อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 12/5 วันที่ 9 พ.ค. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 12/5 วันที่ 9 พ.ค. 58

“หมอรัตน์น่ะเหรอ เขาก็ต้องทำงานของเขานะ เขาจะว่างเหรอ” แย้มร้องไห้กระซิก พะยอมสงสารแม่ “ฉันจะลองโทรดูละกัน” พะยอมขยับออกมา
มือแย้มค่อยๆ เอื้อมไปถึงรูปยงยุทธแล้วหยิบมากอด ร้องไห้กระซิก “ยงยุทธ ยงยุทธหลานย่า”
พะยอมหันกลับมามอง ถอนใจ แย้มอารมณ์ผันผวน เมื่อความเป็นจริงกลับเข้ามาหลอนในจิตใจ แย้มเหวี่ยงรูปนั้นทิ้ง เสียงกระจกกรอบรูปแตก พะยอมได้แต่เอือมระอา ส่ายหน้าแล้วออกไป
กรอบรูปแตกยับบนพื้น แย้มร้องไห้โฮเหมือนใจจะขาด ผมแย้มหงอกขาวขึ้นมากมายอย่างเห็นได้ชัด

พะยอมเดินลงมาข้างล่าง ตั้งใจจะโทรหาหทัยรัตน์ แต่ชะงักเพราะลือพงษ์เดินเข้ามาในบ้าน ทั้งคู่มองกันชั่วขณะ เหมือนมีเรื่องให้ได้พูดคุยมากมาย แต่ก็ไม่อยากคุย เหมือนคนแปลกหน้าที่ไม่คุ้นเคยก็เหมือน


ลือพงษ์ตัดสินใจ เป็นคนเริ่มก่อน “มาเยี่ยมแม่เค้า ได้ยินว่าไม่ค่อยสบาย”
“คนแก่หมดกำลังใจ ยาอะไรหมอไหนก็คงช่วยไม่ได้หรอก นอกจากหลายชายคนโปรดจะกลับมา”
“มันเป็นเรื่องเวรกรรม” พะยอมมองนิ่งไม่คิดว่าคนอย่างลือพงษ์ ก็คิดแบบนี้เป็น “ทำอะไรไว้ก็ต้องได้อย่างนั้น”
“แม่แกยังไม่ยอมรับความจริงหรอก ทำได้ดีที่สุดก็แค่ปลอบใจ ด่ามาก็ต้องทนๆเอา เพราะยังไงก็แม่”
“เหนื่อยหน่อยนะพะยอม” พะยอมค่อยๆมองผัวเต็มตา หลังจากนานจนลืมไปแล้ว ว่านานเท่าไรที่ไม่เคยได้รับความห่วงใยแบบนี้ ลือพงษ์สรุป “มีอะไรให้ช่วยก็บอกละกัน”

หทัยรัตน์ใช้โทรศัพท์ของระพีพรรณ “ค่ะ คุณอา..ค่ะ เย็นๆเลิกงานแล้ว หนูจะเข้าไปละกันค่ะ...ค่ะ สวัสดีค่ะ” เธอกดวางสายแล้วส่งโทรศัพท์ คืนให้ระพีพรรณ “จะเข้าไปด้วยกันไหมระพี”
“ไม่ดีกว่า ย่าแย้มเห็นหน้าเค้า จะยิ่งพาลอาการกำเริบเปล่าๆ”
“โรคทางใจแท้ๆเลย”
“อยู่ที่ยงยุทธคนเดียว ... ตกลงเขาจะเอายังไงกับชีวิต”
“ถ้าเขาตัดคุณย่าเขาได้ เขาก็อาจจะตัดรัตน์ออกไปจากชีวิตของเขาได้เหมือนกัน..ใช่ไหมระพี”
ระพีพรรณสงสารเพื่อน
สุดาเดินเข้ามา ยืนมองแย้มที่นอนตะแคงหันหลังให้เหมือนหลับอยู่ สุดามองหากระเป๋าใบเก่งของแย้ม เห็นวางซุกไว้ข้างตัวแย้มผ้าห่มปิดไว้นิดหน่อย สุดาเอื้อมมือไปจะหยิบกระเป๋าใบนั้น
แย้มขยับตัว “หมอรัตน์ เหรอลูก”
สุดาสะดุ้งเฮือก ชักมือกลับแทบไม่ทัน
แย้มพลิกตัวกลับมา “มึงจะเอาอะไร”
“เปล่าค่ะ”
“ก็มึงจะหยิบกระเป๋ากู”
สุดา หงุดหงิดในใจเสือกรู้อีกอีแก่ “อ๋อ..หนูจะหาสมุดบัญชีเงินกู้รายวันไงคะคุณแม่ นี่ไม่ได้ออกไปเก็บหลายวันแล้ว ป่านนี้อีพวกลูกหนี้ มันตีปีกคิดว่าคุณแม่ยกหนี้ให้พวกมันกันหมดแล้ว หนูจะไปเก็บดอกให้คุณแม่น่ะค่ะ”
แย้มพยายามลุกขึ้นเหมือนปวดเมื่อย ปวดร้าวไปทั้งตัว เปิดกระเป๋าหยิบสมุดจดเยินๆ เล่มนั้นออกมา “อีหน้าไหนมันคิดจะเบี้ยวกู มึงบอกมันไปเลยว่ากูเอาถึงตายแน่”
สุดามองสมเพช ทรุดโทรมขนาดนี้ยังปากดีนะอีแก่
แย้มส่งสมุดให้ สุดายื่นมือมารับ แต่แย้มก็ไม่ปล่อยสมุดง่ายๆ “สั่งลูกชายมึงด้วย ถ้ายังขืนไปเดินตามตูดลูกสาวอีอุไร พวกมึงจะไม่ได้อะไรจากกูเลย แม้แต่สตางค์แดงเดียว” แย้มเสือกไสสมุดจนหลุดมือ ร่วงลงพื้น
“แหมคุณแม่ก็..ตาปวริศมันก็หว่านเสน่ห์ของมันไปทั่วแหละค่ะ มันรู้ว่ายังไงหลานสาวยัยอ่ำก็ไม่มีทางได้มาเป็นหลานสะใภ้คุณแม่หรอก”
แย้มโบกมือไล่สุดาอย่างเพลีย และรำคาญ ล้มตัวลงนอนต่อ สุดาก้มลงเก็บสมุด มองแย้มอย่างสมเพช

หทัยรัตน์กำลังจะขึ้นบันได สุดาสวนลงมาพอดี กำลังเก็บสมุดบัญชีเงินกู้เข้ากระเป๋าถือ
หทัยรัตน์ไหว้ “สวัสดีค่ะคุณอา”
“อ้าว หมอรัตน์” สุดารับไหว้ “สวัสดีจ้ะ มาเยี่ยมคุณย่าเหรอจ๊ะ”
“ค่ะ ได้ยินว่าท่านไม่สบาย”
“ฮือ...อารมณ์ไม่ดีเลย ใครก็เข้าหน้าไม่ติด อาละกลุ้มใจจริงๆ ไม่รู้อีกนานแค่ไหน ถึงจะยอมรับความจริง”
“ความจริงอะไรคะ”
“อ้าวก็ความจริงที่ว่า หลายชายคนโปรดคงไม่มีวันกลับมาแล้วไงจ๊ะ”
หทัยรัตน์อึ้งไม่ให้กำลังใจกันเลย “หนูว่ายังไงเขาก็ต้องกลับมาค่ะ”
“หมอ .. ถึงอาจะไม่ได้เลี้ยงยงยุทธเขามา แต่อาว่าอาดูไม่ผิดหรอกนะ ตายจริง.. อาขอโทษนะ อาลืมไปว่าหนูกับยงยุทธเป็นแฟนกัน ยังไงอาก็เป็นกำลังใจให้ก็แล้วกันนะจ๊ะ” สุดาเดินออกมา
ลึกๆแล้วสุดาก็อยากให้หทัยรัตน์สลัดรักยงยุทธ เพราะจะทำให้แย้มผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะได้เกลียดยงยุทธมากๆ และไม่ยกสมบัติให้ยงยุทธ

แย้มยังนอนซม หทัยรัตน์เข้ามาในห้องเห็นกรอบรูปที่แตกบนพื้น เก็บขึ้นมาจึงได้เห็นว่าเป็นรูปยงยุทธ หทัยรัตน์สะเทือนใจ น้ำตาซึมเหมือนกัน เขาไม่ได้ทิ้งย่าคนเดียวแต่ทิ้งเธอด้วย
“หมอรัตน์เหรอลูก”
“ค่ะคุณย่า” แย้มพลิกตัว เอื้อมมือมา
หทัยรัตน์วางรูปแล้วขยับไปข้างเตียง จับมือไว้อย่างรู้ว่าหญิงชรา ต้องการกำลังใจอย่างมาก
แย้มกุมมือหทัยรัตน์ ไปกอด ร้องไห้ฟูมฟาย “ย่าขอโทษนะลูก ย่าไม่ได้อยากให้มันเป็นยังงี้เลย ย่าไม่คิดว่าเขาจะใจดำขนาดนี้ เขาคงเกลียดย่ามาก คงเกลียดที่นี่ จนไม่อยากกลับมาเหยียบ เขาไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น ความรักของย่ามันไม่มีความหมายอะไรกับเขาเลย”
“คุณย่าอย่าเพิ่งคิดมากสิคะ หนูเชื่อว่ายังไงยงยุทธเขาก็ต้องกลับมาค่ะ”
“แปลว่าหนูรู้ใช่ไหมว่าเขาอยู่ที่ไหน”
“หนูไม่ทราบค่ะ”
“โกหก” แย้มหลุดออกมาอย่างยั้งอารมณ์ตัวเองไม่ได้
“หนูไม่ทราบจริงๆ ค่ะคุณย่า”
“กูไม่เชื่อ พวกมึงสุมหัวกันเอาหลานกูไปซ่อน ทำไมกูจะไม่รู้” หทัยรัตน์ตกใจที่แย้มอารมณ์แปรปรวนขนาดขึ้นมึงกู แย้มเหมือนจะรู้ตัว ร้องไห้ฟูมฟาย ”ย่าขอโทษ...ย่าขอโทษ”
“คุณย่าพักผ่อนให้มากๆเถอะนะคะ อย่าเพิ่งคิดอะไรมาก”
“ถ้าหนูเจอเขาฝากบอกเขาด้วยนะลูกว่าย่าเสียใจ อย่าทำอย่างนี้กับย่าเลย ย่าใจจะขาด สงสารย่าบ้าง...นะลูกนะ”
“ค่ะคุณย่า” หทัยรัตน์สะท้านใจ เธอเองก็คงไม่มีโอกาสสื่อสารสิ่งนี้ไปให้เขาหรอก ในเมื่อเขาทำตัวเป็นบุคคลสูญหายไปจากโลกนี้แล้ว

ที่โรงพยาบาล ธนานั่งรอเห็นหทัยรัตน์เดินเข้ามา
“มีอะไรรึเปล่า”
“เค้าต้องเข้ากรุงเทพหลายวัน รัตน์อยากได้อะไรรึเปล่า จะได้ซื้อมาฝาก”
“ไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น”
“ยงยุทธติดต่อกลับมาอีกรึเปล่า”
“รอ...นานแค่ไหนก็ต้องรอ”
“คนมันใจดำยังงั้น รอทำไมให้เหนื่อย รักทำไมให้เจ็บเปล่าๆ ตัดมันออกไปจากหัวใจซะไม่ได้เหรอ”
“ทำยังไงได้.. รักไปแล้ว ยังไงก็ต้องรอ”
“ในเมื่อรัตน์ตั้งใจรอ เค้าก็คงต้องรอเหมือนกัน เพราะเค้ารักรัตน์ไปแล้ว เค้าจะรอด้วยความหวัง ว่าสักวันถ้ารัตน์ลืมเขาได้แล้ว เราจะได้เริ่มต้นกันใหม่”
“จะมัวมาเสียเวลากับรัตน์ทำไม”
“ก็รัตน์เป็นคนเดียวในหัวใจธนานี่”
หทัยรัตน์จังงังกับคำพูดแสนจริงใจของธนา

อุไรรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน ปวริศเดินยิ้มเข้ามา “ให้ผมช่วยนะครับคุณน้า”
“ไม่ต้อง ธุระอะไร”
“ผมมารอระพีน่ะครับ นัดกันไว้ว่าจะออกไปกินข้าวด้วยกัน”
“ไม่ข้ามหัวเกินไปหน่อยเหรอ”
“แต่วันก่อน คุณน้ารับปากแล้วนี่ครับ เรื่องผมกับระพี”
“เหรอ”
“เรากันกันจริงๆนะครับ อายุเราก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว เราอยากสร้างครอบครัวด้วยกันนะครับ”
“เหรอ”
“คุณน้าอยากให้ผมส่งเถ้าแก่มาสู่ขอให้เป็นงานเป็นการเมื่อไรก็ได้ครับ แล้วแต่คุณน้าสะดวก”
“เมื่อไหร่ดีล่ะ”
“พรุ่งนี้เลยก็ได้ครับ...ผมพร้อม”
“ฤกษ์ยังไม่ดีพอมั้ง”
“งั้นผมไปหาฤกษ์ก่อนก็ได้ครับ แล้วจะแจ้งคุณน้ามาล่วงหน้า”
“ไม่ต้อง เพราะฉันมีฤกษ์ให้อยู่แล้ว”
“ครับ” ปวริศยิ้มมีกำลังใจ
“ฉันเป็นคนรักษาคำพูด ฉันรับปากพี่สาวฉันไว้ก่อนตาย ฉันก็จะทำอย่างนั้น”
“ขอบพระคุณครับคุณน้า”
“แต่เรื่องส่วนตัวของฉัน ฉันก็ต้องรักษาไว้เหมือนกัน หวังว่าคงจะเข้าใจ”
“ครับ”
“ฉันเองก็บอกไม่ได้ ว่าฤกษ์ดีน่ะเมื่อไหร่แน่ แต่อยากจะแนะนำว่าไปหาผู้หญิงคนอื่นที่เหมาะสมกว่าลูกสาวฉันจะดีกว่า อย่ามารอฤกษ์จากฉันเลย จะเสียเวลาเปล่า”
“นานแค่ไหนผมกับระพีก็รอได้ครับ ขอแค่คุณน้าสบายใจ”
“อืม..เข้าใจอะไรๆง่ายดี”
“เมื่อไรครับ..ฤกษ์ดีที่คุณน้าว่า”
“ทันทีที่อีผู้หญิงแก่ที่ชื่อว่าอีแย้มตายแล้วน่ะแหละ”
ปวริศหน้าชาวูบ พลังความเกลียดชังพุ่งเข้าปะทะอย่างแรง อุไรยิ้มเย็นอิ่มเอมใจ

สุดานั่งนับเงินดอกเบี้ยเงินกู้ที่เก็บมาจากตลาด อย่างมีความสุข
ประยูรโวย “เมื่อไรจะยกข้าวปลามากินวะ หิวแล้วนะโว้ย”
“นับเงินอยู่ ..ไม่เห็นรึไง”
“ก็เอาไว้นับทีหลัง ไม่ได้รึไง”
“แล้วยกเองไม่เป็นรึไง ทำไมต้องรอให้ฉันยกมาให้ด้วย”
“เงินมันสำคัญกว่าผัวแล้วรึไงเนี่ย”
“นี่มันก็เงินแม่คุณทั้งนั้นแหละ”
ปวริศกลับเข้ามาพอดี
ประยูรสงสัย “อ้าวไหนว่าวันนี้ไม่กลับมากินข้าวบ้านไง”
“เซ็งครับ กินข้าวบ้านดีกว่า”
สุดาบ่น “ผู้หญิงอื่นมีถมไป ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมแกถึงปักใจอยู่แต่กับลูกสาวบ้านโน้น มันรู้ว่าแกหลงมันมากๆ มันก็เล่นตัวเอายังงี้แหละ”
“คุณแม่รู้ได้ยังไง ว่า..”
“แกมันก็เสียอยู่เรื่องนี้เรื่องเดียวน่ะแหละ”
“มันอาจจะถึงเวลาที่ผมต้องกลับมาคิดใคร่ครวญใหม่แล้วก็ได้ครับ” ปวริศเดินขึ้นข้างบนไป

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 12/5 วันที่ 9 พ.ค. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ