อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 12 วันที่ 2 พ.ค. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 12 วันที่ 2 พ.ค. 58

รินดารานอนหลับซบกับหน้าอกของอาคิระละเมอขึ้น “ท่านชายคะ...ท่านชายอย่าเพิ่งไปสิคะ”
อาคิระเขย่าตัวรินดาราเบาๆ “รินดารา”
รินดารารู้สึกตัวตื่นขึ้นแล้วมองไปรอบๆ อย่างงุนงง อาคิระถามอย่างห่วงใย “เป็นอะไรรึเปล่า”

รินดารางงๆแล้วตั้งสติ “ชั้น..ชั้นฝันเห็นท่านชายว่าท่านชายมาหาชั้นที่นี่...แล้วท่านชายก็ให้” รินดาราหยุดพูดเพราะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่อยู่ในมือตัวเอง จึงแบมือออกก็พบว่ามีขนนกอยู่ในมือจริงๆ “ขนนก! ท่านชายมาหาชั้นจริงๆ ท่านชายเอามาให้ชั้นค่ะอาคิระ” อาคิระอึ้งไปเลย



ในห้องไอ.ซี.ยู สุรินทร์นอนสลบอยู่บนเตียง พยาบาลกำลังเช็คตรวจร่างกาย แล้วจู่ๆ เส้นวัดชีพจรก็ส่งเสียงร้อง เพราะเส้นชีพจรขยับน้อยมาก จนเกือบจะเป็นเส้นตรง หมอ พยาบาลตกใจ !
พยาบาลวิ่งเข้าออกห้องไอ.ซี.ยู แลดูโกลาหลวุ่นวาย รินดารากับอาคิระนั่งอยู่ที่ม้านั่ง จึงรีบลุกขึ้นไปถาม
“คุณพยาบาลคะ คุณพ่อชั้นเป็นอะไรคะ”
“หัวใจของคนไข้เต้นอ่อนมากค่ะ คุณหมอกำลังเตรียมปั๊มหัวใจให้อยู่”
“พ่อ” รินดารามองขนนกในกำมือแล้ววิ่งเข้าแทรกเข้าไปในห้อง
“รินดารา” อาคิระตามเข้าไปในห้อง
“คุณคะ เข้าไปไม่ได้ค่ะ”

หมอกำลังเตรียมเครื่องปั๊มหัวใจ รินดาราวิ่งเข้ามาในห้อง อาคิระตามเข้ามาด้วย พวกหมอพยาบาลต่างตกใจ
“คุณคะ เข้ามาไม่ได้นะคะ”
รินดาราไม่ฟังแล้ววิ่งไปจับมือพ่อแบออก นำขนนกสีขาวของโฮชิโนโอจิวางบนมือพ่อ แล้วจับมือพ่อให้กำขนนกเอาไว้
“คุณคะ ต้องออกไปรอข้างนอกนะคะ” พยาบาลจะจับตัวรินดาราออก
รินดาราสะบัดแล้วเข้าไปพูดข้างหูสุรินทร์ “พ่อขา พวกเราทุกคนรอพ่อกลับมา กลับมาหาเรานะคะ”
อาคิระโอบบ่ารินดารา “รินดารา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอเถอะ”
รินดารายอมออกไปกับอาคิระ แต่สายตาไม่ยอมละจากสุรินทร์ มือของสุรินทร์กำขนนกสีขาวเอาไว้แน่น
สุรินทร์เดินเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ สุรินทร์ตะโกนเรียก “มีใครอยู่ไหม แม่...ดารา นภา ตะวัน อยู่ไหนกันหมด” สุรินทร์คอตก หมดหวัง “ทุกคนหายไปไหนกันหมด”
สุรินทร์หันไปเห็นโฮชิโนโอจิยืนอยู่ สุรินทร์ดีใจมีความหวังขึ้นมาทันที “คุณ” สุรินทร์วิ่งเข้าไปหาโฮชิโนโอจิ “คุณ...ช่วยผมด้วยครับ ผมไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน ช่วยพาผมกลับบ้านที ผมอยากกลับบ้านไปหาลูกหาเมีย”
“คุณมองเห็นทางสีขาวตรงโน้นหรือเปล่า”
สุรินทร์หันหลังไปมองทางที่โฮชิโนโอจิชี้ แล้วแสงสีขาวก็สาดใส่หน้าสุรินทร์ จนสุรินทร์ต้องยกมือป้องแสงที่แยงตา
“เห็นครับ”
โฮชิโนโอจิยิ้ม “ถ้าเห็น แสดงว่ายังไม่ถึงเวลาของคุณ ผมจะไปส่งคุณ ทุกคนกำลังรอคุณกลับไป” โฮชิโนโอจิเดินนำไปที่แสงสีขาว
สุรินทร์ยกมือป้องแสงแล้วปรับสายตาให้มองไปที่โฮชิโนโอจิ ถึงเห็นว่าโฮชิโนโอจิเดินไปไกลมาก อย่างที่คนปกติจะเดินได้ “คุณรอผมด้วย” สุรินทร์วิ่งตามโฮชิโนโอจิไป

เส้นตรงบนเครื่องวัดชีพจรอยู่ๆ ก็ขยับอย่างไม่มีสาเหตุ หมอกับพยาบาลตกตะลึง!
หน้าห้องไอ.ซี.ยู อาคิระและรินดารายืนคอยใจจดใจจ่อ รินดาราโทรคุยกับแม่ “แม่อย่าเพิ่งพาน้องมาที่นี่เลยค่ะ มันมืดเกินไป หนูเป็นห่วง ถ้ามีข่าวอะไรหนูจะรีบโทรไปบอก แม่เข้มแข็งไว้นะคะ พ่อต้องอยู่กับเราค่ะ” รินดาราวางสาย สักพักหมอเปิดประตูออกมา รินดาราปราดเข้าไปหา “พ่อชั้นเป็นยังไงบ้างคะ”
“ปาฏิหาริย์ครับ อาการของคนไข้กลับมาเป็นปกติ คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ”
รินดาราดีใจมากหันไปจับมืออาคิระ “พ่อชั้นปลอดภัยแล้ว พ่อชั้นปลอดภัยแล้ว”
อาคิระยิ้มดีใจ รินดาราดีใจไม่หยุด “ชั้นต้องรีบโทรไปขอบคุณท่านชาย ท่านชายช่วยให้พ่อกลับมาหาชั้น”
อาคิระหุบยิ้ม...เศร้าหมองไปว่าโฮชิโนโอจิต่างหากที่ช่วยรินดารา..ไม่ใช่ตัวเขาเลยสักนิด

โฮชิโนโอจิหยุดบรรเลงโกโตะแล้วลืมตาขึ้น ยิ้มสุขใจที่ช่วยพ่อของรินดาราสำเร็จ ทุกอย่างรอบๆตัวโฮชิโนโอจิกลับมาเป็นปกติ ฮิโตชิขยับตัวได้ก็ยืนงงๆ โฮชิโนโอจิหันมาบอกฮิโตชิ “ชั้นช่วยแก้ปัญหาให้ฮิคาริได้แล้วล่ะเจ้าหนู”
“ดีจังเลยครับท่านชาย..แต่ว่า..ปัญหาของท่านชายนี่สิครับที่น่ากังวลกว่า”
โฮชิโนโอจิหันมาสงสัย “อะไรเหรอ” ฮิโตชินึกขึ้นมาได้แล้วก็ขนลุกขนพอง หน้าเริ่มแบะกลัว ตัวสั่นเทา โฮชิโนโอจิถามไถ่ “เป็นอะไร”
ฮิโตชิสะอื้น “ผม..ผมกลัว...ผมกลัวครับท่านชาย”
“กลัวอะไร”
ฮิโตชิชี้ไปที่รูปปั้นตุ๊กตาฮินะนางปีศาจหิมะที่วางอยู่บนโต๊ะ “นางปีศาจหิมะ วันนี้มันมาที่นี่ มันจะทำร้ายท่านชายด้วย ผมกลัว ผมกลัว...ฮือๆๆๆ” โฮชิโนโอจิอึ้งไปเลย

บ้านรินดาราที่เมืองไทย รินดารากับอาคิระกำลังเดินเข้าบ้าน สีหน้าของรินดาราสบายใจมากขึ้นเพราะพ่อเพิ่งรอดปลอดภัยจากวิกฤติชีวิต อาคิระเห็นสีหน้าของรินดาราก็สบายใจไปด้วย
“รินดารา เรื่องคุณพ่อคุณ ผมดีใจด้วยนะ ต่อไปนี้คุณก็จะได้หมดห่วง”
“ขอบคุณค่ะ” รินดารามองดวงตาอาคิระอย่างสุดซึ้ง “ชั้นก็ต้องขอบคุณคุณมากที่คอยอยู่ข้างๆ ชั้น คอยเป็นกำลังใจให้ชั้น”
อาคิระน้อยใจตัวเอง “ผมอยากทำให้คุณได้มากกว่านี้นะรินดารา แต่คนธรรมดาอย่างผม ทำได้ดีที่สุดแค่นี้จริงๆ”
รินดารายิ้มสดใส “แค่นี้ก็ยิ่งใหญ่มากสำหรับชั้นแล้วค่ะ”
“แต่ก็คงยิ่งใหญ่เทียบไม่ได้ กับสิ่งที่ท่านชายทำเพื่อคุณและเพื่อครอบครัวของคุณ” รินดาราหุบยิ้ม...เริ่มน้อยใจกับคำพูดของอาคิระ “ท่านชายโฮชิไม่ได้รักและเป็นห่วง "คุณ" เพราะคุณคือ ส่วนหนึ่งของคุณเมียวโจ แต่เพราะคุณคือ "รินดารา" “ อาคิระพูดความรู้สึกที่มีต่อ รินดารา “ผู้หญิงสดใส จิตใจดีที่อยู่ใกล้แล้วมีความสุขมากที่สุด ท่านชายทำเพื่อคุณมากขนาดนี้ เพราะฉะนั้นคุณควรจะรักตอบท่านชายให้มากๆ” รินดาราผงะไป
รินดาราถามด้วยความเศร้าน้อยใจ “คุณอาคิระ คุณอยากให้ชั้นรักท่านชายมากนักหรือคะ”
“ผมอยากให้เราทำในสิ่งที่เราควรทำ ทุกอย่างถูกกำหนดมาแล้ว คุณเองก็ถูกกำหนดมาให้มีหัวใจเพื่อรักคนพิเศษอย่างท่านชายโฮชิ คุณก็ควรจะรักท่านให้มากๆ ถ้าท่านชายมีความสุข มิยาคาวะทุกคนก็จะมีความสุขไปด้วย”
อาคิระเดินเข้าไปในบ้าน รินดารามองตามอย่างเจ็บช้ำเสียใจ

อาคิระเดินขึ้นมาบนบ้านสีหน้าเศร้า
รินดาราตามเข้ามา..ในใจเธอก็เศร้าแต่กลบเกลื่อนด้วยความแข็งกระด้าง “เดี๋ยวค่ะคุณอาคิระ” อาคิระหยุดแล้วซุกซ่อนความเศร้าไว้ข้างใน ก่อนจะหันกลับไปหารินดาราด้วยสีหน้าเรียบเฉย “คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้ชั้นรักใคร และกรุณาจำเอาไว้ด้วยว่าคนอย่างชั้น...ถ้าจะรักใครต่อให้เขาเป็นคนธรรมดา ชั้นก็จะรัก”
“ซึ่งมันจะไม่มีวันนั้น เพราะคุณไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นคนธรรมดา แต่เกิดมาเพื่อท่านชายโฮชิ..."คนเดียว"”
รินดาราเจ็บปวด แต่ทำเข้มแข็ง แล้วประชด “คุณพูดถูก ชั้นเกิดมาเพื่อท่านชายโฮชิ ชั้นจะทำตามคำแนะนำของคุณค่ะ นับจากวินาทีนี้ไป ชั้นจะทำให้คุณได้เห็นว่าชั้นจะมอบชีวิต และจิตใจของชั้นให้ท่านชายโฮชิคนเดียว” รินดาราพูดไปน้ำตาก็คลอเบ้าไปอย่างเจ็บปวด ก่อนจะเดินผ่านอาคิระเข้าไปในห้อง
อาคิระมองตามเศร้าๆ กำหมัดขบกรามจิกเล็บจนเข้าเนื้อเจ็บใจตัวเองเหลือเกิน แล้วเดินกลับไปที่ห้องตัวเอง ดวงดาวเดินเข้ามาหลังจากที่ได้ยินรินดาราคุยกับอาคิระ สีหน้าของดวงดาวดูสงสัยกับสิ่งที่ลูกสาวตัวเอง ‘ตัดพ้อ’ กับอาคิระ

ห้องนอนป้าอัง ป้าอังนั่งดูรูปวาดเหมือนของรินดาราอย่างสุขใจ “ในที่สุดชั้นก็ทำสำเร็จ ชั้นจะได้นอนตายตาหลับได้สักที” จู่ๆ มีเสียงโครมดังมาจากหน้าห้อง ป้าอังหันขวับไปมอง แล้วตะโกนถาม “เล็ก...เล็ก...เสียงอะไร” ไม่มีใครตอบ...ป้าอังวางรูปลงบนเตียง แล้วลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูออกไปนอกห้อง จึงพบฮิเดโนริยืนอยู่ใกล้ลูกสาวที่นอนสลบอยู่บนพื้น ป้าอังกลัว “กะ..แกเป็นใคร แกทำอะไรลูกสาวชั้น”
ฮิเดโนริไม่ตอบแต่แสยะยิ้ม ดวงตาเยี่ยงสัตว์ร้ายจ้องป้าอัง พร้อมกับก้าวเข้าไปหาป้าอัง ป้าอังรีบกลับเข้าไปในห้องแล้วจะปิดประตู ดวงตาฮิเดโนริเป็นสีส้มสว่างวาบ ส่งพลังไปผลักประตูอย่างแรง ประตูกระแทกร่างป้าอังกระเด็นล้มไปบนพื้นใกล้โต๊ะหัวเตียง ป้าอังสีหน้าเจ็บปวดมาก แล้วหันกลับไปที่ประตูห้อง ทันใดนั้นป้าอังก็กระตุกแล้วแข็งทื่อ ก่อนที่ดวงตาของป้าอังจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม ฮิเดโนริยืนอยู่หน้าประตูห้อง ดวงตาสีส้มของฮิเดโนริจ้องเข้าไปในดวงตาของป้าอัง...ฮิเดโนริกำลังเข้าไปในความคิด ของป้าอัง
“ผ้าไหมที่ปักด้วยเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำอยู่ที่ไหน” ฮิเดโนริถามพร้อมกับก้าวเข้าไปในห้อง แต่ทันใดนั้นเหรียญเซมาโมริของรินดาราที่วางอยู่บนหัวเตียงก็ส่องแสงสีน้ำ เงินออกมาสะท้อนกระแทกใส่ตัวฮิเดโนริๆ ยกมือป้องแสงนั้นแล้วร้องอย่างเจ็บปวด “อ๊ากกกกก” ฮิเดโนริกระเด็นออกไปนอกห้อง ป้าอังสลบไปบนพื้น

ห้องพักในโรงแรม ฮิเดโนริล้มลงบนเตียงนอน...เจ็บปวดร่างกายจากการถูกพลังศักดิ์สิทธิ์ของเหรียญเซมาโมริทำร้าย ฮิเดโนริมองไปที่แผลสดๆ มีเลือดซิบบนต้นแขน แล้วหลับตาเพ่งมองไปที่แผล แต่แผลไม่หาย ฮิเดโนริลืมตาขึ้นพบว่าแผลไม่หายก็โมโหมาก “เทพเจ้านกกระเรียน แกทำให้พลังของชั้นถูกทำลาย แล้วทีนี้ชั้นจะจัดการพวกมันได้ยังไง”
มือถือของฮิเดโนริมีสายเข้า ฮิเดโนริมองหน้าจอเห็นหน้าไอเป็นสายเข้า ฮิเดโนริโมโห “จะโทรทำไมนักหนา” ฮิเดโนริเกือบจะปามือถือทิ้งลงพื้น แต่ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้จึงยอมรับสายของไอ “ไอ...เธอต้องมาหาชั้นที่เมืองไทยเดี๋ยวนี้ !!!”

ในบ้านรินดารา รินดาราคุยโทรศัพท์กับเคนจิ “มีความคืบหน้าอะไรส่งข่าวด้วยนะเคนจิ”
รินดาราวางสาย อาคิระเดินมายื่นแก้วกาแฟให้รินดารา ในมือของอาคิระมีอีกแก้ว “กาแฟไหม”
รินดาราประชด “ไม่ค่ะ ชั้นอยากรีบออกไปเอาเส้นไหมขนนกกระเรียนไปให้ท่านชายของชั้นเลย”
อาคิระรู้ว่ารินดาราประชด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอม แล้วถาม “เพื่อนของคุณล่ะ”
“เคนจิมาหาเราไม่ได้แล้วค่ะ เมื่อคืนมีคนร้ายเข้าบ้านป้าอัง เขาทำร้ายร่างกายพี่เล็ก ส่วนป้าอังตกใจกลัวจนนอนจับไข้ แต่ตอนนี้อยู่ในความดูแลของหมอแล้ว”
อาคิระกัดฟันกรอด “ฝีมือไอ้ฮิเดะแน่ๆ”
“ชั้นก็คิดอย่างงั้น ฮิเดะคงจะพยายามให้ป้าอังบอกว่าเส้นไหมนั่นอยู่ที่ไหน”
อาคิระโกรธ “ถ้ามันเอาเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำไปได้จริงๆ ต่อให้ต้องถล่มโคสึกะเพื่อเอาคืนมา ผมก็จะทำ”
“ใจเย็นๆก่อนเถอะค่ะ ตอนเช้ามืดชั้นได้ยินเสียงคล้ายเสียงคุณฮิเดะวนเวียนอยู่นอกบ้าน ถ้าเขาได้ไปแล้ว เขาคงไม่มาอยู่ใกล้เราแบบนี้ ชั้นว่าเราต้องรีบตัดหน้าเขา” อาคิระพยักหน้ารับ

แถวหน้าบ้านรินดารา ไอกับฮิเดโนริยืนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ มองไปที่หน้าบ้านรินดารา ทั้งสองเห็นรินดารา อาคิระกำลังเดินลงมาจากตัวบ้านไปที่รถของบ้านรินดาราที่จอดอยู่ “เข้าไปสืบให้ผมว่าพวกเขากำลังจะไปไหนกัน”
ไอตกใจ “ไม่ได้หรอกฮิเดะ ชั้นไม่อยากให้อาคิระเจอชั้นอยู่ที่นี่”
“ไหนบอกว่าจะช่วยผมทุกเรื่อง”
“งั้นคุณก็ช่วยชั้นคิดหาเหตุผลหน่อยสิ ชั้นจะอ้างเหตุผลอะไรดีที่พวกเขาจะไม่สงสัย” ไอเกาะแขนฮิเดโนริ “นะ...ช่วยชั้นคิดหน่อย”
“อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่า” ฮิเดโนริหงุดหงิดจึงสะบัดแขนออกจากมือของไอ แรงจากปีศาจจิ้งจอกทำให้ไอกระเด็นล้มลงไปกับพื้น
เรืองนภาเดินหิ้วถุงใส่ผักและกับข้าวเดินผ่านมาเห็นไอล้มลงกับพื้นก็ตกใจ “คุณ”
รินดารา อาคิระ กำลังขึ้นรถได้ยินเสียงเรืองนภาร้องก็หันไปมอง ถึงเห็นไอนั่งกองอยู่กับพื้น “ไอ”
เรืองนภาปราดเข้าไปดูไอ “คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
ไอยังไม่ตอบเรืองนภา เงยหน้าหันไปมองทางฮิเดโนริ แต่ไม่พบฮิเดโนริแล้ว ไออึ้งไปเลย อาคิระ รินดาราเข้ามาถึง
“ไอ ? มาทำอะไรที่นี่”
ไอคิดหาคำโกหก “เอ่อ...เอ่อ...คุณย่า..คุณย่าให้ชั้นตามมาดูแลอาคิระกับคุณรินดารา”
“คุณย่าเนี่ยนะจะสั่งให้ไอตามมาดูแลเรา”
“ใช่จ้ะ คุณย่ารู้ว่าคุณพ่อของคุณรินดาราป่วยหนักมาก เผื่อจะมีอะไรให้ชั้นช่วยเหลือ แล้วอีกอย่างชั้นรู้มาว่าชาวบ้านที่นี่ทอผ้าไหมสวยมาก ชั้นอยากมาดูวิธีเลี้ยงตัวไหม เผื่อเอาไปประยุกต์ใช้กับผ้าไหมของเรา”
อาคิระกับรินดารามองหน้ากันอย่างแปลกใจ แต่ทั้งสองยังทำเฉย “แล้วคุณไอมาบ้านชั้นถูกได้ยังไงคะ”
“ชั้นก็ถามคนแถวนี้มาเรื่อย” ไอเปลี่ยนเรื่อง “แล้วนี่กำลังจะไปไหนกันเหรอ”
รินดาราจิกสายตามองอาคิระและส่ายหน้านิดๆ เป็นเชิงว่า ห้ามบอกเด็ดขาด! แต่อาคิระก็ตัดสินใจบอกไอ
“ไปไหว้พระที่วัด”
“เหรอ ชั้นไปด้วยสิ ชั้นอยากไปไหว้พระอยู่เหมือนกัน”
อาคิระกับรินดารามองหน้ากันอย่างหนักใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ฮิเดโนริยืนมองอยู่ด้านหนึ่งแล้วกระตุกยิ้มอย่างพอใจ

รินดารา อาคิระและไอเดินมาตรงทางเข้าของวัด หูรินดารา...ได้ยินเสียงของฮิเดโนริเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ๆ จึงหันขวับไปมองทางหนึ่ง แต่ไม่เห็นอะไร
“มีอะไรหรือเปล่า” ไอสงสัย
รินดาราอ้าง “เมื่อคืนชั้นเฝ้าพ่อทั้งคืน พอมาเจอแดดแรงๆก็เลยเวียนหัว ชั้นขอนั่งพักแถวนี้ก่อนนะคะ คุณอาคิระกับคุณไอเข้าไปไหว้พระในโบสถ์ก่อนเถอะค่ะ”
อาคิระรู้กัน “งั้นผมพาไอเข้าไปไหว้พระก่อนก็แล้วกันนะ ไปกันเถอะไอ” อาคิระจูงแขนไอออกไปเลย ทั้งที่ไอไม่ได้อยากไป เพราะอยากอยู่กับรินดารา รินดารามองตามจนไอกับอาคิระลับตาแล้วเดินออกไปอีกทาง

รินดาราเดินอยู่ ชะงัก หูรินดาราได้ยินเสียงคำรามไม่เป็นศัพท์ของปีศาจสุนัขจิ้งจอกที่อยู่ในตัวฮิเดโนริ “ฮิเดะ” รินดาราหันขวับไปมาซ้ายขวาแรงๆ ไม่เห็นว่ามีอะไรผิดปกติ จึงดินออกไป
รินดาราเดินเข้ามาในป่าช้า ไล่สายตามองโกศเก็บกระดูกที่ตั้งเรียงราย..แล้วหันไปโกศที่มีรูปเก่าๆของชายญี่ปุ่นในชุดทหารแปะอยู่ข้างหน้า รินดารายิ้มแล้วย่อตัวลง...ยกมือไหว้ “ขออนุญาตนะคะ”
รินดาราหาทางขยับแผ่นกระเบื้องหน้าโกศออก แล้วพบว่าข้างในมีช่องเล็กๆซึ่งมีห่อผ้าสีดำม้วนคดอยู่ในนั้น รินดารายิ้มดีใจ แล้วหยิบห่อผ้าออกมาคลี่ดู...พบว่าข้างในมีผ้าสีทองอร่าม รินดาราหันซ้ายหันขวา..กลัวว่าใครจะมาเห็นเข้า..แล้วม้วนห่อผ้าไว้อย่างลวกๆ รีบเก็บใส่กระเป๋าสะพายแล้ว เดินออกไปอย่างเร็ว ฮิเดโนริแอบมองรินดาราอยู่ไกลๆ

อาคิระกับไอกำลังไหว้พระประธานภายในโบสถ์ อาคิระกำลังคลานไปปักธูปที่กระถาง มือถือในกระเป๋าของไอสั่นเพราะมีข้อความเข้า ไอเปิดมาดูหน้าจอ..เป็นภาษาญี่ปุ่น..ไออ่านข้อความเสียงเบาๆ “เอากระเป๋าของรินดารามาให้ผม” ไอขมวดคิ้วคิดหนักใจ ว่าจะทำตามคำสั่งของฮิเดโนริได้ยังไง
อาคิระปักธูปเสร็จก็ถอยกลับมาเห็นสีหน้าของไอ “เป็นอะไรหรือเปล่าไอ”
ไอพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ “ปะ..เปล่าจ้ะ” อาคิระพยักหน้ารับไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร

อาคิระกับไอออกมาจากในโบสถ์ ไอมีสีหน้าครุ่นคิดเรื่องคำสั่งของฮิเดโนริแล้วคิดได้ “นึกออกแล้ว ชั้นต้องทำกล้องคอมแพคตกไว้ในรถแน่ๆ คิดอยู่ตั้งนานว่าหายไปไหน อาคิระรอชั้นอยู่นี่ก่อนนะ ชั้นกลับไปดูที่รถก่อน วัดนี้สวยดีอยากจะเก็บรูปไว้เป็นที่ระลึก”
“ทำไมไม่ใช่มือถือถ่ายรูปล่ะ”
“มือถือถ่ายรูปไม่สวย ใช้กล้องถ่ายสวยกว่า” ไอจะเดินไปแต่แกล้งนึกขึ้นได้ “ว่าแต่รถจอดอยู่ตรงไหนนะ ชั้นจำทางไม่ได้”
“งั้นชั้นไปเอามาให้ดีกว่า รออยู่ตรงนี้แหละ” ไอพยักหน้ารับ อาคิระเดินออกไป แล้วสีหน้าของไอก็เปลี่ยนเป็นยิ้มร้ายสมใจที่อาคิระหลงกล ไอมองจนอาคิระเดินไปลับตาแล้วเดินออกไปอีกทาง

ไอเดินเข้ามาตามทาง สายตาสอดส่ายมองหารินดารา จนกระทั่งเจอกับรินดาราที่เดินมาอีกทาง...มือของรินดารากอดกระเป๋าเอาไว้อย่างหวงแหน “คุณอาคิระล่ะคะ”
“ไปดูของให้ชั้นที่รถ” ไอชำเลืองมองที่กระเป๋าของรินดารา “ชั้นกับอาคิระไหว้พระเสร็จแล้ว ก็เลยมาตามเธอกลับไป”
รินดาราพยักหน้ารับแล้วเดินนำไอออกไป ไอหันไปเห็นแอ่งน้ำอยู่ใกล้แถวนั้น จึงคิดแผนด้วยการแกล้งกรี๊ด
“กรี๊ด” ไอจงใจชนร่างรินดาราให้กระเด็นล้มไปที่แอ่งน้ำ “รินดารา” ไอพูดพร้อมกับประคองรินดาราขึ้น “ชั้นขอโทษ ชั้นไม่ได้ตั้งใจ เมื่อตะกี้ชั้นเห็นงูอยู่ตรงโน้น เลยตกใจมากไปหน่อย ชั้นขอโทษนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“เธอเปื้อนหมดเลย เดี๋ยวไปล้างตัวที่ห้องน้ำก่อนแล้วกัน” รินดาราพยักหน้ารับ
รินดารากับไอเดินมาหน้าห้องน้ำ “ชั้นยืนรอตรงนี้นะ เอากระเป๋ามาชั้นช่วยถือ” รินดาราจับกระเป๋าแน่นด้วยอาการอึดอัดลังเล ไอแกล้งทำเป็นน้อยใจ “ชั้นเห็นว่าในห้องน้ำไม่น่าจะมีที่แขวนกระเป๋า ชั้นก็แค่อยากจะช่วยชดเชยความผิดที่ชั้นทำให้เธอเดือดร้อน แต่ถ้าเธอไม่ไว้ใจชั้นก็ไม่เป็นไร”
“ชั้นไม่ได้ไม่ไว้ใจคุณ แต่ถ้ากระเป๋าของชั้นอยู่กับคุณ ชั้นกลัวว่าคุณจะไม่ปลอดภัย”
“ทำไม ในกระเป๋าเธอมีอะไร”

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 12 วันที่ 2 พ.ค. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ