อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 13/4 วันที่ 10 พ.ค. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 13/4 วันที่ 10 พ.ค. 58

“แม่รู้ไหม แม่ทำยังงี้ แม่ไม่ได้เดือดร้อนคนเดียว ฉันก็เดือดร้อน ปวริศมันก็ต้องเดือดร้อน ถ้าถูกสอบทางวินัยขึ้นมา แม่คิดข้อนี้บ้างไหม”
แย้มร้องไห้ฟูมฟายตีอกชกหัว “พวกมึงมันดีกันทั้งนั้น กูมันเลวกูมันชั่ว ไม่มีใครรักกูเลย กูมันอาภัพ ลูกหลานกี่คนๆมันก็ไม่สำนึกค่าน้ำนมของกูที่เลี้ยงดูให้มันเป็นตัวเป็นตน” แย้มโอดครวญน้ำตาจะเป็นสายเลือดให้ได้
ประยูรได้แต่ยืนมอง นับวันแย้มยิ่งดิ่งลงไปสู่นรกภูมิลึกลงทุกที

พะยอมกำลังเช็ดตัวให้ลือพงษ์ ประตูถูกเปิดเข้ามา พะยอมหันมามองแล้วชะงัก เหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง “ชัย...มาได้ยังไงเนี่ยลูก พี่ระพีไปรับรึไง”
“เปล่าครับ.. ผมออกมาเอง พี่ระพีโทรไปบอกว่าพ่อรถคว่ำ ผมตัดสินใจออกมาเองครับแม่ ผมว่าผมแข็งแรงพอที่จะไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับไอ้ยานรกนั้นอีกแล้วครับ”


พะยอมซึ้งน้ำใจลูก..ลูบหัว แล้วดึงตัวไปกอด
ลือพงษ์มองอยู่นาน “ชัย” ลือชัยค่อยๆผละจากพะยอม เข้าหาลือพงษ์ “ถึงเวลาต้องดูแลแม่เขาให้ดีๆแล้วนะลูก”
“พ่อ...ผมขอโทษ ผมมันไม่เอาไหน เกิดมาเป็นลูกผู้ชายซะเปล่า แต่ไม่เคยทำให้พ่อกับแม่ภูมิใจได้เลยซักครั้ง..ผมขอโทษ” ลือชัยฟุบลงร้องไห้ข้างตัวลือพงษ์
มือลือพงษ์วางลูบหัวลูก “แค่คิดได้ พ่อกับแม่ก็ดีใจที่สุดแล้วลูก... พ่อก็ต้องขอโทษชัยเหมือนกัน ..พ่อไม่เคยมีเวลาให้ลูกเลย แต่อย่างนึงที่พ่ออยากจะบอกลูกเสมอ ยังไงชัยก็เป็นลูกของพ่อ พ่อรักลูกมากนะ”
ลือชัยมีคำพูดมากมายที่อยากจะพรั่งพรูออกมาแต่มันจุกแน่นอยู่ตรงคอหอยได้แต่ร้องไห้ พะยอมน้ำตาไหลพรากๆ
“ทุกคนก้าวพลาดแล้วล้มกันได้ทั้งนั้น แต่คนกล้าเท่านั้นแหละที่พร้อมจะลุกขึ้นมาเดินต่อไปนะลูก”
ลือชัยจับมือลือพงษ์ขึ้นคุ้มกะลาหัวตัวเอง แทนการรับพรทั้งหมด พะยอมเอื้อมมือมาลูบหลังไหล่ลูกชายทั้งน้ำตา

ระพีพรรณฝากฝังน้องชาย “ต่อไปกิจการของพ่อคงต้องฝากไว้ชัยแล้วนะ”
“ผมคงไหวหรอกพี่”
“อะไรกัน ยังไม่ได้เริ่มทำเลยก็ถอดใจซะแล้ว”
“ผมมันหัวไม่ดีนะพี่ระพี”
“เยอะแยะไปที่คนหัวดีต้องยอมแพ้คนที่มีความพยายาม”
ปวริศสนับสนุน “ค่อยๆเรียนรู้งานไปเถอะชัย ไม่มีใครรู้ทุกอย่างมาตั้งแต่เกิดหรอก อยู่ที่ใจนายเอง สู้หรือไม่สู้.เรื่องที่แย่สุด นายยังสู้แล้วก็เอาชนะมันได้มาได้เลย ทุกคนพร้อมจะช่วยนายนะ ไม่มีใครทอดทิ้งนายหรอก”
ลือชัยได้กำลังใจมากมาย
“อย่างนึงที่ชัยต้องระลึกเอาไว้เสมอนะ พ่อสร้างทุกอย่างเอาไว้ให้ชัยด้วยความรัก ถ้าชัยอยากจะตอบแทนพ่อชัยต้องสานต่อทำมันไปให้ได้”
ลือชัยน้ำตาคลอ มุ่งมั่น “ครับพี่ระพี”

ปวริศยังเดินตามระพีพรรณไม่ยอมห่าง
“เค้าจะกลับขึ้นไปทำงานแล้ว มาเดินตามอยู่ได้ จะไปไหนก็ไปไป๊”
“งั้นเลิกงานเจอกันนะ”
“ไม่งอนต่อล่ะ”
“ไม่ดีกว่า เสียดายเวลารักกัน”
“ไม่กลัวแม่เค้าแล้วเหรอ”
“กลัวเหมือนเดิมแหละ แต่รักลูกสาวเขาขนาดนี้ ก็คงต้องทำใจดีสู้เสือแล้วละ”
“จะคอยดูน้ำยา”
“เค้าคนเดียวสู้ไม่ไหวหรอก เราต้องร่วมมือกันถึงจะถูก รักกันให้มากกว่าเดิม แม่ตัวเองจะได้เห็นไงว่า อุปสรรคอะไรก็ต้องพ่ายรักแท้แน่นอน”
“ไปจำมาจากท้ายรถบรรทุกคนไหนแหงๆเลย” ระพีพรรณเดินแยกออกไปด้วยรอยยิ้ม
ปวริศยังปักหลักที่เดิม ระพีพรรณหันกลับมามองอีกที ปวริศทำเนียนยกมือขึ้นชูสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้ระพีพรรณ ระพีพรรณทั้งขำทั้งอาย

แม่ค้าคู่ความกับแย้ม โวยวายเสียงดัง “โอ้ย..จะมาขอประนีประนอมยอมความอะไรกันตอนนี้”
สุดามาเจรจาแทนแย้ม “ฉันขอร้องละจ๊ะ ไหนๆ ตำรวจเขาก็ยังไม่ได้ลงบันทึกประจำวัน ถอนฟ้องได้ก็ถอนซะเถอะ อย่ามีเรื่องมีราวกันถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลเลย”
“ยังไงฉันก็ต้องเอาอีแย้มติดคุกให้ได้”
“โธ่ คนเคยๆเห็นๆ กันอยู่ อีกอย่างจะว่าไปแม่แกช่วยเหลือมีบุญคุณกับพวกเราไม่ใช่น้อยนะ ยามยากก็ได้พึ่งพา อาศัยกันมา”
“จะให้ถอนฟ้องน่ะ มีอะไรมาแลกล่ะยะ”
“ก็ลองเรียกมาสิจ๊ะ”
“แสนนึง”

แย้มตกใจเมื่อรู้เรื่องจากสุดา “กูไม่จ่ายให้มันหรอก ตั้งสามแสนแค่ถอนฟ้องแค่นี้ อีบ้ามันจะมากไปแล้ว”
“แต่เราเป็นฝ่ายเสียเปรียบมันอยู่นะแม่”
“กูให้เต็มที่แสนนึง มึงไปต่อรองกับมันดู”
“มันไม่ง่ายหรอกนะแม่ ฉันได้ยินมาว่ามันให้พวกมันตามสืบจนจะได้ตัวไอ้มอเตอร์ไซด์รับจ้างสองคนนั่นแล้วด้วย”
“อีสารเลว...สามแสน มึงเรียกให้กูฉิบหายขายตัวเลยรึไง”
“หนูก็จนปัญญานะแม่ ไม่รู้จะช่วยแม่ยังไงแล้ว หนูน่ะลงทุนยกมือไหว้มัน อ้อนวอนมันแทบจะกราบอยู่แล้ว เห็นแก่พี่ยูร เห็นแก่หลานเถอะนะแม่นะ เรื่องมันจะได้จบๆไปซะที”
แย้มร้องไห้ฟูมฟายเจ็บใจ

เงินสามปึกปึกละแสน ยังมีสายรัดจากธนาคารรัดอยู่ สุดาแยกเงินสองแสนออกมาอย่างมีความสุข “ทีใครก็ทีมันนะคะคุณแม่ คุณแม่สอนสุดาเองว่าเรื่องของธุรกิจน่ะ ปลาใหญ่ย่อมกินปลาเล็กเสมอ”
โรงพยาบาล ห้องพักแพทย์ ระพีพรรณชวนหทัยรัตน์ไปเที่ยว
“ไปเถอะ นานๆเราจะได้หยุดลองวีคเอนด์กะเขาซะที ทำงานมาทั้งปี เหนื่อยเหมือนจะขาดใจ ไปชาร์ตแบตเตอร์รี่กัน”
“ใครไปบ้าง”
“ก็มีเค้า ตัวเอง ผู้กอง แล้วก็ธนา”
“บอกมาตามตรง ใครเป็นต้นความคิด”
“ก็รู้ๆกันอยู่...”
“นี่อาสามาเป็นแม่สื่ออีกแล้ว”
“แม่สื่อเลิกทำงานมานานแล้วจ้ะ ก็ต่อกันติด แล้วไม่ใช่เหรอ”
“ไม่รู้สิ บอกไม่ถูก”
“ธนาน่ะ เขาเห็นตัวเองเอาแต่ทำงานออกให้พักบ้างจะได้สดชื่นขึ้น ไปเถอะไปไหว้พระกันด้วย พวกเราเกิดปีเดียวกันบูชาธาตุองค์เดียวกัน โอกาสแบบนี้ไม่ค่อยมีหรอกนะตัวเอง”

รีสอร์ตลำปาง รถเก๋งสองคัน แล่นตามกันเข้ามาในบริเวณรีสอร์ต รถจอด ทุกคนลงจากรถ
ธนาถาม “โอเคไหมครับคุณผู้หญิง”
ระพีพรรณท้วง “ไม่ไกลจากเมืองไปหน่อยเหรอธนา”
“ลองวีคเอนด์นะครับ ที่ไหนก็เต็มหมดแหละ ธนาว่าที่นี่เงียบดี คนไม่เยอะด้วย”
หทัยรัตน์รู้ทัน “ขี้เกียจฉีกยิ้ม ถ่ายรูปกับแฟนคลับละสิ”
“รู้ใจ เจ้าประคู้น เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่า เจ้าเขา ขอลูกช้างได้พักผ่อนเป็นส่วนตัว ไม่ต้องใครที่รู้จักลูกช้างเลยซักสองสามวันเถิ้ด...เพี้ยง”
ปวริศหัวเราะ “อย่าเพิ่งดีใจไป ห้องอาจถูกจอหมดแล้วก็ได้”
ธนาไม่ยอมแพ้ “เต๊นท์เลย กางเต็นท์นอนในสวนโน่นก็ได้”
ทั้งหมดพากันไปที่รีเชฟชั่น บรรยากาศดีทุกคนดูสดชื่น

แผนกต้อนรับรีสอร์ต ธนา หทัยรัตน์ ปวริศ ระพีพรรณ เดินเข้ามาในล๊อบบี้ พนักงานต้อนรับไหว้ทักทาย
ธนาที่ไม่อยากเปิดเผยตัวเองนัก แยกไปเหยียดแข้งขานั่งรอที่มุมหนึ่ง ปวริศ ระพีพรรณ หทัยรัตน์ ติดต่อห้องพัก
“สวัสดีครับ มีห้องพักว่างไหมครับ”
“มีค่ะ โซนที่เป็นบังกะโลด้านโน้นว่างอยู่หลายหลัง พักกันกี่ท่านคะ”
ยงยุทธก้าวออกมาพอดี.. ยงยุทธตั้งใจออกมาต้อนรับลูกค้าแต่ต้องชะงักทันที คนแรกที่ยงยุทธเห็นคือธนาที่ถอดหมวกออกพอดี บิดขี้เกียจ ยงยุทธถอยกลับออกไปทันที
ที่เคาน์เตอร์ หทัยรัตน์หันกลับมาเหมือนจะมองบรรยากาศรอบตัว แต่ต้องชะงัก ยงยุทธที่กำลังถอยกลับไป ก็เห็นหทัยรัตน์เหมือนกัน หทัยรัตน์ตะลึงเหมือนไม่เชื่อสายตาตัวเอง ยงยุทธรีบผลุบหลบออกไปทันที
หทัยรัตน์ก้าวตามได้ไม่กี่ก้าว ระพีพรรณก็เรียกไว้ซะก่อน “เอาหลังนี้กับหลังนี้ติดกันดีไหม รัตน์...รัตน์” หทัยรัตน์ยังตะลึงค้าง “อะไรเหรอ”
“เมื่อกี้รัตน์ว่า รัตน์เห็น..”
“ใคร..เห็นใคร”
“ช่างเถอะ..รัตน์คงตาฝาดไปเอง”
“มาช่วยกันเลือกบ้านก่อนดีกว่า”
หทัยรัตน์อดหันกลับไปมองอีกครั้งไม่ได้ก่อนจะสุมหัวเลือกบังกาโลจากแผนผัง
อีกมุมที่ยงยุทธซ่อนตัวอยู่ หนีมาไกลขนาดนี้ ยังไม่วายต้องพบกันอีกหรือ ทั้งดีใจทั้งเจ็บปวด

เป้ของธนาถูกโยนไปไว้มุมนึงธนาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างหมดแรง และเซ็ง
ปวริศแซว “อะไร...แค่นี้ถึงกับหมดเรี่ยวหมดแรงเลย”
“เซ็งว่ะ ฉันไม่คิดว่าครึ่งปีค่อนปี–ขนาดนี้แล้ว รัตน์ยังคิดถึงยงยุทธมันอยู่”
“มันเรื่องธรรมดา คนเคยรักกันจะให้ลืมง่ายๆ ได้ยังไงวะ”
“แต่ถึงขั้นตาฝาดเห็นเป็นไอ้หมอนั่นมันเกินไปว่ะ”
“อดีตก็คืออดีตโว๊ย มันอยู่ที่ปัจจุบันนายจะชนะใจรัตน์เขาได้รึเปล่า ขืนนายมัวหน่อม-แน๊มคิดเล็กคิดเล็กคิดน้อยยังงี้ อีกห้าปีสิบปี นายกันรัตน์ก็ไม่มีทางไปถึงไหนหรอก”
ธนาพยายามทำใจต้องสู้

ระพีพรรณเอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋า หทัยรัตน์นั่งซึม
“อะไรกัน...ท่าทางหมดสนุกเอาซะดื้อๆ”
“มันอดคิดไม่ได้นะระพี ว่าตอนนี้ยงยุทธเขาไปอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่”
“เค้าว่าจริงๆแล้วตัวเองกังวลเรื่องของตัวเองกับธนามากว่าใช่ไหม”
“ก็คงใช่ๆ..เพราะถ้าจู่ๆ ยงยุทธเขาเกิดกลับมา..”
“อย่าลืมนะว่าเขาเป็นคนหายออกไปจากชีวิตรัตน์เอง”
“ไม่มีใครลืมความรักครั้งแรกได้หรอกนะระพี”

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 13/4 วันที่ 10 พ.ค. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ