อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 13/5 วันที่ 11 พ.ค. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 13/5 วันที่ 11 พ.ค. 58

“อย่าลืมนะว่าเขาเป็นคนหายออกไปจากชีวิตรัตน์เอง”
“ไม่มีใครลืมความรักครั้งแรกได้หรอกนะระพี”
“มันก็จริง แต่ถ้าจะถามความเห็น เค้า...เค้าว่า ตอนนี้ตัวเองก็ควรห่วงความรู้สึกธนาให้มากๆ เหมือนกัน ตัวเองจะมัวลังเลไม่ได้ อย่ามัวสงสารยงยุทธคนเดียว สงสารธนาบ้าง”

แย้มกินข้าวไม่หมด เขี่ยข้าวเบื่อๆ แล้ววางซ้อน เสือกจานข้าวออกไปไกลตัว
“แม่กินข้าวน้อย กินขนมละกันนะ” สุดากุลีกุจอไปจัดขนมให้
“ไม่เอา..กินไม่ลง”


ประยูรเสนอ “แม่..ไอ้เรื่องปล่อยเงินกู้ของแม่นี่ฉันว่า...แม่เลิกซะเถอะ”
สุดาชะงักหัวแทบทิ่ม
แย้มปฎิเสธ “เลิกได้ยังไง”
“จุกจิกวุ่นวาย น่าปวดหัว ทุกวันนี้เราก็มีกินมีใช้กันดีพออยู่แล้ว หลานแม่แต่ละคนก็มีงานมีการทำกันหมดแล้วด้วยไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว ฉันอยากให้แม่เลิก”
แย้มนิ่งคิด เห็นจริงครึ่งหนึ่ง
สุดาท้วง “เสียดายนะแม่...เงินที่อยู่ในตลาดนั่นน่ะน้อยซะที่ไหน”
“กูเองก็เบื่อๆ อยู่เหมือนกัน แต่จะเลิกยังไงกูนึกไม่ออก”
สุดาใจหายแว๊บลาภหลุดมือ
“แม่ก็ขอเก็บแต่ต้นคืนก็พอ ดอกไม่เอาเก็บซักปีก็คงหมด ฉันว่าลูกหนี้แม่ต้องดีใจกันทุกคนแหละ”
สุดายังหาทางค้าน “พูดน่ะมันพูดง่าย”
“ดอกเบี้ยบางคนแม่เก็บมาได้มากกว่าต้นแล้วด้วยซ้ำ ลับหลังแม่เขาอาจจะด่า แม่สาปแช่งแม่ก็ได้...เลิกซะเถอะแม่อย่าทนให้ใครเขาสาปแช่งอยู่เลย”
“ให้กูคิดกูก่อน” แย้มลุกออกไปจากโต๊ะเดินขึ้นข้างบนไปเงียบๆ
สุดาไม่พอใจสามี “แนะอะไรไม่แนะ แพะให้เลิกทำมาหากินรู้ไหมเดือนๆ เงินมันเท่าไหร่เข้ามานะ”
ประยูรขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง สุดาขัดใจเป็นอย่างยิ่ง

รูปถ่ายยงยุทธอยู่ในกรอบเปลือยๆไม่มีกระจก แย้มนั่งมองรูปนั้นอย่างปลงตก “คนทั้งตลาดมันด่ามันสาปแช่งย่า ...ทำไม ย่าจะไม่รู้ แต่ที่ต้องฝืนทำก็เพื่อหลานคนเดียว หลานของย่าต้องมีหน้ามีตากว่าคนอื่น..รู้บ้างไหมว่าย่าทำเพื่อหลานขนาดไหน โกรธย่า เกลียดย่าจนไม่คิดจะกลับมาแล้วยังงี้ ย่าจะต้องดิ้นรนไปทำไมให้คนมันด่า..” แย้มเช็ดน้ำตา
สุดาเปิดประตูเข้ามา “คุณแม่...คุณแม่อย่าไปฟังพี่ยูรเขาเลย...ทุกวันนี้หนูก็เป็นคนเก็บดอกเก็บต้นมาให้คุณแม่อยู่แล้ว..คุณแม่ไม่เห็นจะต้อง...”
“เวลาเขาด่า...เขาด่ากูไม่ได้ด่ามึง”
“ถ้าคุณแม่คิดจะเลิกจริงๆ หนูมีข้อเสนอให้คุณแม่ค่ะ”

พะยอมเช็ดตัวให้ลือพงษ์ที่นอนนิ่งแทบขยับตัวไม่ได้
“ชัยไปไหน”
“ไปช่วยงานที่บริษัท กลับเย็นๆโน่นแหละ”
“มีปัญหาอะไรไหม”
“เดี๋ยวลูกมันก็ค่อยๆเรียนรู้ไปเอง ไม่ต้องเป็นห่วงมันหรอก”
ลือพงษ์มองพะยอมอยู่อึดใจ “ขอบใจนะพะยอม”
“มาขอบอกขอบใจฉันเรื่องอะไร”
“ขอบใจที่ไม่ทอดทิ้งกัน ทั้งที่ตั้งแต่อยู่กินกันมา เค้ารู้ตัวดีว่าเค้าไม่เคยใส่ใจพะยอม”
“มันผ่านไปแล้วจะไปพูดถึงมันอีกทำไม”
“เค้าขอโทษนะ ถ้าเค้าทำอะไรไม่ดีกับตัวเองเอาไว้”
“ไม่มีใครสมหวังในทุกอย่างหรอกฉันชินแล้ว ทำใจได้มานานแล้วเห็นมากับตาแล้ว เชื่อแล้วว่าเวรกรรมมันมีจริง ฉันถึงไม่อยากติดค้างอะไรกับใคร ทำใจให้สบายเถอะ”

หทัยรัตน์ออกมาเดินเล่นชมสวน ยงยุทธซ่อนตัวอยู่ในที่ลับตา เขาเฝ้าแอบมองหทัยรัตน์ที่เดินเล่นอยู่ ใจหนึ่งยงยุทธก็อยากออกไปแสดงตัวให้หทัยรัตน์เห็น แต่อีกใจก็ยังไม่กล้า เขาหยิบโทรศัพท์ออกมา ตัดสินใจแน่ กดเบอร์หทัยรัตน์ กดเบอร์เสร็จ กำลังจะกดส่งสัญญาณ
ธนาเดินตามหทัยรัตน์ออกมา ยงยุทธชะงัก ยั้งมือไว้
“นานๆได้ออกมาเที่ยวไกลๆ ไม่ต้องเจอใครที่รู้จักเรา ก็ดีเหมือนกันนะรัตน์”
“นึกว่าชอบความเป็นดาราซะอีก”
“เหนื่อยจะตาย ต้องคอยระวังตัวไม่ยิ้มก็ถูกข้อหาหยิ่ง เล่นกับแฟนคลับมากๆก็ถูกข้อหาหยิ่ง เล่นกับแฟนคลับมากๆ ก็ถูกข้อหาสร้างภาพเสแสร้ง วันๆ ได้เป็นตัวของตัวเองกี่ชั่วโมงกัน”
“คิดมาก...ก็ถือซะว่ามันเป็นงานอย่างนึง”
“ธนาคงอยู่ตรงนี้ไม่นานหรอก เก็บเงินได้สักก้อน ไปหาอย่างอื่นทำดีกว่า”
“ตัวเองจะไปทำอะไร”
“ยังไม่รู้เลย รัตน์แนะนำหน่อยสิ”
“ชีวิตตัวเองจะมาให้คนอื่นแนะนำไดยังไง”
“ก็ครึ่งนึงของชีวิตธนาฝากไว้ฝากกับรัตน์แล้วไง”
“อย่ามาทำเลี่ยนๆ แถวนี้เลย” หทัยรัตน์เขินแต่ต้องกลบเกลื่อนด้วยการสะบั้นอารมณ์ หทัยรัตน์เดินหนีออกไป ธนาตาม
ยงยุทธที่ซ่อนตัวอยู่ ถึงจะไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดคุยกัน แต่ก็รู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดแนบแน่นกว่าความเป็นเพื่อน
ธนาเดินตามหทัยรัตน์ เข้ามาอีกมุม
“รัตน์...ธนามีเรื่องอยากขอรัตน์อย่างนึง รัตน์จะให้ธนาได้ไหม”
“ยังไม่รู้เลยว่าจะขออะไร แล้วจะให้รับปากได้ยังไงว่าจะให้ได้รึเปล่า”
“ถอดนาฬิกาเรือนนั้นออกซะทีได้ไหม แล้วใส่เรือนนี้แทน” หทัยรัตน์อึ้ง ธนาหยิบนาฬิกาออกมาจากกระเป๋า “นาฬิกาเรือนนี้ธนาซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ซื้อเก็บไว้นานแล้ว ตั้งใจจะให้รัตน์น่ะแหละ แต่ไม่มีโอกาสซะที ไหนๆ นาฬิกาเรือนนั้นก็ไม่เดินแล้ว เจ้าของก็ไม่รู้หายไปไหน รัตน์เลิกเสียดายมันได้ไหม ธนาจะดีใจที่สุด ถ้ารัตน์จะให้เกียรติใส่นาฬิกาเรือนนี้แทน”
หทัยรัตน์ใจอ่อนยวบลงทันที ก้มลงมองนาฬิกาในข้อมือแล้วตัดสินใจ ปลดนาฬิกาเรือนนั้นออก ธนาเอื้อมมือไปจับมือหทัยรัตน์ แล้วสวมนาฬิกาเรือนใหม่ให้
ยงยุทธที่ซ่อนตัวอยู่มุมนึงเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ปวดใจแทบไม่สามารถทนมองได้

ระพีพรรณสงสัย “เขาอุตส่าห์เปิดใจขนาดนี้แล้ว ตัวเองจะมานั่งกังวลอยู่ทำไม”
หทัยรัตน์ยังก้มมองนาฬิกาในข้อมือ “รัตน์อดห่วงความรู้สึกยงยุทธเขาไม่ได้นะระพี”
“บอกตามตรงนะรัตน์ ตอนนี้ระพีก็ห่วงความรู้สึกของธนาเหมือนกัน ไม่รู้ละ รัตน์จะมามัวลังเลไม่ได้ ต้องชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเองสิ”
“รัตน์แย่มากใช่ไหม ที่มีผู้ชายอยู่ในใจพร้อมกันสองคน”
“ก็บอกแล้วไงว่าถึงเวลาที่ต้องเลือกแล้ว ความผูกพันความสงสารกับคำสัญญา มันเรื่องเก่าแล้วนะ” หทัยรัตน์ยังเต็มไปด้วยความกังวล Wเอายังงี้ละกัน รัตน์คิดเอาเองนะว่าอยู่กับใครแล้วรัตน์มีความสุขกว่ากัน ก็เลือกคนนั้นแหละ”
เสียงโทรศัพท์หทัยรัตน์ดังขึ้น หทัยรัตน์ดังขึ้นหทัยรัตน์หยิบโทรศัพท์ออกมาดูเบอร์ที่สำแดง ไม่คุ้นตา ไม่อยู่ในเมมโมรี่ หทัยรัตน์แปลกใจ
ระพีพรรณถาม “ใคร”
“ไม่รู้เหมือนกัน เบอร์ไม่คุ้นเลย”
“คงโทรผิด”
หทัยรัตน์ตัดสายทิ้ง
ยงยุทธถอนโทรศัพท์ออกจากการรอรับสาย จะกดเรียกซ้ำก็ไม่แน่ใจว่าหทัยรัตน์จะรับสาย ยงยุทธว้าวุ่นใจมิใช่น้อย

หทัยรัตน์วางโทรศัพท์ไว้ข้างตัว
“คนที่ตัวเองไม่ได้เลือก อาจจะเสียใจบ้าง ... แต่มันก็เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเขาเป็นคนรู้จักยอมรับความจิรง ซักวันเขาต้องเข้าใจแล้วก็ทำใจได้”

ยงยุทธว้าวุ่นใจ คิดไม่ตกว่าควรจะทำยังไงดี ยงยุทธมองออกไปนอกหน้าต่าง ทางห้องพักของหทัยรัตน์

ที่โต๊ะอาหาร ธนา ปวริศ ปรนนิบัติสาวๆ ตักอาหารให้ เทคแคร์อย่างดี ยงยุทธแอบดูความเป็นไปอยู่ หทัยรัตน์ท่าทางมีความสุขไม่น้อย

ที่มุมสันทนาการ ปวริศธนา ระพีพรรณ เล่นเกมกันอยู่ หทัยรัตน์นั่งดูอยู่มุมนึง สนุกไปด้วย
เสียงโทรศัพท์หทัยรัตน์ดังขึ้น หยิบขึ้นมาดู แปลกใจเพราะเบอร์เดิมที่ไม่คุ้นนั้นอีกแล้ว
ธนา ปวริศ ระพีพรรณ กำลังสนุกกันเต็มที่
หทัยรัตน์ตัดสินใจกดรับโทรศัพท์ “สวัสดีค่ะ”
“รัตน์”
“คุณเป็นใครคะ”
“รัตน์จำไม่ได้แม้แต่เสียงยุทธเหรอ”
หทัยรัตน์รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว หันกลับไปมองกลุ่มเพื่อนที่ยังเล่นสนุกกันอยู่ หทัยรัตน์ลุกออกไปจากที่นั้นทันที ไม่อยากให้ใครรู้ ธนาหันไปเห็นพอดี ... อดแปลกใจไม่ได้

หทัยรัตน์รีบออกมาข้างนอก “ยุทธ…ยุทธอยู่ที่ไหน…หายไปไหนตั้งนาน ทำไมไม่โทรหารัตน์เลย เป็นอะไรรึเปล่า แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่ ยุทธสบายดีใช่ไหม”
“สบายดี รัตน์ล่ะ สบายดีใช่ไหม”
“สบายดี…ตอนนี้ยุทธอยู่ที่ไหน”
“อยู่…เอ่อ…อยู่ในที่แห่งนึง”
“ที่ไหนล่ะ…บอกรัตน์สิว่าที่ไหน”
“สำคัญด้วยเหรอรัตน์”
“ทำไมล่ะ…ทำไม่จะไม่สำคัญ ยุทธหายไปไหน รัตน์เป็นห่วงนะ”
“ห่วงหรือดีใจกันแน่”
“ทำไมพูดยังงี้ล่ะ”
“ไม่มีใครห่วงยุทธจริงๆ หรอก”
“ทำไมดูถูกน้ำใจกันยังงี้” ยงยุทธนิ่งเงียบ “ยุทธ…ยุทธ”
ยงยุทธที่ซ่อนตัวอยู่ในที่มืด เห็นธนาเดินตามออกมา มองหาหทัยรัตน์ ”แค่นี้นะรัตน์…แล้วค่อยคุยกัน” ยงยุทธกดวางสายทันที
“ฮัลโหล…ฮัลโหล”
ธนาเดินเข้ามา “มีอะไรรึเปล่า รัตน์”
“เปล่า…ไม่มีอะไร…
“ใครโทรมา”
“ที่บ้านน่ะ เด็กลูกจ้างมีปัญหานิดหน่อย อย่าสนใจเลย”
“กลับห้องพักไหม”
หทัยรัตน์พยักหน้า เดินกลับเข้าไปกับธนา

ระพีพรรณล้างมือเสร็จ ออกมาจากห้องน้ำ หทัยรัตน์นั่งซึมอยู่มุมนึง กำลังถอดนาฬิกาออก
“ง่วงแล้วเหรอ ออกไปนั่งคุยกับหนุ่มๆกันก่อนเถอะ”
“ระพี…เมื่อกี้ยงยุทธโทรเข้ามา”
“หา…อะไรนะ”
“เบอร์แปลกๆ เบอร์นั้นแหละ …เขา”
“ทำไมต้องโทรมาตอนนี้ด้วย อะไรๆ มันกำลังเข้าที่เข้าทางของมันอยู่แล้ว”
“เขาพูดเหมือนเหน็บแนมรัตน์ด้วยนะ ว่าไม่ได้เป็นห่วงเขาจริง”
“แล้วถามเขารึเปล่า ว่าเขาอยู่ที่ไหน”
“เขาไม่ยอมบอก…พอธนาเข้ามาเขาก็วางสายไป ระพี…รัตน์กำลังคิดว่าเขาคงอยู่แถวนี้แหละ เขาถึงเห็นพวกเรา”

ธนาเล่นกีตาร์ ร้องเพลง ท่าทางมีความสุข ปวริศร้องเพลงแจม แล้วหันมาทางระพีพรรณ ระพีพรรณฝืนยิ้มให้ และร้องแจมไปบางท่อนบางวรรค ระพีพรรณกังวลความสัมพันธ์ของธนากับหทัยรัตน์ มองธนาทีแล้วมองหทัยรัตน์ที
อาคูสติกกีตาร์ กับเสียงร้องของธนาในบรรยากาศนี้บาดลึกกินใจ แต่หทัยรัตน์เวลานี้ เจ็บปวดทรมานใจมาก รับรักผู้ชายคนนึงแล้ว รักเก่าหวนคืนมา คิดไม่ตกว่าควรจะทำอย่างไร หทัยรัตน์หันมามองธนา ที่เหมือนตั้งใจร้องเพลงนี้ให้เธอ ฝืนยิ้มให้ธนาอย่างเจ็บปวด
ระพีพรรณนอนหลับไปแล้ว หทัยรัตน์ยังนอนพลิกตัว ไม่สามารถข่มตาหลับลงได้…
โทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะหัวเตียง ปิดเสียงไว้ มีอาการสั่น หทัยรัตน์ขยับลุกขึ้น หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
ข้อความที่ค้างอยู่หน้าจอ “รัตน์ยังรักยุทธอยู่รึเปล่า”
หทัยรัตน์เห็นข้อความแล้วใจหายวาบ
มีข้อความส่งตามมา… “ส่วนยุทธ ยังรักรัตน์อยู่เหมือนเดิม”
หทัยรัตน์ตัดสินใจกดส่งข้อความ “ยุทธอยู่ที่ไหน”
รอคอยจนข้อความถูกส่งกลับมา “อยู่ไม่ไกลจากรัตน์หรอก”
หทัยรัตน์จะกดข้อความตอบโต้แต่เกรงว่าจะทำให้ระพีพรรณตื่น หทัยรัตน์ขยับลุกออกไปจากห้อง

หทัยรัตน์ออกมาที่เฉลียง ข้อความใหม่ก็ปรากฏบนหน้าจอมือถือ “ยุทธคิดถึงรัตน์ทุกวันนะ”
หทัยรัตน์กดข้อความส่งกลับ “คิดถึงแล้วทำไมหายไป อยู่ที่ไหน รู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วง”
ข้อความถูกส่งกลับมา “จริงเหรอ”
หทัยรัตนชักฉุน ตัดสินใจกดเรียกเบอร์นั้น โทรออกทันที
สัญญาณเรียกสายดังแค่ไม่กี่ครั้ง ยงยุทธก็กดรับสาย
“ยุทธ…”
“ยุทธขอโทษนะรัตน์…ยุทธมันคนขี้ขลาด”

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 13/5 วันที่ 11 พ.ค. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ