อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 14/4 วันที่ 5 พ.ค. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 14/4 วันที่ 5 พ.ค. 58

“เข้ามาทำอะไรที่นี่”
น้ำเสียงยูกิเรียบเป็นปกติแต่แววตาลุกเป็นไฟ “ชั้นจะมาบอกว่า...ได้เวลาที่ชั้นต้องแก้แค้นโฮชิเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว”
“เธอจะทำอะไร”
“บอกไม่ได้..ความลับ แต่สิ่งที่ชั้นจะทำต้องใช้พลังมหาศาล นี่ขนาดชั้นกลืนกินพลังกิเลสของคนชั่วอย่างมาโกโตะไปแล้วพลังก็ยังไม่พอ” ตายูกิมองไดซุเกะใบหน้าระบายยิ้มน้อยๆ อย่างกวนประสาท “ชั้นก็เลยต้องมาหาพลังเพิ่มจากที่นี่”

ไดซุเกะเข้าใจในสิ่งที่ยูกิพูดจึงผุดลุกขึ้นจากพื้นและชี้หน้าด่ายูกิ “แกคิดจะกลืนกินพลังจากตัวชั้นเหรอนางปีศาจหิมะ”
“เรากำลังร่วมมือกันแก้แค้นเทพเจ้านกกระเรียนไม่ใช่เหรอ ร่วมมือกับชั้นดีๆเถอะ แกจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแบกสังขาร เพราะถึงยังไงแกก็ไม่มีทางรอดอยู่แล้ว”


“แกนั่นแหละที่จะไม่รอด สำหรับตระกูลโคสึกะแกมันก็เป็นแค่ปีศาจกระจอก บรรพบุรุษชั้นจับแกขังไว้ในตุ๊กตาฮินะมานานถึงสี่ร้อยปี แต่ชั้นจะไม่ปราณีแกเหมือนบรรพบุรุษชั้นหรอก ชั้นจะทำให้แกสูญสลายไปซะ”
“แกเรียกชั้นว่าปีศาจกระจอกเหรอ ฮ่าๆๆๆ” ยูกิหัวเราะลั่นอย่างสะใจ...หัวเราะจนไดซุเกะหงุดหงิด
“แกหัวเราะอะไร”

“หัวเราะพวกโง่แต่อวดเก่งอย่างแกไงล่ะ ! ชั้นจะบอกอะไรให้นะ...ถ้าชั้นเป็นแค่ปีศาจกระจอกอย่างที่โคสึกะคิด ชั้นก็คงจัดการกับเทพเจ้าจิ้งจอกของแกไม่ได้หรอก”
อัตซุโอะกำลังเดินเข้ามาที่ห้องไดซุเกะ แล้วได้ยินสิ่งที่ยูกิพูดจึงหยุดฟัง
ไดซุเกะสงสัย “แกพูดอะไร ชั้นไม่เข้าใจ”
สีหน้ายูกิเยาะเย้ย “หึ..วันนั้นเมื่อสี่ร้อยกว่าปีก่อน หลังจากชั้นใช้พายุหิมะถล่มเมืองสึกิ เทพเจ้าสุนัขจิ้งจอกสมัครใจมาเล่นงานชั้นเพียงลำพัง เพื่อให้เทพเจ้านกกระเรียนดูแลชาวเมืองที่กำลังล้มตาย ชั้นเสียท่าถูกมันจับขังไว้ในตุ๊กตาฮินะ แต่ร่างมันก็ต้องแตกสลายด้วยพลังที่ชั้นเล่นงานไปด้วยเหมือนกัน จากนั้นชั้นก็โยนความผิดให้เทพเจ้านกกระเรียนเป็นคนทำ เพื่อที่โคสึกะจะได้ไม่ทำลายชั้น..ฮ่าๆๆเทพเจ้าจิ้งจอกของแกสูญสลายเพราะฝีมือของชั้น ไม่ใช่ของเทพเจ้านกกระเรียน! ฮ่าๆๆๆ”
ไดซุเกะอึ้งตะลึงงันและโกรธแค้นมาก “ แก ! แกทำลายเทพเจ้าของเรา แกหลอกใช้พวกเรามาตลอด”
“โกรธชั้นใช่ไหม ดีมาก...โกรธชั้นมากๆ โกรธให้ถึงขนาดว่าอยากจะฆ่าชั้น เพราะยิ่งแกโกรธมากเท่าไหร่ เวลาชั้นกลืนกินกิเลสความโกรธอาฆาตของแก พลังของชั้นก็จะมากขึ้นหลายเท่า” ขาดคำยูกิคว้ามือไปบีบคอไดซุเกะโดยที่เขายังไม่ทันตั้งตัว แต่ไดซุเกะก็ฮึดแรงที่มีปัดมือของยูกิออกได้ทัน ยูกิกระเด็นล้มไปกองกับพื้น แล้วหันหน้ามามองไดซุเกะพร้อมรอยยิ้มร้ายกาจ “เฮือกสุดท้ายของแกแล้ว แต่ก็ยังคิดจะสู้อีก”
“แกหลอกใช้โคสึกะมาตลอด..ลมหายใจของชั้น จะแก้แค้นให้ตระกูลให้ได้”
“งั้นมาดูกันว่าแกจะพยายามได้มากแค่ไหน...หึๆๆๆๆ” ยูกิยิ้มร้ายแล้วถอยล่อหลอกไดซุเกะออกไป พร้อมเสียงหัวเราะก้องกังวาล ไดซุเกะกัดฟันเจ็บใจแม้สังขารไม่ อำนวยเท่าไหร่แล้ว แต่ใจก็ยังสู้เพราะความโกรธแค้น

ยูกิเดินยิ้มร้ายมาตามทางเดินแล้วเจอกับอัตซุโอะที่เงื้อดาบซามูไรพร้อมเล่นงาน แต่ถูกยูกิใช้แขนปัดใส่...พลัง ของยูกิทำให้อัตซุโอะลอยกระเด็นไปติดข้างฝาอย่างแรง ดาบซามูไรในมือกระเด็นลอยหลุดมือ อัตซุโอะกระอักเลือดทรุดตัวล้มกองลงกับพื้น ไม่มีแรง ยูกิหันไปหาที่ดาบซามูไร...จิกตาเพ่งมองไปที่ดาบ...ดาบก็ลอยขึ้นมาอยู่ในมือของยูกิ ยูกิปักดาบแทงอัตซุโอะ
ไดซุเกะตามเข้ามา “อัตซุโอะ !!!!” อัตซุโอะแน่นิ่ง ยูกิหัวเราะสะใจ ไดซุเกะโกรธแค้นยูกิ “นางปีศาจหิมะ แกตาย” ยูกิเอามีดดาบจะแทงไดซุเกะ แต่ไดซุเกะหลบทันแล้วหมุนตัวเหวี่ยงแส้ไปที่ตัวของยูกิ
แส้พันรอบตัวยูกิ...เกิดสีแดงสว่างวาบขึ้นที่เส้นของแส้ “กรี๊ดดดดดดดดดด !”ยูกิล้มลงกับพื้น...ดิ้นทุรนทุรายอย่างเจ็บปวด ไดซุเกะยิ้มเหี้ยมแล้วก้าวเข้าไปยืนคร่อมร่างของยูกิ พร้อมกับเอามีดสั้นอาคมที่เหน็บเอวออกมา...กำลังจะดึง ออกจากคมฝักแล้วกำลังจะแทงลงไปที่หัวใจของยูกิ มีมือใหญ่หนาของใครบางคนคว้าข้อมือของไดซุเกะเอาไว้ แล้วบิดข้อมือของไดซุเกะให้มีดอาคมที่อยู่ในมือแทงเข้าไปในท้องของไดซุเกะเอง
ไดซุเกะกระตุกอย่างแรงแล้วเห็นว่าผู้ที่ทำร้ายเขาอยู่ตอนนี้คือ อัตซุโอะ ! “อัตซุโอะ! ทำไมแกทำแบบนี้”
“แกควบคุมร่างกายชั้นได้ แต่แกควบคุมพลังของชั้นไม่ได้หรอก”
ดวงตาของยูกิเป็นสีฟ้าวาบ แส้ที่พันตัวยูกิอยู่ร่วงหลุดลงพื้นได้อย่างง่ายดาย ไดซุเกะอึ้ง ยูกิหันไปสั่งอัตซุโอะ
“ฆ่ามัน” อัตซุโอะดวงตาวาบเป็นสีฟ้าแล้วกระชากมีดออกจากตัวไดซุเกะ ก่อนจะแทงไดซุเกะซ้ำ ไดซุเกะกระอักเลือด
“พอได้แล้ว ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของชั้น”
อัตซุโอะและมีดในมือก็ร่วงหล่นลงพื้น เพราะยูกิเลิกใช้พลังสะกดจิตอัตซุโอะ ไดซุเกะเลือดท่วมตัว คลานหนีอย่างเจ็บปวดทุรนทุราย
“นี่เหรอสภาพของไดซุเกะประมุขผู้เก่งกล้าของโคสึกะ คลานขอชีวิตอย่างกับหมา น่าสมเพชที่สุด” ดวงตาของยูกิเป็นสีฟ้าวาบ ใช้พลังทำให้แล้วไดซุเกะลุกขึ้นมาให้ยูกิจิกเข้าลำคอ “พลังที่แกเพียรทำสมาธิมาตลอดชีวิตต้องเป็นของชั้น” ยูกิจิกตามองหน้าไดซุเกะ...ดวงตาเป็นสีฟ้าวาบ
ไดซุเกะค่อยๆ อ้าปากกว้างออก ยูกิอ้าปากดูดกลืนวิญญาณของไดซุเกะ...จนร่างของไดซุเกะแห้งเหี่ยว ยูกิปล่อยร่างไดซุเกะหล่นลงพื้น หลับตาพริ้ม รู้สึกดีเหลือเกินที่ได้รับพลังจากไดซุเกะ แล้วยูกิก็ยิ้มร้าย “ไม่ต้องห่วงนะไดซุเกะ ชั้นจะตอบแทนแกด้วยการแก้แค้นเทพเจ้านกกระเรียนและมิยาคาวะให้เอง” ยูกิหัวเราะอย่างสะใจ

ในคฤหาสน์มิยาคาวะ ไอก้มโค้งให้ย่ามิกิ “ไอจะกลับบ้านแล้วเลยแวะมาลาคุณย่าค่ะ”
“เดินทางดีๆแล้วกัน ถ้าถึงบ้านแล้วโทรส่งข่าวบอกย่าด้วย ย่าจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง”
ไอมองมิกิอย่างซึ้งใจจนน้ำตาไหล “คุณย่าดีกับไอมากอย่างนี้ ไอยังทำร้ายคุณย่าได้ลงคอ ไอโง่จังเลยนะคะ”
“อย่าพูดเรื่องที่มันแล้วไปแล้วเลยนะ อะไรที่ผิดก็จำไว้เป็นบทเรียน อย่าให้มันเกิดซ้ำอีก”
“ค่ะคุณย่า ถ้าอย่างงั้นไอขอตัวก่อนนะคะ”
ย่ามิกิยิ้มรับ แต่อยู่ๆไอเกิดอาการคลื่นไส้ขึ้นมากะทันหัน ไอปิดปากจะอาเจียนจึงวิ่งออกไปจากห้องไปทางห้องน้ำ
ย่ามิกิมองตามอย่างตกใจและเป็นห่วง

ย่ามิกิยืนคอยอยู่หน้าห้องน้ำ ไอเดินออกมาจากในห้องน้ำด้วยสีหน้าซีดเซียว...ใช้กระดาษทิชชู่ซับน้ำบนปาก
“ถ้าไอไม่สบาย จะนอนพักที่นี่ให้หายดีก่อนก็ได้ ย่าอนุญาต”
“ขอบคุณค่ะคุณย่า แต่ไอไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ช่วงนี้ไอมักจะอาเจียนแบบนี้เป็นประจำ”
“เป็นบ่อยเลยเหรอ..ถ้าไม่สบายก็ควรจะไปหาหมอนะ”
“ไม่จำเป็นต้องไปหาหมอหรอกค่ะคุณย่า”
“ทำไมล่ะ”
ไอนิ่งไปแล้วพยายามกลบเกลื่อนจนย่ามิกิรู้สึกผิดสังเกต “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ..ไอรบกวนคุณย่ามากแล้ว..ไอขอตัวนะคะ เดี๋ยวจะไม่ทันรถไฟ”
ไอจะเดินออกไป แต่ย่ามิกิเข้าไปรั้งแขนเอาไว้ “เดี๋ยวก่อนไอ...ยังไงเราก็ยังเป็นญาติกันอยู่ ถ้าไอมีเรื่องไม่สบายใจอะไรก็ปรึกษาย่าได้ ย่ายินดีช่วยเหลือไอทุกอย่าง” ไอชะงักหน้านิ่งน้ำตาคลอๆ “ไอ..ความผิดพลาดมันคือบทเรียน ย่าเห็นแล้วว่าไอยอมรับผิด ย่าก็พร้อมจะเริ่มต้นกับไอใหม่ แต่ครั้งนี้ไอก็ต้องเปิดใจคุยกับย่าด้วย เราจะได้ไม่ผิดพลาดเหมือนที่ผ่านมา”
ไอน้ำตารื้นไหลอาบแก้ม “คุณย่าคะ..คือว่า..ไอ...ฮือๆๆๆๆ” ไอปล่อยน้ำตาไหลอาบร้องไห้โฮโผกอดย่ามิกิ

รินดาราเพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ แขวนผ้าขนหนูไว้ในตู้เสื้อผ้า แล้วเดินเข้ามาที่กล่องใส่นกฮิเมะ “ฮิเมะ ตื่นหรือยัง ไปเยี่ยมหนูอายูมิกันเถอะ” แต่ในกล่องว่างเปล่าไม่มีลูกนกฮิเมะ รินดาราตกใจ “ฮิเมะ ! ฮิเมะหายไปไหน”
“ชั้นอยู่นี่” รินดาราหันไปทางเสียง เห็นนกฮิเมะเกาะอยู่ที่หน้าต่าง...หันหน้าออกไปนอกหน้าต่าง
รินดารารีบเข้าไปหา “เธอไปยืนทำอะไรตรงนั้น เธอยังบินไม่แข็งแรง เดี๋ยวก็ตกหน้าต่างลงไปหรอก”
“เมื่อกี้ชั้นได้ยินแม่บินมาร้องเรียกชั้นอยู่แถวนี้”
“แม่เธอมาเหรอ” รินดารามองออกไปนอกหน้าต่าง “ไหนล่ะ...แม่ของเธออยู่ไหน”
“แม่บินไปแล้ว บินไปทางโน้น ชั้นตะโกนร้องเรียกแม่ แต่แม่ไม่ได้ยิน เธอพาชั้นไปหาแม่หน่อยได้ไหมรินดารา”
“แต่เธอไม่รู้นี่ว่าแม่ของเธออยู่ที่ไหน”
“เราไปตามทางที่แม่ชั้นบินไปสิ มันอาจจะเป็นทางกลับรังของชั้นก็ได้ นะรินดาราช่วยลูกนกตาดำๆ อย่างชั้นเถอะนะ”
“แต่....”
“ฮือ !!!!!!!!!!!!!!!!!”
นกฮิเมะร้องไห้จ้า จนรินดาราต้องยอม “ก็ได้ๆ ชั้นไปส่งเธอก็ได้”
นกฮิเมะหยุดร้องไห้ทันที “เย้ๆๆๆ ขอบใจนะจ๊ะรินดารา ผู้หญิงอะไรน่ารักที่สุดเลย”
รินดารามองค้อนนกฮิเมะอย่างไม่จริงจัง

อายูมินั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง กล่องใส่นกฮิเมะวางอยู่บนตักของอายูมิ รินดารานั่งอยู่ข้างเตียง
“อายูมิขอให้ฮิเมะเจอแม่ไวๆนะ ฮิเมะจะได้กลับไปอยู่กับครอบครัวของฮิเมะ”
“อายูมิเก่งจังเลยค่ะ พี่คิดว่าอายูมิจะต้องร้องไห้ ไม่ยอมให้ฮิเมะกลับไปง่ายๆ ซะอีก”
“ตอนที่อายูมิถูกจับไป อายูมิคิดถึงทุกคนที่บ้านเหลือเกิน ฮิเมะก็ต้องคิดถึงครอบครัวของฮิเมะเหมือนกัน”
รินดารายิ้มรับและมองอายูมิอย่างเอ็นดู
“สัญญานะฮิเมะ ถ้าเธอแข็งแรงบินได้เองแล้ว เธอจะแวะมาหาอายูมิกับฮิโตชิบ้าง”
รินดารามองไปที่นกฮิเมะซึ่งส่งเสียงร้องจิ๊บๆๆ แล้วยิ้มก่อนที่จะหันมาหาอายูมิ“พี่ว่าฮิเมะสัญญากับอายูมิแล้วค่ะ”
อายูมิยิ้มดีใจแล้วถาม “แล้วพี่รินดาราจะพาฮิเมะไปตามหาแม่ที่ไหนคะ”

รินดาราเดินสะพายกระเป๋าใส่นกฮิเมะมาตามทาง ใขณะที่ท้องฟ้าเริ่มก่อเมฆอย่างแปลกประหลาด ดวงตาของยูกิที่เป็นสีฟ้าเข้มบนท้องฟ้าจ้องมองมาที่รินดาราอย่างกราดเกรี้ยว พร้อมกับลมที่เริ่มกรรโชกแรง พายุหิมะกำลังก่อตัวขึ้นบุกจู่โจมเมืองสึกิอีกครั้งในไม่ช้านี้ !!!!
ที่ทางเดินในป่า รินดาราเดินสะพายกระเป๋าเข้ามาตามทาง “ฮิเมะ จะให้ชั้นไปทางไหนต่อ”
นกฮิเมะโผล่หัวออกมาจากกระเป๋า “เสียงแม่เงียบหายไปแล้ว ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปทางไหนต่อ”
“อ้าว...”
นกฮิเมะมองออกไปรอบบริเวณแล้วตาโต “เอ๊ะ ! ชั้นคุ้นๆ แถวนี้ ใช่แล้ว! ชั้นจำได้แล้ว! แม่ของชั้นเคยบินพามาหาของกิน เธอเดินตรงไปทางโน้นเลยนะ ตรงไปเรื่อยๆ ถ้าเจอทะเลสาบค่อยเรียกชั้นนะ” นกฮิเมะผลุบหัวกลับเข้าไปในกระเป๋า
“แน่ใจนะฮิเมะว่าจะไม่พาชั้นหลงทาง” ฮิเมะไม่ตอบ รินดาราเปิดกระเป๋าออกและก้มลงถาม“ฮิเมะ ชั้นถามว่าแน่ใจหรือเปล่า”
“แน่ใจ นี่เธออย่าเปิดกระเป๋าได้ไหม ชั้นหนาว...อากาศแปรปรวนชะมัด...เมื่อกี้ยังร้อนตับแตก แล้วนี่ทำไมอยู่ดีๆก็หนาวขึ้นมา เธอไม่หนาวบ้างเหรอ”
รินดารามองไปรอบตัวแล้วรู้สึกสะท้านขึ้นมา “อากาศเย็นขึ้นจริงๆด้วย” รินดาราเหลือบตาขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วต้องอึ้งตะลึงงันเมื่อพบว่ามีละอองหิมะตกลงมาจากท้องฟ้า รินดาราแบมือรับละอองหิมะ “หิมะ !??? นี่มันหน้าร้อน ทำไมหิมะถึงตก”
“เพราะแกยังไงล่ะนังเมียวโจ คนในเมืองสึกิถึงจะต้องพบกับความหายนะ”
รินดาราหันหลังไปทางเสียงถึงเห็นยูกิในชุดกิโมโนสีขาว...ผมยาวดำสนิท...ปากทาแดงจัดยืนมองมาด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย“นางปีศาจหิมะ”
สิ้นคำยูกิโบกแขนไปข้างหน้าอย่างเร็วให้ชายผ้าที่แขนของชุดกิโมโนโบกสะบัด รินดารารู้สึกเหมือนถูกตบอย่างแรง หน้าหันและกระเด็นไปติดต้นไม้ หัวกระแทกต้นไม้อย่างแรง กระเป๋าสะพายที่ใส่นกฮิเมะกระเด็นไปตกบนพื้น ส่วนรินดาราก็สลบล้มลงกับพื้น..ละอองหิมะตกลงปะทะใบหน้าของรินดาราหนักขึ้น ยูกิในคราบนางปีศาจหิมะหัวเราะลั่นกึกก้องอย่างสะใจ

โฮชิโนโอจินอนหลับอยู่บนฟูกแล้วสะดุ้งตื่น สายตาของโฮชิโนโอจิมองไปนอกหน้าต่าง...เห็นละอองหิมะตกลงมา
โฮชิโนโอจิยื่นมือไปรับละอองหิมะที่โปรยปรายสีหน้าเคร่งเครียด คิดถึงใครอื่นเป็นไปไม่ได้นอกจาก....นางปีศาจหิมะ ระหว่างนั้นโฮชิโนโอจิเหลียวหน้าไปทางรูปภาพวาดของเมียวโจโอจิน สายตาของเมียวโจโอจินในภาพวาดขยับได้ราวกับมีชีวิต...กลีบดอกวีสทีเรียสีม่วงพราวที่เป็นฉากหลังของรูปวาดแปรเปลี่ยนเป็นหิมะขาวไปทั้วบริเวณ ใบหน้าของเมียวโจโอจินหม่นเศร้า..แล้วมีน้ำตาไหลเป็นสีแดงเหมือนเลือดไหลออกมา

บ้านรินดารา เริงตะวันกำลังนวดให้สุรินทร์ สุรินทร์แข็งแรงขึ้นมาก เรืองนภากับดวงดาวช่วยกันตั้งโต๊ะอาหาร โทรทัศน์ที่ตั้งอยู่กลางโถงบ้านเปิดทิ้งไว้
ภาพในโทรทัศน์ตัดเข้ารายงานข่าว “มีรายงานด่วนเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นว่ามีพายุหิมะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันที่เมืองสึกิ ในประเทศญี่ปุ่น
เริงตะวันหันไปมองที่โทรทัศน์ “เมืองสึกิ” เริงตะวันตะโกนเรียก “พ่อจ๋าแม่จ๋า นี่มันเมืองที่พี่ดาราอยู่นี่จ๊ะ ข่าวเขาว่ามีพายุหิมะถล่มจ้ะ”
สุรินทร์ ดวงดาว และเรืองนภาพากันเข้ามาดูที่หน้าจอทีวี
ภาพบนโทรทัศน์เป็นภาพพายุหิมะตกลงมากลางถนนเมืองสึกิ หิมะตกอย่างหนัก ผู้คนพากันวิ่งหลบเข้าอาคาร
“พายุหิมะทำท่าจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป ตอนนี้ทางการไม่สามารถเข้าไปอพยพผู้คนที่อยู่ในเมืองออกมาได้ เพราะหิมะปกคลุมถนน สะพานต่างๆ หมดแล้ว การสื่อสารทุกอย่างถูกตัดขาด”
ดวงดาวตกใจมือไม้อ่อน จึงทำจานข้าวที่ถืออยู่ตกพื้นเพล้ง ! แล้วยืนไม่อยู่จะเป็นลม
“แม่” สุรินทร์ และลูกสองคนปราดเข้าไปประคองดวงดาวที่หน้าซีดเผือด
ดวงดาวบอกกับสุรินทร์อย่างตื่นตระหนก “พี่ ดาราจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ชั้นเป็นห่วงลูก เราจะทำยังไงกันดี”
“ใจเย็นๆ นะ ลูกเราเป็นคนดี ความดีจะคุ้มครองลูกเราให้ปลอดภัย” ทุกคนไม่สบายใจ

ภายในคฤหาสน์มิยาคาวะ อาคิระในชุดเสื้อโค้ทหนายาวถือเสื้อกันหนาวอีกตัวไว้ในมือ ย่ามิกิกับไอเดินเข้ามาในห้องด้วยกัน
พออาคิระเห็นย่ามิกิก็รีบเอาเสื้อเข้าไปให้ “คุณย่าใส่เสื้อกันหนาวไว้นะครับ อากาศเย็นขึ้นทุกทีผมกลัวว่าเครื่องทำความร้อนในบ้านเราจะรับไม่ไหว”
ย่ามิกิส่งเสื้อให้ไอ “ไอใส่ก่อนเถอะ เดี๋ยวย่าค่อยไปเอาตัวใหม่”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณย่าใส่เถอะค่ะ”
“ไอนั่นแหละใส่ อย่าลืมว่าไอไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้ว ต้องดูแลรักษาตัวเองให้มากๆ”
ไอซึ้งใจ “ค่ะคุณย่า”

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนที่ 14/4 วันที่ 5 พ.ค. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ