อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 1 วันที่ 20 พ.ค. 58

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 1 วันที่ 20 พ.ค. 58

เมื่อ 200 กว่าปีก่อน...

“เมืองสมุทรปราการ” หรือ “เมืองปากน้ำ” เมืองท่าที่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยอยุธยา มีชาวต่างชาติทั้งจีน ญี่ปุ่น แขก และพวกฝรั่งต่างชาติ เข้ามาทำการค้าขายมากมาย และยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น เมื่อมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์

ในแผ่นดินสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช องเชียงสือพระนัดดาของกษัตริย์ญวน ได้ลักลอบหนีกลับประเทศตนทางเมืองปากน้ำ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาททรงไล่ตามจับด้วยพระองค์เอง แต่ไล่ไม่ทัน ทำให้สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ทรงเห็นยุทธศาสตร์สำคัญของเมืองปากน้ำจึงรับสั่งให้สร้างป้อมปราการขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานทางทะเล และได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง จนถึงรัชสมัยของสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่สามแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ooooooo

เมืองสมุทรปราการ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว...



เช้านี้ ที่ลานกว้างในเมืองสมุทรปราการ ว่าวจุฬาตัวใหญ่กับว่าวปักเป้ากำลังสู้กันอย่างดุเดือดกลางเวหา เป็นการแข่งว่าวกันระหว่างสมิงสอดน้อยกับนักเลงว่าวอีกหลายคน ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังสนั่นไปทั้งลาน

สมิงสอดน้อย เชื้อสายมอญเป็นนายทหารในกองอาทมาต เหล่มองคู่ต่อสู้ยิ้มเยาะก่อนเร่งมือเผด็จศึก ในที่สุดก็ใช้เหล็กแหลมตรงปลายเกี่ยวเอาว่าวปักเป้า

คู่ต่อสู้ร่วงลงมาท่ามกลางเสียงเชียร์ของบรรดาลูกน้องและคนพนันที่เข้าข้างสมิงสอดน้อย นักเลงคู่ต่อสู้ต้องยื่นถุงใส่เงินให้สมิงสอดน้อยแต่โดยดี สมิงสอดน้อยรับถุงเงินชูขึ้นประกาศชัยชนะ

“ว่าอย่างไรเล่า คนเมืองปากน้ำมีฝีมือเพียงเท่านี้เองรึ อีกระแชงของข้าเกี่ยวว่าวปักเป้ามาเป็นร้อยตั้งแต่อัมพวายันพระนคร จนมาถึงเมืองปากน้ำนี้ นึกว่าจะได้เจอคู่มือเสียหน่อย ที่ไหนได้ จนสามวันแล้วยังไม่ระคายเลย ฮ่าๆๆ”

สมิงสอดน้อยหัวเราะด้วยความสะใจ บรรดาลูกน้องหัวเราะสอดรับเยาะเย้ยถากถางกันอย่างคะนองใจ

“นั่น อีปักเป้าของผู้ใดกัน” เสียงชาวบ้านคนหนึ่งร้องขึ้น ทุกคนหันมองเห็นว่าวปักเป้าตัวน้อยตรงหางทาสีเขียว กำลังถลาเข้าโจมตีว่าวจุฬาของสมิงสอดน้อยอย่างดุเดือด สมิงสอดน้อยโมโหที่ถูกท้าทายหันมองหาเจ้าของว่าวปักเป้า

เหม เด็กหนุ่มวัย 15 บุตรชายพระยาบริรักษ์กับคุณหญิงชมนั่นเอง เหมใช้ว่าวปักเป้าท้าสู้โดยมีบุษย์บ่าวรับใช้อายุประมาณกันยืนอยู่ใกล้ๆ โดยเหมแต่งตัวสบายๆ นุ่งโจงกระเบนไม่เหน็บชายปล่อยชายโจงกระเบนลากพื้น

“จะมากไปเสียแล้วอ้ายหนุ่ม กล้าท้าทายข้าเชียวรึ” สมิงสอดน้อยฉุนขาด

“พี่ชายท้าคนเมืองปากน้ำก่อนไม่ใช่รึ เมื่อโดนท้ากลับเช่นนี้แล้วจะสู้หรือไม่เล่า” เหมท้าทายยิ้มแย้ม พลันบุษย์ก็โยนถุงเงินให้ลูกน้องของสมิงสอดน้อยรับไป ยิ้มกวนๆบอกว่า

“เงินเดิมพัน แต่ถ้าพวกพี่ชายไม่สู้ ก็คืนฉันมา”

ลูกน้องสมิงสอดน้อยเปิดถุงเงินดูตาโตร้องบอกว่า “มากโขเชียวท่านสมิง รับคำท้าเถิด”

“อ้าวลูกวัวไม่กลัวเสือ” สมิงสอดน้อยยิ้มเยาะ รับสายป่านมาแล้วบังคับว่าวเข้าสู้ทันที

ว่าวจุฬากับปักเป้าสู้กันกลางเวหาอย่างดุเดือดท่ามกลางเสียงเชียร์ของทั้งสองฝ่ายดังลั่น เหมฝีมือเป็นรองสู้ได้เดี๋ยวเดียวก็โดนว่าวจุฬารุกหนักทำท่าจะแย่ สมิงสอดน้อยยิ้มเยาะกะเผด็จศึก แต่ทันใดนั้น ว่าวทั้งสองตัวก็เข้าเกี่ยวจนสายป่านพันกัน จู่ๆสายป่านของว่าวจุฬาก็ขาดผึง!

ว่าวจุฬาร่วงหัวปักพื้นพังยับเยิน ชาวบ้านพากันเฮด้วยความสะใจ สมิงสอดน้อยหน้าเจื่อน มองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา!

“ตามธรรมเนียมแล้ว หากว่าวปักเป้าชนะว่าวกุลา ฝ่ายว่าวกุลา ต้องจ่ายเงินเดิมพันเป็นสองเท่า พี่ชายชนะตั้งแต่อัมพวายันพระนคร คงรู้ธรรมเนียมนี้ดีกระมัง” เหมเอ่ยยิ้มแย้ม สมิงสอดน้อยมองหน้าขบกรามแน่น ตวาดถาม

“เอ็งชื่ออะไรวะไอ้หนุ่ม”

“เหม ฉันชื่อเหม” เหมตอบเสียงดังฟังชัดยิ้มกวนๆ

ooooooo

สายๆ เหมเอาถุงเงินไปให้ลุงรีแขกอินเดียที่เป็นคนรับใช้ของมิสเตอร์เจเมสัน ลุงรีถามว่าเอามาให้ตนทำไม

“ก็ลุงรีเป็นคนออกอุบายให้ฉันเอาชนะว่าวกุลาของอ้ายมอญนั่นได้ เงินเดิมพันกึ่งหนึ่งก็ควรเป็นของลุงเช่นกัน รับไปเถิด” ลุงรีบอกว่าอุบายง่ายๆ เพียงแค่ใช้เศษกระจกตำกับข้าวเหนียวแล้วรูดไปตามสายป่านเท่านั้น ไม่ต้องให้เงินทองตนดอก

“แต่อุบายของลุง ช่วยกู้หน้าให้คนเมืองปากน้ำมิให้อ้ายมอญนั่นมาหยามหมิ่นได้ เงินเพียงเท่านี้ลุงรับไปเถิด”

บุษย์ถามขึ้นบ้างว่าแล้วส่วนแบ่งของตนล่ะ เลยถูกเหมเอ็ดว่า “เอ็งทำอะไรวะอ้ายบุษย์ แม้แต่ช่วยข้าตำเศษกระจกเอ็งยังไม่ทำเลยแล้วยังมีหน้ามาขอแบ่งอีกรึ เอาอย่างอื่นแทนดีหรือไม่” พลางยกมือจะเขกหัว บุษย์รีบหลบบอกว่าไม่เอาขอรับ

เหมถามลุงรีว่าอาการป่วยของครูแหม่มมาเรียเป็นอย่างไรบ้าง ลุงรีบอกว่าไม่ดีขึ้นเท่าใด ตนสงสารนายฝรั่งเหลือเกิน หาหมอมาก็มากแล้วแต่ยังรักษาไม่ได้เสียที

เหมสีหน้ากังวลเป็นห่วงแหม่มมาเรียภรรยาของเจเมสันและเป็นครูสอนภาษาอังกฤษเหม ทั้งแหม่มและสามีรักเหมเหมือนลูกคนหนึ่ง

เมื่อเหมไปเยี่ยมแหม่มมาเรีย แหม่มดีใจมากบอกว่าแค่เห็นหน้าเขาตนก็หายป่วยแล้ว เหมบอกว่าถ้าไม่ติดเจ้าคุณพ่อตนคงได้ดูแลครูมากกว่านี้ ซึ่งแหม่มก็เข้าใจ บอกว่าแค่เหมมาเยี่ยมตนก็ดีใจมากแล้ว

ระหว่างนั้นสาวใช้คนหนึ่งเดินมา บุษย์ทำกรุ้มกริ่มรีบเดินตามไปสวนกับคนรับใช้ชายที่เดินมาหยุดรอ พอมิสเตอร์เจเมสันเห็นก็บอกเหมว่าอย่าเพิ่งกลับให้อยู่คุยกับมาเรียก่อนตนขอตัวไปทำงานสักครู่เดี๋ยวมา แล้วมิสเตอร์เจเมสันก็เดินไปหาคนรับใช้ มองคนรับใช้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนเดินเลี่ยงไปโดยมีคนรับใช้ตามไปเหมือนมีลับลมคมในอะไรบางอย่าง

ooooooo

ที่ท่าน้ำบ้านพระยาบริรักษ์ เหมนุ่งโจงกระเบนตัวเดียววิ่งนำบุษย์และพวกทาสชายกระโดดลงคลองเสียงดังลั่น สนุกสนานกันเต็มที่

“พ่อเหมนะพ่อเหม จนโกนจุกก็แล้วยังเล่นเป็นเด็กไม่มีผิด” คุณหญิงชมผู้เป็นมารดาส่ายหน้าบ่น

“เอาโว้ย ว่ายน้ำแข่งกัน ใครชนะข้าได้ ข้าจะให้ขี่คอรอบเรือน” เหมตะโกนท้าแล้วว่ายน้ำแข่งกันเฮฮาลั่นคลอง

ที่ลำคลองเดียวกันนี้ เรือสองลำของขุนนาฏยโกศลและครอบครัวเดิมทำงานอยู่ที่อัมพวา แต่ย้ายมาสมุทรปราการเพื่อจัดงานแต่งงานลูกสาวและทำราชการที่นี่ชั่วคราว นั่งเรือมาสองลำ ลำหนึ่งมีขุนนาฏ คุณปิ่นภรรยา และทับทิมบุตรสาวคนโต ส่วนลำที่สองมีบัววัย 15 และลำดวนวัย 8 ขวบน้องของทับทิม โดยมีหุ่นเพื่อนสนิทของลำดวนในคณะละครนั่งมาด้วย

“เลยโค้งน้ำหน้าไปก็ถึงแล้ว ท่านเจ้าพระยาพี่ชายแม่ปิ่นจัดเรือนใหญ่ไว้โอ่โถงเชียว แลยังอยู่ติดกับเรือนพระยาบริรักษ์อีกด้วย หากขาดเหลือสิ่งใดก็อาศัยพึ่งพิงท่านเจ้าคุณได้ แม้เราจะจากบ้านมา แต่ก็ไม่ลำบากดอก” ขุนนาฏเอ่ยกับคุณปิ่น

“ถ้ากระนั้น เราก็ควรไปเยี่ยมกราบกรานท่านเจ้าคุณบริรักษ์นะเจ้าคะ อย่างไรเสียก็จะเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงกันแล้วน่าจะสนิทสนมกันไว้” ทับทิมเอ่ยยิ้มแย้ม คุณปิ่นผู้เป็นมารดาชมว่ารู้คิดจริงเชียว เช่นนี้ออกเรือนไปก็ไม่อายหมื่นพิพิธแล้ว ทำให้ทับทิมเขินอายที่แม่พูดเรื่องแต่งงานกับหมื่นพิพิธที่เป็นคู่หมั้น

ขณะนั่งเรือชมปลาที่แหวกว่ายในลำคลองกันอย่างเพลิดเพลินนั่นเอง หุ่นกระซิบอะไรกับลำดวน ลำดวนบอกบัวว่า หุ่นปวดเบา ทาสที่พายเรือมาจึงพายเรือเข้าเทียบตลิ่งแล้วอุ้มลำดวนกับหุ่นไปทุ่ง ในเรือจึงเหลือแต่บัวนั่งคอยอยู่

ลำดวนมองไปในน้ำเห็นฟองอากาศผุดขึ้นใกล้เรือ พอเพ่งมองก็เห็นเหมโผล่ขึ้นมาข้างเรือ บัวตกใจร้องออกมา เหมมกับบัวในวัยเดียวกันต่างมองกันอึ้ง เหมยิ้มหวานให้ทำเอาบัวเขิน พลันเสียงลำดวนก็ถามมาว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ เหมเลยรีบดำลงน้ำ บัวหันมองอีกทีเหมก็หายไปแล้ว บัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็น ยิ้มเขินออกมาไม่รู้ตัว

ooooooo

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 1 วันที่ 20 พ.ค. 58

ละครข้าบดินทร์ บทประพันธ์โดย : วรรณวรรธน์
ละครข้าบดินทร์ บทโทรทัศน์โดย : เอกลิขิต
ละครข้าบดินทร์ กำกับการแสดงโดย : อรรถพร ธีมากร
ละครข้าบดินทร์ ผลิตโดย : บริษัท ที.วี.ซีน จำกัด
ละครข้าบดินทร์ ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - วันอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครข้าบดินทร์ เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ