อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 12/4 วันที่ 9 พ.ค. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 12/4 วันที่ 9 พ.ค. 58

“เอาโทรศัพท์มา”
“คุณย่าขา ลดาโทรให้จนไม่รู้จะโทรยังไงแล้วนะคะ ลดาว่าพี่ยงยุทธ เขาคงทิ้งนี้ไม่ใช้แล้วล่ะค่ะ”
แย้มกระซิกแล้วค่อยๆ ปล่อยโฮออกมาอีก “ไอ้คนใจดำ ไอ้คนไม่รู้บุญคุณคนใจคอมึงจะทิ้งกูไว้คนเดียว ไอ้คนอกตัญญู”

เมรุเผาศพ ดอกไม้จันถูกวางลงบนพาน หน้าเตาเผาหลอกช่องเล็กๆหน้าเตาเผาถูกเปิดทิ้งไว้ แขกเหรื่อทะยอยกันขึ้นมาวางดอกไม้จัน
ธนา มยุรีย์ ยืนต้อนรับ ขอบคุณแขกที่มาร่วมงานอยู่ทางขึ้นด้านหนึ่ง อ่ำอยู่กับทวี และแขกผู้ใหญ่ที่ทยอยกลับ
หทัยรัตน์ ระพีพรรณ ปวริศ ลลดา ยืนกันอยู่อีกมุม หทัยรัตน์ยังสลับชะเง้อมองไปทางเข้าเผื่อยงยุทธจะมา
ระพีพรรณรู้ใจเพื่อน “ตัวเองยังหวังว่าเขาจะมาใช่ไหม”
“งานสวดศพเจ็ดวันเจ็ดคืน เขาไม่เคยโผล่มาเลย นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของเขาที่จะได้ทำเพื่อแม่นะ ระพี เขาต้องมา”
มีแต่คนที่ทยอยกลับออกไป ไม่มีวี่แววว่ายงยุทธจะโผล่มาเลย
ลือพงษ์ พะยอม เดินลงจากเมรุหลังจากวางดอกไม้จัน
ลือพงษ์เห็นอุไรยืนอยู่มุมนึง เดินเข้าไปหา “เสียใจด้วยนะ อุไร”
พะยอมเอ่ย “พี่อัมพร ไปสบายแล้วนะอุไร”


อุไรชาเย็น “ใช่ ไปสบายแล้ว ไอ้ที่ยังอยู่ก็ต้องผจญเวรผจญกรรมกันต่อไป มันไม่จบลงง่ายๆหรอก ใครทำอะไรไว้ เวรกรรมมันจะตามเอาคืนจนกว่าจะถึงที่สุด”
ลือพงษ์ พะยอมจำใจเดินจากมา คงไม่มีอะไรลดทอนความแค้นอุไรลงได้.. เสียงกริ่งเป็นสัญญาณบอกว่า การเผาจริงจะเริ่ม แขกเหรื่อบางตามากเหลือแต่สมาชิกในครอบครัวที่เตรียมรอการเผาจริง
ทวีบอกแม่ยาย “จะเผาจริงแล้วนะครับแม่”
อ่ำใจหายซับน้ำตา ทวีพาอ่ำขึ้นเมรุ
“รออีกนิดไม่ได้แล้ว ใช่ไหมธนา”
“เขาไม่มาหรอกรัตน์ ... ถ้าจะมาเขาต้องมานานแล้ว”
ทุกคนขยับขึ้นเมรุ ดอกไม้จันถูกโยนเข้าไปในช่องเล็กๆหน้าเตาเผาศพที่ภายในเตาเห็นไฟที่กำลังลุกโชน ..ดอกแล้วดอกเล่า จนกระทั่งช่องเล็กๆนั้นถูกปิดลง

มยุรีย์ยืนร้องไห้อยู่กับกลุ่ม ทวี อุไร อ่ำ ไกลๆมุมนึง
หทัยรัตน์ ธนา ระพีพรรณ ปวริศ ยืนอยู่ด้วยกันอีกมุม เสียงโทรศัพท์หทัยรัตน์ดังขึ้น หทัยรัตน์หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าถือเห็นเบอร์ที่โชว์...ใจเต้นแรง รีบกดรับสายทันที “ยุทธ ยุทธ ฮัลโหลได้ยินรัตน์ไหม ฮัลโหล ยุทธ”
ทุกคนตรงนั้นตื่นตัวทันที
ยงยุทธที่หันหลัง แนบโทรศัพท์กับหู “ได้ยินรัตน์....ได้ยิน”
“ยุทธอยู่ไหน ทำไมเพิ่งติดต่อกลับมา รู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วง ยุทธสบายดีใช่ไหม”
“สบายดี แค่ยุทธยังไม่พร้อมจะเจอใคร”
“แม้แต่รัตน์งั้นเหรอ”
“ยุทธขอโทษ”
“ตอนนี้ยุทธอยู่ที่ไหน รู้ไหมว่าตอนนี้กำลังเผาศพคุณป้า” ยงยุทธไม่ตอบเพราะน้ำตาจะร่วง ไม่ต้องการให้เสียงสะอื้นเล็ดลอดออกไป “ทุกคนรอยุทธคนเดียว รอจนวินาทีสุดท้าย ยุทธฟังรัตน์อยู่รึเปล่า”
ยงยุทธปั้นเสียงให้เป็นปกติ “ฟังอยู่”
“ไม่ว่ายุทธอยู่ไกลขนาดไหนส่งกระแสจิตมานะ ช่วยกันส่งคุณป้าขึ้นสวรรค์นะยุทธ”
ยงยุทธน้ำตาร่วงพรู อย่างไม่สามารถยั้งไว้ได้ บังคับตัวเองไม่ให้เสียโฮหลุดออกมา กัดฟันแน่น หัวใจสลาย มือที่สั่นเทาเพราะการร้องไห้ กดปิดโทรศัพท์ทันที ไม่ต้องการให้ใครรับรู้ ความอ่อนแอ
“ยุทธ... ยุทธ...” หทัยรัตน์รู้ว่าวางสายไปแล้ว หญิงสาวน้ำตาร่วง พยายามกดโทรกลับไปเครื่องยงยุทธ
ในซอกเล็กมุมตึก ยงยุทธที่ร้องไห้เจ็บปวด พยายามไม่ให้มีเสียงออกมา ค่อยๆทรุดลงกับพื้น เบื้องหน้ายงยุทธไกลๆคือเมรุเผาศพที่ควันกำลังลอยออกมาเห็นกลุ่มหทัยรัตน์อยู่กลางลานหน้าเมรุนั่นเอง เขาเห็นหทัยรัตน์ร้องไห้ ธนา ระพีพรรณปลอบโยน
ยงยุทธทรุดกองอยู่กับพื้น ยกมือขึ้นประนมท่วมหัว แล้วกราบแม่เป็นครั้งสุดท้าย ตัวสั่นสะท้าน

ธนาเดินมาส่งหทัยรัตน์ที่รถ “ขอบใจนะรัตน์ที่มาช่วยงานทุกวันจนเสร็จ เค้ารู้จริงๆแล้วตัวเองก็แค่หวังว่าจะได้เจอยงยุทธมันในงาน”
“ไม่ใช่...ที่เค้ามาช่วยก็เพราะคุณป้าอัมพรเป็นแม่ เป็นป้าของเพื่อนเค้า”
ธนานิ่งไปชั่วขณะ...ยังไงก็เป็นได้แค่เพื่อน “ถ้ายงยุทธมันไม่กลับมาอีกเลย ตัวเองจะทำยังไง”
“คำสัญญามีค่ามากกว่าที่ตัวเองคิดนะธนา”
“ไม่เป็นไร ยังไงเค้าก็รอตัวเองได้”
หทัยรัตน์แทบละลายเหมือนกัน ธนาเปิดประตูรถให้ หทัยรัตน์ขึ้นรถ

ที่ห้องนอน หทัยรัตน์ยังหวังว่ายงยุทธจะต้องโทรกลับมา ลูบหน้าตัวเองอย่างอ่อนเพลียทั้งกายและใจ
โทรศัพท์ดังขี้น หทัยรัตน์รีบคว้าโทรศัพท์มาดู และเป็นเขาจริงๆ “ยุทธ”
“ขอโทษที่ต้องรบกวนเวลาพักผ่อนของรัตน์”
“ทำไมพูดอย่างนั้น เราไม่ใช่คนรักกันแล้วเหรอ”
ยงยุทธเจ็บ “ยุทธขอโทษ” เขาคิดจะตัดเธอออกไปจากใจจริงๆ ยกให้ธนา
“ตอนนี้ยุทธอยู่ไหนกลับมาเถอะ ทุกคนเป็นห่วงยุทธนะ แล้วลาออกจากงานทำไม กลับมายังทันนะ ยังอยู่ในสิทธิ์พักร้อน”
“ยุทธคงไม่กลับไปหรอก ยุทธไม่เคยอยากทำงานธนาคาร รัตน์ก็รู้ที่ต้องฝืนทำก็เพราะคุณย่าอยากให้ทำเท่านั้น ยุทธคงจะไปหางานอื่นทำ”
“แล้วงานแต่งงานของเราล่ะ ยุทธย้ายงาน ย้ายที่อยู่ แล้วเราจะอยู่ด้วยกันยังไง” ยงยุทธนิ่งเงียบ “ตอบรัตน์สิยุทธ...อนาคตของเราจะเป็นยังไง” ยงยุทธนิ่งเงียบ หทัยรัตน์เปลี่ยนเรื่อง “แล้วเรื่องคุณย่าของยุทธ ยุทธจะเอายังไง ยุทธรู้ไหม ตอนนี้คุณย่าแย่นะ กินไม่ได้นอนไม่หลับ ยุทธจะฆ่าคุณย่าให้ตายทั้งเป็นรึไง” ยงยุทธนิ่งเงียบ
“ยุทธฟังรัตน์อยู่รึเปล่า...ถ้าฟัง ยุทธต้องกลับบ้านมาคุยกัน ปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ เอาเรื่องงานก่อน เรื่องคุณย่า สบายใจแล้วค่อยว่ากัน” ยงยุทธนิ่งเงียบเพราะตัดสินใจทุกอย่างไปหมดแล้ว “วันนี้เผาคุณป้าอัมพร ทุกคนเสียใจที่ยุทธไม่มา”
“รัตน์..ถึงยุทธไปมันก็ไม่มีความหมายอะไร”
“คุณป้าเป็นแม่แท้ๆของยุทธนะ”
“นครสวรรค์ไม่มีที่ให้ยุทธยืนแล้วนะรัตน์ แล้วยุทธจะไปทำไม เขามีกันสองคนพี่น้อง เขาเป็นครอบครัวนะรัตน์ ยุทธเป็นคนอื่นสำหรับพวกเขามานานแล้ว ยุทธอยากให้รัตน์เข้าใจยุทธด้วย”
หทัยรัตน์สงสาร “รัตน์คิดถึงยุทธนะ”
“ยุทธก็คิดถึงรัตน์”
“ถึงจะยังไม่อยากกลับมานครสวรรค์ รับปากนะว่าโทรมาทุกวัน รัตน์จะคอยโทรศัพท์จากยุทธนะ”
ยงยุทธน้ำตาร่วง แข็งใจปิดโทรศัพท์ ดึงสายสปีคโฟนออกจากหู
หทัยรัตน์รู้ว่าเขาวางสายไปแล้ว น้ำตาร่วงเหมือนกัน

ยงยุทธกำโทรศัพท์ในมือ เปิดกระจกรถแล้วหย่อนโทรศัพท์ทิ้งออกไป โทรศัพท์ที่ถูกทิ้งลงเครื่องแตกกระจาย รถยนต์แล่นมุ่งหน้า ไปตามถนนมืดๆ ที่ทอดยาว ไม่รู้จุดจบ

ที่บ้านระพีพรรณ ทุกคนนั่งกินข้าวต้มด้วยกัน
อ่ำถามปวริศ “เติมข้าวต้มอีกไหมพ่อคุณ”
“ได้อีกนิดก็ดีครับคุณยาย อร่อยครับ”
“หิวละสิ วิ่งช่วยงานแต่เช้า...ขอบใจนะพ่อคุณ อุตส่าห์มาช่วยทุกวัน”
“ผมเต็มใจครับคุณยาย”
“เอ้า...นั่งเฉยอยู่นั่นแหละ ตักข้าวต้มให้ผู้กองเราสิระพี”
ระพีรับชามมาจากปวริศเติมข้าวต้มให้ ปวริศยิ้มปลื้มจนอุไรหมั่นไส้ “รีบกินให้อิ่มๆ จะได้ไปๆซะที”
“อุไร พูดจาอะไรยังงั้น”
“ให้เข้ามาถึงในบ้านนี่ก็แย่พอแล้วนะแม่ ชาวบ้านชาวช่องเขาจะนินทากันขนาดไหน”
“เราไม่ได้ทำอะไรผิดนี่จะต้องไปกลัวทำไมกับคำนินทา”
“ค่ำมืดดึกดื่นแล้ว บ้านช่องตัวเองก็มี หัดเกรงใจเจ้าของบ้านเขามั่ง”
ปวริศยิ้มสู้ “ครับ ...หมดชามนี้ผมไปแล้วครับ”
“ยิ้มอะไร”
“แค่คุณแม่อนุญาตให้ผมเข้ามาในบ้านวันนี้ ผมก็ดีใจแล้วครับ”
”ฉันมีลูกคนเดียว คนอื่นไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่”
ระพีพรรณหน้าชา แต่ปวริศดูไม่สะทกสะท้าน
อุไรพูดกับระพีพรรณ “ถึงป้าแกเขาจะขอร้องฉันเรื่องของแกกับไอ้หมอนี่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมาทำอะไรประเจิดประเจ้อได้ตามใจ หัดเกรงใจกันบ้าง” อุไรลุกออกไปจากโต๊ะ
อ่ำให้กำลังใจ “อดทนเอาไว้นะพ่อคุณ เขาก็เป็นคนแข็งยังงี้แหละ อย่าเพิ่งท้อซะล่ะ”
“ครับคุณยาย” ปวริศยิ้มเรี่ยราดมาให้ระพีพรรณ ระพีพรรณถลึงตาใส่เพราะปวริศออกหน้าออกตามากเกินไปจริงๆ

ในโบสถ์อันแสนจะเรียบง่ายของวัดป่า ตัดทอนความฟูมฟายฟุ่มเฟือยทุกอย่างทิ้ง เหลือแต่สาระสำคัญคือความสงบ พระประธานตั้งเด่นบนแท่น
ยงยุทธกราบพระประธานอย่างอ่อนแรง หวังให้ความทุกข์ในใจทุเลาลง ...เสียงพระสวดชยันโตเชื่อมเข้ามาในฉาก

สายน้ำไหลเอื่อย กลีบดอกไม้และเถ้ากระดูกถูกโปรยลงสู่ผืนน้ำ ทุกคนตั้งใจส่งอัมพรสู่สัมปรายภพ เสียงพระสวดชยันโตคลอ กลีบดอกไม้ไหลไปกับสายน้ำเป็นทางยาว
บริเวณวัดที่ร่มครึ้ม มีถ้อยคำธรรมะ ปริศนาธรรม ที่เขียนใส่แผ่นป้ายไม้ ผูกไว้ตามต้นไม้ต่างๆ สอนใจผู้มาเยือน
ยงยุทธแบกความทุกข์ไว้เต็มหัวใจ อย่างหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่มุมนึง พระที่เดินเข้ามาหาเขา หยุดมองอยู่นาน ยงยุทธค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองพระ
“ต้องการความช่วยเหลืออะไรไหมโยม”
“ไม่ครับ...”
“ท่าทางโยมเหมือนแบกเอาไว้แต่ความทุกข์นะ”
“ผมไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับ” ยงยุทธยกมือไหว้พระ แล้วค่อยๆลุกเดินจากไป

แย้มนอนมองรูปถ่ายยงยุทธตอนรับปริญญาในกรอบไม้แบบตั้งโต๊ะ น้ำตาไหล
พะยอม ถือชามข้าวต้มนั่งลงข้างๆเตียง ”แม่...กินข้าว”
“ไม่หิว”
“ไม่หิวก็ต้องกิน แข็งใจกินซะหน่อย”
“อย่ามาเซ้าซี้กู กูบอกหิว ก็ไม่หิวสิ”
“ไม่งั้นก็ต้องไปนอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล แม่เลือกเอาละกัน” แย้มส่ายหน้า ร้องไห้ พะยอมปลอบ “แม่...ทุกคนเป็นห่วงแม่นะ”
“ห่วงแล้วมันจะทิ้งกูไปยังงี้เหรอ” พะยอมถอนใจ แย้มถามลูกสาว “มึงตามหมอมาหากูได้ไหม”
“หมอรัตน์น่ะเหรอ เขาก็ต้องทำงานของเขานะ เขาจะว่างเหรอ” แย้มร้องไห้กระซิก พะยอมสงสารแม่ “ฉันจะลองโทรดูละกัน” พะยอมขยับออกมา

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 12/4 วันที่ 9 พ.ค. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ