อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 10 วันที่ 4 พ.ค. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 10 วันที่ 4 พ.ค. 58

ระหว่างขับรถกลับ หทัยรัตน์บ่นว่ารู้อย่างนี้กลับนครสวรรค์ตั้งแต่สัมมนาเสร็จเมื่อวานก็ดี ระพีพรรณถามว่าธนาอุตส่าห์ให้ตั๋วฟรีมาไม่สงสารเขารึไง หทัยรัตน์พูดงอนๆว่า ถ้ารู้ว่าจะเกิดเรื่องอย่างนี้ยังไงก็ไม่สงสาร

“จะว่าไปสิบปีมานี่ ธนาเขาก็เสมอต้นเสมอปลายกับตัวเองนะ ถ้าเป็นคนอื่นก็คงเฟดไปนานแล้ว ตัวเองไม่ใจอ่อนลงบ้างเลยเหรอ” หทัยรัตน์บอกว่าจะทำอย่างไรได้ในเมื่อตนสัญญากับยงยุทธไว้แล้ว “แปลว่าถ้าไม่ติดที่คำสัญญาก็มีสิทธิ์เหมือนกัน” เสียงระพีพรรณกระตือรือร้นขึ้นมา


หทัยรัตน์บอกว่าไม่มีทาง ตนไม่ชอบคนเจ้าชู้เพราะมีข่าวกุ๊กกิ๊กกับดาราคนโน้นคนนี้แทบทุกวัน ระพีพรรณบอกว่าเป็นข่าวปล่อยเพื่อสร้างกระแสเท่านั้น หทัยรัตน์ตอบอุบอิบว่า

“พอดีเค้าเป็นคนเชื่อข่าวซะด้วยสิ”

ระพีพรรณแอบขำเพราะรู้ใจเพื่อนดี

ส่วนลลดาก็พยายามใกล้ชิดธนา อ้อนว่าอยากได้ดอกไม้แบบช่อคอนเสิร์ตรอบบ่าย ธนาบอกว่าต้องถามเจ๊อึ่งเพราะไม่รู้ไปซื้อจากที่ไหน ลลดารู้ว่าธนาตัดรำคาญ เธอตัดพ้ออย่างน้อยใจว่า

“พี่ธนาจะโกหกตัวเองไปทำไม พี่หทัยรัตน์เขาไม่ได้มีใจให้พี่ธนาสักนิด ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้นว่าพี่ยงยุทธเป็นแฟนพี่หทัยรัตน์ เขารักกันอย่างกับอะไรดี พี่ธนายังมามัวหลอกตัวเองกับฝันลมๆแล้งๆอยู่ได้”

พูดแล้วลลดาเดินงอนๆ ออกไป

ooooooo

ระพีพรรณขับรถไปส่งหทัยรัตน์ที่หน้าบ้าน พอหทัยรัตน์ลงไประพีพรรณถามว่าลืมอะไรหรือเปล่าแล้วเอื้อมไปหยิบช่อดอกไม้ที่เบาะหลังให้

หทัยรัตน์ถามว่าไม่เอาได้ไหม ระพีพรรณติงว่าคนให้เขาจะเสียใจ หทัยรัตน์บอกว่าถ้ายงยุทธรู้ก็ไม่ดีเหมือนกัน

ระพีพรรณบอกให้คิดว่าเพื่อนให้ก็แล้วกัน หทัยรัตน์ติงว่า “เธอก็รู้ว่ามันไม่ใช่แค่นั้น”

“คำสัญญาบางทีมันก็เป็นเครื่องผูกมัดจนทำให้เราหมดอิสรภาพเหมือนกันนะรัตน์” หทัยรัตน์บอกว่าตนรู้แต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อตนสงสาร “ความรักกับความสงสารมันคนละเรื่องกันนะอย่าลืม”

“ขอบใจที่เตือนสติ” หทัยรัตน์รับช่อดอกไม้แล้วเดินเข้าบ้าน

เมื่อระพีพรรณกลับถึงบ้าน เจอปวริศมาดักรออยู่ คุยกันไม่กี่คำ อุไรก็ออกมาเรียกถามว่าทำอะไรอยู่กลับมาตั้งนานแล้วทำไมไม่เข้าบ้าน มองไปเห็นปวริศก็ปรามว่า “อย่าคิดจะมาทำรุ่มร่ามกับลูกสาวฉัน”

“สิบกว่าปี ถึงคุณน้าจะยังไม่เชื่อใจผมก็ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้”

“งั้นก็รอไปเถอะ ฝันลมๆแล้งๆ” อุไรประชดแล้วเดินเข้าบ้าน แต่ปวริศมิได้ย่อท้อเพราะเจออย่างนี้มาบ่อยมากแล้ว

พออุไรเข้าบ้านก็คาดคั้นถามระพีพรรณว่าปวริศเคยถูกเนื้อต้องตัวอะไรหรือเปล่า

“แม่คะ ผู้กองเขาเป็นสุภาพบุรุษพอค่ะ”

“แม้แต่จับมือแกก็ไม่ให้มันจับงั้นเหรอ มันรักแกชอบแกแบบไหนกันเนี่ย” อุไรหัวเราะสมเพช ระพีพรรณบอกว่า วันๆตนทำแต่งาน “ฉันว่าแกไม่สนใจจะมองใครมากกว่า ฉันจะเตือนเอาไว้นะ อย่าปักใจอยู่แต่กับหลานอีแย้มนี่ เพราะถึงพ่อแม่มันด้านหน้ามาสู่ขอแก ต่อให้เอาเงินมากองท่วมหัว ก็อย่าหวังว่าฉันจะยกแกให้มัน”

ฝ่ายนางแย้มก็ลุ้นให้ยงยุทธโทร.ถามหทัยรัตน์ว่ากลับถึงบ้านหรือยัง เขาบอกว่าคงถึงแล้ว โทร.ไปก็ไม่รู้จะคุยอะไร นางแย้มบ่นว่าเฉื่อยแฉะแบบนี้ระวังเขาจะไปมีคนอื่น

“ไม่หรอกครับคุณย่า ผมกับรัตน์เราเชื่อใจกัน” ตอบย่าแล้วก็อ่านหนังสือต่อ แต่ไม่นานหทัยรัตน์ก็โทร.มาบอกว่ากลับมาได้สักพักแล้ว ยงยุทธถามเนือยๆว่าขับรถเหนื่อยไหม

“สลับกันขับกับระพี พอรู้สึกล้าๆก็เปลี่ยนกัน ไม่มีอะไรมาฝากจากกรุงเทพฯเลยนะ ไม่รู้จะซื้ออะไร”

“อือ...ไม่เป็นไรหรอก ดึกแล้วนอนเถอะ ยุทธกำลังรีบอ่านหนังสือให้จบอยู่ด้วย”

หทัยรัตน์จึงวางสาย การพูดคุยกันเป็นไปอย่างเรียบเฉยเย็นชาไม่มีชีวิตชีวาเหมือนกับทุกครั้ง นางแย้มฟังอยู่ถามว่าเมื่อไรจะไปขอหมอหทัยรัตน์ เขาบอกว่ายังไม่เคยคิดเรื่องนี้ นางแย้มบอกว่าคิดได้แล้ว ถามว่าแล้วไม่เคยคุยกันเลยหรือ

ยงยุทธตอบเรียบเฉยว่าไม่เคย ตนอยากให้ตัวเองพร้อมกว่านี้ก่อน

“มีอะไรที่ไม่พร้อมอีก หน้าที่การงานเราก็เป็นถึงผู้จัดการธนาคารน้อยหน้าใครเสียที่ไหน เรื่องสินสอดทองหมั้นย่าพร้อมเสมอ เขาจะเรียกเท่าไหร่ก็ว่ามา ย่าจะสมทบไปให้อีกเท่าตัวเลยเอ้า”

แต่ยงยุทธก็ยังเฉย เพราะเรื่องนี้ยังไม่ได้อยู่ในความคิดของเขาเลย

ooooooo

เพียงวันรุ่งขึ้น รูปที่ธนานักร้องซุปเปอร์สตาร์คุกเข่ามอบดอกไม้ให้หทัยรัตน์ในงานคอนเสิร์ตก็ตีพิมพ์ในหนังสือพิพม์เกือบทุกฉบับอย่างครึกโครม

พนักงานธนาคารที่ยงยุทธเป็นผู้จัดการก็พากันซุบซิบว่า หทัยรัตน์เป็นแฟนผู้จัดการเราอยู่ไม่ใช่หรือ

ยงยุทธเองก็เห็นข่าวนั้น เขาพยายามวางท่าทีเป็นปกติทั้งที่ใจร้อนรุ่มปั่นป่วนจนอาการหอบหืดกำเริบหายใจติดขัด เขาดึงผ้าม่านที่กั้นระหว่างสำนักงานกับห้องผู้จัดการแล้วรีบค้นหายามาพ่นและกินบำบัดตัวเองทันที

หทัยรัตน์เห็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ก็ว้าวุ่นใจบ่นกับระพีพรรณว่าไม่น่าไปคอนเสิร์ตบ้านั่นเลย โทษว่าธนานั่นแหละตัวดี ไม่รู้จะสร้างกระแสอะไรให้ตัวเองแล้วรึไง ถึงต้องเอาตนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

ระพีพรรณบอกว่าอย่าเพิ่งคิดมาก หทัยรัตน์สวนอย่างหงุดหงิดว่าไม่คิดได้อย่างไรป่านนี้ยงยุทธคงเห็นข่าวนี้แล้วเขาจะคิดอย่างไร

คนที่เป็นเดือดเป็นแค้นกว่าใครคือนางแย้ม พอเห็นข่าวก็ด่า “ระยำ!” แล้วด่าว่าอุไรนั่นแหละตัวดีส่งลูกสาวมาอ่อยปวริศไม่พอ พวกนี้จองเวรกับตนไม่จบไม่สิ้น

อัมพรก็กลัดกลุ้ม บ่นว่าไม่รู้เวรกรรมอะไร พี่น้องต้องมาผิดใจกันเพราะผู้หญิงคนเดียว ตนรับไม่ได้

ส่วนธนาที่ไปออกงานอีเวนต์กับลลดา ก็ตอบนักข่าวอย่างเปิดเผยว่า ตนชอบหทัยรัตน์มาตั้งแต่เรียนมัธยมแล้ว อ้อนแฟนคลับว่า “ถ้ารักธนาจริง ธนารักใครแฟนคลับก็ต้องรักเธอด้วยนะครับ” นักข่าวถามอีกว่าแล้วที่มีข่าวกุ๊กกิ๊กกับลลดาแปลว่าแค่สร้างกระแสใช่ไหม

ลลดาเสียหน้ามากรีบบอกว่าธนาเป็นพี่ชายที่ดี ธนาก็ชมว่าลลดาเป็นน้องสาวที่ดี

เมื่อธนามาส่งลลดาที่รถ เขาส่งเธอขึ้นรถแล้วปิดประตูให้เยี่ยงสุภาพบุรุษ ลลดาตัดพ้อว่าธนาก็รู้อยู่ว่าตนคิดอย่างไรกับเขา ธนาตอบไม่ลังเลว่า

“ก็รู้ แต่รักกันอย่างพี่น้องมันยืนยาวกว่ากันนะลดา...ขับรถดีๆ อย่ามัวแต่โทรศัพท์ล่ะ”

“พี่กับพี่รัตน์ไม่มีทางได้สมหวังกันหรอก นี่ลดาไม่ได้แช่งนะคะ” ลลดาพูดแล้วขับรถไปเลย

ooooooo

หทัยรัตน์แคร์ความรู้สึกของยงยุทธมาก เธอรอโทรศัพท์จากเขา ก็พอดีพยาบาลมาบอกว่าคนไข้พร้อมแล้ว พอเธอเดินออกไปโทรศัพท์ที่วางบนโต๊ะก็สั่นเรียกพอดี แต่...ช้าไปแล้ว

ยงยุทธถือโทรศัพท์รอหทัยรัตน์รับสาย ก็พอดีพนักงานมาบอกว่าลูกค้าจะขอปรึกษาเรื่องบัญชีมรดก เขาจึงวางโทรศัพท์ลุกออกไป

นางแย้มทำแกงคั่วหน่อไม้ไก่กับหมูหวานไปฝากหทัยรัตน์ที่โรงพยาบาลหมายเกี่ยวหทัยรัตน์ไว้และหยั่งเชิงเรื่องธนา หทัยรัตน์ดูออกใจคอไม่ดีที่จะต้องตอบคำถามนาง พอดีระพีพรรณมาตามไปตรวจคนไข้ที่นัดไว้

พอหทัยรัตน์ออกมาแล้ว เธอบอกระพีพรรณว่า “ตัวเองเหมือนมาช่วยชีวิตเค้าไว้เลยนะเนี่ย”

นางแย้มออกมาเจออัมพรที่กำลังไปรับยา ก็ด่าหาว่าเป็นคนยุยงให้ธนามาแย่งหทัยรัตน์จากยงยุทธ ขู่ว่า

“ถ้าลูกมึงยังไม่เลิกคิดจะแย่งหมอรัตน์ กูบอกมึงได้เลยว่ายงยุทธจะยิ่งเกลียดมึงเข้าไปอีก ไม่เผาผีกันแล้วยังจะสาปแช่งมึงอีกด้วย” ด่าเสร็จนางแย้มก็ผละไปเลย

พออุไรรู้ก็บ่นพี่สาวว่าไปยืนให้มันด่าอยู่ฝ่ายเดียวทำไม เป็นตนหน่อยไม่ได้จะด่ากลับให้ต้องเอาปี๊บคลุมหัวกลับบ้านไม่ถูกเลย อัมพรบอกว่านางแย้มโกรธที่ธนาจะแย่งหมอรัตน์จากยงยุทธ บ่นว่าธนาไม่น่าทำอย่างนี้

“ก็มันรักของมัน จะไปห้ามมันได้ยังไง ฉันน่ะเชียร์ให้มันแย่งหมอรัตน์มาให้ได้ด้วยซ้ำ อยากเห็นอีแย้มมันกระอักเลือด” อุไรขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่อัมพรบอกว่าสงสารยงยุทธ ธนาจะไปแย่งคนรักของพี่ตัวเองได้ยังไง อุไรฉุนขึ้นมาถามว่า “พี่ห่วงความรู้สึกของยงยุทธมันมากขนาดนี้เลยหรือ ทั้งที่มันไม่คิดด้วยซ้ำว่าพี่เป็นแม่มัน”

อัมพรได้แต่นิ่งไปด้วยความเสียใจ

ooooooo

เย็นแล้ว ระพีพรรณชวนหทัยรัตน์ออกไปหาอะไรกินกัน แต่หทัยรัตน์กังวลใจว่าเห็นเบอร์โทร.ยงยุทธค้างอยู่คงต้องไปหาเขาด้วยตัวเอง เชื่อว่าเขาคงโทร.มาเรื่องนี้แหละ ระพีพรรณถามว่าทำไมไม่ให้ยงยุทธเป็นฝ่ายมาหาเอง

หทัยรัตน์บอกว่าตนเข้าใจยงยุทธมากกว่าใคร เลยถูกระพีพรรณบ่นว่านี่แค่เป็นแฟนถ้าแต่งงานกันไปไม่รู้จะต้องง้อกันขนาดไหน เลยถูกหทัยรัตน์แซวว่าใครจะเหมือนผู้กองปวริศล่ะตามรับส่งแทบทุกวัน

“บอกตามตรง เค้าไม่เข้าใจความรักแบบยงยุทธ แค่แสดงออกว่ารักว่าแคร์มันจะยากอะไรนักหนา” หทัยรัตน์ก็ยังแก้ต่างให้ยงยุทธว่าเขาก็เป็นแบบนี้มา

แต่ไหนแต่ไรแล้ว “เขาต้องการความรักจากคนอื่นมากกว่าจะเป็นผู้ให้ความรักหรือเปล่า” ระพีพรรณพูดทิ้งไว้ให้เพื่อนคิด

แล้วหทัยรัตน์ก็ไปหายงยุทธรอเขาที่ลานจอดรถของธนาคาร ชวนไปหาอะไรกินกันไหม ยงยุทธบอกว่าคุณย่ารอกินข้าวอยู่ แต่พอหทัยรัตน์บอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย เขาจึงโทร.ไปบอกนางแย้มว่าให้กินกันก่อนเลยไม่ต้องรอตน

นางแย้มบอกทุกคนในบ้านว่าไม่ต้องรอ ยงยุทธเขาจะไปกินข้าวกับหมอรัตน์ สุดาถามเยาะๆว่าปรับความเข้าใจกันแล้วหรือ นางแย้มเลยเล่าว่าวันนี้เจออัมพรที่โรงพยาบาลตนด่าไปเรียบร้อยแล้ว ที่ส่งลูกชายมาแย่งหมอรัตน์ แต่หมอรัตน์ไม่ตาต่ำเอาลูกชายหน้าลิงนั่นมาทำแฟนหรอก เลยถูกประยูรขัดคอว่า

“ไอ้หน้าลิงที่แม่ว่า สักวันอาจกลายมาเป็นหลานเขยแม่ก็ได้”

“ไปบอกยัยลดาเสียด้วยเลยว่าแม่ไม่เอา เลิกคิดไปได้เลย ลูกหลานบ้านนี้มันเป็นอะไรกันไปหมด คนดีมีให้คบหาตั้งเยอะแยะไม่เอา ชอบกินของสกปรก” พอดีปวริศเข้ามาเขาขอโทษที่มาช้า เลยโดนลูกหลงจากนางแย้ม

เข้าจนได้ นางแย้มติดสินบนว่าจะออกรถป้ายแดงให้เพื่อแลกกับการเลิกคบหากับลูกสาวอุไร

“พอดีรถคันที่ผมใช้อยู่ ผมยังรักมันอยู่เลยครับ ยิ่งขับมันยิ่งเหมือนรู้ใจ ผมยังไม่คิดจะเปลี่ยนป้ายแดงหรอกครับคุณย่า ขอบพระคุณคุณย่ามากครับ”

เป็นคำตอบที่ทำให้บรรยากาศการกินข้าวกร่อยไปทันที สุดาตาเขียวปั้ดใส่ปวริศ ประยูรทำไม่รู้ไม่ชี้ ปวริศน่ังกินข้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางแย้มหน้างอ ปวริศเลยตักกับข้าวให้เอาใจ

ยงยุทธไปกินข้าวกับหทัยรัตน์เขาสั่งอาหารเดิมๆ จนหทัยรัตน์ถามว่ากินแต่กับข้าวเดิมๆไม่เบื่อบ้างหรือ เขาบอกว่าอย่างอื่นกินไม่เป็น เธออยากกินอะไรก็สั่งเพิ่มเอา

เมื่อทั้งสองคุยกันถึงเรื่องช่อดอกไม้ที่ธนาให้ในงานคอนเสิร์ต หทัยรัตน์บอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด นักข่าวเอาไปเขียนกันเอง ยงยุทธทำเป็นถามว่าจะให้ตนทำอย่างไรในเมื่อตนไว้ใจเธอ ทำเอาหทัยรัตน์สะดุ้งใจเพราะจริงๆแล้วตัวเองก็แอบคิดอะไรกับธนาอยู่แว้บๆ แต่ยงยุทธก็พูดอย่างมั่นใจหนักแน่นว่า

“หรือถ้าจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น ยุทธก็หวังว่าจะได้ยินจากปากของรัตน์เองเป็นคนแรกแล้วกัน คำสัญญาต่อให้นานแค่ไหนมันก็ไม่มีทางลดค่าในตัวของมันเองได้หรอก ยกเว้นใจของคนถือสัญญานั้นจะเปลี่ยนไป”

พูดแล้วยงยุทธก้มหน้าก้มตากินข้าว หทัยรัตน์เสียอีกที่เป็นคนคอยตักโน่นนี่ให้เขาอย่างที่เคยทำ

กลับถึงห้องนอน หทัยรัตน์เห็นช่อดอกไม้ที่ธนาให้เริ่มเฉาจึงฉีดน้ำใส่ ทำแล้วจึงรู้สึกว่าตัวเองให้ความสำคัญกับธนาไม่รู้ตัว เปิดลิ้นชักเห็นเทปคาสเส็ทที่ธนาให้เป็นของขวัญวางอยู่อีก ครั้นถอดนาฬิกาที่ยงยุทธให้ก็คิดถึงคนให้ หัวใจเธอเวลานี้มีผู้ชายสองคนแทรกซึมอยู่ไม่รู้ตัว...

ooooooo

ธนาถ่ายละครเสร็จเขารีบกลับบ้านพร้อมของฝากพ่อกับแม่มากมาย พอมาถึงรู้ว่าแม่ไม่สบายก็บ่นกับพ่อว่าบอกแล้วว่าอย่าทำงานหนัก บอกพ่อว่าจะหาแม่บ้านมาสักคนตนจะจ่ายเอง ทวีโบ้ยให้ไปคุยกับแม่เองก็แล้วกัน

ธนาขึ้นไปหาอัมพรที่ห้อง เห็นแม่นอนหลับตาอย่างอ่อนเพลียก็เข้าไปสวัสดีอ้อนว่าคิดถึงแม่จังเลย วันนี้ปิดกล้องก็ชิ่งมาเลย เล่าอย่างร่าเริงว่า

“แม่คอยดูละครธนาเรื่องนี้นะครับ แม่ต้องชอบ ได้ดูไปด่าธนาไปแน่ ตบจูบทั้งเรื่อง ธนาซื้อของมาฝากแม่เพียบเลย” อัมพรบ่นว่าซื้อมาทำไมสิ้นเปลืองเปล่าๆ เก็บเงินไว้ดีกว่า “เงินเก็บก็ส่วนเงินเก็บ ธนาแยกเก็บไว้แล้วอย่างที่แม่สอนแหละครับ รับรองเวลาไปขอลูกสะใภ้ให้แม่ธนาจะไม่กวนแม่ซักบาท”

ธนาหัวเราะอย่างร่าเริง แต่อัมพรยิ้มไม่ออกถามว่าลูกสะใภ้คนไหน ธนาบอกว่าถึงเวลาแล้วจะพามาให้แม่ดูตัวรับรองไม่แต่งแบบสายฟ้าแลบแน่ๆ

“แม่ขออย่างเดียว ไม่เป็นหมอรัตน์ได้ไหมธนา”

ธนายิ้มค้างหน้าเจื่อน สายตาที่มองแม่นั้นเต็มไปด้วยคำถามมากมาย

แม้ธนาจะมีอุปสรรค ทั้งคู่แข่งทั้งถูกสั่งห้ามทั้งถูกกีดกัน แต่เขาก็ไม่ย่อท้อมุ่งมั่นที่จะฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงไปอย่างมั่นคง ด้วยวิธีที่เปิดเผย สู้กันอย่างแมนๆแฟร์ๆ

วันนี้เขาไปหายงยุทธที่ธนาคาร บอกยงยุทธว่ามาขอกู้เงินไปแต่งงาน ยงยุทธพูดหน้าขรึมว่าไม่มีนโยบายปล่อยสินเชื่อแบบนั้น ธนาหัวเราะบอกว่า “นายก็น่าจะรู้ว่าฉันหมายถึงอะไร”

“นายนี่ยังเซ้าซี้ไม่เลิก ทั้งที่รัตน์เขาไม่ได้คิดอะไรกับนายอย่างนั้นซักนิด”

“แล้วถ้ารัตน์คิดล่ะนายจะว่ายังไง”

“ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของรัตน์”

“โอเค นายพูดออกมาเองนะ ว่านายเคารพการตัดสินใจของรัตน์”

“นายไม่มีทางแยกรัตน์ไปจากฉันได้หรอก”

“แน่ใจก็ดี แต่จำไว้อย่าง จำให้ขึ้นใจเลยนะตราบใดที่นายกับรัตน์ยังไม่แต่งงานกัน ฉันถือว่าฉันมีสิทธิ์เหมือนกัน”

ทั้งคู่เผชิญหน้ากันแน่วนิ่ง มองกันตาไม่กะพริบ!

ooooooo

ธนาแน่วแน่ มุ่งมั่น แต่ร่าเริงสุขภาพจิตดี เขามีลูกเล่นมากมายกับหทัยรัตน์ที่บางทีก็น่าโกรธแต่เธอก็โกรธไม่ลง

วันนี้ธนาทำทีป่วยหนาวสั่นไปหาหมอหทัยรัตน์ที่โรงพยาบาล พอหทัยรัตน์เห็นหน้าคนป่วยเท่านั้น เธอฉุนกึกดุว่า ไม่ตลกเลย หทัยรัตน์บอกว่าเห็นหน้าเขาก็เครียดแล้วเพราะข่าวบ้าๆนั่นแหละทำให้ชีวิตตนปั่นป่วนไปหมด

“ก็มันเป็นเรื่องจริง รัตน์จะต้องกลัวอะไร”

“เงียบไปเลย แก้ข่าวเสียด้วย แล้วถ้าจะสร้างกระแสอะไรก็ไปสร้างกับลดาโน่น อย่าเอาเค้าไปเกี่ยวข้องอีก” พูดแล้วเดินออกจากห้องตรวจไป ธนาวิ่งตามไม่รู้จะทำอย่างไรเลยร้องเพลงรักลั่นไปหมด กระนั้นหทัยรัตน์ก็ไม่แม้แต่จะหันมอง

แต่ลลดาก็ยังลุ่มหลงธนายิ่งเมื่อได้เล่นละครด้วยกันก็ยิ่งรัก วันนี้ได้ยินนางแย้มที่ดูละครอยู่บ่นว่านางเอกไม่เห็นสวยเลย ลลดาทำหน้าอ้อนถามว่าสวยสู้ตนไม่ได้ใช่ไหม อวดว่าละครที่ตนเล่นจะออนแอร์ต่อจากเรื่องนี้แหละย่าอย่าลืมดูนะ แต่พอนางแย้มรู้ว่าแสดงคู่กับธนาก็บ่น “พระเอกคนอื่นไม่มีแล้วรึไง ถึงต้องเล่นคู่กับไอ้นี่ทุกที”

“คุณย่า ตอนนี้ไม่มีใครดังเท่าธนาหรอกนะคะ ขืนลดาจับคู่กับคนอื่นเรตติ้งตกแหงๆ” นางแย้มบอกว่าตนไม่ชอบ “แหมคุณย่า พี่ธนาเขาน่ารักจะตาย” นางแย้มหน้าตึงว่ามันลูกหลานอีพวกบ้านโน้น “ไม่เห็นเป็นไรเลย คุณย่าต้องขอบใจลดาด้วยซ้ำที่เป็นตัวกันพี่หมอรัตน์ให้พี่ยงยุทธ คุณย่าไม่ชอบหรือคะ”

“คนบ้านนี้จะหน้าไหนก็ห้ามยุ่งเกี่ยวกับพวกมัน” นางแย้มประกาศิต ยงยุทธนั่งอยู่เงียบ ๆ เขาลุกขึ้นขอตัวขึ้นข้างบนทันที ลลดาอ้อนนางแย้มว่า คุณย่าต้องไปห้ามพี่ปวริศให้ได้ก่อน แล้ววิ่งตามยงยุทธไป นางแย้มมองตามบ่นอย่างขัดใจ

“แต่ละคน...มันไม่เห็นหัวกูเลย...”

ลลดาวิ่งตามไปถามยงยุทธว่าเมื่อไรจะแต่งงานกับหทัยรัตน์ เขาถามหน้านิ่งว่าจะรู้ไปทำไม เธอถามอีกว่าเคยชวนหมอรัตน์แต่งงานไหม ยงยุทธพูดอย่างตำหนิว่า “นี่มันเรื่องส่วนตัวของคนอื่นเขานะ”

“เรื่องส่วนตัวพี่ก็เรื่องส่วนตัวลดาเหมือนกัน ลดารู้ว่าพี่ธนาเขาเอาจริงนะ เรื่องพี่หมอรัตน์น่ะ ขืนพี่ทำอืดเป็นเต่าคลานอยู่อย่างนี้ พี่หมอรัตน์เสร็จพี่ธนาแน่ พี่ธนาเขามีเสน่ห์จะตาย ผู้หญิงที่ไหนก็หลงได้ง่ายๆ ลดาอยู่ข้างพี่นะ ยินดีให้คำปรึกษาทุกอย่างค่ะ” พูดทิ้งให้คิดแล้วกลับลงไป

ooooooo

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 10 วันที่ 4 พ.ค. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ