อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนอวสาน[1] วันที่ 12 พ.ค. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนอวสาน[1] วันที่ 12 พ.ค. 58

หทัยรัตน์เช็ดน้ำตาเพราะใจความที่อ่านนั้นกินใจและสะเทือนอารมณ์ “ถูกต้องเป็นอย่างที่คุณย่าต้องการทุกอย่างนะคะ หนูจะได้ลงชื่อ”
แย้มพยักหน้า “ขอบใจหมอมาก” หทัยรัตน์เซ็นชื่อกำกับท้ายเอกสาร แล้วขยับให้พยาบาลเซ็นต่อในฐานะพยาน แย้มย้ำ “ช่วยเก็บเป็นความลับด้วย อย่าบอกใคร ย่าตายไปแล้วยี่สิบวัน ถึงค่อยเปิดให้ลูกหลานทุกคนอ่านนะหมอ”

“ค่ะ คุณย่า พักผ่อนนะคะ ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น”
“สงสารยงยุทธด้วย แต่งงานกับยงยุทธนะหมอ”
หทัยรัตน์พูดไม่ออก แย้มค่อยๆหลับตาลงอย่างหมดเรี่ยวแรง

สุดาตื่นตัวขึ้นทันทีเมื่อประตูเปิด รีบฉีกยิ้มเข้ามาหา “เป็นยังไงบ้างคะหมอ”
พยาบาลแยกออกไปอีกทาง


“คุณย่าหลับไปแล้วค่ะ”
สุดาเห็นสภาพหทัยรัตน์ ที่ผ่านการร้องไห้มา ทำให้ตีความเข้าข้างตัวเองได้มากมาย “ไม่ใช่ค่ะ อาหมายถึง พินัยกรรมน่ะค่ะ”
“เรียบร้อยดีค่ะ ถูกต้องตามกฎหมาย มีพยานเซ็นรับรอง”
“คือ..... อาอยากรู้น่ะว่าคุณย่า...”
“หนูมีแค่หน้าที่บันทึกทุกถ้อยคำที่เป็นความต้องการของคุณย่าเท่านั้นค่ะ ขอโทษด้วยที่หนูพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้จริงๆ ทุกคนคงได้รู้พร้อมกันในวันเปิดพินัยกรรม นั่นแหละค่ะ หนูขอตัวก่อนนะคะ” หทัยรัตน์เดินจากไป
สุดามั่นใจ ดวงจิตเบิกบานอย่างบอกไม่ถูก

อ่ำรู้เรื่องจากระพีพรรณก็อดกลุ้มใจไม่ได้ “คุณพระ คุณเจ้าช่วย ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้ บาปกรรมแท้ๆลูกเอ๊ย”
อุไรสะใจ “บาปกรรมของอีแย้มมันตามมาทันแล้วต่างหากล่ะแม่ สมควรแล้วที่มันต้องเจอแบบนี้ มิอกแตกตายเลยรึไง”
“ก็วุ่นวายกันอยู่พักใหญ่ละค่ะ แต่หลังจากนั้นก็ไม่รู้ยงยุทธหายไปไหน ไม่มีใครเห็นเลย”
“ดี.....คนอย่างมัน หลานรักสุดดวงใจยังไม่ยอมให้อภัยเลย เห็นนรกทั้งเป็นแท้ๆ อีแย้มเอ๊ย”
อ่ำปรามลูกสาว “อุไร”
“ฉันรู้ แม่จะพูดอะไร จะให้แผ่เมตตาให้หมูหมา กาไก่ที่ไหน ฉันแผ่ให้ได้ทั้งยกเว้นอีนี่คนเดียว” อุไรเดินหนีออกไป
ระพีพรรณอ่อนใจ “กี่ปีๆ แม่ก็ไม่เคยเปลี่ยน”
“ไม่รู้จะผูกเวร ผูกกรรมไว้ทำไม ตัดทิ้งเราก็หมดทุกข์แท้ๆ ระพี ยายอยากเจอยงยุทธ ตามหาเขาให้เจอได้ไหม บอกเขาว่า ยายเป็นห่วง ห่วงกว่าใครทั้งนั้น”
“ค่ะยาย ระพีจะพยายามหาตัวเขาให้เจอ”
“เขาคงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังก่อกรรมหนักอยู่”
กรรมหนักที่อ่ำพูดถึง คือ การทำให้บุพการีถึงแก่ชีวิตเป็นบาปหนัก นรกชั้นล่างสุดรออยู่

หทัยรัตน์เดินออกมาจากโรงพยาบาล ท่าทางเหนื่อยเพลีย รถธนาที่จอดอยู่มุมนึงกะพริบไฟเรียก หทัยรัตน์หยุดมอง ธนาออกมาจากรถ
“ธนา”
“หิวจังเลยครับคุณหมอ ไปหาอะไรกินกันดีกว่า”
“มาได้ยังไงเนี่ย ไหนบอกว่าถ่ายละคร”
“วันนี้มีแค่ สามฉาก กลางวัน ถ่ายเสร็จ ธนาก็ซิ่งกลับมาเลย”
“สนุกนักรึไงขับรถไปกลับกรุงเทพทุกวัน”
“ก็ธนาเป็นห่วงรัตน์”
“ห่วงตัวเองดีกว่า บนถนนน่ะอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น”
“กลัวธนาตายเหรอ”
“อย่าเอาเรื่องตาย มาเป็นเรื่องพูดล้อเล่นอย่างนี้นะ”
“ขอโทษครับ ทีหลังจะไม่พูดอีกแล้วครับ ไปหาอะไรกินกันดีกว่า”

พนักงานเสิร์ฟ เสิร์ฟอาหารหลายอย่างแล้วเดินออกไป
ยงยุทธถามขึ้น “ทำไมสั่งมาหลายอย่าง”
“พี่ยุทธ จะได้กินเยอะๆไงคะ” ลลดาตักอาหารใส่จานให้ยงยุทธ “พี่ยุทธไม่คิดที่จะกลับมาทำงาน ธนาคารเหมือนเดิมเหรอคะ”
“ไม่คิด เพราะพี่วางแผนจะลงทุนกับเพื่อนพี่ ค้าขายกับฝั่งพม่า”
“แต่มันยิ่งทำให้พี่ กับพี่หมอรัตน์ ไกลกันนะคะ”
“ไม่ใช่เรื่องสำคัญ พี่ว่าพี่จัดการได้ พี่ได้ทับทิมมาเก้าเม็ด ตั้งใจว่าจะให้รัตน์ เขาเป็นของหมั้น”
“ดีจังเลยค่ะ ลดาอยากเห็นจัง คงสวยมาก”
“พี่ซื้อมาด้วยน้ำพัก น้ำแรงของพี่เอง”
“พี่หมอรัตน์คงภูมิใจมากๆเลยนะคะ”

รถธนาแล่นถ้ามาจอดที่ลานจอดรถร้านอาหาร
“ร้านนี้ละกัน คนน้อยหน่อย” ธนาถอดหมวกวางทิ้งไว้ในรถ
“ไม่กลัวเจอคนรู้จักรึไง”
“ขอนั่งในมุมมืดๆหน่อยละกัน”
“คิดว่าจะพ้นเหรอ”
“ไม่พ้นจริงๆ ก็คงต้องประกาศไปเลย ผมมากับแฟนผมครับ ขอเวลาเป็นส่วนตัวกินข้าวกับแฟนให้อร่อยซักมื้อได้ไหมครับ”
“บ้า”
ทั้งคู่เดินเข้าร้าน

พนักงานนำ ธนา-หทัยรัตน์ เข้ามาในร้าน
“ทางนี้ดีกว่าครับ เงียบหน่อย คนน้อย”
ลลดาเงยหน้าขึ้นมองพอดี เมื่อธนา-หทัยรัตน์ ผ่านมา อ้าปากค้างจนยงยุทธต้องมองตาม หทัยรัตน์ชะงัก ก้าวขาไม่ออกเมื่อเห็นยงยุทธ
ยงยุทธลุกขึ้น เห็นเต็มตาว่ามากับธนา “รัตน์” ธนาสุดเซ็ง เจอโจทย์สำคัญเข้าจนได้ เขาขยับเข้ามาข้างหทัยรัตน์ด้วยสัญชาติญาณของการปกป้อง ยงยุทธต่อว่า “ยุทธโทรหารัตน์ ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ที่ไม่รับสายก็เพราะเสียเวลาที่ต้องอยู่หมอนี่ใช่ไหม”
“นายจะพูดอะไร ให้เกียรติผู้หญิงด้วย”
“ฉันพูดกับรัตน์ ไม่ได้พูดกับนาย ว่าไงรัตน์”
ลลดาตาค้าง เกิดเรื่องแน่
หทัยรัตน์ปัด “เรื่องของเรา เอาไว้คุยกันทีหลัง”
“ไปร้านอื่นกันเถอะรัตน์” ธนาพาหทัยรัตน์ ออกไปทันที
“เดี๋ยว ............ รัตน์...........รัตน์” ยงยุทธก้าวตามออกไปทันทีด้วยความโกรธ “เรื่องของเราเอาไว้คุยกันทีหลัง” เหมือนสุมไฟร้อน ขึ้นฉับพลัน
ลลดารีบตามออกไปทันทีเหมือนกัน....เรื่องเกิดแน่ “พี่ยุทธ พี่ยุทธ”

ยงยุทธพุ่งตามออกมา อย่างยั้งอารมณ์ไม่อยู่ “หมายความว่ายังไง เรื่องของเราเอาไว้คุยกันทีหลัง”
ธนากำลังจะพาหทัยรัตน์ กลับขึ้นรถอยู่แล้ว “นายน่าจะเข้าใจอะไรๆ ได้ง่ายกว่านี้นะ ไปเถอะรัตน์ อย่าสนใจ”
ยงยุทธตะโกนลั่น “รัตน์”
หทัยรัตน์อธิบาย “เอาไว้คุยทีหลัง เพราะยุทธยังต้องเคลียร์เรื่องคุณย่าให้จบก่อน”
“ไม่ต้อง เอามาเป็นข้ออ้าง ความจริงก็คือ รัตน์ เปลี่ยนใจไปจากยุทธแล้ว รัตน์มีคนใหม่แล้วใช่ไหม บอกยุทธมาคำเดียว ทำไมต้องดึงเวลา”
หทัยรัตน์อยากจะตะโกนใส่หน้า ว่าสิ่งที่ทำกับแย้ม เป็นสิ่งที่ใครๆก็รับไม่ได้
“ฉันตอบแทนรัตน์ตอนนี้เลยก็ได้ว่าใช่ รัตน์เขาเปลี่ยนใจจากนายแล้ว เขาเบื่อ เขาเอือมระอากับนายเต็มที่”
ลลดาห้ามธนา “พอได้แล้วพี่ธนา”
“นิสัยนายมันไม่เคยเปลี่ยน ความรักของนายมันเป็นยังไงกันแน่วะ นายคอยแต่จะเป็นคนได้รับความรัก แต่นายเคยคิดจะเป็นผู้ให้บ้างไหม นายเข้าใจจิตใจของคนที่นายบอกว่ารักเขาไหม ไอ้บ้า”
“รัตน์ทำอย่างนี้กับยุทธได้ยังไง สัญญาที่เคยให้ไว้ มันเป็นแค่คำพูดพล่อยๆ ยังงั้นเหรอ ที่บอกว่าจะรอ มันเป็นเรื่องหลอกลวงใช่ไหม ยุทธมันเป็นคนธรรมดา ไม่มีชื่อเสียง ไม่ได้ช่วยให้รัตน์กลายเป็นคนดังไปด้วยใช่ไหม รัตน์ถึงทิ้งยุทธยังงี้”
“ไม่ใช่ทั้งนั้น”
“งั้นมันอะไร”
“กลับไปค่อยๆคิดทบทวนเอาเอง” หทัยรัตน์จะกลับขึ้นรถ
ยงยุทธถลันเข้ามาเหมือนจะฉุดดึงหทัยรัตน์ ธนาเข้ามาขวาง ผลักอกยงยุทธ หทัยรัตน์ตกใจ เรื่องใหญ่แน่
ยงยุทธโกรธจัด ชกธนาแต่พลาด ลลดาตกใจ ธนาปัดหมัดยงยุทธ ยงยุทธเลือดขึ้นหน้ารัวหมัดอีกชุดสะเปะสะปะ อย่างคนที่ไม่เคยชกต่อยกับใคร แต่ธนาหลบหลีก ปัดป้องได้คล่องกว่า แต่สุดท้าย ธนาทนไม่ไหวสวนกลับไปหมัดนึง ยงยุทธเซจนล้มลงไปกับพื้น
“กลับไปสงบสติอารมณ์ นายให้ดีก่อนค่อยๆคิด เลิกเข้าข้างตัวเองซะที เลิกเห็นแก่ตัวได้แล้ว ยอมรับความจริงให้เป็นซะบ้าง” ธนากลับไปต้อนให่หทัยรัตน์ขึ้นรถ
ลลดารีบเข้ามาประคองยงยุทธ อาการหอบหืด กำเริบกะทันหัน ยงยุทธทุรนทุราย ชักตาค้าง
“กรี๊ด....ด .....พี่ยุทธ พี่ยุทธ”
หทัยรัตน์ ตกใจรีบวิ่งเข้ามา “ยุทธ ยุทธ” ธนาก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น “ธนา ธนา ช่วยด้วย”
ธนารีบวิ่งเข้ามา ประคองช้อนร่างยงยุทธ พยายามกดให้เลิกชัก “ยา ยาอยู่ไหนลดา”
“ไม่มีค่ะ ไม่ได้เอาติดมา”
หทัยรัตน์จัดการกับอาการชัก ขยำผ้าเช็ดหน้าแล้วยัดใส่ปากยงยุทธ กันการกัดลิ้นตัวเอง

ที่ห้องฉุกเฉิน บุรุษพยาบาลที่สแตนด์บาย รออยู่แล้ว รีบเข็นเตียงเคลื่อนที่ย้ายผู้ป่วยเข้ามารับ
รถธนาแล่นพุ่งเสียบเข้ามา ตามด้วยรถยงยุทธที่ลลดาขับ ธนารีบลงจากรถเปิดประตูด้านหน้าที่เอนเบาะเป็นแนวนอน พาตัวยงยุทธมา
ธนาอุ้มร่างยงยุทธลงจากรถด้วยตัวเอง บุรุษพยาบาลช่วยรับร่างยงยุทธ ลงเตียงเคลื่อนย้ายแล้วเข็นพายงยุทธออกไป ทุกคนตามติด

หทัยรัตน์วิ่งไปกับเตียงเคลื่อนย้าย หทัยรัตน์จับมือที่กำเกร็งของยงยุทธไว้ ยื้อให้คลายความเกร็งลง พลางเรียกชื่อ ยงยุทธให้ได้สติอยู่ตลอดเวลา “ยุทธ ยุทธ ยุทธ”
ธนาประกบติดมาอีกด้าน ก็ใช้ความพยายามไม่แพ้กัน “ยงยุทธ ได้ยินฉันไหม ไอ้พี่ชาย นายได้ยินฉันไหม นายต้องไม่เป็นอะไรนะ ได้ยินฉันไหม ยงยุทธ”
ยงยุทธถูกพาเข้าไปในห้องฉุกเฉิน หทัยรัตน์เข้าไปด้วย สั่งงานอย่างมีสติ ชัดเจน

หน้าห้องฉุกเฉิน ธนาเซ็ง ทำไมต้องเกิดเรื่องเฮง ซวยแบบนี้
ลลดาขยับเข้ามา “พี่ธนา ไม่น่าไปพูดยังงั้นกับพี่ยงยุทธ”
“จะว่าพี่เป็นต้นเหตุให้โรคเก่าเขากำเริบงั้นสิ”
“มันก็มีส่วนไม่ใช่เหรอคะ”
“เขาต้องยอมรับความจริงให้ได้”
“พี่ธนาก็ไม่ควรลืมความจริงด้วยเหมือนกันว่าพี่ยงยุทธกับพี่หมอรัตน์เขารักกันมาก่อน”
“คนที่เป็นฝ่ายเลือก ฝ่ายตัดสินใจ คือพี่หมอรัตน์ ลดาเป็นผู้หญิงลดาน่าจะเข้าใจความรู้สึกพี่หมอรัตน์ได้ดีกว่าพี่ด้วยซ้ำ”
“แล้วพี่ธนาเข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกแย่งความรักไป ดีแค่ไหนคะ”
“สุดท้าย ก็วกเข้าเรื่องเดิมจนได้ พี่บอกกี่ครั้งแล้วระหว่างเราพี่เห็นลดาเป็นแค่น้องสาวคนนึงของพี่เท่านั้น เปิดใจหน่อยลดา”
“พี่ธนาน่ะแหละ ที่ต้องเปิดใจ”
“ความรักไม่ใช่การแย่งชิง ลดาถ้าไปถึงตรงนั้น ลดาเข้าใจความรักผิดแล้ว เคยได้ยินไหม รักคนที่เขารักเราดีกว่านะ ลดาเป็นน้องที่พี่รักนะ แต่เปิดใจไว้เถอะ ซักวันลดาจะพบคนนั้นเอง อย่างไม่ต้องพยายามหาหรือพยายามทำให้เขารัก”
ลลดาน้ำตาไหลอย่างรู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้กับเกมนี้อย่างงสิ้นเชิง

ยงยุทธนอนลืมตา ครึ่งตา เหมือนเลื่อนลอย เหมือนอ่อนแรง เหมือนอยู่กับตัวเองไม่เปิดรับการรับรู้
อ่ำขยับเข้ามาข้างเตียง มองหลานอย่างสงสารจับใจเพราะเกิดมาอาภัพนัก อ่ำค่อยๆ เอื้อมมือไปลูบหัวอย่างแผ่วเบา “พระคุ้มครอง บุญรักษานะลูกนะ” ยงยุทธเหมือนยังไม่ตอบสนองใดๆ “อภัยได้ก็อภัย อย่าถือโทษโกรธน้องเลย น้องเองก็รู้สึกผิดนะลูก”
ยงยุทธค่อยๆหลับตาลง สภาวะจิตใจของเขาอ่อนแอมาก แต่สิ่งที่เขาได้รับตอนนี้คือ พลังความเมตตาจากคนที่เป็นยาย เขาอดคิดถึงแม่ไม่ได้ ค่อยๆเบือนหน้าหลบไปทาง จึงไม่มีใครได้เห็นว่าน้ำตาของเขาไหลลงทางหางตา
ระพีพรรณเอ่ยขึ้น “ปล่อยให้พักผ่อนก่อนเถอะค่ะยาย”
อุไรถาม “แล้วต้องนอนที่นี่กี่วัน”
“ดูอาการแล้ว บ่ายๆก็น่าจะออกไปได้แล้วค่ะแม่”
อ่ำเสนอ “พาไปพักที่บ้านเราเถอะอุไร ไม่สบายอย่างนี้ยังไงก็ต้องมีคนคอยดูแลลูก จะให้ไปพักโรงแรมคนเดียวได้ยังไง”
อุไรเห็นด้วย “นั่นสิ ห้องหับ บ้านเราก็มี”
ปวริศท้วง “แต่ผมว่าไปอยู่ที่บ้านผมก็สะดวกดีนะครับ”
อุไรแย้งทันที “พ่อแม่เธอ เขาจะยินดีเหรอ ฉันว่าอาการก็ยิ่งแย่กว่าเก่า”
“แม่คะ ระพีว่า งั้นปล่อยให้ยงยุทธเขาตัดสินใจเอาเองดีกว่า เขาสะดวกใจจะไปพักที่ไหน ก็แล้วแต่เขาเถอะค่ะ”
ยงยุทธนอนหลับตานิ่ง ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งสิ้น
อ่ำมองหลานอย่างเวทนา ผลพวงของทิฐิก่อเป็นกรรมที่ตกแก่หลานคนนี้แท้ๆ

ที่ห้องพักแพทย์
“รัตน์ เหมือนคนใจร้ายใจดำใช่ไหม ระพี ที่ไม่ยอมเข้าไปดูแลเขาเลย”
“ดีแล้วละที่ไม่เข้าไป เพราะจะยิ่งกลายเป็นการไปตอกย้ำความรู้สึกเขาเปล่าๆ ระพีว่าตอนนี้เป็นช่วงที่เขาน่าจะได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง แล้วทบทวนเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เขาจะได้รู้ว่าควรจะจัดการกับชีวิตตัวเองยังไง”
“รัตน์ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะเปาะบางขนาดนี้”
“เขาถูกเลี้ยงดูมายังไง ตัวตนของเขาก็จะเป็นอย่างนั้นแหละ ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงเขาได้หรอก นอกจากตัวเขาเอง”

รถปวริศแล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้านแย้ม ตัวบ้านปิดไฟมืด ประตูคล้องกุญแจ ระพีพรรณเดินตามกลับมาที่รถหลังจากปิดประตูรั้ว เปิดประตูรถให้ยงยุทธที่นั่งมาด้านหลัง
ปวริศลงจากรถ แล้วรับกุญแจมาจากระพีพรรณ “ยังดีนะ ที่คุณแม่เป็นคนเก็บกุญแจไว้”
ปวริศเดินไปไขกุญแจที่คล้องประตูเข้าบ้าน ยงยุทธค่อยๆ ลงจากรถอย่างอ่อนเพลีย ระพีพรรณหยิบกระเป๋าเดินทางของยงยุทธออกมาจากรถ

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนอวสาน[1] วันที่ 12 พ.ค. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ