อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 11 วันที่ 6 พ.ค. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 11 วันที่ 6 พ.ค. 58

การพูดตรงๆของระพีพรรณทำให้หทัยรัตน์ยิ่งกลุ้ม พอดีพยาบาลมาบอกระพีพรรณว่ามีคนมาพบ เธอจึงออกไป

คนที่มาพบระพีพรรณคือลือพงษ์ เขาบอกว่าลือชัยกลับไปติดยาอีกแล้วคราวนี้อาละวาดทำลายข้าวของและขโมยของไปขายหลายอย่างตนไม่รู้จะทำอย่างไร ถามว่าให้ตำรวจจับเข้าคุกไปเลยดีไหม และพะยอมเองตอนนี้ก็กลุ้มใจมากพาลมาลงกับตน ถามว่าหรือจะตัดหางปล่อยวัดไปเลยไม่ให้เข้าบ้านอีกดีไหม

ระพีพรรณเห็นว่าขืนไม่มีที่อยู่ก็จะยิ่งเป็นโจร ลือพงษ์ถามว่าแล้วจะทำอย่างไรตอนนี้ตนจนปัญญาแล้ว

ooooooo

นางแย้มซื้อแหวนเพชรให้ยงยุทธเอาติดตัวไว้โอกาสเหมาะเมื่อไรก็ให้ขอหทัยรัตน์แต่งงานเลย ทั้งยังให้ลลดาไปซื้อดอกไม้เอาไปให้ที่ธนาคาร เพื่อเย็นนี้เขาเอาแหวนให้หทัยรัตน์จะได้ให้ดอกไม้ด้วย



เหตุการณ์นี้ทำให้ยงยุทธรู้สึกว่าตัวเองเหมือนหุ่นยนต์ที่ต้องให้ใครต่อใครคอยป้อนข้อมูลให้ไม่มีผิด

แต่ธนายังรุกต่อเนื่อง วันนี้พอรู้ว่าหทัยรัตน์ไปช็อปปิ้งก็ตามไปช่วยหิ้วของให้ แต่ก็เสียท่า ถูกแฟนคลับมารุมกรี๊ดจนเป็นโอกาสให้หทัยรัตน์หลบไปได้ พอธนาหลุดจากแฟนคลับได้ก็ปลอมตัวตามหาหทัยรัตน์จนเจอ แต่ไม่ทันไรลลดาก็มาบอกว่าพรุ่งนี้ต้องไปงานอีเวนต์ด้วยกัน ตนไม่อยากขับรถฉะนั้นให้มารับไปด้วยกัน

พอแยกจากลลดามาได้ ธนาก็วิ่งตามไปหาหทัยรัตน์ที่ลานจอดรถ ชวนไปกินไอติมด้วยกัน เธอย้อนถามว่าทำไมไม่ชวนลลดาล่ะ ธนาบอกว่าลลดาคบกันแค่เรื่องงาน ธนาออดอ้อน มีลูกล่อลูกชนลูกเล่นที่ทำให้หทัยรัตน์ยิ้มออก ก่อนแยกกันยังย้ำว่า จะโทร.ไปหาถ้าไม่รับสายจะตามไปให้ถึงบ้านเลย

ยงยุทธเอาแหวนกับช่อดอกไม้เตรียมไปมอบให้หทัยรัตน์ที่โรงพยาบาล รวบรวมความกล้าว่าวันนี้ต้องทำให้ได้

ส่วนธนาเตรียมกลับกรุงเทพฯแล้ว อัมพรมาส่งลูกที่รถบอกให้ขับรถดีๆ อย่าประมาท แต่พออัมพรจะพูดเรื่องยงยุทธอีก ธนาบอกแม่ว่า เราทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว ถ้าเขาไม่คิดว่าเราเป็นญาติก็ช่างหัวมันเถอะ

แต่พอธนาขับรถออกไป มยุรีย์กลับเข้าบ้านก็พบว่าอัมพรล้มฟุบกับพื้น เธอตกใจมากวิ่งออกไปโบกมือเรียกธนาให้กลับมา ธนากลับมาพาแม่ไปส่งโรงพยาบาลด้วยความตกใจเป็นห่วงมาก

หทัยรัตน์กับระพีพรรณเตรียมรับคนไข้อยู่ที่โรงพยาบาล หทัยรัตน์ได้รับโทรศัพท์จากยงยุทธถามว่าอยู่ที่ไหน พอเธอบอกว่าอยู่โรงพยาบาล เขาติงว่าไหนว่าวันนี้วันหยุดไง

“มีเคสฉุกเฉิน...เท่านี้ก่อนนะยุทธ คนไข้มาถึงพอดี”

เมื่ออัมพรมาถึงโรงพยาบาลหทัยรัตน์ก็ให้เข้าห้องฉุกเฉินทันที

ยงยุทธประคองช่อดอกไม้และแหวนเพชรในกระเป๋าเข้ามาในโรงพยาบาล เชื่อว่าหทัยรัตน์ต้องอยู่ห้องฉุกเฉินจึงมุ่งไปทางนั้น

พอไปถึงเห็นครอบครัวของธนาอยู่กันหน้าห้องฉุกเฉิน และเมื่อหทัยรัตน์ออกมา ทุกคนก็กรูกันเข้าไปถามอาการ

“คุณป้าเส้นเลือดหล่อเลี้ยงหัวใจแตก ต้องผ่าตัดด่วนที่สุด” หทัยรัตน์บอก ทุกคนเครียด หทัยรัตน์เอื้อมมือไปจับมือธนาบีบเบาๆอย่างให้กำลังใจบอกว่า “อาจารย์หมอทวีศักดิ์จะเป็นคนผ่าตัดให้เอง ไม่ต้องห่วงนะธนา คุณป้าจะต้องปลอดภัย”

ภาพความสัมพันธ์ของธนากับหทัยรัตน์ ทำให้ยงยุทธชะงักฝีเท้าขยับหลบเชื่อว่าคงมีใครสักคนป่วยหนักและถ้าเดาไม่ผิดคงเป็น “ผู้หญิงคนนั้น” ในภาวะนี้ยงยุทธนิ่งคิดไม่รู้จะจัดการกับตัวเองอย่างไรดี

ooooooo

ยงยุทธหันหลังเดินกลับไปด้วยความมึนงง รู้สึกตัวเองมาผิดที่ผิดทาง รู้สึกตัวเองโง่มากที่เพิ่งรู้ในสิ่งที่ควรรู้มานานแล้ว เขาทิ้งช่อดอกไม้ขณะเดินผ่านถังขยะแล้วเดินจากไป

เมื่อกลับถึงบ้าน นางแย้มถามว่ากลับมาแล้วหรือ เป็นอย่างไรบ้าง เขาบอกว่า “ก็ดีครับ” ถามว่าไปหาหมอรัตน์มาแล้วใช่ไหม? หมอรัตน์ชอบดอกไม้ไหมถูกใจหรือเปล่า? แล้วแหวนล่ะเอาแหวนให้หมอรัตน์แล้วใช่ไหม? ทุกคำถามเขาตอบคำเดียวว่า ครับ...ครับ...และครับ...

นางแย้มคุยฟุ้งว่าเพชรกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน ที่จริงแหวนวงนั้นตนหวงมากแต่เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดตนก็ให้ได้ ถามว่า “แล้วใส่ได้พอดีไหม” คราวนี้เขาตอบว่า ครับ...พอดี นางแย้มถามอีกว่าแล้วขอแต่งงานแล้วใช่ไหม หมอรัตน์คงดีใจมากใช่ไหม ยงยุทธตอบ ครับ คำเดียว

นางแย้มพล่ามต่อไปไม่หยุดจนถึงเรื่องจะไปหาฤกษ์แต่งงาน ถามว่าจะไปวัดไหนดี วัดหนองนมวัวหรือวัดราช เขาลือกันว่าวัดราชดีเห็นทีต้องไปสืบดูก่อน แล้วนางแย้มก็กุลีกุจอเปิดสมุดโทรศัพท์หาเบอร์โทร.

ยงยุทธยืนเป็นเบื้ออยู่ตรงนั้น พอขึ้นห้องนอน เขาเครียดจนอาการหอบหืดกำเริบ คิดเรื่องราวต่างๆที่ได้พบเจอในวันนี้จนสุดท้ายเห็นธนากับหทัยรัตน์ฉลองวันเกิดกันอย่างรื่นรมย์ พลันเขาก็รีบเก็บอาการทั้งหมดเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง เขาคว้าผ้ามาคลุมทั้งยากินและยาพ่นไว้

นางแย้มเข้ามาเตือนว่า อย่าลืมถามหทัยรัตน์เรื่องสินสอด เขาอยากได้อะไรเป็นพิเศษไหม เวลาตนไปเป็นเถ้าแก่จะได้พูดถูก ยงยุทธบอกว่าหทัยรัตน์เป็นคนง่ายๆ คงไม่มีเรื่องใหญ่อะไร

“ไม่ได้...มันเป็นหน้าเป็นตาเขานะลูก เราจะมาทำกระจอกงอกง่อยได้ยังไง คนทั้งจังหวัดมันจะนินทาว่าเราขี้เหนียวไม่ได้หรอก...ไม่ได้”

ยงยุทธเลยบอกว่าแล้วแต่คุณย่าก็แล้วกัน นางแย้มพล่ามเพ้อว่าสมบัติทั้งหมดของตนก็ตั้งใจยกให้เขาเพราะเขาเป็นคนเดียวที่ทำให้ย่าภูมิใจ ยงยุทธพูดได้คำเดียวว่า “ครับคุณย่า”

ooooooo

อัมพรยังอยู่ในห้องผ่าตัด ทวีเสนอให้อุไรพาแม่กลับไปพักผ่อนก่อนดีกว่า ธนาเห็นด้วยบอกว่าถ้ามีอะไรตนจะโทร.บอก แต่นางอ่ำให้อยู่ด้วยกันทั้งหมดนี่แหละเพราะเวลานี้อัมพรต้องการกำลังใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

หมอผ่าตัดเสร็จ ระพีพรรณบอกว่าหมอยังต้องให้อัมพรอยู่ในห้องฉุกเฉินไปก่อน เมื่อหมออนุญาตให้เข้าเยี่ยมได้ธนาเข้าไปข้างเตียงจับมือแม่บีบเบาๆอย่างให้กำลังใจ อัมพรที่รู้สึกตัวแล้วแต่ยังเบลอๆ พึมพำ “ลูกแม่...ลูก...ลูก...” ธนารีบบอกว่าตนอยู่นี่ อัมพรพึมพำอีก “ยงยุทธ...ลูกยงยุทธ...ลูกแม่...”

ธนาใจแป้วหัวใจหล่นวูบ...รู้สึกว่าทุกเวลานาทีแม่ห่วงและโหยหาแต่คนที่ไม่เคยคิดว่าแม่คือแม่เลย หทัยรัตน์ได้แต่มองธนาด้วยความเห็นใจ

เช้านี้อุไรบอกนางอ่ำว่าให้แม่พักผ่อนก่อน บ่ายๆ เราค่อยไปเยี่ยมอัมพรกัน นางอ่ำบอกว่าอยากสวดมนต์มากกว่าช่วยกันขอพรพระให้คุ้มครองอัมพรด้วย

อุไรอึ้งราวกับถูกสาปให้อยู่กับที่ เมื่อความสูญเสียยังไม่ทันจางหายไป เค้าลางความพลัดพรากก็มาอีกแล้ว...

ooooooo

ปวริศกับระพีพรรณนั่งกินก๋วยเตี๋ยวร้านข้างทางในชุมชน ปวริศบอกให้สั่งเพิ่ม ระพีพรรณบอกว่าแค่นี้ก็จะกินไม่หมดแล้ว เขาบ่นว่านอนน้อยแล้วยังกินน้อยอีก ให้ระวังสุขภาพตัวเองด้วย

ทั้งสองต่างพูดถึงอาชีพหมอกับอาชีพตำรวจว่า ใครๆก็ว่าเป็นอาชีพที่รวยเร็ว แต่ทั้งสองต่างไม่ได้มาสู่อาชีพนี้เพื่อหวังรวย ปวริศบอกว่าตนมาเป็นตำรวจเพราะอยากเป็นตำรวจรักงานของตำรวจ แต่ไม่ใช่รักความเป็นตำรวจ

ระหว่างนั่งกินก๋วยเตี๋ยวและคุยกันนั่นเอง มีเสียงเอะอะโวยวายขึ้น หันมองเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังไล่ต่อยตีวัยรุ่นคนหนึ่งจนสะบักสะบอม ปวริศลุกไปแก้ไขสถานการณ์โดยสัญชาตญาณ ขอร้องให้พอแล้ว ถามว่ามันเรื่องอะไรกัน

“ไอ้สันดานนี่มันวิ่งราวเงินคนตาบอดขายลอตเตอรี่” คนหนึ่งบอก อีกคนบอกว่าคนพิการมันยังไม่เว้นว่าแล้วตบหัววัยรุ่นคนนั้นผัวะ อีกคนด่าต่อ “หมดปัญญาทำมาหากินแล้วรึไง ไอ้ชาติหมา ถุย!”

“ติดยาแหงๆ ไอ้พวกสิ้นคิด พวกมึงนี่อยู่ไปก็รกสังคมเปล่าๆ”

วัยรุ่นคนนั้นร้องไห้ พอเงยหน้าขึ้นมาระพีพรรณอุทานตกใจ “ชัย...” ชาวบ้านจะรุมกระทืบอีก ปวริศขอให้ใจเย็นๆ บอกว่าตนเป็นตำรวจ ให้กฎหมายบ้านเมืองจัดการดีกว่าไม่อย่างนั้นพวกชาวบ้านเองจะโดนข้อหาด้วยเปล่าๆ

ชาวบ้านบอกให้ขังลืมไปเลย แล้วยังฝากแค้นให้อีกคนละตุ้บสองตุ้บก่อนแยกกันไป พอลือชัยเงยหน้าเห็นระพีพรรณก็อายจนวิ่งหนีไป ทั้งปวริศและระพีพรรณ

วิ่งตามไปเจอลือชัยไปซุกอยู่หลังกองขยะ

“ชัย...ไม่ต้องกลัวนะ ไม่มีใครทำอะไรชัยหรอก” ระพีพรรณเดินเข้าไปหา เอื้อมมือสัมผัสที่ไหล่ลือชัยเบาๆ เขาถึงกับร้องไห้โฮ เพราะไม่เคยได้รับสัมผัสที่อบอุ่นอ่อนโยนจริงใจอย่างนี้จากใครมาก่อนเลยในชีวิต...

ระพีพรรณพาลือชัยไปที่บ้าน พออุไรรู้ว่าเป็นลูกพะยอมก็ด่าทันทีว่าที่นี่ไม่ใช่สถานสงเคราะห์ ไม่สบายก็ให้พาไปโรงพยาบาล ถามระพีพรรณอย่างไม่หายแค้นว่า “แกเห็นบ้านนี้เป็นอะไร นึกจะต้อนรับใครก็ต้อนรับงั้นหรือ”

“ผมแค่ช่วยพานายชัยเขามาส่ง” ปวริศชี้แจง

“พากันออกไปเลย บ้านนี้ไม่ต้อนรับเสนียดจัญไรลูกหลานอีแย้ม” อุไรสั่งลั่น นางอ่ำขอให้ใจเย็นๆ ฟังระพีพรรณก่อน “หนูไม่ฟังอะไรทั้งนั้น คนโคตรโน้นกับเรายังไงชาตินี้ก็ไม่เผาผีกัน” ระพีพรรณติงว่ายังไงเขาก็เป็นน้องตน “แกนับญาติกับมัน ก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่ เอาเล้ย บ้านนี้มันบ้านแกนี่ เชิญพวกมันมาอยู่กันทั้งโคตรไปเลย ฉันจะเป็นฝ่ายไปเอง”

อุไรโกรธมาก ปึงปังออกไปทันที ระพีพรรณเซ็งไม่รู้จะทำอย่างไร นางอ่ำบอกให้พาไปห้องยายก่อนเรื่องอุไรเดี๋ยวยายจัดการเอง

นางอ่ำไปหว่านล้อมอุไรว่าจองเวรจองกรรมกันไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร อุไรบอกว่าตนไม่ยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำฝ่ายเดียว นางอ่ำจึงบอกว่าตนอโหสิกรรมให้เขาไปหมดแล้ว

“แม่ทำได้แต่หนูคงไม่มีทาง กระผีกริ้นหนูก็ไม่ยกให้มัน แม่ดูพี่อัมพรสิ อกไหม้ไส้ขมอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะฝีมืออีแย้มหรอกเหรอ”

“เอาเถอะ สักวันเอ็งจะรู้แจ้งแก่ใจเอง แต่เรื่องระพี แม่ขอได้ไหม แม่ไม่ได้ขออะไรจากเอ็งนานแล้ว แต่วันนี้ แม่ขอนะลูกนะ”

แม้จะเจ็บแต่เมื่อแม่ขออุไรก็ไม่อาจทำร้ายจิตใจของแม่ได้

ooooooo

ธนาเฝ้าอัมพรอยู่ที่โรงพยาบาลจนหทัยรัตน์บอกให้กลับไปพักผ่อนบ้าง เพราะพยาบาลที่นี่ก็เข้ามาดูทุกสิบห้านาทีอยู่แล้ว หว่านล้อมว่า

“ตัวเองน่าจะคอยต้อนรับท่านตอนท่านฟื้นขึ้นมาอย่างสดชื่นมากกว่านะ”

พอดีมยุรีย์มาถึง เธอให้พี่ชายกลับไปพักเสีย ธนาสั่งว่าถ้าแม่ฟื้นต้องรีบโทร.บอกทันที มยุรีย์รับคำ แล้วทุกคนก็หันมองเมื่อลลดาหิ้วกระเช้าของเยี่ยมมาถึง ธนาขอบใจที่มาเยี่ยมแต่ตอนนี้แม่อยู่ในห้องฉุกเฉิน ลลดาทำทีว่าเพิ่งเห็นหทัยรัตน์หันไปสวัสดี แล้วพูดเหน็บว่า

“แต่ได้กำลังใจขนาดนี้ พี่ธนาคงไม่เครียดเท่าไรมังคะ”

หทัยรัตน์ขอตัวกลับแล้วเดินแยกไป ธนาก็ขอตัวเช่นกัน ลลดาดี๊ด๊าตามไปส่ง ระหว่างนั้นเธอบอกว่า งานอีเวนต์เมื่อวานเจ้าของงานบ่นไม่หยุดเลยว่าเสียดายที่เขาไม่ไป ธนาบอกว่าเดี๋ยวตนโทร.ไปคุยกับเขาเอง

ลลดาเตือนว่าอาทิตย์หน้ายังมีอีกสามงาน ธนา บอกว่าตนโทร.ไปยกเลิกหมดแล้ว เพราะแม่ป่วยอยู่อย่างนี้ตนจะมีแก่ใจไปรับงานได้อย่างไร ลลดาอ้างว่ามยุรีย์ก็อยู่ทั้งคน ถึงเขาอยู่ก็มานั่งเฝ้าเฉยๆ ไม่ได้ช่วยอะไร

“แต่สำหรับพี่ ครอบครัวของพี่ต้องมาเป็นอย่างแรก ไม่มีอะไรสำคัญกว่าทั้งนั้น” ธนาตัดบทแล้วเดินลิ่วไปเลย

ooooooo

เย็นนี้ ลลดากับสุดาช่วยกันถ่ายกับข้าวที่ซื้อมาใส่จานชาม สุดาถามลลดาว่าสนุกกับการขับรถขึ้นล่องกรุงเทพฯ นครสวรรค์นักหรือ

“สนุกที่ไหนล่ะคะคุณแม่ เหนื่อยจะตาย คุณแม่ซื้อรถตู้ให้ลดาสักคันสิคะ จ้างคนขับรถด้วย ลดาจะได้ไม่ต้องขับรถเอง” สุดาโบ้ยให้ไปขอกับคุณพ่อ ลลดาหันไปอ้อนพ่อว่า “เดี๋ยวนี้ดาราดังๆ เขาก็ทำอย่างนี้กันทุกคน นะคะคุณพ่อขอคันนึง”

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 11 วันที่ 6 พ.ค. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ