อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 14 วันที่ 11 พ.ค. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 14 วันที่ 11 พ.ค. 58

สัญญาณเรียกสายดังแค่ไม่กี่ครั้ง ยงยุทธก็กดรับสาย
“ยุทธ…”
“ยุทธขอโทษนะรัตน์…ยุทธมันคนขี้ขลาด”
“เลิกตำหนิตัวเองซะที มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย”
“ยุทธก็เป็นของยุทธแบบนี้”
“บอกความจริงมา…ยุทธอยู่ที่ไหน”

“อยู่ในรีสอร์ตนี่แหละ ยุทธทำงานที่นี่” หทัยรัตน์หมุนคว้าง มองหาไปในความมืด ”ถ้ารัตน์อยากเจอยุทธ ก็เดินออกมาสิ ยุทธอยู่ในศาลากลางสวน แต่ถ้าไม่อยากออกมา ก็ไม่เป็นไรนะ ยุทธว่ายุทธเข้าใจ”
“ทำไมดูถูกน้ำใจกันขนาดนี้” หทัยรัตน์เดินออกไปในสวนทันที


“ความจริงอย่างนึงก็คือ เวลาทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงได้เสมอ”
หทัยรัตน์เดินโผล่พ้นแนวพุ่มไม้ออกมา ทั้งคู่มองเห็นกันในระยะไกล ต่างฝ่ายต่างกดโทรศัพท์ทิ้ง หทัยรัตน์เดินเข้ามาหายงยุทธในศาลากลางสวน ยงยุทธยิ้มให้หทัยรัตน์…มันเป็นยิ้มที่เศร้ามาก
“ทำไมยุทธต้องหลบหน้าทุกคน”
“ก็บอกแล้วไงว่ายุทธมันขี้ขลาด…เกือบครึ่งปีที่เราไม่ได้เจอกัน…รัตน์คงปันใจให้ใครไปแล้วใช่ไหม”
“ยุทธ” หทัยรัตน์อยากจะบอกว่าแล้วเธอหายหัวไปไหนมา
“ยุทธเข้าใจ ยุทธดีใจด้วยนะ” ยงยุทธเยาะเองเจ็บเอง
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะยุทธ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น แล้วมันอย่างไหน ก็เห็นอยู่ตำตาว่าใกล้ชิดกับธนาขนาดนั้น” หทัยรัตน์อั้นอยู่ในอก น้ำตาซึม “บอกยุทธมาคำเดียว ว่าระหว่างเรายังเหมือนเดิม แผนแต่งงานของเรายังไม่ถูกยกเลิกใช่ไหมรัตน์” หทัยรัตน์น้ำตาร่วง “โอเค…ยุทธเข้าใจ”
“นานแค่ไหน ก็ไม่มีใครลืมความรักครั้งแรกของตัวเองได้หรอกนะยุทธ” หทัยรัตน์พูดไม่หมด…อยากต่อว่าแต่เรื่องแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกัน คงเป็นไปไม่ได้…แต่พูดไม่ออก เพราะมันทำร้ายจิตใจเขาเกินไป
“ยุทธขออะไรอย่างนึงได้ไหม…ขอยุทธกอดให้หายคิดถึงสักครั้ง” ยงยุทธขยับเข้ามาใกล้จนชิด แล้วสวมกอดหทัยรัตน์อย่างคนขาดความรัก ต้องการความอบอุ่นมาทั้งชีวิต
หทัยรัตน์น้ำตาร่วงด้วยความสงสาร สงสารทั้งยงยุทธและตัวเองและธนา

หทัยรัตน์เดินกลับมาถึงห้องพัก… ยงยุทธเดินตามมาส่ง
“ขอเวลายุทธอีกสักพักนะรัตน์ ยุทธตั้งหลักได้เมื่อไหร่ เราจะแต่งงานกันทันที…รัตน์รอยุทธหน่อยนะ” หทัยรัตน์ได้แต่มองนิ่ง ไม่กล้ารับคำหรือปฏิเสธ “พักผ่อนซะ แล้วยุทธจะโทรหา”
หทัยรัตน์กลับขึ้นบนบังกะโล ยงยุทธยังยืนส่งหทัยรัตน์จนเข้าห้องไป ก่อนจะปิดประตู หทัยรัตน์ยังหันกลับมามอง ยงยุทธยิ้มให้ในความมืด

ระพีพรรณที่ขยับตัวตื่นขึ้น เพราะเหมือนได้ยินเสียงร้องไห้กระซิก หทัยรัตน์นั่งร้องไห้อยู่ที่เตียง
“รัตน์…เป็นอะไร…ใครทำอะไรให้ตัวเอง”
“ระพี…เค้าเจอยงยุทธแล้ว”
“อะไรนะ”
“เขาทำงานอยู่ที่นี่…”
“นี่มันพรหมลิขิตหรือเวรกรรมกันแน่”
“ถึงเวลาที่รัตน์จะต้องตัดสินใจเลือกจริงๆ แล้วใช่ไหมระพี”
ระพีพรรณถอนใจ หนักอกแทน
เช้าวันใหม่ที่บ้านแย้ม พะยอมชวนแย้มไปทำบุญ “พรุ่งนี้วันพระใหญ่ แม่จะไปทำบุญด้วยกันกับฉันไหม …จะได้มารับ”
“ขี้เกียจไป เดินไกลๆ ไม่ไหว นั่งนานๆ ก็ปวดขา เดี๋ยวกูฝากเงินไปแล้วกัน”
“แม่ไหว้พระสวดมนต์บ้างรึเปล่า”
“กูทำบุญแต่ละทีไม่ใช่น้อยๆ”
“แต่บุญอะไรก็ไม่เท่าลงมือปฏิบัติธรรมนะแม่”
“มึงบรรลุแล้วรึไง ถึงมาสอนกูเนี่ย” พะยอมจำใจสงบปากคำ แย้มหันไปถามสุดา “เมื่อไร มึงจะเอาเงินมาให้กู”
“เงินอะไรคะคุณแม่”
“มึงเสนอกูเอง ว่ามึงจะขอครึ่งนึงเป็นทุนเก็บดอกเอง อีกครึ่งนึงจะจ่ายสดมาคืนกู”
“ตกลงคุณแม่เอาตามนั้นเหรอคะ สุดาก็เพิ่งรู้”
“จะจ่ายกูได้เมื่อไหร่”
ประยูรท้วง “จะเลิกทั้งทีทำไมไม่เลิกให้ขาดแม่”
“กูเลิกขาด แต่เมียมึงมันอยากทำต่อเอง”
พะยอมงง “เรื่องอะไรกัน ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย”
สุดาคิดว่าพะยอมจะคัดค้าน รีบตัดบท “หนูขอเวลาอีกวันสองวันค่ะคุณแม่ จะรีบหาเงินสดมาให้ คุณแม่อย่าเปลี่ยนใจกลับคำก็แล้วกัน”
“กูพูดคำไหนเป็นคำนั้น”
“หนูก็แค่กลัวว่าใครบางคนจะเกิดอยากได้ขึ้นมาบ้างน่ะสิคะ” สุดาปรายตามองพะยอม
“ฉันไม่เคยอยากได้สมบัติของแม่แม้แต่อย่างเดียว ทุกวันนี้ทำมาหากินเลี้ยงตัวเองได้ไม่ต้องแบมือขอใคร ฉันก็พอใจของฉันแล้วสุดา ไม่ต้องห่วงหรอกว่าฉันจะแย่งเธอ”
“คุณแม่ได้ยินแล้วนะคะ สมบัติแม้แต่ชิ้นเดียว พะยอมเขาก็ไม่อยากได้ของคุณแม่”
“เออ…กูยังอยู่ตรงนี้ กูยังไม่ตาย พวกมึงยังไม่ต้องคิดเรื่องแบ่งสมบัติกูหรอก”

ประยูรตามติดสุดาเข้ามาในบ้าน
“จะทำอะไรทำไมไม่ปรึกษากันก่อน”
“ปรึกษาพี่ ยังไงพี่ก็ไม่ให้ทำหรอก ฉันรู้”
“แล้วจะดันทุรังทำไปทำไม”
“ฉันก็ต้องหาเลี้ยงตัวเองเหมือนกันนะ”
“แล้วไอ้ที่มีกินมีใช้อยู่ทุกวันนี้มันไม่พอรึไงวะ”
“แค่เงินเดือนนายดาบ…โธ่เอ้ย”
“ลูกมันก็แบ่งให้ใช้อยู่ทุกเดือน จะเอาอะไรอีกนักหนา”
“ฉันเป็นแม่นายตำรวจ เป็นแม่ดารานะ จะให้ทำตัวซอมซ่อได้ยังไง”
“อย่ามาเถียงข้างๆ คูๆ อาชีพอื่นมีให้ทำตั้งเยอะ ไม่ทำ รู้ทั้งรู้ว่าปล่อยเงินกู้มันก็เท่ากับทำนาบนหลังคน มีแต่คนเขาสาปแช่ง ยังคิดจะทำอีก บาปบุญคุณโทษไม่เคยเห็นรึไง”
“ฉันไม่สน…มีเงินอย่างเดียวคนมันถึงจะนับหน้าถือตา ฉันเบื่อที่จะต้องแบมือขอเงินพี่แล้ว”
“เกิดอะไรขึ้นก็อย่ามาโทษกันนะ”
“ถึงฉันไม่ทำ ฉันก็รู้ว่าน้องสาวพี่มันจ้องจะงาบอยู่แล้ว ดัดจริตทำเป็นไม่สนสมบัติแม่ จริงๆ แล้วมันก็อยากได้จนตัวสั่นล่ะวะ” สุดาเดินหนีออกไป
ประยูรอึ้งที่เห็นลายเมียเอาตอนแก่

ที่ห้องอาหารรีสอร์ต หทัยรัตน์อิ่มอาหาร รวบวางช้อน
ธนาเป็นห่วง “ทำไมกินน้อยจังรัตน์ ไม่สบายรึเปล่า”
ระพีพรรณมองอย่างเห็นใจ
หทัยรัตน์ปัด “เปล่า…ไม่ค่อยหิว”
“เอาของหวานไหม ผลไม้รวมหรือไอศกรีมดี”
“ไม่ดีว่า…พวกตัวเองกินกันไปนะ รัตน์ขอตัวกลับห้องก่อน” หทัยรัตน์ลุกออกไปท่ามกลางความงุนงงของปวริศและธนา
ปวริศหันไปถามธนา “รัตน์เป็นอะไร นายไปทำอะไรให้โกรธให้งอนรึเปล่าวะ”
“เปล๊า…ฉันก็งงอยู่เนี่ย”
“งั้นถามระพีละกัน น่าจะรู้ดีกว่าใคร”

ธนามาคุยกับระพีพรรณที่ในสวน ระพีพรรณเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง
“ที่แท้ก็ยังงี้นี่เอง”
“ให้เวลารัตน์เขาหน่อยละกันนะธนา รัตน์เขาคงกำลังสับสน แต่ระพีว่าสุดท้าย รัตน์ก็คงชัดเจนว่าจะเลือกใคร”
“เขาอาจจะไม่เลือกธนาก็ได้ใช่ไหม”
“ระพีเชื่ออย่างนึงนะธนา…ความสงสารมันสู้ความรักไม่ได้หรอก”
“แต่รัตน์เขาไม่เคยบอกว่ารักธนานะ ทั้งหมดมันอาจจะแค่ธนาคิดเข้าข้างตัวเองก็ได้ ก็อย่างว่าละนะ เขารักกันมาตั้งนานแล้ว ธนาแค่หาเรื่องใส่ตัวเอง แถมมาทีหลังเขาอีกต่างหาก ยังไงก็คงต้องยอมรับความจริงละมั้ง ว่าตัวจริงเขากลับมาแล้ว” ธนาเดินเลี่ยงออกไป ก้มหน้าคอตก
ระพีพรรณได้แค่สงสาร

ที่เฉลียงบังกะโล ปวริศดีดกีต้าร์ก๊องแก๊งไม่เป็นชิ้นเป็นอัน แถมร้องเพลงเพี้ยนๆ ตามประสา
หทัยรัตน์นั่งเครียดอยู่มุมนึง ธนาไม่พูดไม่จา อยู่อีกมุม ระพีพรรณอึดอัดกับบรรยากาศรอบตัว
ปวริศเลิกเล่นกีต้าร์ “ทนฟังกันอยู่ได้ยังไงเนี่ย เอ้า…ธนา” ปวริศยื่นกีต้าร์ให้
ธนาส่ายหน้าอย่างหมดอารมณ์ แล้วลุกเดินจากไปทางนึง หทัยรัตน์มองตาม
“มันเป็นอะไรของมัน เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย รัตน์…ธนามันงอนอะไร” หทัยรัตน์ส่ายหน้า แล้วลุกเดินแยกออกไปอีกทาง “ตกลงมันเป็นโรคติดต่อแหงๆ เลยใช่ไหมระพี ไอ้โรคงอนเนี่ย” ระพีพรรณถอนใจ ปวริศถามคนรัก “รู้อะไรดีๆ บอกกันมั่งสิ ตัวเอง”

หทัยรัตน์ตรงเข้ามาที่ฟร้อนท์ออฟฟิศ
พนักงานกล่าวทักทาย “สวัสดีค่ะ”
“ฉันต้องการพบผู้จัดการค่ะ”
“มีอะไรรึเปล่าคะ” หทัยรัตน์พูดไม่ออกเหมือนกันว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัว “คือ…ผู้จัดการไม่อยู่ค่ะ”
“เขาไปไหน”
“ออกไปธุระแต่เช้าแล้วค่ะ”
หทัยรัตน์ว้าวุ่นใจ “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ” หทัยรัตน์จำใจถอยออกมา แต่ก็ไม่วายหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดหายงยุทธ แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ เห็นยงยุทธซ่อนตัวอยู่มุมหนึ่ง
หทัยรัตน์มาเพื่อบอกยงยุทธว่าเธอขอเลือกธนา หยุดความสัมพันธ์ของเขาและเธอไว้แค่ความเป็นเพื่อน ส่วนยงยุทธหลบไม่เผชิญหน้าหทัยรัตน์ เพราะเขารู้สึกได้ถึงสภาพอารมณ์หทัยรัตน์…มันไม่เหมือนเดิมแน่นอน ขอยึดหัวหาดไว้ด้วยคำสัญญาในอดีตไว้ก่อน

ระพีพรรณเดินเข้ามาหาธนาที่นั่งเศร้าอยู่มุมนึง
“ธนา…”
“เซ็งว่ะ พวกเราไม่น่ามาที่นี่กันเลย”
“ธนาทำทุกอย่างให้เหมือนเดิมได้ไหม ก็อย่างที่บอก รัตน์คงกำลังสับสนอย่างแรง”
“จะให้ธนาฝืนความรู้สึกตัวเอง ธนาทำไม่ได้หรอกนะระพี”
“ความมั่นใจในตัวเองมันหายไปไหนหมด”
“ธนากำลังคิดว่าถ้าธนาเป็นยงยุทธบ้าง ธนาก็คงเจ็บเหมือนกัน ถ้ารัตน์เกิดตัดสินใจเลือกธนาแล้ว ยงยุทธล่ะจะเป็นยังไง เท่านี้เขาก็เสียศูนย์มามากพอแล้ว”
“อย่าบอกนะว่าธนาจะเป็นฝ่ายถอยออกมาเอง”
“ระพีอย่าลืมสิ…เขาเป็นพี่ชายแท้ๆ ของธนานะ รัตน์รักเขามากขนาดนี้ น้องชายอย่างธนา ก็ควรจะเป็นฝ่ายยอมแพ้ไม่ดีกว่าเหรอ”
ระพีพรรณอึ้งกับความคิดธนา

ระพีพรรณขับรถกลับนครสวรรค์ หทัยรัตน์ที่นั่งข้างๆ ถือโทรศัพท์ไว้ในมือ มองออกไปข้างนอกอย่างเลื่อนลอย
ระพีพรรณมองหทัยรัตน์อย่างเข้าใจและเป็นห่วงความรู้สึก “รัตน์…ตอนนี้ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัตน์เองนะ ความรักมันมีคำจำกัดความที่ไม่รู้จบ แต่ยังไงก็แล้วแต่ ในเมื่อจะต้องเลือก รัตน์ก็ชั่งใจเอาเองละกัน เพื่อความสุขของตัวรัตน์เองนะ”
หทัยรัตน์พยักหน้ารับรู้ เหมือนมีคำตอบในใจอยู่แล้ว

ปวริศขับรถ หันมองธนาที่นั่งซึมเป็นระยะ “โอเครึเปล่าวะ ธนา…”
ธนาหันกลับมาฝืนยิ้มให้ “โอเค ไม่มีปัญหา”
”ถ้านายตัดสินใจอย่างนั้นจริงๆ ฉันจะโคตรนับถือน้ำใจนายเลยว่ะเพื่อน”
ธนาฝืนยิ้ม ทั้งที่น้ำตาตกใน

โทรศัพท์ในมือหทัยรัตน์มีสัญญาณว่ามีข้อความส่งมา หทัยรัตน์กดเปิดรับข้อความ
ภาพหน้าจอมือถือ…ปรากฏข้อความ “เมื่อยุทธพร้อม ยุทธจะกลับไป เราจะแต่งงานกัน รัตน์รอยุทธด้วย…รัก”
ยงยุทธอยู่ที่รีสอร์ต เขามองออกไปสุดสายตา เห็นความมุ่งมั่นและความพยายามเป็นคนใหม่ของเขา
ข้างฝ่ายหทัยรัตน์น้ำตาร่วงเผาะ ความขัดแย้งสับสนในใจทวีคูณ ระพีพรรณได้แต่มอง จนปัญญาจะปลอบใจ
รถสองคันแล่นตามกันไป บนถนนที่ทอดยาวเหมือนไม่เห็นจุดจบปลายทาง
รถจอดหน้าบ้าน เพื่อส่งหทัยรัตน์
“ขอบใจนะระพี…”
”มีอะไรโทรหาเค้าได้ตลอดเวลาเลยนะ” หทัยรัตน์พยักหน้า ระพีพรรณเตือนสติ “ค่อยๆ คิด…แต่ระพีว่าถึงตอนนี้อย่าใช้สมองแก้ปัญหาเลย เรื่องความรักยังไงก็ต้องใช้หัวใจชั่งตวงวัดเอามากกว่า”
“รัตน์จะพยายาม…” หทัยรัตน์ยกกระเป๋าลงจากรถ ระพีพรรณขับรถออกไป

ธนากราบลงบนตักอ่ำ
อ่ำลูบหัว “ไหว้พระเถอะลูก”
“คิดถึงคุณยายจังเลยครับ” ธนาใจอ่อนยวบ กอดยายเหมือนได้กอดแม่
อุไรเย้า “อะไรกันเนี่ย มาถึงก็มาอ้อนกันขนาดนี้”
“กอดคุณยายแล้วเหมือนได้กอดคุณแม่นี่ครับ น้าอุไร” อุไรชะงักไปเหมือนกัน ธนาอ้อน “คุณยายคิดถึงผมบ้างไหมครับ”
“ยายไม่คิดถึงใครแล้วลูกเอ้ย”
“เซ็งเลย…งานกร่อย”
“ก็เอาตัวรอดกันได้หมดแล้ว ลูกหลานยายเก่งกันทุกคน แล้วจะมีอะไรให้ต้องห่วงให้ต้องคิดถึงกันล่ะ”

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 14 วันที่ 11 พ.ค. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ