อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 11 วันที่ 7 พ.ค. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 11 วันที่ 7 พ.ค. 58

“สนุกที่ไหนล่ะคะคุณแม่ เหนื่อยจะตาย คุณแม่ซื้อรถตู้ให้ลดาสักคันสิคะ จ้างคนขับรถด้วย ลดาจะได้ไม่ต้องขับรถเอง” สุดาโบ้ยให้ไปขอกับคุณพ่อ ลลดาหันไปอ้อนพ่อว่า “เดี๋ยวนี้ดาราดังๆ เขาก็ทำอย่างนี้กันทุกคน นะคะคุณพ่อขอคันนึง”

ประยูรโบ้ยต่อให้ไปขอคุณย่าเพราะตนไม่มีเงิน ลลดาขอแค่ให้ดาวน์ให้ก็ได้ตนจะผ่อนเอง

“ซื้อของเงินผ่อนขายขี้หน้าเขาตาย” นางแย้มแทรกขึ้น สุดาโมเมทันทีว่าคุณแม่จะถอยรถใหม่ป้ายแดงให้หลานใช่ไหม นางแย้มมองขวับสวนทันทีว่า “กูยังไม่ได้พูดซักคำ”


สุดาอ้างว่าจะได้เป็นรางวัลให้กำลังใจหลาน ใครๆ จะได้ไม่เอาไปนินทาว่าคุณแม่รักหลานไม่เท่ากัน นางแย้มไม่แยแส บอกว่า “ช่างหัวมัน แต่กูว่าคนจะเอาไปนินทาก็มีแต่มึงน่ะแหละ” แล้วนางแย้มก็บ่นต่อ “คอนโดที่กรุงเทพฯ ก็เพิ่งซื้อให้ ไม่ทันไรจะเอารถใหม่อีก แล้วนี่กลับมาทำไมไหนว่าติดงานยาว”

ลลดาบอกว่าตนต้องมาเยี่ยมคนป่วย พอนางแย้มรู้ว่าคนป่วยคือแม่ของธนา นางก็อารมณ์เสียทันที ตัดบทเร่งสุดา “เอ้า...เมื่อไหร่จะตักข้าวเสียที กูหิวจนตาลายแล้ว” สุดาเลยรีบคดข้าวให้

วันนี้ลือชัยกินข้าวที่บ้านระพีพรรณ นางอ่ำพูดอย่างเมตตาอบอุ่นว่า กินให้อิ่ม กินให้หมด เผ็ดๆ กินได้ไหม แต่จืดๆก็มีตั้งสองอย่าง ลือชัยก้มหน้านิ่ง ระพีพรรณถามว่าหรือจะเอาไข่เจียวเดี๋ยวจะทำให้

ลือชัยตื้นตันใจจนร้องไห้ ทุกคนกังวลใจ นางอ่ำถามว่าร้องไห้ทำไม ลือชัยพูดทั้งน้ำตาว่า

“พ่อแม่ผม ไม่เห็นเคยถามผมอย่างนี้สักคำ” นางอ่ำลูบหลังอย่างปลอบใจทำให้ลือชัยถึงกับร้องไห้โฮ นางอ่ำบอกว่าเขาไม่ถามก็ไม่ได้แปลว่าเขาไม่รัก ลือชัยบอกว่า “เขาไม่ได้ตั้งใจให้ผมเกิดมา ผมเป็นภาระให้พวกเขา แถมยังไม่เอาไหน เรียนก็ไม่จบ ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่าง”

“คนเป็นพ่อเป็นแม่ รักลูกตัวเองทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นเราจะลืมตาดูโลกมาได้ยังไง การได้เกิดเป็นคน พระท่านว่านับเป็นบุญวาสนาอย่างสูงแล้ว ไม่อย่างนั้นไปเกิดเป็นหมูเป็นหมากาไก่ที่ไหนก็ไม่รู้ พ่อแม่น่ะถึงเขาจะไม่เคยบอกเราว่ารัก ก็อย่าน้อยใจ เขาทำมาหากินทุกวี่ทุกวันก็เผื่อแผ่มาถึงเราทั้งวันนี้วันหน้า สมบัติพัสถานที่สั่งสมไว้ก็เพื่อเราทั้งนั้น เราต้องถามตัวเราเองมากกว่านะลูก ว่าเราจะตอบแทนเขาได้ยังไง บางทีแค่ความภูมิใจที่ได้เห็นลูกตัวเองประสบความสำเร็จอะไรสักอย่างก็ทำให้เขาชื่นใจได้แล้ว” นางอ่ำยิ่งพูด ลือชัยก็ยิ่งร้องไห้ ตำหนิตัวเองว่า

“ผมมันโง่ หัวไม่ดี ไม่มีวันทำอะไรสำเร็จหรอกครับ”

“อย่าดูถูกตัวเองอย่างนั่นสิชัย ความสำเร็จในอะไรสักอย่างไม่ใช่ว่าเราต้องไปแข่งขันกับใคร เราแข่งขันต่อสู้กับตัวเราเองนี่แหละ”

“นายอยากหายไหม นายนึกอยากเลิกมันให้ได้จริงๆ รึเปล่า ไอ้ยานรกเนี่ย” ปวริศถาม

“ผมรู้ว่ามันไม่ดี มันทำลายผมทุกอย่าง ทำลายแม้กระทั่งความเป็นคน แต่ผมก็เลิกมันไม่ได้ ต้องแพ้มันทุกที”

“แต่พี่เชื่อว่าชัยต้องทำได้ ลงทุนแค่สองอย่างเท่านั้น ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนให้พ่อกับแม่ภูมิใจให้ได้ กับตัวชัยเองต้องเข้มแข็ง อดทน เชื่อพี่นะชัย” ระพีพรรณให้กำลังใจเต็มที่

ลือชัยเหมือนกำซาบทุกคำพูดของทุกคน อุไรที่แอบฟังอยู่มุมหนึ่งกินใจไม่น้อย แต่ทิฐิที่มีต่อคนบ้านโน้นยังแรงอยู่

ooooooo

ระพีพรรณกับปวริศพาลือชัยกลับไปที่บ้าน เห็นพะยอมกำลังเร่งงานให้ลูกค้าอยู่ ระพีพรรณชี้ให้เห็นว่า

“ชัยเห็นไหมว่า แม่ชัยเขาต้องลำบากขนาดไหน ทำงานแลกเงินกว่าจะได้มาแต่ละบาท อายุก็มากขึ้นทุกที อีกหน่อยหูตาฝ้าฟางกว่านี้ แล้วใครจะดูแล ชัยอาจจะเคยคิดไม่อยากกลับบ้าน แต่ชัยเคยรู้ไหมว่าแม่ชัยคอยชัยกลับบ้านทุกวัน ดึกดื่นยังไงเขาก็คอย อย่างนี้แล้ว ชัยจะคิดว่าแม่ไม่รักชัยได้ยังไง”

“นายไปสิ ไม่ต้องใช้ความกล้าอะไรทั้งนั้น แค่อยากพูด อยากบอกอะไรกับแม่ นายก็ทำซะ” ปวริศให้ กำลังใจ

พอลือชัยเข้าไปเรียกแม่ แล้วยืนมองแม่อย่างสำนึกผิด พะยอมเงยหน้ามองลูกถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยว่า

“กลับมาแล้วเหรอ...หิวข้าวไหม แม่ทำแกงส้มมะละกอเอาไว้ เดี๋ยวจะทอดไข่ร้อนๆให้นะ”

ลือชัยน้ำตาร่วง เดินเข้าไปทรุดตรงหน้าพะยอม “แม่...ชัยขอโทษนะครับ ชัยทำเรื่องเลวๆกับแม่ ทำให้แม่เสียใจครั้งแล้วครั้งเล่า แม่ยกโทษให้ชัยด้วยนะครับ ชัยจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้วครับ” ลือชัยกราบและกอดเท้าแม่ไว้แน่นอย่างสำนึกผิด

พะยอมไม่คาดคิดว่าจะได้ยินสิ่งนี้จากปากลูก น้ำตาร่วงเผาะ ก้มดึงตัวลูกขึ้นกอดแน่น พูดไปร้องไห้ไปอย่างตื้นตันว่า

“ไม่เป็นไรลูก ไม่เป็นไร ลูกกลับมาบ้านให้แม่เห็นหน้า แม่ก็สบายใจที่สุดแล้ว เรื่องอื่นช่างมัน ไม่เป็นไร”

“ชัยเขาสมัครใจจะไปเข้ารับการรักษาที่สถานบำบัดผู้ติดยาเสพติดค่ะน้าพะยอม หนูจะเป็นคนเซ็นรับรองการส่งตัวเขาไปให้เอง” ระพีพรรณบอก ปรวิรศที่เดินเข้ามาด้วยกันบอกพะยอมว่า

“เขาต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนใหม่ด้วยตัวของเขาเอง สบายใจเถอะนะครับอาพะยอม”

พะยอมกอดและลูบหัวลือชัยด้วยความปีติ สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้อย่างตื้นตันใจ

เมื่อระพีพรรณกับปวริศลากลับ พะยอมขอบอกขอบใจด้วยความซาบซึ้ง ระพีพรรณบอกว่าลือชัยเป็นน้องตน อย่างไรเสียตนก็ทอดทิ้งน้องไม่ได้ ต้องประคับประคองกันไปจนถึงที่สุด พะยอมพูดอย่างอดกังวลไม่ได้ว่า

“เรื่องของน้ากับแม่หนู หนูไม่คิดโกรธเคืองแทนเขาบ้างเลยหรือ”

“เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะค่ะ ชีวิตกับความสุขของคนเรามันสั้นนัก แล้วเราจะมัวเก็บความทุกข์เอาไว้ทำไม เราน่าจะมีชีวิตอยู่เพื่อวันนี้และวันข้างหน้าไม่ใช่เหรอคะ พ่อคงจะสบายใจขึ้นถ้ารู้ว่าชัยจะเริ่มต้นชีวิตใหม่”

“นายชัยเขาคิดไปเองครับอายอมว่าพ่อกับแม่ไม่รักไม่สนใจเขา แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว อะไรๆน่าจะดีขึ้นนะครับ จิตใจเขาเข้มแข็งขึ้นแล้ว เรื่องของอนาคตค่อยว่ากันอีกที ถ้าเราช่วยกันประคับประคอง ผมแน่ใจว่าเขาไม่มีทางอับจนหรอกครับอายอม”

“ขอบใจนะลูก...ขอบใจ...ขอบใจ...” พะยอมปีติตื้นตันใจที่ได้ลูกคืนมาจนพูดไม่ออกได้แต่ขอบใจจากหัวใจของแม่

ooooooo

ปวริศขับรถไปส่งระพีพรรณที่บ้าน ระหว่างทางเขาเหลียวมองเธอบ่อยจนเธอถามว่ามองอะไร ปวริศถามอ้อนว่าตนจะมองแฟนให้อยู่ในสายตาตลอดเวลาไม่ได้หรือไง ระพีพรรณบอกให้ไปมองผู้หญิงอื่นบ้างเถอะ

“ไม่มีใครให้มองอีกแล้ว หมอระพีเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกในสายตาเค้า ผู้กองปวริศรักหมอระพีคนเดียว”

“เค้าพูดจริงๆนะ เรื่องระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้ หรอก” ระพีพรรณจำคำสั่งของแม่ฝังใจ แต่ปวริศเชื่อว่าความรักต้องทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ ระพีพรรณถามว่า “จะตัดโอกาสตัวเองไปทำไม”

“นานแค่ไหนเค้าก็รอตัวเองได้” ปวริศพูดอย่างหนักแน่น มั่นคง แม้ระพีพรรณจะอิ่มใจแต่ลึกๆ แล้วรู้ว่า ยังไงความรักนี้ก็มีแม่ที่เป็นกำแพงขวางอยู่

พอมาถึงหน้าบ้าน ระพีพรรณเห็นรถของลือพงษ์จอดอยู่ เธอรีบลงจากรถไปหา ลือพงษ์บอกว่าพะยอมดีใจเรื่องลือชัยจึงโทร.มาบอกว่ามีอะไรที่จะตอบแทนน้ำใจลูกได้ก็ขอให้บอก

“หนูเองก็ไม่ได้ต้องการอะไร เพราะหนูถือว่าชัยเป็นน้องแท้ๆของหนูเท่านั้นแหละค่ะพ่อ” ลือพงษ์ขอบใจที่ไม่ทิ้งน้อง “อะไรที่ทำให้พ่อสบายใจ หนูยินดีทั้งนั้นค่ะ”

ขณะบรรยากาศกำลังดีๆนั่นเอง เสียงอุไรก็แทรกเข้ามาอย่างไม่พอใจเรียกระพีพรรณให้เข้าบ้าน บ่นลูกเหน็บลือพงษ์ว่า “บอกตั้งกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าคนบางคนน่ะรู้หน้าไม่รู้ใจ ทำดีด้วยมันไม่เกิดประโยชน์หรอก มีแต่จะพาซวย”

“อุไร เราจะพูดกันดีๆ ไม่ได้เลยสักครั้งเชียวหรือ”

“คนบ้านนี้เจ็บแล้วมันจำกันทุกคน จนตายก็ไม่มีวันลืมหรอก”

ระพีพรรณเห็นบรรยากาศไม่ดีบอกพ่อให้กลับไปก่อนเรื่องลือชัยตนจะช่วยดูแลอย่างดีที่สุด พอลือพงษ์กลับไปปวริศก็เดินตามระพีพรรณเข้าบ้าน ถูกอุไรมาขวางไว้ ถามเสียงขุ่นว่า

“ไม่มีงานการทำรึไง ผู้ร้ายเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด จะต้องให้ชาวบ้านเขาด่ากันไปถึงไหน สำนึกกันบ้างไหมว่าเงินเดือนมาจากภาษีประชาชน”

ปวริศยิ้มเจื่อนๆ ไม่ตอบโต้อะไรเพราะโดนมาเยอะแล้ว ระพีพรรณแอบส่งสัญญาณให้เขากลับไปก่อน เขาจึงไหว้ลา อุไรไม่รับไหว้และยังยืนคุมเชิงอยู่อย่างนั้น

ooooooo

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 11 วันที่ 7 พ.ค. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ