม่ค่ะ ปล่อยชั้นเถอะค่ะ ใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดีนะคะ” อาคิระยอมคลายกอด รินดาราดันตัวออกจากอ้อมกอดของอาคิระ ทำให้ซองสีน้ำตาลขนาดเท่าซองจดหมายที่อยู่ในเสื้อของอาคิระร่วงหล่นลงพื้นมีภาพถ่ายเก่าๆโผล่ออกมาจากซอง “รูปอะไรเหรอคะ?”

รินดารากับอาคิระเดินคุยกัน รินดาราไล่ดูรูปถ่ายเก่าๆ ของเมืองสึกิ
“ผมให้นักสืบหารูปเก่าๆของเมืองสึกิ เผื่อว่าจะเจอผู้ชายหน้าเหมือนท่านชายโฮชิอยู่ในรูปเหมือนรูปของคุณหมอเคนตะ แล้วจะช่วยให้เราหาคำตอบเรื่องท่านชายได้มากขึ้น แต่ผมดูรูปหมดทุกใบแล้ว..ไม่มีอะไรเลย”


“ชั้นไม่แปลกใจหรอกค่ะ ถ้าจะไม่มีรูปท่านชายโฮชิอยู่ในรูปของเมืองสึกิ เพราะถ้าเขามีอายุอยู่มานานโดยไม่แก่ไม่เฒ่าจริง เขาคงไม่ออกไปพบเจอผู้คนให้เป็นที่น่าสงสัย”
“ก็จริงนะ ตั้งแต่เด็กจนโต...ผมแทบจะไม่เคยเจอท่านชายเลย แต่ผมรับรู้มาตั้งแต่จำความได้ว่าเขาอยู่บนหอคอย”
รินดาราใช้ความคิด “ท่านชายอยู่แต่บนหอคอยที่มิยาคาวะ...ชั้นว่าถ้าเราจะหารูปของท่านชาย เราน่าจะหาจากรูปเก่าๆ ของตระกูลของคุณมากกว่า” อาคิระพยักหน้าเห็นด้วย

ห้องบนหอคอย โฮชิโนโอจิกำลังบรรเลงโกโตะ ด้วยอาการหม่นเศร้า อันเกิดจากภาพระหว่างอาคิระกับรินดารากอดกัน อยู่ดีๆๆ มือเล็กของฮิโตชิโผล่ขึ้นมาจากใต้โต๊ะแล้วยื่นไปดีดสายโกโตะ..หยอกล้อเล่นกับโฮชิโนโอจิ
โฮชิโนโอจิหยุดดีดโกโตะแล้วอมยิ้ม “ถ้าอยากเล่นโกโตะชั้นจะสอนให้เอามั้ย”
ฮิโตชิโผล่หน้าขึ้นมาที่ด้านหลังโกโตะ เด็กชายยืนยันเข่าอยู่บนพื้น..พยักหน้ารับถี่ๆ...สีหน้าและแววตาของเด็กชายสดใสมีความสุขขึ้นต่างจากฮิโตชิตนเดิม
“ชั้นจะสอนเธอ ถ้าเธอเป็นเด็กดี ไม่ลืมสัญญาของเราว่าระหว่างรอให้ถึงเวลาที่เธอควรจะไปตามทางของเธอ เธอจะอยู่ที่บ่อน้ำและจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนที่นี่”
ฮิโตชิหน้าเศร้า “ไม่อยากไป อยากอยู่กับอายูมิ”
โฮชิโนโอจิแปลกใจ “รู้จักอายูมิด้วยเหรอ”
ฮิโตชิพยักหน้ารับหงึกหงักและยิ้มกว้างสดใส..การได้เป็นเพื่อนกับอายูมิทำให้ภูมิใจ โฮชิโนโอจิเข้าใจได้จากอาการ ของฮิโตชิ
“เธอกับอายูมิเป็นเพื่อนกันเหรอ”
“ครับ..เป็นเพื่อนกัน”
แต่โฮชิโนโอจิเกิดความหนักใจขึ้นมา...ถอยตัวออกจากโต๊ะโกโตะและกวักมือเรียกฮิโตชิ “มานี่มา” ฮิโตชิลุกขึ้นไปนั่งตักของโฮชิโนโอจิ โฮชิโนโอจิกอดเด็กชายไว้หลวมๆ แล้วพูดกับเด็กน้อยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมากที่สุด “เจ้าหนู...ชั้นเข้าใจว่าการต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวมันเหงามากแค่ไหน” โฮชิโนโอจิลูบหัวเด็กชาย สงสารจับใจ “เด็กอายุอย่างเธอไม่ควรจะต้องมาอยู่สภาพนี้เลย เธอคงอยากมีเพื่อนเล่น แต่เธอรู้ใช่มั้ยว่าเธอกับอายูมิ...ไม่เหมือนกัน”
“แต่อายูมิบอกว่าไม่กลัวฮิโตชิ อายูมิยอมให้ฮิโตชิเป็นเพื่อน”
โฮชิโนโอจิจำใจยอม “งั้นเอาเป็นว่า ถ้าเธอจะเป็นเพื่อนกับอายูมิ เธอต้องช่วยดูแลปกป้องอายูมิ ตกลงไหม”
ฮิโตชิพยักหน้ารับ โฮชิโนโอจิยิ้มรับ แล้วจู่ๆ โฮชิโนโอจิรู้สึกได้ถึง "อะไรบางอย่าง" จึงหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง
ฮิโตชิมองตามสายตาของโฮชิโนโอจิอย่างสงสัย โฮชิโนโอจิหันกลับมาเห็นสีหน้าสงสัยของฮิโตชิ “พวกเขากำลังหาคำตอบว่าชั้นเป็นใคร”
“ถ้าเขารู้ว่าท่านเป็นใคร...ท่านจะต้องไปจากที่นี่หรือเปล่า” โฮชิโนโอจิพยักหน้ารับและอมยิ้มนิดๆ
การหาคำตอบของรินดารากับอาคิระทำให้โฮชิโนโอจิได้กลับไปสวรรค์ ต่างจากฮิโตชิที่มีสีหน้าไม่สบายใจขึ้นมาทันที

อาคิระพารินดาราเข้ามาในห้องเก็บของ บรรยากาศในห้องมืดสลัว..ห้องนี้เป็นห้องโล่งๆมีประตูเลื่อนตามสไตล์ของ ญี่ปุ่นอยู่ที่กำแพงทั้งสามด้าน “ของเก่าแก่ของมิยาคาวะที่ไม่ใช่กิโมโนจะเก็บเอาไว้ในห้องนี้ทั้งหมด”
รินดาราพยักหน้ารับ อาคิระเลื่อนประตูด้านหนึ่งออก เผยให้เห็นว่าข้างในมีข้าวของเก่าแก่ถูกเก็บไว้และฝุ่นจับหนาเตอะ รินดารากับอาคิระแยกย้ายกันค้นหา อัลบั้มรูปของตระกูลมิยาคาวะ

โฮชิโนโอจิมองภาพวาดหญิงสาวในชุดกิโมโนใต้ซุ้มวิสทีเรีย ภาพวาดของเมียวโจโอจินขยับเหมือนมีชีวิตจริง สายลมอ่อนๆพัดให้ชายชุดกิโมโนและพวงวิสทีเรียปลิวไสว...กลีบดอกวิสทีเรียสีม่วงอ่อนร่วงกราวลงพื้นห้อง... โฮชิโนโอจิมองอย่างแปลกใจ แล้วเดินไปย่อตัวหยิบกลีบดอกวิสทีเรียบนพื้นขึ้นมามองอย่างใช้ความคิด
ย่ามิกิยกถาดของว่างเข้ามา “ท่านชายคะ ของว่างมาแล้วค่ะ” ย่ามิกิเห็นโฮชิยืนจดจ้องอะไรบางอย่างในมืออยู่ตรงหน้ารูปวาดของเมียวโจโอจิน “อะไรคะนั่น”
“เมียวโจส่งสัญญาณมาบอกชั้นว่า...ได้เวลาแล้ว”
“เวลาอะไรคะ”
“เวลาที่ฮิคาริจะรู้ความจริง”
ย่ามิกิอึ้งไปเลย

รินดารากับอาคิระก้มๆ เงยๆ ค้นหาของในตู้กันมาได้ซักพัก แต่ก็ยังไม่เจออะไร รินดาราปาดเหงื่อปอยๆ ส่วนอาคิระถอดเสื้อ ตัวนอกออกแล้ว แล้วพับแขนเสื้อตัวในขึ้น
ตู้ชั้นบนสุด ฮิโตชินั่งแกว่งเท้า..มือโอบกอดกล่องหนึ่งเอาไว้...ในกล่องนั้นคืออัลบั้มรูป ฮิโตชิ บังตารินดารากับอาคิระไม่ให้มองเห็นกล่องใส่รูป “ฮิโตชิไม่ให้ดูหรอก ฮิโตชิไม่อยากให้ท่านชายไปไหน”
รินดารามองหาไปรอบๆ ตู้ แล้วสายตาก็หยุดอยู่บนชั้นสูงสุด...ชั้นเดียวกับที่ฮิโตชินอนขวางกล่องอยู่
รินดารามองขึ้นไปบนชั้นตู้สูงสุด “หรือว่าจะอยู่บนนั้น”
อาคิระมองขึ้นไปแต่ไม่เห็นฮิโตชิ ไม่เห็นกล่องอะไรวางอยู่เลย “ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่”
“แต่หาจนทั่วแล้วเหลือบนนั้นที่เดียว” รินดาราเขย่งเท้ายกมือเอื้อมสุดแขนไปบนตู้ แต่ตู้อยู่สูงเกินไป รินดาราเอื้อมไม่ถึง
อาคิระย่อตัวให้รินดาราขี่หลัง “ขึ้นมา”
รินดารายอมขึ้นขี่หลัง อาคิระใช้ความอดทนฝืนแรงต้านน้ำหนักของรินดารา ส่วนรินดาราก็ยื่นมือเข้าไปในชั้นตู้ มือรินดารากวาดหาของบนชั้น โดยไม่รู้ว่ามืออยู่ห่างจากตัวฮิโตชิไม่ถึงคืบ ฮิโตชินั่งกอดกล่องยิ้มชอบใจที่สามารถบังกล่องไว้ได้
อาคิระใช้ความอดทนต่อน้ำหนักของรินดาราอย่างมาก รินดาราขยับตัวให้สูงขึ้นอีก...น้ำหนักตัวจึงทุ่มไปที่อาคิระมากขึ้นอีก อาคิระขยับออกมาจะย่อตัวให้รินดาราลง
จังหวะที่รินดาราหันหลังให้ฮิโตชิ ปานรูปดาวสะท้อนออกมาจากในเสื้อของรินดาราใส่หน้าฮิโตชิจนแสบตาและเจ็บปวด “โอ๊ยยยย” ฮิโตชิปล่อยมือจากกล่อง!
รินดาราหันขวับไปมองที่ตู้เพราะได้ยินเสียงร้องของฮิโตชิ รินดาราเห็นฮิโตชิเต็มตา! “กรี๊ดดดดดดดดด” รินดาราตกใจสุดขีดจึงดิ้นอย่างแรง ทำให้อาคิระรับน้ำหนักไม่ไหว ทรุดล้มลง แต่ก่อนที่รินดาราจะร่วงลงพื้น มือของเธอคว้ากล่องรูป ทำให้รินดาราและกล่องรูปหล่นลงมาทับอาคิระ รูปในกล่องกระเด็นกระจัดกระจายเต็มพื้น
อาคิระจุกมาก รินดารารีบลุกขึ้นมา แล้วหันกลับไปมองบนตู้ แต่ไม่เห็นฮิโตชิแล้ว รินดาราจึงหันกลับมาดูอาคิระ อย่างห่วงใย “คุณอาคิระ คุณเจ็บมากไหม”
อาคิระส่ายหน้าพร้อมกับลุกขึ้น “คุณล่ะ เจ็บหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ”
“แล้วเมื่อกี้คุณตกใจกลัวอะไร”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ชั้นคงตาฝาดไปเอง”
อาคิระพยักหน้ารับ สายตาของอาคิระหันไปเห็นรูปหนึ่งบนพื้น อาคิระหยิบขึ้นมา ภาพถ่ายคู่ของโฮชิโนอุจิกับเด็กญี่ปุ่นคนหนึ่งซึ่งเป็นแม่ของมิกิ ทั้งสองอยู่ในชุดยูกาตะโบราณ “ท่านชาย !!!”
รินดาราเข้าไปดูรูปด้วย “เด็กผู้หญิงคนนี้เป็นใครคะ”
“คุณทวดของผม คุณแม่ของคุณย่ามิกิ”
“หา!!! แสดงว่ารูปนี้มีอายุเกือบร้อยปี”
อาคิระพยักหน้ารับ ทั้งสองอึ้งไปเลย

คฤหาสน์โคสึกะ กลางคืน ยูกิถูกมัดขึงไว้กับเสา คอพับสลบ ที่คอมีเชือกสีแดงพันธนาการเอาไว้ แล้วยูกิก็ค่อยๆขยับเปลือกตา ฟื้นตื่น ขึ้นมามีอาการกระอักไอ แต่ก็พยายามทรงตัวลุกขึ้นมาถึงเห็นฮิเดโนริยืนอยู่ตรงหน้า ไล่สายตาพิจารณามองเรือน ร่างของยูกิ
“เข้าใจเลือกร่างสิงดีนี่นางปีศาจหิมะ คงคุ้มค่าที่ถูกกักขังมานานสี่ร้อยปีสินะ”
ยูกิมองหน้าฮิเดโนริอย่างใช้ความคิด แล้วจำได้ว่าเคยเห็นหน้ามาก่อน “แก”
“จำชั้นได้แล้วใช่มั้ย คนที่เกือบจะตกเป็นเหยื่อของแก แต่ก็ต้องขอบใจแกมากนะ เพราะวันนั้นแกทำให้ชั้นได้รู้จักผู้หญิงคนหนึ่งมากขึ้น” ฮิเดะโนริตาเป็นประกายเพราะคิดถึงรินดารา
ประตูห้องเปิดออก อัตซุโอะประคองไดซุเกะเข้ามา
“ปู่ครับ มันฟื้นแล้วจัดการมันเลยดีไหมครับ”
ยูกิตกใจกลัว บีบน้ำตาร้องไห้คร่ำครวญ “อย่าทำอะไรชั้นเลย ชั้นยอมทุกอย่างแล้ว อย่ากักขังชั้นอีกเลยนะ”
“หึๆ ไม่ต้องห่วง ชั้นไม่กักขังแกแล้ว” ยูกิยิ้มดีใจ “แต่ชั้นจะทำให้แกสูญสลายไปจากโลกนี้แทน เพราะฤทธิ์ของแกมันมากเกินไปแล้ว” ไดซูเกะหันไปสั่ง “อัตซุโอะ”
“ครับนายท่าน” อัตซุโอะหยิบดาบซามูไรที่มีดาบฝักมีลวดลายแกะสลักวิจิตรมาส่งให้ไดซุเกะ
ไดซุเกะรับไปแล้วดึงดาบออกจากฝัก..คมดาบมันแปล่บ..ปากของเขาท่องคาถาขมุบขมิบ ดวงตาจ้องไปที่ยูกิ อย่างอาฆาตมาดร้าย
“เอาสิ...ทำให้ชั้นสูญสลายตามเทพเจ้าจิ้งจอกของพวกแกไปเลย ความลับว่าเทพเจ้านกกระเรียนอยู่ที่ไหนจะได้สูญสลายไปพร้อมกับชั้น”
ไดซุเกะชะงัก “ว่าไงนะ..แกรู้เหรอว่าเทพเจ้านกกระเรียนอยู่ที่ไหน”
“หึๆๆ ยิ่งกว่ารู้ ชั้นเคยสบตากับเขามาแล้วด้วย”
ฮิเดโนริปราดเข้าไปบีบปากยูกิ “มันอยู่ที่ไหน”
“ปล่อยชั้นก่อนสิ เรื่องนี้เราต้องคุยกันอีกยาว”
“ให้ชั้นปล่อยแกมาเล่นงานพวกชั้นเหรอ ! ชั้นไม่โง่หลงกลแกหรอก”
“ชั้นก็ไม่โง่หลงกลพวกแกเหมือนกัน นางปีศาจหิมะที่ยังต้องอาศัยร่างคนอื่นอยู่อย่างชั้นจะเอาอะไรไปต่อกรกับฝีมือของเวทมนต์ตระกูลโคสึกะกับลูกครึ่งปีศาจจิ้งจอกได้ แต่ถ้าชั้นมีข้อเสนอ แกให้อิสรภาพกับชั้น แล้วชั้นจะช่วยพวกแกแก้แค้นเทพเจ้านกกระเรียน”
ฮิเดโนริปล่อยมือจากปากยูกิเข้าไปถามไดซุเกะ “เอายังไงดีครับคุณปู่”
“นังนี่มันมีมารยาเป็นอาวุธ” ไดซุเกะก้าวเข้าไปใกล้ยูกิ...ตาจ้องเขม็ง ยูกิลุ้นระทึกว่าไดซุเกะจะหลงกลเธอหรือไม่ ไดซุเกะยกดาบขึ้น แล้วก็ฟาดดาบลงตรงหน้ายูกิ ยูกิเบี่ยงหน้าหลบหลับตาปี๋ เชือกแดงจากลำคอของยูกิขาดหล่นลงพื้น ก่อนที่มันจะเลือนหายไป
“จำเอาไว้...ถ้าแกใช้อาวุธของแกกับพวกชั้น แกจะต้องทรมานยิ่งกว่าโดนกักขังหลายร้อยเท่า” ยูกิลอบยิ้มร้ายโดยที่พวกโคสึกะไม่เห็น “บอกมาได้แล้ว ไอ้เทพเจ้านกกระเรียนอยู่ที่ไหน”

ห้องไดซุเกะ ฮิเดโนริตกใจ “อยู่ที่มิยาคาวะ !”
ยูกิพยักหน้ารับ “ใช่..เขาอยู่บนหอคอยที่มิยาคาวะมาตลอด”
“ชายลึกลับบนหอคอย...” ฮิเดโนริคิดถึงเหตุการณ์ที่เคยสู้กับโฮชิโนโอจิ
โฮชิโนโอจิเสกขนนกสีขาวให้รายล้อมฮิเดะ แล้วหนีไปกับฮิโตชิ
ฮิเดโนริมั่นใจ “ว่าแล้วเชียวว่าผู้ชายคนนี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดา ที่แท้มันก็เป็นเทพเจ้านกกระเรียน”
“แกรู้จักมันด้วยเหรอ”
“ผมเคยสู้กับมันครับ ผมประมาทไปหน่อยก็เลยแพ้มัน แต่ครั้งนี้ผมขอแก้ตัว ผมจะฆ่ามันแก้แค้นให้เทพเจ้าจิ้งจอกของเรา”
“ไม่ได้” ไดซุเกะ ฮิเดะ อัตซุโอะหันขวับมองยูกิ ไดซุเกะหรี่ตาใช้ความคิด
“ตามตำนานที่ว่านางปีศาจหิมะหลงรักเทพเจ้านกกระเรียน...ท่าจะเป็นเรื่องจริง” ไดซูเกะแหย่
“ใช่...ชั้นเคยรักเขา แต่ความรักของชั้นเปลี่ยนเป็นความแค้นตั้งแต่วันที่เขาปฎิเสธความรักของชั้นเมื่อสี่ร้อยปีที่แล้ว ส่วนที่ชั้นห้ามพวกแกเพราะชั้นรู้ว่าไม่มีใครทำร้ายเขาได้ง่ายๆ” ยูกิเตือนฮิเดโนริ “ที่แกต่อสู้แพ้เขา..ไม่ใช่เพราะประมาทหรอก...แต่พลังของปีศาจไม่มีทางชนะพลังของเทพเจ้าได้”
“แกดูถูกชั้นเรอะ”
“เปล่า ชั้นพูดความจริง ชั้นเองก็ทำอะไรเขาไม่ได้ ชั้นถึงต้องใช้วิธีอื่นที่ทำให้เขาตายช้ากว่า แต่เจ็บกว่าหลายเท่า”
“แต่เรารอช้าไม่ได้นะครับนายท่าน ตามคำทำนาย...ผู้หญิงคนนั้นจะมาสร้างหายนะให้โคสึกะ แล้วผู้หญิงคนนั้นก็อยู่ที่มิยาคาวะนานแล้ว พวกมันอาจจะกำลังวางแผนปลดปล่อยเทพเจ้านกกระเรียนกันอยู่ก็ได้นะครับ”
“แกหมายถึงผู้หญิงคนไหน”
“รินดารา”
“อ๋อ...รินดารา ชั้นเคยได้ยินชื่อของมัน แต่จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อนังรินดาราเป็นแค่ผู้หญิงไทยธรรมดา”
“สิ่งที่บรรพบุรุษโคสึกะเขียนบอกเอาไว้ในตำรา ไม่เคยมีอะไรผิดพลาด” ไดซูเกะยังเชื่อมั่นในตำรา
ยูกิคิดทบทวน “ผู้หญิงมาปลดปล่อยโฮชิกลับสวรรค์” ยูกินึกขึ้นได้..อึ้งปรี๊ด “หรือว่านังรินดารา คือเมียวโจโอจิน !!!”

ภายในคฤหาสน์มิยาคาวะ รินดาราเดินอยู่กับอาคิระ
“คุณจะถามคุณย่ามิกิเรื่องรูปที่เราเจอจริงๆ เหรอคะ”
“ผมมั่นใจว่าคุณย่าต้องรู้ในสิ่งที่เราไม่รู้”
รินดาราพยักหน้ารับ แล้วจู่ๆ รินดาราก็ร้องขึ้นมาเพราะเจ็บแปลบที่ปานแดงรูปดาวที่หลังอีก เป็นลางสังหรณ์ว่ากำลังจะเกิดเรื่องไม่ดี “โอ๊ย !”
อาคิระประคองรินดารา “คุณเป็นอะไร”
“ชั้นเจ็บที่ปาน”
“ไปหาหมอไหม..ผมพาไปเอง”
“หมอที่ไหนก็ช่วยชั้นไม่ได้”
“แต่ก็น่าจะลองตรวจดู ตอนนี้วิวัฒนาการการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก คุณหมอน่าจะมีวิธีช่วยคุณ”
“คุณไม่เชื่อชั้นใช่ไหมคะ”
“ผมเชื่อ แต่ผมคิดเผื่อ ว่าจะมีหนทางอื่นที่จะช่วยคุณได้ง่ายกว่านี้มั้ย” อาคิระจับมือรินดารามาเกาะกุม...มองลึกเข้าไปในดวงตาของรินดารา ทำให้รินดาราเองก็หัวใจเต้นตึกตัก “ผมเป็นห่วงคุณมากนะรินดารา”
ระหว่างนั้นนานะเดินผ่านเข้ามาเห็นอาคิระจับมือรินดาราอยู่ก็ดันอุทานเสียงดัง “อุ้ย !”
อาคิระกับรินดาราหันขวับไปมองที่นานะ รินดาราชักมือออกจากมืออาคิระอย่างเขินอาย
“ขอโทษค่ะ นานะไม่น่าเดินผ่านมาขัดจังหวะเลย” นานะยิ้มกรุ้มกริ่มมองรินดารากับอาคิระ
รินดาราทำหน้าไม่ถูก...เขินอายมาก “ชั้นขอตัวก่อนนะคะ” รินดาราเดินก้มหน้าก้มตาเข้าไปข้างใน
อาคิระมองตามรินดาราอย่างเสียดาย แล้วหันไปทำตาขุ่นใส่นานะที่ยัง ยืนยิ้มหัวเราะคิกคัก อาคิระขรึม “จะคิดจะพูดอะไร ระวังคุณรินดาราจะเสียหาย”
“เอ่อ..ค่ะ คุณอาคิระ”
“แล้วคุณย่าอยู่ที่ไหน”
“ทำงานอยู่ในห้องเก็บกิโมโนค่ะ”
อาคิระพยักหน้ารับและมองซองน้ำตาลในมือด้วยสีหน้าแน่วแน่

ไดซุเกะนั่งกึ่งนอนอยู่บนฟูก ฮิเดโนรินั่งคุยอย่างไม่สบายใจ “ปู่คิดดีแล้วเหรอครับ ที่ช่วยทำพิธีให้พลังของนางปีศาจหิมะกลับคืนมาแล้วปล่อยมันไปอีก”
“ในเมื่อหลานชายคนเดียวของชั้นพึ่งไม่ได้ ชั้นก็จำเป็นต้องพึ่งมัน”
“ทำไมปู่ถึงคิดว่า ผมพึ่งไม่ได้”
“ถ้าพึ่งได้..ป่านนี้แกจัดการนังรินดาราได้ไปนานแล้ว”
ฮิเดโนริหลบสายตา “ผมกำลังพยายามหาทางจัดการอยู่”
“พยายามจัดการมัน หรือพยายามคิดหาทางช่วยมันกันแน่” ฮิเดโนริอึ้งที่ปู่รู้ทัน “ฮิเดะ..ชั้นเลี้ยงแกมากับมือ..ทำไมชั้นจะไม่รู้ว่าแกคิดอะไรอยู่ แกเริ่มชอบนังรินดาราเข้าแล้วใช่ไหม”

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 9/4 วันที่ 29 เม.ย. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ