อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 14/4 วันที่ 12 พ.ค. 58

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 14/4 วันที่ 12 พ.ค. 58

ระพีพรรณล้อ “แหม..คนอยู่ในความรักนี่อะไรๆรอบตัวมันก็เป็นสีชมพูไปหมดเลยเนอะ”
“แซวอะไรแต่เช้าเนี่ย”
“พระเอกของตัวเองเขาโทรรายงานระพีตั้งแต่เมื่อคืนแล้วจ้ะ ยินดีด้วยนะว่าที่เจ้าสาว...สบายใจแล้วสิ”
“มันก็ไม่เชิงนะระพี...ปัญญาที่รออยู่มันยังมี ถ้ายงยุทธกลับมา ย่าก็ตาย รัตน์ยังบอกเลิกกะเขาอีก นึกไม่ออกว่าเขาจะอยู่ยังไง”

“มันอยู่ที่ตัวเขาเองแล้ว ...เขาต้องยอมรับความจริงให้ได้”
“แล้วถ้าไม่ได้ล่ะ”
โทรศัพท์หทัยรัตน์ดังขึ้นทันที...หทัยรัตน์หยิบโทรศัพท์ออกมาดูแล้วใจหายวาบ ระพีพรรณรู้ได้ทันที หทัยรัตน์กดรับสายพร้อมขยับออกไปนอกห้อง “ฮัลโหล ยุทธ”


“มีอะไรรัตน์...ยุทธเพิ่งกลับมาจากพม่า เพิ่งมาถึงก็เห็นโน้ตของรัตน์นี่แหละ”
“ยุทธ...ย่ายุทธป่วยหนักน่ะ..ยุทธรีบกลับมาเยี่ยมท่านได้ไหม”
“ย่าเป็นอะไร”
“มะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการขั้นสุดท้ายแล้วด้วยนะยุทธ..ตอนนี้ท่านอยู่โรงพยาบาล ทุกคนรอยุทธคนเดียว”
“เข้าใจแล้ว..ยุทธจะรีบกลับไป บอกย่าด้วยว่ายุทธจะรีบไป...ให้ย่ารักษาตัวด้วย บอกย่าด้วยนะรัตน์ว่ายุทธขอโทษ ยุทธเสียใจ..ยุทธจะรีบไปให้เร็วที่สุด..กลับไป ยุทธจะแต่งงานกับรัตน์นะ ย่าจะได้สบายใจ”
หทัยรัตน์เหมือนมีก้อนมะเร็งมาจุกคอหอยแทน ทำไมอะไรๆมันกลับตาลปัตร เหมือนกลั่นแกล้งกันตลอดเวลาอย่างนี้
“รัตน์รู้ไหม ไปพม่า ยุทธได้ทับทิมมาชุดนึง สวยมาก ใครเห็นก็บอกว่าน้ำดี รัตน์ต้องชอบแน่ๆ ยุทธซื้อมันด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง ยุทธตั้งใจจะขอหมั้นรัตน์ด้วยทับทิมเก้าเม็ดนี่แหละนะ ยุทธภูมิใจกับมันที่สุด เพราะยุทธได้เลือกได้หาด้วยตัวยุทธเอง ยุทธอยากให้รัตน์เห็นมันซะตอนนี้เลย มัยสวยจริงๆนะรัตน์”
หทัยรัตน์แทบสิ้นแรงเพราะน้ำเสียงของเขาปลาบปลื้มและเต็มไปด้วยความฝันที่กำลังจะเป็นจริง สงสารสุดๆเพราะเธอจะต้องใจร้ายกับเขามาก
“รัตน์...รัตน์ ฟังยุทธอยู่รึเปล่า”
“ฟังอยู่...ฟังอยู่” หทัยรัตน์พยายามทำเสียงให้เป็นปกติ
“ยุทธข้ามไปพม่ากับเพื่อนไปเห็นลู่ทางทำธุรกิจกันหลายอย่างเลย...รัตน์ดีใจไหม ยุทธว่ายุทธรู้แล้วว่ายุทธถนัดที่จะทำอะไร..รัตน์บอกย่านะให้คอยยุทธก่อน..ถ้าเป็นไปได้ เราจะแต่งงานกันก่อน ย่าจะได้สบายใจนะรัตน์นะ ยุทธอยากแต่งงานกับรัตน์ อยากมีลูก ยุทธจะพยายามเป็นหัวหนน้าครอบครัวที่ดีที่สุดให้ได้” ยงยุทธพูดไปน้ำตาไหลไป น้ำเสียงที่หมือนดีใจ จริงๆแล้วรู้อยู่เต็มอกว่ากำลังสูญเสีย ความพยายามสุดท้ายคือการเหนี่ยวรั้งยึดเป็นที่พึ่งทางใจ ยงยุทธพูดวนเวียน “รัตน์บอกย่าให้คอยยุทธนะ ยุทธจะรีบกลับไป ยุทธคิดถึงรัตน์นะ คิดถึงทุกนาที”
หทัยรัตน์ เจ็บปวด ที่ต้องทนฟัง น้ำตาร่วง “กลับมาก่อนยุทธ แล้วค่อยคุยกันนะ รัตน์ต้องรีบไปดูคนไข้แล้ว” หทัยรัตน์กดวางสายทันที หญิงสาวแทบจะระเบิดร้องไห้โฮออกมาด้วยความอัดอั้น แต่ก็ต้องกล้ำกลืนเก็บเอาไว้
ระพีพรรณ ยืนมองอยู่ห่างๆ ค่อยๆเดินเข้ามาหา แตะไหล่ให้กำลังใจ
หทัยรัตน์ หันกลับมา กอดระพีพรรณ ปล่อยโฮ “ทำไมต้องเป็นแบบนี้...ทำไมระพี”

พะยอมกำลังรีดอัดผ้ากาวลงบนผ้าตัดเสื้อ
ลือชัย เข้ามาในร้าน มองพะยอมกลัวๆกล้าๆ จนพะยอมหันมาเห็น “อ้าว..มายังไงกันลูก แล้วใครดูพ่อเขาล่ะ อ้อยเหรอ”
“อ้อยครับ”
“พ่อเขาขยันทำกายภาพบำบัดอย่างที่หมอสั่งรึเปล่า”
“ครับ อ้อยช่วยบังคับอีกแรง”
“ยังไงก็ต้องอดทนนะ คอยให้กำลังใจพ่อเขาด้วย เพื่อโชคดีจะได้กลับมาเดินได้ ใช้ไม้เท้าช่วยก็ยังดี ยายก็เพียบหนัก แม่ไม่ค่อยมีเวลาไปช่วยดูหรอกนะ นี่กินข้าวกินปลามารึยัง หิวไหม”
“ไม่ครับ”
“แม่ต้องเร่งเย็บเสื้อให้ลูกค้า ผิดนัดเขามาสองวันแล้ว ชัยหิวก็ไปหาของกินเอาในครัวนะลูก” ลือชัยนั่งนิ่งจนพะยอมอดแปลกใจไม่ได้ “ชัย...มีอะไรรึเปล่าลูก”
“อ้อยท้องครับ”
“อะไรนะลูก แม่ได้ยินไม่ถนัด”
“ผมทำอ้อยท้องครับแม่ อ้อยท้องมาสองเดือนแล้วครับ”
พะยอมตัวเย็นวาบ แทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าข่าวนี้จะออกมาจากปากลูกชาย

ตึกแถวบริษัทลือพงษ์
ลือพงษ์นั่งอยู่บนรถเข็น “จะให้ทำยังไงได้ เด็กมันพลาดกันไปแล้ว”
ลือชัยนั่งก้มหน้า
“แม่ขอถามหน่อย รักกันกับอ้อยเขาหรือว่าสนุกกันเฉยๆ แล้วพลาด”
“จะยังไงก็แล้วแต่ อ้อยเขาก็ท้องแล้วนี่ครับแม่ ยังไงผมก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่เหรอครับ”
ลือพงษ์ –พะยอม สบตากัน อย่างน้อยลูกก็แสดงความเป็นลูกผู้ชายกล้าแสดงความรับผิดชอบ
พะยอมบอกลูกชาย “ไปตามอ้อยเข้ามาซิ” ลือชัยลุกออกไปจากห้อง
ลือพงษ์เปรยขึ้น “ไม่คิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น”
พะยอมนิ่ง...อดนึกถึงอดีตไม่ได้
อ้อยเดินก้มหน้าตามลือชัยเข้ามา อ้อยทรุดลงกับพื้นกราบพะยอม-ลือพงษ์ น้ำหูน้ำตาไหล เหมือนกลัวความผิด
พะยอมปลอบ “ร้องไห้ทำไม..ไม่ต้องร้อง” อ้อยพยายามกลั้นสะอื้น พะยอมหันไปหาลูกชาย “ชัยมีอย่างเดียวที่แม่จะขอ...ชัยรับปากแม่ได้ไหม...” ลือชัยมองพะยอม “อยู่กินเป็นผัวเมียกะอ้อยแล้ว ลูกอย่ามีใครอีก อย่าทำตัวเจ้าชู้เหมือนผู้ชายทั่วไป อย่าทำให้ผู้หญิงเสียใจ อย่าทำให้แม่ของลูกเสียใจได้ไหม แม่ขอแค่นี้เอง ลูกรับปากแม่ได้ไหม”
ลือพงษ์สะเทือนใจ ยังไงมันก็ย้อนกลับมาที่ตัวเขา ลือชัยก้มลงกราบแทบเท้าพะยอม ลือพงษ์ อ้อยก้มลงกราบเหมือนกัน ลือพงษ์เอื้อมมือมาลูกหัวลูก
พะยอมเช็ดน้ำตาตัวเอง “เอาไว้ซาๆ ธุระที่ต้องดูแลยาย แม่กับพ่อจะไปสู่ขออ้อยให้ถูกต้องตามประเพณีละกัน”

ลือพงษ์ เข็นรถตามออกมาส่งพะยอม “แม่เป็นยังไงบ้าง”
“มีแต่ทรงกับทรุด ทรมานยังกะอะไรดี”
“มีแต่เรื่องทุกข์ใจไม่หยุดหย่อน...แต่เรื่องลูก..ยังไงก็ขอบใจนะที่พะยอมจบมันได้อย่างนี้”
“มันเกิดขึ้นแล้ว ยังไงก็ต้องยอมรับความจริง ฉันเคยเจอมาแล้วด้วยตัวเอง การพรากคู่รักเขาออกจากกัน พรากความรับผิดชอบที่เขาควรมี ยังไงมันก็เป็นบาปที่สุดท้ายมันก็ไม่ได้ตามสนองที่ชาติหน้าชาติไหน ความทุกข์ทรมานมันพบเจอได้ในชาตินี้แหละ ฉันหวังอย่างเดียว อย่าให้มันเกิดซ้ำรอยกับลูกฉันอีก” พะยอมเดินออกไป

ยงยุทธหิ้วกระเป๋า เดินออกมาที่ฟร้อนท์ออฟฟิศ
“ผมต้องไปธุระ สองสามวัน มีอะไรด่วนก็โทรหาผมนะ”
“ค่ะ...ผู้จัดการ”
ยงยุทธหิ้วกระเป๋าเดินออกมาที่รถที่จอดไว้มุมนึง ยิ่งใกล้เวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาทั้งหมด ยิ่งเครียด
ยงยุทธเก็บกระเป๋าเดินทางใส่รถ... ขึ้นรถ สตาร์ทรถ มือที่กำพวงมาลัยเริ่มเกร็งขึ้นทุกที ยงยุทธรู้ตัวว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ยงยุทธเกิดอาการชักเกร็ง เพราะโรคหอบหืดกำเริบ ดิ้นรนจนตกจากรถ
พนักงานตกใจวิ่งออกไปทันที “ผู้จัดการคะ ผู้จัดการใครก็ได้ช่วยกันหน่อยเร็ว”

หทัยรัตน์ตรวจคนไข้เสร็จพอดี ยื่นใบสั่งยาให้คนไข้ “อย่าลืมคุมอาหารนะคะคุณป้า ของหวานงดได้งดเป็นดี แล้วก็ออกกำลังกาย ให้สม่ำเสมออย่างที่หมอแนะนำด้วยนะคะ”
ทันทีที่คนไข้ลุกออกไป โทรศัพท์ก็ดังขึ้นทันที หทัยรัตน์แปลกใจกับเบอร์ที่โทรมา แต่ก็ตัดสินใจกดรับ
“สวัสดีค่ะ หทัยรัตน์ค่ะ ..ใช่คะ..ที่ไหนคะ ..ค่ะ..ค่ะ ขอบคุณมาก จะรีบไปทันทีค่ะ ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ” พยาบาลสวนเข้ามาพอดี “คนไข้หมดแล้วใช่ไหมคะ” แทบไม่รอฟังคำตอบหทัยรัตน์พุ่งออกจากห้องตรวจของตัวเอง ไปที่ห้องตรวจของระพีพรรณทันที
ระพีพรรณกำลังเก็บอุปกรณ์ตรวจไข้อยู่พอดี
“ระพี..คนที่รีสอร์ตโทรมา”
“มีข่าวยงยุทธแล้วใช่ไหม”
หทัยรัตน์พยักหน้า “ข่าวไม่ดีเลย”

ปวริศรู้เรื่องยงยุทธจากสองสาว จึงอาสา “เอายังงี้ละกัน พรุ่งนี้เค้าจะลางาน จะขับรถไปรับยงยุทธเอง ขืนปล่อยให้ขับมาเองไม่ไหวแน่ เกิดอาการกำเริบระหว่างขับรถ..นึกภาพไม่ออก”
“พรุ่งนี้วันหยุดระพี..ระพีจะไปเป็นเพื่อนด้วย”
“แค่คิดก็เหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแล้ว”
“นี่...คนเขากำลังซีเรียสกันอยู่”
“อะไรๆมันก็คลี่คลายไปในทางที่ดีนะครับคุณหมอ...โธ่”
หทัยรัตน์ได้แต่คาดหวัง “หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น”
“อะไรจะเกิดก็ต้องให้มันเกิดแล้วละรัตน์ทำใจให้สบาย ในเมื่อตัดสินใจแล้วทุกอย่างก็ควรเป็นไปตามนั้น ..จะไม่มีใครทุกข์ใจหรอกถ้ายอมรับความจริงกันให้ได้”

รถปวริศแล่นเข้ามาจอดในบริเวณรีสอร์ต และเข้าจอดข้างๆรถยงยุทธ ทุกคนลงจากรถ
ลลดามองบริเวณรอบๆ “พี่ยงยุทธมาหลบอยู่ที่นี่เองเหรอคะ โธ่ เป็นผู้จัดการแบงค์อยู่ดีๆ”
ปวริศแก้ “อยู่ที่นี่ เขาก็เป็นผู้จัดการเหมือนกัน”
“ไม่เห็นเหมือนเลย”
“อย่าใช้ความเห็นส่วนตัวเราตัดสินคนอื่น มันไม่ยุติธรรม” ปวริศเดินนำไป ลลดาย่นจมูกเดินออกตาม
มยุรีย์เหมือนพยามตั้งสติ เรียกกำลังใจ ระพีพรรณเห็นอาการก็สงสัย “เป็นอะไรยุรีย์”
“ยุรีย์ตื่นเต้นค่ะ”
“ตื่นเต้น”
“พอคิดว่าเขาเป็นพี่ชายอีกคนนึง มันก็อดตื่นเต้นไม่ได้..ไม่รู้ว่าเขาจะมองยุรีย์ยังไงนี่คะ”
“ไม่ต้องกังวลหรอก เวลากับความจริงใจจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง..นี่ถ้าป้าอัมพรรู้ ป้าอัมพรคงจะดีใจมาก ความรักความหวังดีจากใครก็ไม่ยิ่งใหญ่เท่าจากพี่น้องด้วยกันหรอก”
“ค่ะยุรีย์อยากให้พี่เขา รู้สึกว่าเขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลก เขายังมีพี่น้องมีเพื่อนที่จะคอยประคับประคองเขา ทุกเวลาที่มีความทุกข์”
ระพีพรรณยิ้มให้ พามยุรีย์เดินตามปวริศออกไป

ห้องพักผู้จัดการรีสอร์ต ยงยุทธดูโทรมอ่อนเพลียเหมือนเพิ่งฟื้นอาการป่วยมองทุกคนที่อออยู่หน้าประตู
ปวริศเอ่ย “พวกเราพร้อมใจกันมารับนายกลับไปเยี่ยมคุณย่า”
“ลำบากเปล่าๆ ตั้งใจว่าแข็งแรงดีแล้วพรุ่งนี้จะขับรถลงไป”
ลลดาไม่ยอมให้ปฏิเสธ “ไปด้วยกันซะวันนี้เถอะค่ะพี่ยงยุทธ คุณย่าคอยพี่อยู่ ลดาตั้งใจมาเป็นคนขับรถให้พี่นั่งโดยเฉพาะเลยนะคะเนี่ย”
ระพีพรรณเสริม “ออกจากที่นี่บ่ายๆเย็นๆก็คงไปถึงไม่ต้องรีบมากก็ได้”
มยุรีย์อาสา “มีอะไรให้ยุรีย์ช่วยไหมคะ เก็บเสื้อผ้าข้าวของอะไรพวกเนี้ย”
ยงยุทธยังรักษาระยะห่าง “ไม่เป็นไร ห้องมันรก อย่าเข้ามาเลย ขอเวลาเตรียมตัวสักพัก เดี๋ยวตามออกไป”
ปวริศรีบบอก “งั้นพวกเราไปกินข้าวคอยนายที่ห้องอาหารนะ” ยังพูดไม่ทันจบ ยงยุทธก็ปิดประตู
ทุกคนมองหน้ากัน ปวริศยักไหล่ ... ไม่เข้าใจอารมณ์ยงยุทธ

ระพีพรรณล้างมือที่อ่างล้างหน้าจนเสร็จ เช็ดมือแล้วหันไปเห็น ยงยุทธที่แต่งตัวใหม่ พร้อมสำหรับการเดินทางยืนอยู่มุมนึงในสวน เหมือนตั้งใจจะแจมกับกลุ่มแล้วแต่ชะงักเปลี่ยนใจ
ระพีพรรณตัดสินใจเดินเข้าไปหา “ไปกินข้าวด้วยกันสิ ทุกคนคอยอยู่”
“ทำไมรัตน์ไม่มาด้วย”
“รัตน์เขาติดงาน คนไข้มาก ลาไม่ได้หรอก”
“ไม่ใช่ว่า รัตน์ไม่อยากเจอหน้า เราเหรอ”
“คิดอะไรอย่างนั้น ย่าก็เป็นหนึ่งในคนไข้ ที่รัตน์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดไปเยี่ยมย่า เดี๋ยวก็ได้เจอกัน”
“ทุกคนคงคิดเหมือนกันหมดว่าเราเป็นคนใจดำกับย่า”
“เลิกระแวงความคิดคนอื่นซะทีเถอะ ไม่มีใครคิดอย่างนั้น ย่าอาจผิดที่แย่งยงยุทธมาจากป้าอัมพร .. แต่ย่าก็ไม่ได้เลวร้ายกับยุทธไม่ใช่เหรอ ตรงข้ามย่าเลี้ยงยุทธมาด้วยความรักล้วนๆ ถึงเวลาที่ยุทธต้องกลับไปทำหน้าที่ของหลานที่ควรทำเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อย่าแล้วนะ”

รถสองคันแล่นตามกันออกไปจากรีสอร์ต รถยงยุทธแล่นตามรถปวริศ
ภายในรถยงยุทธ ลลดาเป็นคนขับให้ ยงยุทธนั่งนิ่ง
“ลดาขับรถแข็งค่ะ ขับขึ้นลงกรุงเทพนครสวรรค์แทบทุกอาทิตย์ พี่ยงยุทธไม่ต้องกลัวนะคะ” ลลดาหัวเราะพลางค้นในช่องเก็บของ” มีเพลงอะไรให้ฟังบ้างคะเนี่ย”
“พี่ไม่ชอบฟังเพลง”
“ว้า...ว่าจะร้องให้ฟังสดๆซะหน่อย”
“พี่ชอบอยู่เงียบๆมากกว่า”
“ถึงว่า...ชีวิตพี่ซีเรียสจัง..ทำไมไม่หาความสุขใส่ตัวบ้างล่ะคะ บางทีคนเราก็ต้องหัดเล่นละครบ้างนะคะไม่ใช่เพื่อหลอกตัวเอง แต่เพื่อให้คนอื่นรอบๆตัวเรามีความสุขค่ะ”
ยงยุทธไม่เคยมีมุมมองแบบนี้เลย

ในรถปวริศ ระพีพรรณ กดโทรศัพท์หาหทัยรัตน์ “ฮัลโหลรัตน์ .. ออกจากลำปางกันแล้วนะ ได้ตัวมาแล้ว ก่อนห้าโมงคงถึงโรงพยาบาล”
“เขาเป็นยังไงบ้าง”
“เข้าใจอะไรๆขึ้นเยอะแล้วละ ตัวเองพร้อมที่จะเจอเขาแล้วใช่ไหม”
“จะพยายาม...”
“งั้นเท่านี้ก่อนนะ ถึงนครสวรรค์แล้วจะโทรหาอีกที”
หทัยรัตน์กดวางสาย หายใจไม่ทั่วท้อง
ธนาปลอบ “ทำใจให้สบาย..ยังไงเวลานี้ก็ต้องมาถึง”
หทัยรัตน์เหมือนมือตัวเองเย็นเฉียบ “รัตน์ไม่เข้าใจ..ทำไมรัตน์เหมือนเป็นคนขี้ขลาดได้ขนาดนี้”
“ถ้ารัตน์อดสงสารเขาไม่ได้ งั้นให้ธนาเป็นฝ่ายเจ็บปวดเองไหม”
“ธนาคนเดียวที่ไหน... รัตน์ก็เจ็บปวดด้วยนะ”
ธนาเอื้อมมือมากุมมือหทัยรัตน์ไว้ “งั้นธนาจะเป็นคนพูดกับเขาเอง”
“อย่าเลย... รัตน์เป็นคนที่อยู่ตรงกลางรัตน์จะเป็นคนพูดเอง แต่ยังไงก็แล้วแต่ขอให้เรื่องของย่าเสร็จก่อนด้วยดีก็แล้วกัน”

ยงยุทธเปิดประตูรถออกมา แหงนมองไปที่ตึกสูงของโรงพยาบาล..ด้วยความรู้สึกแย่ๆ นอกจากเกลียดกลิ่นโรงพยาบาลแล้ว การมาโรงพยาบาลแต่ละครั้งมันคือความทุกข์ ความสูญเสีย ความเจ็บปวดทั้งสิ้น
ระพีพรรณ ปวริศ มยุรีย์ ลลดา ตามเข้ามา เหมือนเป็นกำลังใจให้เขา
ระพีพรรณกระตุ้น “ไปเถอะ..ย่ารอยู่ ระพีโทรมาบอกทุกคน ล่วงหน้าแล้ว ย่าก็รู้แล้วด้วย ย่าคงดีใจ”
ยงยุทธขยับก้าวเดิน เขาหวนนึกถึงเหตุการณ์ตอนอัมพรได้เจอยงยุทธครั้งแรกที่โรงเรียน
ทุกคนก้าวเข้าไปในลิฟท์ ยงยุทธหวนนึกถึงเหตุการณ์ แย้มเล่าเรื่องโกหกเรื่องอัมพรให้ยงยุทธฟัง ภาพแย้มที่เอาใจใส่ดูแลยงยุทธด้วยความรัก ภาพแย้มเสียใจตบหน้ายงยุทธ ตอนที่ไม่ยอมไปสอบหมอ

อ่านละคร สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 14/4 วันที่ 12 พ.ค. 58

ละครสุดแค้นแสนรัก บทประพันธ์โดย จุฬามณี หรือ นิพนธ์ เที่ยงธรรม
ละครสุดแค้นแสนรัก บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครสุดแค้นแสนรัก กำกับการแสดงโดย กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโต
ละครสุดแค้นแสนรัก ผลิตโดย บริษัท เมคเกอร์ เค จำกัด
ละครสุดแค้นแสนรัก ออกอากาศทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครสุดแค้นแสนรัก เริ่มออกอากาศตอนแรกในวัน 18 เมษายน 2558
ติดตามชมละครสุดแค้นแสนรักทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ