อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 1 วันที่ 23 พ.ค. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 1 วันที่ 23 พ.ค. 58

“บอกได้สิคะ...แม่ผู้หญิงใจดำคนนั้นน่ะชื่อ หทัยรัตน์ ราชพิทักษ์ค่ะ”

หนึ่งขมวดคิ้วไม่คุ้นชื่อนี้เลย...นวลเน้นย้ำให้หนึ่งจำชื่อและอยู่ห่างๆผู้หญิงคนนี้ไว้ ตนเพิ่งเผารูปทิ้ง...เผอิญมีลมพัดวูบมาพัดขี้เถ้าไปเหลือส่วนของรูปที่ยังไม่มอดไหม้ หนึ่งหยิบขึ้นดูแทบช็อกเพราะเป็นใบหน้าของหทัยรัตน์แต่หนึ่งรู้จักในนามว่า...ปุ้ม

ออกจากบ้านพินิจ หนึ่งก็แวะมาบ้านกนกพรตามคำเชิญของประสาทพร...กรกนกเรียนหนังสือกับหทัยรัตน์เสร็จชวนเธออยู่ทานข้าวเย็นด้วยกัน เพราะอยากให้รู้จักแขกพิเศษ ประสาทพรช่วยคะยั้นคะยอ แต่พอหทัยรัตน์ได้ยินชื่อแขกพิเศษว่าคือหนึ่งอนวัชก็รีบหาเรื่องลากลับ เธอเดินออกมาไม่ทันถึงประตูใหญ่ รถหนึ่งแล่นเข้ามา เธอรีบเดินก้มหน้าสวนออกไปอย่างเร็ว



หนึ่งจอดรถเข้าไปทักทายประสาทพรและกรกนก หนึ่งมอบของฝากเป็นตุ๊กตาสุนัขให้กรกนก เธอดีใจจะเอาไปวางไว้ที่ห้องเรียน หนึ่งเห็นกรกนกดูสดใสร่าเริงขึ้นมาก ประสาทพรยิ้ม

“ใช่ พอมีคุณครูคนใหม่มาสอนหญิงก็ร่าเริงขึ้นและไม่พูดน้อยใจที่ท่านพ่อไม่ใส่ใจอีกเลย คุณครูคนนี้เป็นผู้หญิงที่น่ารักสดใส มีเสน่ห์ อ้อ แล้วก็จิตใจดีมาก น่าเสียดายที่หนึ่งไม่ได้เจอ เธอเพิ่งกลับไปเมื่อกี้นี้เอง”

หนึ่งนึกได้ถามใช่ผู้หญิงผมยาวๆใส่ชุดสีฟ้าเพิ่งเดินออกไปใช่หรือเปล่า ประสาทพรตอบว่าใช่ หนึ่งฉุกคิด “เห็นหน้าแล้วรู้สึกคุ้นๆเหมือนเคยเจอมาก่อน แต่คิดๆแล้วไม่น่าใช่ เพราะผู้หญิงคนนั้นไม่น่าจะเป็นคนดีอย่างที่ท่านชายพูด เกือบลืมไป! คุณครูคุณหญิงใช่ผู้หญิงคนนี้หรือเปล่าครับ” หนึ่งหยิบรูปที่เหลือจากไหม้ไฟออกมาให้ดู

ประสาทพรเห็นแล้วตอบว่าใช่ เธอคือหทัยรัตน์ ราชพิทักษ์...หนึ่งอึ้งนึกถึงคำพูดของนวลเมื่อครู่ ไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้ ไม่วายหนึ่งเอาเรื่องหทัยรัตน์มาครุ่นคิดทั้งคืนแล้วสรุป

“ฉันเริ่มจะรู้แล้วว่าทำไมเธอถึงต้องหลบหน้าฉัน ยัยกระปุกตั้งฉ่าย”

ooooooo

สองสามวันต่อมา วิทย์ให้พิมพ์โทร.ไปถามที่บ้านเดือนประดับว่าวันเกิดสุทธิ์ครบ 60 ปี ต้องการให้ช่วยอะไรและต้องการคนงานเพิ่มบ้างไหม พิมพ์รับคำกำลังจะไปโทร. หนึ่งเข้ามาห้ามบอกวันนี้ตนจะไปบ้านเดือนประดับจะถามให้เอง หนึ่งยิ้มอย่างมีเลศนัย

เผอิญบ้านเดือนประดับมีเพียงหทัยรัตน์อยู่กับคนรับใช้ เธอกำลังร้อยมาลัย จู่ๆถูกเข็มตำมือเหมือนเป็นลางบอกเหตุพร้อมกับเสียงรถแล่นเข้ามา แหวววิ่งออกไปดูปรากฏว่าเป็นหนึ่ง พอเขารู้ว่ามีหทัยรัตน์อยู่คนเดียวก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ให้แหววไปเรียนว่าตนขอพบใครก็ได้เพื่อสั่งธุระสักห้านาที...พอแหววมาเรียนหทัยรัตน์เธอหน้าตึง ให้กลับไปบอกว่าสั่งใครก็ได้ก็ให้สั่งกับแหววตนไม่ว่าง แหววจำต้องกลับออกไปบอกหนึ่งตามคำสั่ง หนึ่งไม่พอใจบุกเข้าไปหาหทัยรัตน์

“คุณอนวัชกลับไปแล้วใช่ไหมแหวว” หทัยรัตน์ถามโดยไม่ได้เงยหน้ามอง

“เธอคิดว่าฉันจะกลับไปง่ายๆงั้นเหรอ...ทำไมเธอไม่ออกไปพบฉัน”

หทัยรัตน์ตกใจลุกยืนต่อว่าเข้ามาได้อย่างไร หนึ่งย้อนทำไมจะเข้าไม่ได้ ในเมื่อบ้านนี้เป็นบ้านอาตน ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตคนที่ไม่ใช่เจ้าของบ้าน หทัยรัตน์หน้าตึงตำหนิเขาควรจะเคาะประตูหรือส่งเสียงก่อนอย่างคนมีมารยาท หนึ่งสวนทันควัน

“แล้วการที่เธอวิ่งหนีฉันและไม่ยอมออกไปพบฉัน มันแสดงความเป็นคนมีมารยาทตรงไหนไม่ทราบ...เธอจะกลัวอะไรฉันนักหนาถึงได้หนีฉันหัวซุกหัวซุนแบบนี้”

“ดิฉันไม่ได้หนี แต่ดิฉันไม่ต้องการพบคุณ”

หนึ่งสะอึกที่โดนตอกหน้า “ที่ไม่ต้องการพบฉัน เพราะไม่อยากเจอคนรู้ทันเธอใช่ไหม”

“ดิฉันไม่เข้าใจว่าคุณหมายความว่าอะไร และดิฉันก็ไม่มีเวลามากพอจะซักถามเพื่อทำความเข้าใจหรือฟื้นฝอยหาตะเข็บกับเรื่องไร้สาระ ในเมื่อคุณมาเพื่อพูดธุระแค่ 5 นาทีก็เชิญพูดมาได้ ฉันมีเวลาให้ตามที่คุณต้องการเท่านั้น เริ่มต้นจับเวลา...” หทัยรัตน์ยกนาฬิกาขึ้นมอง

หนึ่งจี๊ดมันจะมากไปแล้ว...แหววได้ยินเสียงทะเลาะดังมาก็ยืนภาวนาให้เจ้านายคนอื่นกลับมา เสียงหนึ่งยั่วโทสะ “เธอคงจะยังโกรธที่ฉันเคยแกล้งเธอไว้ตอนเด็กล่ะสิ ถึงได้หาทางแก้แค้นโดยการหักหน้าฉันกลางสโมสรแบบนั้น เธอนี่ทำตัวเป็นเด็กๆไปได้”

“ถ้าดิฉันทำตัวเป็นเด็ก แสดงว่าการที่คุณวิ่งตามดิฉันออกมาและพยายามฉุดกระชากลากถูบังคับให้ดิฉันกลับเข้าไป คงจะเป็นการกระทำของผู้ใหญ่กระมังคะ ดิฉันเพิ่งทราบ”

“เวลาผ่านไปสิบกว่าปีคงจะมีแต่ไขมันที่หลุดออกไปจากตัวเธอ แต่ความจองหองอวดดียังอยู่เหมือนเดิม หรืออาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะมั่นใจแบบผิดๆที่คิดว่าตัวเองสวย” หทัยรัตน์กัดฟันไม่ตอบโต้ หนึ่งได้ทีใส่ต่อ “ฉันยังไม่ทันจะชำระความเรื่องที่เธอวิ่งหนีฉัน แล้วยังบอกแป้นว่าฉันเป็นนักเลงหัวไม้ที่รังแกผู้หญิง รวมทั้งเรื่องหลบหน้าฉันที่บ้านคุณหญิง วันนี้สร้างคดีใหม่ไม่ยอมออกไปพบฉันตามคำสั่ง เธอกำลังคิดจะทำอะไร จะท้าทายฉันรึไง”

หทัยรัตน์ไม่ตอบก้มมองนาฬิกาแล้วกล่าวว่าหมดเวลาตามที่ขอแล้วจะเดินไป หนึ่งคว้าข้อมือไว้ เธอหันมาจิกตาทำนองให้เคารพกติกาแล้วเสียงแข็งให้ปล่อย แต่หนึ่งกลับจับแน่นขึ้น

“ฉันเคารพกติกาอยู่แล้วแต่เธอต่างหากที่ไม่เคารพ เธอยอกย้อนทำให้ฉันต้องเสียเวลาต่อปากต่อคำกับเธอจนไม่ได้พูดธุระ เพราะฉะนั้นเธอจะต้องทดเวลาให้ฉันสี่นาทีเป็นอย่างน้อย”

หทัยรัตน์สะบัดมือแต่ไม่หลุดจึงขึ้นเสียง “ไม่ทด เพราะคุณเองที่ไม่มีขันติไม่รู้จักระงับอารมณ์ เป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่เหรอคะ จะมาต่อปากต่อคำกับเด็กทำไม”

“ในที่สุดก็ยอมรับว่าตัวเองเป็นเด็ก...รู้ตัวก็ดี แล้วก็จำไว้นะ ต่อให้เธอพยายามจะหนีฉันสักแค่ไหน แต่เธอไม่มีวันจะหนีสิ่งที่เธอทำไปได้ เวลาทำให้เธอเปลี่ยนแค่ภายนอกเท่านั้น แต่เธอก็ยังเป็นเด็กจองหองดื้อรั้นร้ายกาจเหมือนเดิม อย่ามาอวดดีกับฉัน เธอไม่มีดีมากพอ...นับจากวันนี้เธอจะไม่มีโอกาสหันหลังและเดินหนีฉันไปอีกเป็นครั้งที่สอง” หนึ่งปล่อยมืออย่างแรงจนหญิงสาวเซ แล้วเดินเชิดออกไปแบบคนที่เหนือกว่า

หทัยรัตน์มองข้อมือทั้งเจ็บและโกรธแค้น...สัทธากับสุดากลับมาถึง แหววรายงานอย่างร้อนรน ทั้งสองรีบเดินมาเจอหนึ่งหน้าหงิก สัทธาจึงให้สุดาไปดูหทัยรัตน์ ตนตามไปคุยกับหนึ่ง

สุดาปรี่เข้าไปหาหทัยรัตน์ถามเป็นอะไรไหม เธอตอบเสียงแข็งว่าแค่ฝึกความอดทนกับคนที่พยายามหาเรื่อง ขณะเดียวกัน หนึ่งก็ใส่สัทธายิบว่า “น้องสาวแกหาเรื่องฉันก่อน เขาไม่ยอมออกมาพบฉันทั้งที่ฉันบอกว่าต้องการฝากธุระแค่ไม่ถึง 5 นาที...ไม่มีมารยาท”

พร้อมๆกัน...หทัยรัตน์โวยใส่สุดา “ก็คุณอนวัชบอกว่าใครก็ได้ ปุ้มก็ให้เขาฝากธุระไว้กับแหวว เขาก็เดินเข้ามาถึงห้องนั่งเล่นไม่ให้สุ้มให้เสียง พอมาถึงก็ต่อว่าปุ้มใหญ่ แล้วยังหาว่าปุ้มทำตัวเป็นเด็ก...พูดยังกับว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่ซะเต็มประดา เที่ยวใช้อำนาจบังคับคนโน้นคนนี้ เอาแต่ใจตัวเอง ชอบเอาชนะแล้วก็ชอบดูถูกคนอื่น เพราะเป็นแบบนี้ปุ้มถึงไม่อยากจะเจอหน้า”

หนึ่งโวยใส่สัทธา “คนโตๆกันแล้วเขาไม่แบบนี้กันหรอก...คนอะไรทั้งยโสทั้งจองหองแล้วยังดื้อรั้นอีกต่างหากเถียงคำไม่ตกฟาก น้องสาวแกนี่เหลือรับฉันไม่เข้าใจคนอื่นชอบเข้าไปได้ยังไง” ปุ๊แทรกถามคนอื่นคือใคร “ก็แกบอกฉันเองไม่ใช่หรือว่าเขามีคนมารุมชอบตั้งมากมาย”

ด้านหทัยรัตน์กำลังอธิบายกับสุดา “ไม่รู้ว่าผู้หญิงพวกนั้นหลงใหลได้ปลื้มเข้าไปได้ยังไง ปุ้มว่าเพราะสาวๆพวกนั้นไม่รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นยังไง”

ด้านหนึ่งก็ตอกย้ำเรื่องเดียวกัน “ฉันอยากรู้จริงๆ ถ้าผู้ชายพวกนั้นรู้จักตัวตนที่แท้จริงของผู้หญิงคนนี้แล้ว ยังจะหลงใหลกันอยู่หรือเปล่า”

ทั้งสุดาและสัทธาถามทั้งสองว่าไม่สนใจกันบ้างหรือ ปุ้มสวนทันควัน “ต่อให้หล่อเหลาปานเทพบุตรเหาะลงมาจากสวรรค์ ปุ้มไม่มีวันจะปลาบปลื้มผู้ชายคนนี้...ปุ้มเกลียดนายอนวัช!”

ทางหนึ่งก็สวนทันที “ไม่มีทาง ต่อให้สวยกว่านี้ 10 เท่า ฉันก็ไม่มีวันจะหลงใหลได้ปลื้มน้องสาวแก...ฉันชอบไม่ลง!”

ทั้งสุดาและสัทธาแทบหน้าหงาย ที่ทั้งสองแรงไม่แพ้กัน...พอหนึ่งกลับไป สัทธากับสุดาก็มานั่งหมดแรงอ่อนใจบนโซฟากันสองคนพี่น้อง ต่างถอนใจพร้อมกัน

“ดูท่าสองคนนี้เขาเกลียดกันมากๆเลยนะคะพี่ปุ๊”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 1 วันที่ 23 พ.ค. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ