อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 1 วันที่ 22 พ.ค. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 1 วันที่ 22 พ.ค. 58

หทัยรัตน์เดินออกมาหน้าตึก เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายคนหนึ่งแต่งตัวแบบคนสวนกำลังยกกระถางต้นไม้แล้วเกิดหล่นใส่เท้าเลือดออก หทัยรัตน์ตกใจรีบเข้าไปช่วย เอาผ้าเช็ดหน้าส่งให้เขาใช้ห้ามเลือด คนสวนเกรงผ้าเธอจะเลอะแต่เธอบอกให้เขารีบเช็ดเลือดแล้วไปล้างก่อนจะเป็นบาดทะยัก คนสวนประทับใจในความมีน้ำใจของเธอมากที่ไม่รังเกียจและถือตัว

ชายคนสวนเดินเข้ามาในบ้านถอดหมวกวางลง กรกนกเข็นรถเข้ามาทัก “พี่ชายกลับตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ได้เจอครูของหญิงหรือเปล่าคะ คุณครูเพิ่งออกไปเมื่อกี้ สวนกันหรือเปล่าคะ”


แม่โอผู้เป็นแม่บ้านขำที่คุณหญิงยิงคำถามใส่พี่ชาย ...หม่อมราชวงศ์ประสาทพรยิ้มเอ็นดูน้องตอบว่าตนกลับมาได้พักใหญ่ พอดีรถเสียคนที่กระทรวงมาส่ง ตนเห็นสวนรกจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าลงไปทำสวน แล้วก็ได้พบคนมีน้ำใจคือคุณครูของน้องและยอมรับว่าเธอทั้งสวยและจิตใจดี

“ไชโย! พี่ชายคิดเหมือนหญิงเลย อ้อ...พี่ชายคะพี่ชายคิดว่าถ้าพี่หนึ่งได้เจอคุณครู พี่หนึ่งจะชอบคุณครูเหมือนพี่ชายไหมคะ แม่โอบอกว่าพี่ชายชวนพี่หนึ่งมารับประทานอาหาร หญิงอยากอวดคุณครูกับพี่หนึ่งจังเลยค่ะ อยากรู้ว่าพี่หนึ่งจะบอกว่าคุณครูน่ารักเหมือนเราหรือเปล่า”

“จริงสินะ พี่ก็อยากรู้เหมือนกัน เอาเป็นว่าวันที่พี่หนึ่งมาเราชวนคุณครูน้องหญิงอยู่รับประทานอาหารด้วยกันนะคะ” ประสาทพรนึกสนุกไปกับน้องสาว

แต่หนึ่งได้รับเชิญมาทานอาหารที่บ้านเดือน-ประดับก่อน พอสีสุกทราบข่าวก็แล่นมากันท่า ทำทีแนะนำสัทธากับสุดาว่าวันที่หนึ่งมาทานข้าวบ้านไม่ควรให้หทัยรัตน์อยู่เสนอหน้าเพราะไม่ได้เกี่ยวดองอะไร และปรักปรำว่าเป็นเด็กทะเยอทะยานคงหาทางตะเกียกตะกายมาเจอหน้าหนึ่งจนลืมกำพืดตัวเอง...หทัยรัตน์ผ่านมาได้ยิน ทนไม่ไหวเดินเข้ามาตอบเอง

“ขอบคุณคุณสีสุกมากนะคะที่กรุณามายุ่งเรื่องของดิฉัน คุณสีสุกไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ดิฉันไม่เคยลืมกำพืดของตัวเองและไม่คิดที่จะตะเกียกตะกายใฝ่สูงเกินตัว”

สีสุกหันขวับมาโวย ตนไม่ได้ยุ่งเรื่องเธอแต่เป็นห่วงพี่ชายไม่อยากให้ขายหน้าที่เด็กในบ้านแสดงอาการระริกระรี้ คนอื่นจะคิดว่าคนบ้านเดือนประดับไม่มีสมบัติผู้ดี สุดาเหลืออดติงสีสุกพูดแรงเกินไป สีสุกสวนถ้าไม่จริงจะมีหนุ่มมากหน้ามาหลงหัวปักหัวปําหรือถ้าไม่ไปหว่านเสน่ห์เอาไว้ หทัยรัตน์ยิ่งฟังยิ่งเสียใจ สุดามองน้องด้วยความสงสาร เมื่อสีสุกกลับไป สัทธากับสุดาก็ช่วยกันปลอบหทัยรัตน์ไม่ให้คิดมาก พวกตนอยากให้เธออยู่เผชิญหน้ากับหนึ่งอย่าหนีอีก

แล้ววันต่อมาหทัยรัตน์รีบจัดดอกไม้แกะสลักผักไว้พร้อมแล้วย่องจะออกจากบ้านแต่เช้า สุดากับสัทธารู้ทันพยายามดักทุกประตู หทัยรัตน์จึงหลบเข้าห้องครัว เจอแหววทอดปลาอยู่ เสียงรถยนต์แล่นเข้ามา จึงให้แหววไปดู พอแหววออกไปเธอก็วิ่งจู๊ดจะไปที่ประตูใหญ่ เห็นผู้มาเยือนคือหนึ่งก็ตกใจรีบหลบหลังพุ่มไม้

หนึ่งเห็นแวบๆไม่ติดใจสงสัยเดินเข้าบ้านไปหาสัทธา พอสุดารู้จากแหววว่าหทัยรัตน์อยู่ในครัวก็รีบเข้าไปดู เจอปลาในกระทะไหม้ควันโขมงก็ร้องลั่น ฮีโร่ที่เข้ามาดับไฟได้ทันคือหนึ่ง...เรื่องถึงหูสุทธิ์ เขาต้องขอโทษหนึ่งกับความวุ่นวายในบ้าน

สัทธาเอาใจชวนหนึ่งเดินชมบรรยากาศเก่าๆในบ้าน ทิพย์รู้จากสุดาว่าหทัยรัตน์ออกไปข้างนอกก็บ่นอุบ หนึ่งได้ยินชื่อปุ้มหลายครั้งชักอยากเห็นหน้า สุดารีบเอารูปทั้งสมัยเด็กและปัจจุบันมาให้หนึ่งดู หนึ่งแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าปุ้ม เด็กหญิงกระปุกตั้งฉ่ายจะเป็นคนเดียวกับผู้หญิงยโสคนนั้น ภาพในวัยเด็กหวนกลับมา

ครั้งนั้นเด็กๆคิดเรื่องที่จะแสดงละครวันเกิดวิทย์ หนึ่งอยากเล่นเป็นเจ้าชาย สุดาจึงเสนอเรื่องซินเดอเรลล่าและตนขอเล่นเป็นนางฟ้า สัทธารีบบอกว่าตนอยากเล่นเป็นพระราชา จึงเหลือหทัยรัตน์ที่ต้องเป็นซินเดอเรลล่า แต่หนึ่งโวย ซินเดอเรลล่าจะอ้วนดำเป็นกระปุกตั้งฉ่ายได้อย่างไร หทัยรัตน์ทั้งอายและโกรธจึงคว้ามือหนึ่งมากัดจนเลือดซิบ หนึ่งเจ็บแค้นไม่มีวันลืม

สัทธาเห็นหนึ่งนิ่งอึ้งจึงถามขึ้นว่า เห็นหทัยรัตน์ตอนนี้ยังคิดอยากแกล้งอยู่หรือเปล่า หนึ่งบอกว่าต้องแกล้งหนักกว่าเดิม สุดาเย้าเธอจะยอมให้แกล้งหรือ

“ไม่ยอมก็ต้องยอม ตอนเด็กๆฉันยังปราบพยศได้ ทำไมตอนนี้จะทำไม่ได้ แล้ววันนี้ฉันจะได้เจอเขาไหม ฉันอยากจะเห็นจริงๆเขาจะทำหน้ายังไงถ้ารู้ว่าฉันรู้ ความจริงแล้ว”

ส่องแสงกับสีสุกเดินเข้ามาได้ยินว่าคุยกันเรื่องปุ้มก็ไม่พอใจ สุดาบอกหนึ่งว่าวันนี้หทัยรัตน์ไม่อยู่น่าจะไม่กลับจนกว่าหนึ่งจะกลับ สัทธากำลังจะบอกถ้าอยากเจอให้ไปที่ไหน ส่องแสงก็แทรกขัดทันที ทักทายหนึ่งอย่างสนิทสนม สีสุกทำทีบอกทุกคนให้ไปห้องอาหารกัน ส่องแสงควงแขนหนึ่งดึงนำไป สุดามองตามด้วยความเซ็ง

ในเย็นวันเดียวกัน เผอิญพินิจได้ข่าวหนึ่งกลับเมืองไทย ก็พาร่างอ่อนแอขี้โรคมาหาถึงบ้านเพชรลดา แต่ต้องผิดหวังเพราะหนึ่งไปบ้านเดือนประดับ พินิจจึงฝากจดหมายพิมพ์ไว้...

หลังกลับจากบ้านเดือนประดับ หนึ่งแวะมาส่งส่องแสงกับสีสุก สองแม่ลูกพยายามพูดถึงหทัยรัตน์ในทางไม่ดีให้หนึ่งเลิกสนใจ สีสุกบอกว่าสัทธากับสุดาพูดเกินไปที่ว่าหทัยรัตน์โตมาสวย ไม่เป็นความจริงเลย ส่องแสงคิดบางอย่างได้แทรกขึ้น

“แต่ส่องคิดว่าพี่ปุ๊กับแป้นพูดเป็นความจริงนะคะ เด็กนั่นเป็นคนสวย ไม่สวยธรรมดาแต่ทั้งสวยและฉลาด รู้จักใช้ความสวยให้เป็นประโยชน์ โบราณว่านารีมีรูปเป็นทรัพย์ เด็กปุ้มถึงได้หว่านเสน่ห์ให้กับผู้ชายไปทั่ว ใครที่หลงใหลได้ปลื้มก็ยอมทุ่มเททุกอย่าง”

สีสุกรับมุกทันช่วยผสมโรงว่าหทัยรัตน์ชอบเข้าสมาคมกับคนร่ำรวย นี่คงหาโอกาสตีสนิทกับหนึ่ง ขอให้เขาระวังไว้ หนึ่งยิ้มกล่าวอย่างมั่นใจ

“ผมไม่ใช่คนชอบอะไรที่เปลือกนอก ถ้าผมจะหลงใหลผู้หญิงสักคน ผมจะต้องรักที่หัวใจ ที่ความดีไม่ใช่ที่ความสวยแต่เพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงครับ”

สองแม่ลูกยิ้มด้วยความพอใจ...พอหนึ่งกลับไป สีสุกก็ชมลูกสาวที่หัวไวพูดกันท่าไว้แบบนั้น หนึ่งเจอหทัยรัตน์จะได้ไม่ยุ่งด้วย ตนจะต้องหาทางตัดไฟแต่ต้นลมเสียก่อน

ooooooo

ตกดึกหทัยรัตน์ย่องกลับเข้าบ้าน แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นรูปตัวเองที่ใส่กรอบตั้งอยู่ โดนเมจิกเขียนรูปเขี้ยวและข้อความว่า...ยัยกระปุกตั้งฉ่าย เธอไม่มีวันหนีฉันพ้น ลงชื่อ...หนึ่ง

หทัยรัตน์แค้นใจอยากร้องกรี๊ดรีบเอาผ้ามาลบหมึกออก...คืนนั้นหนึ่งกลับถึงบ้านได้รับจดหมายของพินิจที่ฝากพิมพ์ไว้ก็ดีใจเปิดอ่าน พินิจบอกขอโทษที่ไม่ได้ไปรับที่สนามบินเพราะเขาสุขภาพไม่อำนวย วันนี้ออกมารับยาจากหมอจึงแวะหา ถ้ามีเวลาว่างเชิญไปที่พนัสพงษ์บ้าง

บ้านพนัสพงษ์มีรูปถ่ายใส่กรอบแขวนเรียงบนผนัง เป็นภาพหนึ่งกอดคอกับพินิจสมัยเรียนมัธยมและรูปพินิจในช่วงต่างๆ และมีรูปพินิจถ่ายกับหทัยรัตน์ รูปพรรณีกอดคอกับหทัยรัตน์...จู่ๆนวลเข้ามาดึงรูปที่มีหทัยรัตน์ออก พรรณีจะขอคืน พินิจเดินมาได้ยินนวลบ่น

“หน็อย...คนอย่างคุณนายนวลเจ้าของตลาดที่ใหญ่ที่สุดในพระนคร แถมยังมีเรือกสวนไร่นาอีกตั้งไม่รู้เท่าไหร่ คิดหรือว่าฉันจะยอมยกลูกชายให้ผู้หญิงที่มีแต่ตัวอย่างมัน แม่ไม่เอามาทำสะใภ้ให้อับอายขายขี้หน้า”

พรรณีจะเถียง พินิจเข้ามาขัดบอกตนพร้อมแล้ว วันนี้พรรณีจะพาพินิจไปหาหมอตามนัด นวลรีบเตือนให้เอาแกงส้มพุงปลาที่ตนแกงไปฝากคุณหมอและถามถึงลูกสาวด้วย นวลพยายามยัดเยียดให้พินิจได้คู่กับลูกสาวหมอจะได้เป็นหน้าเป็นตากับตน

ขณะที่นวลกำลังเผารูปถ่ายในกระถาง หนึ่งแวะมาเยี่ยมพินิจ นวลรีบไปต้อนรับยิ้มแย้มชวนคุย เล่าให้หนึ่งฟังว่าพินิจสุขภาพแย่ลงไม่พอ จิตใจยังแย่ไปด้วยเพราะไปหลงรักผู้หญิงคนหนึ่งเป็นเพื่อนพรรณี เรียนอักษรศาสตร์ด้วยกัน เมื่อก่อนมักมาบ้าน แต่พอรู้ว่าพินิจป่วยบ่อยๆไปไหนไม่ค่อยไหวก็ตีตัวออกห่าง ทำให้พินิจเศร้าซึมลง...หนึ่งฟังแล้วรู้สึกว่าช่างใจร้ายจริงๆ

“น้าบอกตานิจทุกวันแต่ก็ไม่เคยฟัง ผู้หญิงคนนี้เป็นคนสวยค่ะ มารยาเหลือรับ คอยจับแต่คนรวยๆคงเห็นตานิจไม่มีประโยชน์เลยทิ้งไป”

“เอ่อ...คุณน้าบอกผมได้ไหมครับว่าผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร” หนึ่งเจ็บแค้นไปด้วย

“บอกได้สิคะ...แม่ผู้หญิงใจดำคนนั้นน่ะชื่อ หทัยรัตน์ ราชพิทักษ์ค่ะ”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 1 วันที่ 22 พ.ค. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ