อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 14/2 วันที่ 11 พ.ค. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 14/2 วันที่ 11 พ.ค. 58

“ยายไม่คิดถึงใครแล้วลูกเอ้ย”
“เซ็งเลย…งานกร่อย”
“ก็เอาตัวรอดกันได้หมดแล้ว ลูกหลานยายเก่งกันทุกคน แล้วจะมีอะไรให้ต้องห่วงให้ต้องคิดถึงกันล่ะ”
“บางเรื่องก็ยังเอาตัวไม่รอดหรอกครับ”
ระพีพรรณหิ้วกระเป๋ากับถุงขนมของฝากเข้ามา “กลับมาแล้วจ้ะแม่ มีของฝากจากลำปางมาฝากยายเพียบเลย”

“ซื้ออะไรมาเยอะแยะมากมาย”
“นานๆ ได้ไปเที่ยวซะที”
อ่ำถามไถ่ “สนุกไหมล่ะลูก”
“สนุกครับ สนุกอย่างไม่เคยสนุกอย่างนี้มาก่อนเลย”


ระพีพรรณเข้าใจสภาวะอารมณ์ของธนาเป็นอย่างดี
อุไรคิดๆ “เอ…โทรตามพี่ทวีกับมยุรีย์มากินข้าวซะด้วยกันดีไหมแม่ นานๆ จะพร้อมหน้าพร้อมตากันซะที”
ธนาอาสา “ผมโทรให้ก็ได้ครับ น้าอุไร” ธนาพยายามทำทุกอย่างเป็นปกติ ร่าเริง แอ็คทีฟ นาทีนี้ครอบครัวคือที่พึ่งทางใจ
ระพีพรรณมองธนาอย่างเห็นใจ ลูกผู้ชาย…ยังไงก็ต้องเก็บความรู้สึก

หทัยรัตน์ยังเฝ้าอ่านข้อความที่ยงยุทธส่งมาล่าสุด อ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า…ยิ่งอ่านก็ยิ่งท้อ ปวดใจ
สัญญาณเรียกเข้าดังขึ้น เห็นเป็นเบอร์ยงยุทธ กดรับทันที “ยุทธ”
“รัตน์ถึงบ้านเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
“ถึงแล้ว…ยุทธ” หทัยรัตน์ตัดสินใจจะพูด
“รัตน์อ่านข้อความที่ยุทธส่งไปให้แล้วนะ” หทัยรัตน์นิ่งเงียบ “ทุกอย่างยุทธอยากให้เป็นไปตามนั้น คงไม่นานหรอก แล้วยุทธจะกลับไป…รัตน์รอยุทธด้วย”
“ยุทธ…”
“อีกอย่างนึงที่ยุทธอยากขอร้องรัตน์ ไม่ต้องบอกใครนะว่ายุทธอยู่ที่ไหน รัตน์คงเข้าใจว่ายุทธหมายถึงใคร แล้วค่อยโทรคุยกันนะ” ยงยุทธกดวางสาย
หทัยรัตน์อยู่ในอารมณ์เก้อ ปิดโทรศัพท์เหมือนใจไม่อยู่กับตัว

ครอบครัวเล็กๆ ล้อมวงกินข้าวด้วยกัน
อ่ำเปรย“กินแกงคั่วหน่อไม้ดองแล้วคิดถึงอัมพรมันนะ”
อุไรเห็นด้วย “ของโปรดพี่อัมพรเขาเลยละ…นึกถึงสมัยเด็กๆ นะแม่ เดือนแปดเดือนเก้า ดำนาแล้วก็ออกไปหาหน่อไม้กัน ได้มาก็เอามาดองเก็บใส่ไห เก็บไว้กินทั้งปี”
มยุรีย์นึกๆ “ถ้าคุณยายยังไม่ขายนาทิ้ง ป่านนี้พวกเราจะทำอะไรกันอยู่ก็ไม่รู้นะคะ”
ทวีตอบ “ก็เป็นชาวนาไงลูก”
“นึกภาพไม่ออกเลย” มยุรีย์หัวเราะ
“พ่อว่ามันเป็นการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวนะ มันเปลี่ยนชีวิตทุกคนเชียวละ อาจจะไม่มีหมอระพีพรรณ ไม่มีอาจารย์มยุรีย์ ไม่มีพระเอกดังที่ชื่อธนา”
“จริงด้วยนะคะ”
“ยายกับแม่กับน้า เขาต้องต่อสู้ฝ่าฟันอะไรมาเยอะนะลูก กว่าจะมีวันนี้ให้พวกเราได้”
“เสียเหงื่อพอๆ กับเสียน้ำตาน่ะแหละ” อุไรเย้ยหยันเสียดแทง
อ่ำปราม “เรื่องเก่าที่มันทำให้จิตใจเศร้าหมอง จะไปพูดถึงมันทำไมลูกเอ๊ย”
“ลูกหลานมันจะได้จำไว้เป็นบทเรียนไงแม่ ว่าพี่น้องกันน่ะ ยังไงก็ตัดไม่ตายขายไม่ขาด รักใคร่กลมเกลียวกันเอาไว้ให้ดีๆ คนอื่นจะมาสำคัญกว่าพี่น้องไม่ได้ ต่อให้เป็นแฟนเป็นเพื่อนก็เถอะ ทั้งเพื่อนทั้งแฟนมันเปลี่ยนแปลงกันได้ทั้งนั้น แต่พี่น้อง ยังไงก็สายเลือดเดียวกัน ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้หรอก”
คำพูดอุไรจี้แทงตอกย้ำเข้าไปในหัวใจธนา…เน้นย้ำการตัดสินใจของเขา ที่จะเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อพี่ชายด้วยคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับแม่ก่อนตาย
อ้อยยกมือไหว้พะยอม ลือพงษ์
ระพีพรรณแนะนำ “อ้อยเขาเป็นลูกจ้างชั่วคราวอยู่ที่โรงพยาบาลน่ะค่ะ อ้อยเขาอยากได้งาน หนูก็เลยคิดว่าถ้าเอามาช่วยน้าพะยอมดูแลพ่อก็น่าจะดี งานบ้านเรือนก็ทำได้ ใช่ไหมอ้อย”
“ค่ะ แล้วแต่คุณจะเรียกใช้หนูทำได้หมดล่ะค่ะ”
พะยอมดีใจ “ก็ดีเหมือนกัน…น้าจะได้มีเวลากลับไปร้านบ้าง…ลูกค้าถามหาอยู่หลายคน”
ระพีพรรณบอกน้องชาย “ชัย…พาอ้อยไปดูห้องหับที่จะให้เขาพักหน่อยสิ…ขาดเหลืออะไรก็ช่วยดูแลด้วยละกัน”
“ครับพี่”
อ้อยเดินตามชัยออกไป
ระพีพรรณบอก “อ้อยเขาขอเงินเดือนห้าพัน หนูคิดว่าหนูพอจ่ายไหวค่ะ”
ลือพงษ์ไม่อยากให้ลูกเดือดร้อน “ไม่ต้องหรอกลูก แค่นี้ก็ลำบากลูกมากเกินไปแล้ว”
พะยอมเกรงใจ “น้ากับพ่อเขาดูแลกันได้ ไม่เป็นไรหรอกระพี”
“ยังไงหนูก็อยากมีส่วนดูแลพ่อให้ดีที่สุด…งั้นหนูขอจ่ายครึ่งนึงก็แล้วกันนะคะ”
ลือพงษ์ซาบซึ้ง “ขอบใจนะลูก…ขอบใจมาก”
พะยอมตื้นตันน้ำใจระพีพรรณ

แย้มนอนร้องครวญครางเพราะปวดท้องอยู่ที่โซฟา
สุดาถือขวดยาธาตุน้ำขาวเข้ามา “คุณแม่…กินยาค่ะ”
“กูกินแล้ว…กินจนจะหมดขวดไม่เห็นมันหายเลย”
“คุณแม่ไปกินอะไรมา กินเผ็ดจนแสบท้องรึเปล่า”
“ตั้งแต่เช้ากูยังไม่ได้กินอะไรเลย โอย ทำไมมันทรมานยังงี้โว้ย”
“คุณแม่ลุกขึ้นสิคะ” สุดารินยาจากขวดใส่จอก แย้มพยายามยันตัวขึ้นอย่างทรมาน สุดาเบะปากอย่างเอือมระอา แล้วส่งจอกยาให้แย้มกิน “คุณแม่ขึ้นไปนอนข้างบนดีกว่ามังคะ” สุดาจำใจประคองแย้มลุกขึ้น “เดินไหวไหมคะคุณแม่”
“พากูไปโรงพยาบาลได้ไหม”
“คุณแม่จะไปทำไมให้เปลืองคะ เผลอๆ หมอเขาก็จ่ายยาธาตุแบบนี้มาให้กินเหมือนกันน่ะแหละ” แย้มทรุดลงกับพื้นเพราะเดินไม่ไหว สุดาเซ็งทิ้งตัวลงนั่งลงบนโซฟาที่แย้มนอน แล้วต้องสะดุ้งเฮือกเด้งออกมา “วี๊ดดด” ตรงที่แย้มนอน ชุ่มแฉะไปด้วยเลือด มือสุดาที่ท้าวไปโดนโซฟา ก็เปื้อนแดงไปด้วยเลือด “คุณแม่”
ที่พื้น เลือดไหลออกมาเป็นลิ่มๆ แย้มช็อคกับเลือดของตัวอง
พะยอมรีบเดินมากับลือชัย สุดา ปวริศ ประยูร นั่งคอยกันอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน
“แม่เป็นยังไงบ้างพี่ยูร”
“หมอยังตรวจอยู่เลย…”
“ใครเป็นคนมาส่งโรงพยาบาล”
ปวริศบอก “ผมเองครับ คุณแม่โทรไปบอก”
ประยูรบ่น “แทนที่จะรีบเรียกรถพยาบาล”
สุดาแก้ตัว “ก็มันไม่รู้จะเรียกยังไง ไม่มีเบอร์ ถ้ามีก็เรียกไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้รถเปื้อนเลือดเหม็นคาวยังงี้หรอก ไม่รู้จะล้างออกรึเปล่า เต็มเบาะไปหมด”
ปวริศท้วง “คุณแม่ครับ…”
ประยูรแทบหลุดอารมณ์เดือดด่าสวนกลับ
ระพีพรรณออกมาจากห้องฉุกเฉิน ปวริศ รีบลุกเข้าไปหา “ระพี คุณย่าเป็นยังไงบ้าง”
“ให้ยาระงับปวดแล้ว” ระพีพรรณมองทุกคนแล้วเดินเข้ามาหา
สุดาถาม “คุณแม่บอกว่าตั้งแต่เช้าไม่ได้กินอะไรเลย ต้องเป็นโรคกระเพาะแหงๆ ใช่ไหมหมอ”
ประยูรหมั่นไส้ “อย่าทำเป็นรู้ดี”
“ไม่ใช่โรคกระเพาะหรอกค่ะ ลำไส้ใหญ่มีปัญหา…ต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจในแล็ป”
พะยอมงง “แปลว่าอะไร”
ระพีพรรณยังไม่กล้าสรุป “ยังบอกไม่ได้นะคะน้าพะยอม แต่สันนิษฐานได้ว่า แนวโน้มสูงมากที่จะเป็นเนื้อร้าย”
ทุกคนนิ่งงัน สุดาโพล่งขึ้น “มะเร็งน่ะเหรอ”

แย้มนอนหลับตา ครึ่งหลับครึ่งตื่นเพราะฤทธิ์ยา แต่ยังครางฮือๆ ด้วยความเจ็บปวด พะยอมเข้ามาสัมผัสมือแย้มและกุมไว้ แย้มค่อยๆ ลืมตาขึ้น
“แม่…”
“ปวดเหมือนจะตาย พะยอม แม่ใกล้ตายแล้วใช่ไหม”
“ไม่หรอกแม่…เดี๋ยวก็หาย หมอเขาดูแลแม่อยู่ นอนพักซะ ไม่กี่วันก็กลับบ้านได้แล้ว”
แย้มครางฮือๆ แล้วค่อยๆ หลับตาลงอย่างอ่อนแรง พะยอม ประยูร มองแย้มอย่างเวทนา สุดาคิ้วขมวดเหมือนได้กลิ่นคนป่วยใกล้ตายอยู่ตลอดเวลา ระพีพรรณมองอย่างเห็นใจ คนป่วยต้องการกำลังใจอย่างมาก
หทัยรัตน์นั่งตรวจบันทึกอาการคนไข้อยู่ที่โต๊ะ
ระพีพรรณเข้ามาพร้อมเอกสารในมือ วางเอกสารแผ่นนั้นลงตรงหน้าหทัยรัตน์ “ยืนยันชัดเจนแล้วนะรัตน์”
“ระดับไหน”
“สุดท้าย…” หทัยรัตน์อ่านดูข้อมูลในเอกสาร ระพีพรรณบอก “คนป่วยต้องการกำลังใจอย่างเดียวตอนนี้”
“เราจะช่วยเต็มที่ละกัน”
“ลำพังพวกเราก็คงได้ประมาณนึง ตัวเองก็รู้…คนเดียวที่จะช่วยได้มากที่สุดคือใคร”
“ยงยุทธ”
“โทรไปบอกเขาเถอะ ให้เขากลับมาดูแลย่าเป็นครั้งสุดท้าย”
หทัยรัตน์พยักหน้ารับคำแล้วไม่รีรอหยิบโทรศัพท์ออกมากดหายงยุทธทันที…ระพีพรรณลุ้นรอ หทัยรัตน์ถอนโทรศัพท์จากหู แล้วให้ระพีพรรณได้ฟังเสียงสัญญาณจากปลายทางเป็นเสียงข้อมูล “ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้”

หลายวันต่อมา ที่บ้านแย้ม มีการจัดห้องใหม่ให้คนป่วยอยู่ชั้นล่างสะดวกกว่า แย้มนอนตะแคงตาลอย ทรุดโทรม
สุดาประคองชามอ่างเข้ามาวาง ชะโงกมองแย้ม “คุณแม่…เช็ดตัวค่ะ เดี๋ยวจะได้กินข้าวกินยา” แย้มนอนนิ่งไม่ขยับ ไม่หือไม่อือ ”คุณแม่…” สุดาเขย่าตัว “ปัดโธ่ อีกแล้ว จะเยี่ยวทำไมไม่ลุกไปห้องน้ำ ห้องน้ำก็อยู่ใกล้ๆแค่เนี้ย ผ้าปูที่นอนใครจะมาซักให้ทุกวันไหว ฟูกก็เหม็นเยี่ยวไปหมดแล้ว หรือคุณแม่จะนอนพื้นคะ”
แย้มค่อยๆ หลับตาลงอย่างขมขื่นเจ็บปวด สุดาดึงผ้าปูที่นอนออกจากฟูกออกจากตัวแย้มอย่างประชดประชัน กระแทกกระทั้นเพราะแย้มไม่ยอมขยับ สุดาขมุบขมิบปากด่าเป็นชุด หน้ารังเกียจเหม็นเยี่ยว

ผ้าปูที่นอนเปียกเยี่ยวที่ถูกขยุ้มไว้ถูกโยนออกมานอกห้อง พะยอมเข้ามาพอดี เพิ่งมาถึง ถือถุงของกินมาด้วย
สุดาออกจากห้องมาอย่างหัวเสีย บ่นอุบ “เห็นกูเป็นขี้ข้ารึไงวะ… เมื่อไหร่จะตายๆ ไปให้พ้นๆ ซะที” สุดาชะงักกึกเพราะพะยอมยืนนิ่งมองอยู่
“ถ้าไม่เต็มใจจะทำ ก็อย่าทำดีกว่า แม่ฉัน…ฉันดูแลของฉันเองได้”
“ก็หัดมาถึงให้มันหัววันกว่านี้หน่อยสิวะ” สุดาเดินสวนออกไปทันที
พะยอมเลือดขึ้นหน้าเหมือนกัน แต่พยายามระงับไว้…เห็นสันดานแท้ๆ ของพี่สะใภ้มากขึ้นทุกที
แย้มนั่งหมดเรี่ยวแรงให้พะยอมเช็ดตัวให้จนเสร็จ
“หวีผมหน่อยนะแม่ จะได้สวยๆ เดี๋ยวตัวแห้งค่อยทาแป้งหอมๆ” พะยอมหวีผมให้แย้ม แย้มน้ำตาไหล ถึงเวลานี้ก็เหลือพะยอมคนเดียวที่ดูแลขนาดนี้ “หนูซื้อโจ๊กมา เดี๋ยวกินซะหน่อยนะ จะได้กินยา” แย้มกระซิกตัวโยน พะยอมปลอบ “ร้องไห้อีกแล้วแม่ ไม่เอาน่า”
“ปล่อยให้แม่ตายเหอะพะยอม อยู่ไปก็ทรมาน”
“พูดอะไรยังงั้นแม่… ถ้าแม่ตายหนูจะไปหาแม่ได้จากที่ไหน” พะยอมพยายามทำให้บรรยากาศผ่อนคลายที่สุด แย้มยิ่งน้ำตาไหลพราก “ทาแป้งๆ จะได้ตัวหอมๆ” พะยอมทาแป้งใส่แขน ซอกคอ ขาให้แย้ม “รอแป๊บนึง เดี๋ยวหนูไปเตรียมโจ๊กให้” พะยอมออกไปจากห้อง

พะยอมสาละวนเตรียมอาหารให้แย้มในครัว
ด้านนอก แย้มที่แทบไม่มีเรี่ยวแรง ออกมาจากห้อง มองขึ้นไปชั้นบน ลากพาสังขารตัวเองขึ้นบันไดไปอย่างยากลำบากแทบจะเป็นคลานสี่ขา

แย้มเปิดประตูเข้ามาในห้องยงยุทธ ภายในห้องยังอยู่ในสภาพเดิมเหมือนรอเจ้าของห้องกลับมา แย้มลากสังขารพาตัวเองมาถึงหน้าโต๊ะ-ตู้ เห็นรูปถ่ายยงยุทธกับแย้มในวัยต่างๆ ผ่านเวลากันมา
แย้มเปิดตู้เสื้อผ้า ไม่ได้ตั้งใจจะหาอะไรเป็นพิเศษ…แต่ลิ้นชักในตู้ แย้มพบสิ่งหนึ่ง น้ำตาร่วงซ้ำอีก มือที่สั่นระริกเพราะแทบไม่มีเรี่ยวแรง เอื้อมเข้าไปหยิบรองเท้าหนังคู่เล็กออกมา เป็นรองเท้านักเรียนสีดำ สภาพยังค่อนข้างใหม่ที่ยงยุทธใส่ตอน 7-8 ขวบ
แย้มปล่อยโฮเพราะความคิดถึงหลานรักสุดดวงใจ เป็นช่วงวัยที่มีความสุขที่สุด แย้มกอดรองเท้าคู่นั้นแนบอก ใจจะขาด

พะยอมยกถาดอาหารออกมาจากครัว ไปห้องแย้ม แต่ต้องแปลกใจเพราะแย้มไม่ได้อยู่ในห้อง เธอวางถาดอาหารไว้แล้วออกมามองหา ”แม่…เข้าห้องน้ำเหรอจ๊ะ…แม่” พะยอมดินมาดูที่ห้องน้ำที่ปิดอยู่ หมุนลูกบิดเปิดเข้าไปดูในห้องน้ำก็ไม่มีแย้ม
พะยอมมองหาไปทางหน้าบ้าน “แม่” จะเดินออกไปดูหน้าบ้านแต่ต้องชะงักเพราะได้ยินเสียงโครม เหมือนใครล้มอยู่ข้างบน พะยอมรีบวิ่งขึ้นข้างบนไปทันที

พะยอมวิ่งพรวดเข้ามาในห้องยงยุทธ แล้วต้องตกใจสุดขีด “แม่”
แย้มกองหมดสติเพราะล้ม เลือดนองพื้นที่ผ้าถุงที่สวม แต่ในอ้อมอกแย้มยังกอดรองเท้าคู่นั้นเอาไว้แนบตัว
พะยอมรีบวิ่งเข้ามาช้อนประคองร่างแย้มขึ้น ”แม่…แม่”

ห้องพักแพทย์ ระพีพรรณถามหทัยรัตน์ “ยืนยันแล้วใช่ไหม”
“ยืนยัน...ขั้นสุดท้ายแล้วด้วย”
“ตัวเองควรโทรบอกยงยุทธนะ ตัวเองเป็นคนเดียวที่มีเบอร์เขา”
“รัตน์กลัวใจเขาจังเลย”
“นี่เป็นเวลาที่ย่าต้องการกำลังใจจากเขามากที่สุด ถ้าเขาปฏิเสธไม่ยอมมา จิตใจเขาก็ไม่ใช่คนแล้วนะรัตน์”

ที่ห้องพักผู้ป่วยฉุกเฉิน แย้มนอนหมดสติ มีหน้ากากให้ออกซิเจน แขนถูกเจาะให้น้ำเกลือ
สุดานั่งอยู่มุมนึงกับปวริศ “โทรตามน้องได้รึเปล่า”
“ยังไม่ยอมรับสายครับ อาจจะถ่ายละครอยู่”
“ทิ้งข้อความไป ยังไงก็ต้องรีบกลับขึ้นมาให้คุณย่าเห็นหน้าเป็นครั้งสุดท้าย”
“คุณแม่ครับ” ปวริศอึดอัดที่แม่พูดเหมือนแช่ง
“ทำตามที่แม่สั่ง”
พะยอมเอือมระอากับสุดา เพราะต่อให้พูดเบายังไงก็ได้ยิน
แย้มเพ้ออะไรบางอย่าง ประยูรรีบขยับไปข้างเตียง “แม่..แม่”
พะยอมขยับตามมา “แม่..ได้ยินฉันไหม”
“ยงยุทธ..ยงยุทธ.. ย่าขอโทษ”
พะยอมน้ำตาซึม ยังไงก็อดสงสารแย้มไม่ได้
ประยูรสงสารผู้เป็นแม่ จึงหันไปบอกลูกชาย “ปวริศ”
“ครับคุณพ่อ”
“มีทางตามตัวยงยุทธ กลับมาให้เร็วที่สุดได้ไหม”
สุดาขัดใจ จะตามมันกลับมาแย่งมรดกทำไม
“ผมจะพยายามครับคุณพ่อ”
แย้มทั้งที่หลับยังเจ็บปวด ปากขมุบขมิบเรียกแต่ชื่อยงยุทธน้ำตาไหลออกมา
ระพีพรรณบอกปวริศ “โทรมาเป็นชั่วโมงแล้ว เหมือนไม่มีสัญญาณเลย แต่รัตน์กำลังโทรเข้าที่รีสอร์ตอยู่”

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 14/2 วันที่ 11 พ.ค. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ