อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 13/2 วันที่ 10 พ.ค. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 13/2 วันที่ 10 พ.ค. 58

“กูว่าเงินนี่มันไม่ครบ”
“เก็บมาได้เท่าไรหนูก็ส่งแม่หมดแหละจ้ะ”
“ถ้ามึงไม่เม้มไว้แล้วมันจะได้แค่นี้ได้ยังไง”
“เอ่อ..”
“มึงบอกกูมา”
“ช่วงนี้เด็กๆมันเปิดเทอม มันก็ฝืดยังงี้แหละแม่”
“อีหน้าไหนมันกล้าเบี้ยวกู”

ยงยุทธเดินสำรวจรีสอร์ตกับวสันต์
“ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกรุ๊ปมาสัมมานา เพราะเรามีห้องประชุมหลายขนาดให้ลูกค้าเลือกใช้ แล้วแต่กรุ๊ปเล็ก กรุ๊ปใหญ่ ลูกค้าวอล์คอินมีบ้าง แต่ไม่มาก จะวุ่นวายหน่อยก็ช่วงหน้าหนาวไฮซีซั่น นายคิดว่าทำไหวไหม เอาให้สบายใจนะโว้ยไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอเวลาฉันเรียนรู้งานซักพักนึง ฉันว่าฉันทำได้ ฉันชอบที่นี่ เงียบ สงบดี ขอบใจนายนะที่อุตส่าห์ช่วย”
“จากผู้จัดการแบงก์ลองมาเป็นผู้จัดการรีสอร์ตดูเพื่อน ขาดเหลืออะไรก็บอกละกัน ไม่ต้องเกรงใจ”



ยงยุทธยิ้มตอบ สบายใจขึ้น
ห้องตรวจ โรงพยาบาล หทัยรัตน์เขียนใบจ่ายยาให้คนไข้เสร็จ ก็ยื่นให้คนไข้ “เอาใบนี้ไปยื่นรับยาที่แผนกจ่ายยานะคะคุณป้า” คนไข้รับใบจ่ายยา แล้วไหว้หทัยรัตน์ หทัยรัตน์รับไหว้ “อย่าลืมดื่มน้ำอุ่นๆ เยอะๆ นะคะคุณป้า” คนไข้ออกไปจากห้องตรวจ
หทัยรัตน์เริ่มเก็บเครื่องมือเข้ากล่อง เพราะนึกว่าคนไข้หมดแล้ว พยาบาลผู้ช่วยเปิดประตูเข้ามา วางแผ่นข้อมูลคนไข้ลงให้หทัยรัตน์
“อ้าว...นึกว่าคนไข้หมดแล้ว”
“ยังเหลืออีกคนนึงคะ” พยาบาลแอบอมยิ้ม พยาบาลเปิดประตูออกไปเรียกคนไข้ “เชิญค่ะ” ขณะที่หทัยรัตน์ดูแผ่นประวัติคนไข้ที่ไม่ระบุอะไรเลยงงๆ
คนไข้คนนั้นเข้ามานั่งลง จังหวะเดียวกับที่หทัยรัตน์เงยหน้าขึ้นมองพอดี “มีอาการอะไรบ้างคะ”
ธนายิ้ม “คุณหมอท่าทางเหนื่อยจังเลยนะครับ”
“มาเล่นตลกอะไรเนี่ย นี่เวลาราชการนะ”
“ป่วยจริงๆครับ ไม่ได้เล่นตลกครับ”
“บอกอาการมา”
“กินไม่ค่อยได้ นอนไม่ค่อยหลับครับ มันเหมือนมีภาพหลอนตลอดเวลา ภาพนั้นมันรบกวนสมาธิผมมากครับคุณหมอ”
“ภาพอะไร”
“ก็ภาพคุณหมอไงครับ”
“นี่อย่ามาทำอะไรเฉิ่มๆ แถวนี้ขอร้อง”
“อาการผมยังไม่หมดนะครับ...บางทีมันก็รู้สึกปวดๆที่ตรงนี้” ธนาชี้ที่หัวใจ
“พอได้แล้ว”
“คุณหมอวินิจฉัยโรคได้แล้วเหรอครับ เอาเครื่องฟังมาลองฟังดูก่อนดีกว่า เพราะผมว่าหัวใจผมมันกำลังเต้นแรงผิดปกติครับ” ธนาถือวิสาสะหยิบเครื่องฟังหัวใจมาใส่หูตัวเอง ฟังหัวใจตัวเอง “คุณหมอไม่เชื่อลองฟังดูสิครับ” ธนาจะให้หทัยรัตน์ฟังให้ได้
หทัยรัตน์ขำอายมากกว่าเคือง “บ้า”

ที่ร้านอาหาร พนักงานเข้ามาเคลียร์เก็บจานอาหารออกจากโต๊ะ “ขออนุญาตเก็บจานนะครับ จะรับของหวานเป็นอะไรดีครับ”
ธนา หทัยรัตน์ พูดพร้อมกัน “ไอศกรีมชาเขียว”
หทัยรัตน์โวย “ทำไมต้องสั่งอย่างเดียวกันด้วย”
“เค้าสั่งให้ตัวเองต่างหากชาเขียวหนึ่ง รัมลูกเกดหนึ่ง”
“สักครู่นะครับ” พนักงานยกจานชามออกไป
“เค้าถามอะไรอย่างสิ มือถือก็ดูเวลาได้ ทำไมตัวเองยังใส่นาฬิกาอยู่ล่ะ”
“เวลางาน ยังไงก็ต้องปิดมือถืออยู่ดี จะให้เบียดบังเวลาราชการได้ยังไง”
“แต่นาฬิกานั่นน่ะ มันไม่เดินแล้ว”
หทัยรัตน์ชะงัก “เห็นด้วยเหรอ”
“อะไรที่เป็นรัตน์ อยู่ในสายตาและหัวใจของธนาทั้งนั้นแหละ”
“ไปจำมาจากละครเรื่องไหนมาพูดเนี่ย”
“คิดเองพูดเอง เพราะมันออกมาจากหัวใจ”
หทัยรัตน์เห็นสายตาธนาแล้วไม่กล้าสบ “นาฬิกาเรือนนี้ ยงยุทธให้เค้าเป็นของขวัญตอนที่เราเรียนจบ”
“เค้าจำได้ ...แต่มันไม่เดินแล้ว รัตน์จะใส่อยู่อีกทำไม”
“เค้าเคยบอกว่า ทุกนาทีเราจะได้คิดถึงกัน เวลาที่ดูนาฬิกาเรือนนี้”
ธนานิ่งงัน...ยังไงก็อดน้อยใจไม่ได้
พนักงานยกถาดไอศกรีมมาเสริฟแล้วออกไป
หทัยรัตน์เห็นธนาจ๋อยก็อดสงสารไม่ได้ “ขอชิมรัมลูกเกดหน่อยสิ” หทัยรัตน์เอื้อมมือมาตักไอศกรีมของธนาไปกิน
ธนาค่อยยิ้มออก เลื่อนรัมลูกเกดของตัวเองไปกลางโต๊ะ หทัยรัตน์เลื่อนชาเขียวของตัวเองมาอยู่ข้างๆ รัมลูกเกดแล้วยิ้มให้ ทั้งสองคนแชร์ไอศกรีมกันกิน เท่านี้ธนาก็มีความสุขแล้ว

โรงพยาบาลตึกอายุรเวช ระพีพรรณเป็นแพทย์เวรคืนนี้..กำลังตรวจบันทึกข้อมูลคนไข้
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ระพีพรรณหยิบโทรศัพท์มาดูแล้วทั้งแปลกใจและดีใจ กดรับทันที “ผู้กอง”
“ระพี..เมื่อสักพัก ตำรวจทางหลวงวิทยุเข้ามาแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำตายคาที่หลายราย รถมูลนิธิกำลังพาคนเจ็บสาหัสไปส่งโรงพยาบาล”
“คืนนี้เค้าเข้าเวรตึกอายุรเวช”
“ตัวเองลงมาดูหน่อยเถอะ เพราะคนไข้อาการสาหัสคนนั้นน่ะคืออาลือพงษ์”
“พ่อ”
ระพีพรรณ ผลักประตูออกมา และรีบเร่งไปตึกอุบัติเหตุ โทรศัพท์ดังขึ้นอีก เธอรีบหยิบขึ้นมาดู กดรับสาย “แม่..มีอะไรรึเปล่าคะ”
“ยายท้องเสีย ถ่ายมาตั้งแต่ตอนเย็น แม่กำลังพาไปโรงพยาบาล เดี๋ยวแกลงมาช่วยดูหน่อยสิ”
“ค่ะๆ เดี๋ยวระพีลงไปรับ” ระพีพรรณรีบเร่ง...ทุกอย่างประดังประเดมาเกิดขึ้นพร้อมกัน

ด้านหน้าตึกอุบัติเหตุ รถอุไรแล่นเข้ามาจอด บุรุษพยาบาลเข็นรถเข็นออกมารับคนไข้ทันที พร้อมๆกับที่ระพีพรรณออกมารับอ่ำ ช่วยประคองลงจากรถ
“อาเจียนด้วยรึเปล่ายาย”
อ่ำส่ายหน้า “ถ่ายท้องอย่างเดียว”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่น่าใช่อาหารเป็นพิษ”
อุไรฝากลูกสาว “ดูแลยายด้วยละกัน”
รถมูลนิธิที่เปิดไซเร็นมาแต่ไกล พุ่งเข้ามาจอด
ระพีพรรณหันไปบอกแม่กับยาย “รถคว่ำมาน่ะจ้ะ มีคนเจ็บอาการสาหัส”
อ่ำรีบบอก “ให้เขาช่วยคนเจ็บก่อนเถอะ”
เจ้าหน้าที่ บุรุษพยาบาล ช่วยกันนำตัวคนเจ็บลงจากรถ ระพีพรรณพุ่งเข้าไปดูคนเจ็บ ช่วยประคองเครื่องช่วยหายใจ คนเจ็บเลือดเต็มตัว จนอ่ำต้องเบือนหน้าหนี
“พ่อ..พ่อ ได้ยินระพีไหมจ๊ะ” ระพีพรรณเช็คอาการรับรู้
อุไรชะงักทันที มองคนไข้ที่กำลังถูกเปลี่ยนเตียงเต็มตา ลือพงษ์ไม่มีสติเหลือ เลือดท่วมแต่อุไรก็จำได้ ... ใจหายวาบและช็อค เมื่อเผชิญหน้าความเป็นความตาย

หน้าห้องฉุกเฉิน พะยอมรีบเร่งเข้ามากับปวริศ อุไรยืนมองอยู่มุมนึง อารมณ์แทบไม่ต่างกัน เพียงแต่พะยอมฟูมฟายมากกว่า
“เข้าไปได้ไหม อาเข้าไปได้ไหม”
“ระพีคงดูแลอยู่ข้างในน่ะครับ อาเข้าไปไม่ได้หรอกครับ”
พะยอมเช็ดน้ำตา มือไม้สั่นด้วยความตกใจ
อุไรยืนมองนิ่ง สิ่งที่รู้สึกอยู่ขณะนี้ คือความรักความผูกพันที่พะยอมมีต่อลือพงษ์มากมายกว่าเธอหลายเท่าตัวนัก
ปวริศเห็นอุไร ยกมือไหว้ พะยอมหันไปเห็นอุไร อุไรเป็นฝ่ายขยับเดินเข้ามาหา
“ระพีมันดูแลเต็มที่อยู่แล้ว...พ่อมันทั้งคน มันคงไม่ปล่อยให้เป็นอะไรไปต่อหน้าต่อตาหรอก”
ไม่มีคำพูดอะไรอีก ผู้หญิงสองคนแชร์อารมณ์ความรู้สึกเดียวกันอย่ามีใครต้องจากไปด้วยความตายในตอนนี้เลย

แย้มหวีผมหน้ากระจกแล้วหยิบทองมาสวม สุดามองตาไม่กระพริบ
“วันหลังมาย้อมผมหงอกให้กูด้วย”
“ปวริศบอกว่าพ้นขีดอันตรายแล้วแต่ยังต้องอยู่ในห้องฉุกเฉิน หมอยังห้ามเยี่ยม แล้วแม่จะไปทำไม”
“ใครบอกมึงว่ากูจะไปเยี่ยมไอ้พงษ์”
“อ้าว”
“กูจะไปดูน้ำหน้าอีพวกที่มันเบี้ยวหนี้กู”
สุดากังวล เดี๋ยวความแตก “โธ่...แม่ เราก็ทบต้นทบดอกอยู่แล้ว”
“กูจะไปสั่งสอนพวกมันซะหน่อย”

ที่ตลาดสด แม่ค้าบางคนนั่งหาวนอน บางคนงีบเอาแรง บางคนหาผมหงอกให้กัน เพราะเป็นเวลากลางวัน ลูกค้าเดินซื้อของแทบไม่มี แย้มเดินนำสุดาลิ่วๆ เข้ามาแต่ไกล สุดาแทบตามไม่ทัน
“แม่..หนูว่า อย่าไปยุ่งกะคนพวกนี้เลย หยวนๆไปเหอะ วันหลังหนูจัดการเอง” สุดากลัวความแตกว่าเงินไม่ครบเพราะตัวเองเม้มเงินไว้เอง
แย้มไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น ก้าวมาหยุดกลางตลาด Wอีตัวไหนมันเบี้ยวเงินกู ถึงเวลาแล้วไม่จ่ายดอกจ่ายต้น” แม่ค้าที่งัวเงียกันอยู่ ลุกมามอง แย้มชึ้หน้าด่ากราด “กูมาเตือนเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าคิดจะลองดีกะกู พวกมึงไม่มีที่ทำมาหาแดกกันแน่”
“อ้าว .. ขายของก็ไม่ดีอยู่แล้ว ไหงมาแช่งกันยังงี้ละแม่แย้ม”
“พวกมึงมันสันหลังยาว ก็จนกันไปยังงี้จนตายน่ะแหละ”
“ใครจะไปรวยอย่างแม่แย้มล่ะยะ รวยเอาๆ เพราะขูดเลือด ขูดเนื้อ ชาวบ้านเขาเนี้ย ไม่กลัวตกนรกอย่างชาวบ้านเขาสาปแช่งบ้างรึไง”
“อีเม้า อีปากเน่า”
“เออก็กูขายปลาร้านี่โว้ย”
แย้มคว้าไข่ในแผงเขวี้ยงใส่แม่ค้า
“แม่อย่าทำยังงั้น” สุดาทำเป็นห้ามเพราะรู้ดีว่ายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
แย้มเขวี้ยงไข่ไม่ยั้ง แม่ค้าเลือดขึ้นหน้า กระโจนออกมาเผชิญหน้าแย้ม “อีแย้ม...อี..เหี้ย”

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 13/2 วันที่ 10 พ.ค. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ