อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 1 วันที่ 21 พ.ค. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 1 วันที่ 21 พ.ค. 58

เสียงพิธีกรประกาศขึ้นว่าทางสโมสรจัดกิจกรรมเพื่อให้ทุกคนได้ร่วมสนุกและร่วมลีลาศในบรรยากาศที่แปลกใหม่ ขออาสาสมัคร 10 คู่ ผ่องฉวีฉุดหทัยรัตน์ออกไป ด้านโต๊ะศิษย์เก่าฝรั่งเศสก็ดันหนึ่งออกไปเช่นกัน

ทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายไม่มีใครเห็นกันเพราะมีม่านกั้นกลาง แต่ละคนต้องลุ้นเอาว่าจะได้จับคู่กับคู่ตัวเองหรือเปล่า เมื่อฉากกั้นเปิดทั้งสองฝ่ายต้องเต้นรำกันจนจบเพลง และถ้าคู่ไหนได้รับเสียงปรบมือจากแขกผู้มีเกียรติมากที่สุด จะเป็นคู่ลีลาศยอดเยี่ยมในคืนนี้...



หทัยรัตน์ภาวนาให้ตนไม่ได้จับคู่กับหนึ่ง แต่พอม่านเปิดต้องตะลึงงัน หนึ่งเชิดหน้าแอบมองความสวยของเธอ

ไม่คาดฝัน หทัยรัตน์กล่าวขอสละสิทธิ์ ทำให้ทุกคน ช็อกแล้วเธอก็หันหลังเดินลิ่วออกไป หนึ่งรู้สึกเหมือนหน้าแตกเพล้ง...ยอมไม่ได้ตะโกนขึ้น “นี่คุณ...หยุดก่อน! ผมบอกให้หยุด!”

พิธีกรเห็นบรรยากาศไม่ดีรีบเปิดเพลงให้คู่อื่นเต้นรำ โดยบอกว่ากรรมการกำลังจับตามอง...หทัยรัตน์วิ่งออกมาด้านหน้าสโมสร สะดุดรองเท้าหลุดข้างหนึ่ง เธอเห็นหนึ่งวิ่งตามมาจึงทิ้งรองเท้าวิ่งต่อ หนึ่งเก็บรองเท้าวิ่งตาม หญิงสาวเริ่มวิ่งไม่ถนัด ถอดรองเท้าอีกข้างจะวิ่งต่อ แต่หนึ่งตามมาคว้าแขนไว้ ต่างคนต่างหอบ หนึ่งออกคำสั่งเสียงเฉียบให้กลับไปเต้นรำกับตน

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันสละสิทธิ์ ฉันไม่เต้นรำกับคุณ”

หนึ่งมองหน้าหญิงสาวชัดๆ เห็นแววตาดื้อดึงจองหองเต็มสองตา จึงถามด้วยน้ำเสียงแกมบังคับ “ผมอยากรู้ทำไมคุณไม่ยอมเต้นรำกับผม คุณทำแบบนี้คนอื่นเขาจะคิดกับผมยังไง”

หทัยรัตน์ยิ้มเยาะ หนึ่งไม่พอใจถามยิ้มแบบนี้หมายความว่าอย่างไร เธอย้อนจะยิ้มอย่างไรก็ไม่เกี่ยวกับเขา เขาโวยว่าเกี่ยว หญิงสาวจึงบอกว่า

“ฉันบอกให้ก็ได้ ฉันคิดว่าที่แท้คุณก็ห่วงหน้าตาของตัวเองนี่เอง คงจะไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนวิ่งหนีคุณล่ะสิ ถึงได้โกรธจนต้องวิ่งมาลากฉันกลับเข้าไปแบบนี้”

“ใช่...ไม่เคยมีใครหันหลังให้ผม และจะไม่มีใครทำแบบนั้นได้ คุณต้องไปเต้นรำกับผม”

“ฉันไม่ไป ฉันโตแล้วไม่ใช่เด็กๆที่คุณจะมาบังคับให้ทำอะไรก็ได้ตามใจคุณ และกรุณาจำไว้ด้วยนะคะ ไม่มีใครที่จะได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการ และฉันจะเป็นผู้หญิงคนแรกที่หันหลังให้คุณ” หทัยรัตน์ดึงรองเท้าจากมือหนึ่งแล้วเชิดหน้าวิ่งเท้าเปล่าไปขึ้นรถแท็กซี่ออกไป

หนึ่งเหมือนโดนหมัดตรง อึ้งและฉุนสับสนไปหมด...กลับบ้านบ่นกับนมพิมพ์ ไม่คิดว่าเมืองไทยจะมีผู้หญิงจองหองแบบนี้ เถียงคำไม่ตกฟากทำอย่างกับโกรธเกลียดกันมาแต่ชาติปางก่อน ถ้าแต่งตัวมอมแมมตนจะคิดว่าเป็นคนบ้า

“เพราะสวยใช่ไหมคะ ทำให้คุณหนึ่งหงุดหงิดถึงขนาดปลุกพิมพ์ดึกๆดื่นๆเพื่อมาฟังเรื่องนี้ สงสัยว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ธรรมดาจริงๆ” พิมพ์ยิ้มอย่างรู้ทัน

หนึ่งยอมรับ อยากรู้ว่าเธอเป็นใคร ทำไมจองหองไม่มีมารยาท ถ้าเจออีกจะไม่ปล่อยให้ลอยหน้าแบบนั้นเป็นครั้งที่สองแน่...หนึ่งหงุดหงิดทำไมภาพรอยยิ้มเธอแว่บเข้ามาในสมอง

ส่วนหทัยรัตน์เล่าให้สุดาฟังว่าวิ่งหนีนักเลงหัวไม้จนรองเท้าขาด สุดาตกใจจะให้สัทธาไปเอาเรื่อง หทัยรัตน์รีบห้าม “ใจเย็นค่ะพี่แป้น คือไม่มีอะไรมาก เขาคงแค่อยากแสดงอำนาจตามประสา แต่ปุ้มหนีมาได้ ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอกค่ะ ชีวิตนี้ปุ้มคงไม่เจอคนแบบนี้อีกแล้ว”

สุดากำชับต่อไปถ้ามีเรื่องอะไรต้องโทร.บอกทันที หทัยรัตน์ยิ้มรับ สุดานึกได้มีข่าวดีจะบอกสองข่าว ข่าวแรก คือพรุ่งนี้ตนกับสัทธาจะเลี้ยงข้าวฉลองที่เธอได้งาน ข่าวที่สองคือ “คุณลุงวิทย์จะจัดเลี้ยงต้อนรับพี่หนึ่ง คุณพ่อบอกให้เราสามคนเตรียมตัวให้พร้อมไปกับท่านด้วย งานนี้เป็นงานดังมากเลยนะ ใครๆก็อยากไปแต่คุณลุงเชิญ แค่ไม่กี่ครอบครัว นี่ถ้าเพื่อนพี่รู้จะต้องอิจฉาตาร้อนผ่าวแน่ ตอนนี้สาวๆทั้งพระนครอยากอยู่ใกล้พี่หนึ่งกันทั้งนั้น ปุ้มต้องแต่งตัวสวยๆนะ”

หทัยรัตน์หน้าเสียคิดหาทางหลบหลีก

ooooooo

คืนต่อมาในร้านอาหารหรู ชุลีชวนส่องแสงมาเป็นเพื่อนหวังจะมีผู้ชายหล่อหรูให้ความสนใจ แต่กลับถูกส่องแสงกลบทั้งเสื้อผ้าและหน้าตาให้ด้อยกว่า ผู้ชายในร้านมองเธอเป็นตาเดียว ชุลีอดบ่นไม่ได้ว่าไม่น่าชวนเธอมา ส่องแสงยิ้มเชิด

“แหม...อย่าคิดมากเลยชุลี เดี๋ยวเราไปนั่งโต๊ะที่อยู่หลังต้นไม้ตรงนั้นก็ได้ มีใบไม้บังหน้าไว้ หนุ่มจะได้เห็นไม่ชัด อาจจะทำให้มีคนสนใจเธอก็ได้นะ”

ชุลีเหล่มอง นี่เพื่อนพูดจริงหรือจิกกัดตนกันแน่... ไม่ทันไรสายตาหนุ่มๆในร้านก็เบนความสนใจไปยังผู้มาใหม่ ส่องแสงแปลกใจมองตาม เห็นหทัยรัตน์สวยโดดเด่นเดินมากับสัทธาและสุดาก็ไม่พอใจ บอกชุลีให้นั่งไปก่อนตนจะไปทักคนรู้จัก

สัทธากำลังบอกน้องๆสั่งอาหารเต็มที่ สองสาวร้องไชโยสนุกสนาน ส่องแสงเดินเข้ามาเอ็ดหาว่าคุยเสียงดังลั่นร้านทำตัวเหมือนแม่ค้า พอสุดาบอกว่าพวกตนมาเลี้ยงฉลองที่หทัยรัตน์ได้งานทำ ส่องแสงยิ่งหมั่นไส้ ตอกย้ำให้เจ็บใจเล่น

“ก็ดีนะ เด็กในบ้านจะได้ออกมาเปิดหูเปิดตาเห็นโลกภายนอกบ้าง ไม่ใช่อุดอู้อยู่แต่ในครัว...เธอนี่โชคดีนะที่เกิดเป็นหลานภรรยาคุณลุงฉัน ถ้าไปอยู่ในอุปการะของคนอื่นคงจะไม่มีวาสนาแบบนี้”

หทัยรัตน์อดกลั้น ตอกกลับเล็กๆ “ดิฉันทราบเสมอค่ะ ถ้าดิฉันเกิดตกฟากผิดไปเป็นลูกของญาติคุณส่องแสง ดิฉันคงจะไม่มีโอกาสเช่นนี้”

“แน่นอน เพราะฉันเลี้ยงคนให้รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่งั้นจะลืมตัวนึกว่าตัวเองเป็นหงส์ ทั้งที่จริงๆแล้วก็เป็นแค่เป็ดท้องนาที่ว่ายอยู่ในฝูงหงส์เท่านั้น” ส่องแสงพูดจบก็เดินกลับโต๊ะ

สัทธาฉุนบ่นว่าส่องแสงมากวนน้ำให้ขุ่นแล้วกลับไป ปลอบหทัยรัตน์ว่าถ้าเธอเป็นเป็ด พวกตนก็เป็นเป็ดด้วย ปล่อยส่องแสงเป็นหงส์ตัวเดียว ว่าแล้วก็ร้องเสียงก้าบๆหัวเราะกันครืน...

ส่องแสงกลับบ้านมาเล่าให้สีสุกฟังอย่างเคืองๆที่สัทธากับสุดาพาเด็กอนาถาไปนั่งชูคอในร้าน สีสุกแค้นใจไปด้วย นึกได้รีบบอกลูกสาวว่าที่บ้านเดือนประดับได้รับเชิญไปงานเลี้ยงต้อนรับหนึ่ง ตนยอมไม่ได้จะต้องหาทางไปด้วย ให้ส่องแสงเตรียมตัดชุดให้เด่นสุดเข้าไว้...

และแล้วก็ถึงวันงาน หนึ่งในชุดเรียบหรูยืนรับแขกกับวิทย์ผู้เป็นพ่อ แขกแต่ละคนที่มาร่วมงานต่างแนะนำลูกสาวให้หนึ่งรู้จักกันเป็นแถว หนึ่งเหลือบไปเห็นคนคล้ายหทัยรัตน์จึงรีบเดินไปทัก แต่ปรากฏว่าผิดคน เขาแปลกใจตัวเองทำไมต้องนึกถึงเธอ

หน้าบ้าน สุทธิ์ ทิพย์ สัทธาและสุดาลงจากรถกำลังจะเดินเข้าบ้าน สีสุกกับส่องแสงปรี่เข้ามาทำเนียนเร่งทุกคนเดินเข้างาน สัทธาแปลกใจถามว่าสีสุกได้รับเชิญด้วยหรือ สีสุกชักสีหน้าสวนว่าตนเป็นน้องสุทธิ์ก็เท่ากับเป็นครอบครัวเดียวกัน สัทธากับสุดาทำหน้าเอือมระอา

ส่องแสงวางมาดนางพญาข่มทุกคนเดินเชิดเข้างาน สุทธิ์นึกได้ถามหาหทัยรัตน์ สุดาตอบเซ็งๆว่าน้องไปตีเทนนิสเห็นว่านัดไว้ก่อนเลื่อนไม่ได้ ทิพย์บ่นน่าตีนักเด็กคนนี้

พอเข้ามาในงาน ส่องแสงกับสีสุกตะลึงมองความหล่อของหนึ่ง แต่หนึ่งกลับเพ่งมองสัทธาที่ยืนหลังส่องแสง ส่องแสงคิดว่าหนึ่งมองเธอจึงส่งยิ้มบาดใจ แต่หนึ่งกลับเดินรี่ผ่านเธอไปทักสัทธาอย่างเป็นกันเอง เพราะเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เล็ก แล้วสวัสดีสิทธิ์กับทิพย์และทักทายสุดา ทำให้สีสุกกับส่องแสงยืนหน้าม้าน สุทธิ์จำต้องแนะนำน้องสาวกับหลานแก่หนึ่ง

“ไม่น่าเชื่อเลยนะครับ ผมจะมีน้องสาวเป็นผู้หญิงไทยที่สวยกว่าผู้หญิงฝรั่งเศส” หนึ่งชม

สัทธาเห็นท่าทีส่องแสงไม่พอใจจึงกระซิบสุดา “นี่ขนาดโดนหารคำชม ยัยส่องยังค้อนตั้งครึ่งวง นี่ถ้ายัยปุ้มมาด้วยมีหวังยัยส่องคงได้ค้อนจนหน้าคว่ำ” สองพี่น้องหัวเราะคิกคัก

ส่องแสงปรายตามองเหมือนรู้ สองคนรีบทำหน้าปกติ...ตลอดงานหนึ่งรู้สึกว่าตัวเองคอยมองหาผู้หญิงเย่อหยิ่งที่เจอคืนนั้น แต่กลับพบสายตาส่องแสงตลอดเวลา ในขณะเดียวกัน หทัยรัตน์หวดลูกเทนนิสกับผ่องฉวีและประสงค์เหมือนเป็นการระบายอารมณ์มากกว่ามาตีสนุกๆ

ooooooo

หลายวันผ่านไป หทัยรัตน์มาสอนหนังสือกรกนกทุกวัน กรกนกรู้สึกรักครูคนนี้มากถึงกับอยากให้รู้จักพี่ชาย แต่หทัยรัตน์กลับบ้านก่อนพี่ชายจะถึงบ้านทุกที และวันนี้ก็เช่นกัน

“ว้า...น่าเสียดายจัง แต่ไม่เป็นไรค่ะ หญิงไม่ยอมแพ้ หญิงจะต้องทำให้พี่ชายเจอกับคุณครูให้ได้” กรกนกมุ่งมั่นจนหทัยรัตน์ยิ้มแหยๆวางหน้าไม่ถูก

หทัยรัตน์เดินออกมาหน้าตึก เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายคนหนึ่งแต่งตัวแบบคนสวนกำลังยกกระถางต้นไม้แล้วเกิดหล่นใส่เท้าเลือดออก หทัยรัตน์ตกใจรีบเข้าไปช่วย เอาผ้าเช็ดหน้าส่งให้เขาใช้ห้ามเลือด คนสวนเกรงผ้าเธอจะเลอะแต่เธอบอกให้เขารีบเช็ดเลือดแล้วไปล้างก่อนจะเป็นบาดทะยัก คนสวนประทับใจในความมีน้ำใจของเธอมากที่ไม่รังเกียจและถือตัว

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 1 วันที่ 21 พ.ค. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ