อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 2 วันที่ 23 พ.ค. 58

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 2 วันที่ 23 พ.ค. 58

“เมื่อเอ็งกับข้าเป็นศิษย์สำนักเดียวกันแล้ว ข้าก็จะเล่าให้เอ็งฟังว่า เหตุที่ข้าต้องปกปิดเรื่องการซ้อมดาบ ก็เพราะท่านเจ้าพระยามหาโยธารามัญ ได้กำหนดการประลองดาบขึ้นในหมู่ชาวมอญ พวกข้าพ่ายแพ้ให้สมิงจักรเพชรมาหลายครา จนโดนมันข่มเหงมาตลอด ดีที่อ้ายพุ่มมาบอกข้าว่าขรัวปู่เป็นผู้ใด ข้าจึงมาขอเป็นศิษย์เพื่อหวังล้างอายอ้ายสมิงจักรเพชร” สมิงสอดน้อยเล่าให้ฟัง เหมพยักหน้ารับ พนมมือเอ่ย

“กระผมขอให้คำมั่นต่อหน้าขรัวปู่ว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปเด็ดขาดขอรับ”


สมิงสอดน้อยขอบใจเหม พระครูยมจึงมอบหมายให้พุ่มช่วยฝึกฝนเหมแทนพลางก่อนที่ท่านจะสอนวิชาให้เหมด้วยตัวเอง

“ขอรับขรัวปู่ กระผมจะสอนมันตั้งแต่ไหว้ครูแลวิชาขึ้นต้นทั้งหลายขอรับ” พุ่มรับคำ แล้วฝึกพื้นฐานการต่อสู้แก่เหมที่บริเวณวัดนั่นเอง นับแต่ไหว้ครูมวยไทย หาบน้ำใส่ตุ่มสร้างกล้ามเนื้อและพละกำลัง ใช้ไม้พลองตีกับต้นไม้ กระโดดขึ้นบันไดวัด ฝึกฝนจนได้ที่ก็รำดาบและไหว้ครูให้พระครูยมดู ท่านดูแล้วยิ้มอย่างชื่นชม

ooooooo

อยู่วัดได้ครบเดือนเหมกลับมาเยี่ยมบ้าน คุณหญิงชมปลื้มปีติบอกเหมให้ไปพักพรมน้ำอบน้ำปรุงให้ชื่นใจก่อนแล้วตกเย็นค่อยรับสำรับเย็นกับแม่

ระหว่างนั้นเหมเห็นลำดวนขี่ม้าก้านกล้วยนำพวกเด็กๆ เล่นกันผ่านมา จึงเอาขนมไปให้กินแล้วถามว่า บัวคิดอย่างไรเรื่องหลวงสรอรรถ?

เป็นเวลาที่หลวงสรอรรถเทียวมาคุยกับบัวพอดีซ้ำยังทำรุ่มร่ามจับชายสไบของบัว ดีที่ขุนนาฏ คุณปิ่นและทับทิมเข้ามาทักและเข้านั่งกันท่าจนหลวงสรอรรถหน้าเจื่อน ขุนนาฏบอกทับทิมให้จัดสุรายาดองและกับแกล้มมาจะได้ร่วมวงกับหลวงสรอรรถ

ขณะนั้นเองเหมจูงลำดวนขึ้นเรือนมา ขุนนาฏ ทักทายยินดีว่ากลับจากวัดเมื่อใดหายไปเป็นแรมเดือนเชียว เหมทักทายกับหลวงสรอรรถแล้ว เหมยิ้มให้บัวทัก “มิได้เจอกันเสียนาน แม่บัวสบายดีหรือไม่”

“สบายดีเจ้าค่ะ ขอบพระคุณคุณเหมเจ้าค่ะที่ถาม” บัวเขินอาย หนุ่มสาวมองกันไปมาด้วยความคิดถึง หลวงสรอรรถเห็นสายตาของทั้งสองก็รู้ว่า ทั้งคู่ชอบพอกัน ได้แต่ขบกรามแน่นข่มไว้ เมื่อลงมาถึงท่าน้ำก็อาฆาตว่า

“กล้าแย่งผู้หญิงกับกู อย่าให้หมดบารมีพ่อมึงคุ้มกะลาหัวก็แล้วกัน”

ooooooo

ขณะคุณหญิงชมผิดหวังเมื่อจัดสำรับรอเหมแล้วทาสหญิงเข้ามาบอกว่าเหมจะทานสำรับเย็นที่เรือนท่านขุนนาฏ

ระหว่างนั้นเอง ทาสหญิงอีกคนก็เดินนำชายคนหนึ่งขึ้นเรือนมา พระยาบริรักษ์ถามว่าพาผู้ใดมาหรือ

“ดีฉันเองขอรับ นายชัยขรรค์ มหาดเล็กหุ้มแพร” พระยาบริรักษ์รีบเดินไปรับ คุณหญิงติงว่ามาเสียมืดค่ำ คงมีราชการสำคัญ จะไปเตรียมห้องให้

“มิเป็นไรขอรับคุณหญิง มิใช่ราชการลับ ดีฉันเพียงแต่มาขอให้ท่านเจ้าคุณบริรักษ์เร่งเสบียงให้เท่านั้น ด้วยดีฉันจะนำเสบียงไปส่งให้กองทัพที่ไปทำศึกกับทัพของเจ้าอนุวงศ์แห่งกรุงศรีสัตนาคนหุตขอรับ”

“เพลานี้ยังมีศึกอีกหรือขอรับ แล้วผู้ใดเป็นแม่ทัพในศึกคราวนี้กัน” พระยาบริรักษ์ตกใจ

“ท่านพระยาราชสุภาวดี แม่ทัพคู่พระทัยขององค์พระเจ้าอยู่หัวขอรับ”

แต่คุณชายช่วงไม่ทันส่งเสบียงไปถึง พระยาราชสุภาวดีก็นำทัพรบชนะแม่ทัพลาวแล้ว แม้ท่านจะถูกแทงเข้าที่สีข้างทะลุแต่ก็หนีบดาบเอาไว้อย่างเหี้ยมหาญจนแม่ทัพลาวชักดาบกลับไม่ได้และถูกพระยาราชสุภาวดีฟันตายคาหลังม้า! เอาชนะข้าศึกได้อย่างงดงามโดยมีหมื่นพิพิธภูบาลคู่หมั้นของทับทิมออกร่วมศึกด้วย

เมื่อบรรยายแผนที่การเดินทัพบุกไปยังประเทศลาว ผู้บรรยายอธิบายว่า

“ปีพุทธศักราช 2369 เจ้าอนุวงศ์แห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต ได้แยกตัวเป็นอิสระจากกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงโปรดให้พระยาราชสุภาวดีเป็นแม่ทัพยกไปปราบปรามจนในที่สุดก็สามารถเอาชนะและเข้ายึดครองเมืองจำปาศักดิ์ได้สำเร็จ จึงทรงโปรดเกล้าฯให้พระยาราชสุภาวดีดำรงตำแหน่งเป็น ‘เจ้าพระยาราชสุภาวดี’ ว่าที่สมุหนายกในเวลาต่อมา”

ooooooo

ที่ค่ายทหาร คุณชายช่วงกำลังเปลี่ยนผ้าพันแผลให้พระยาราชสุภาวดีที่ถูกแทงสีข้าง คุณชายช่วงเอ่ยอย่างชื่นชมว่า

“สมแล้วที่ท่านเจ้าคุณสิงห์เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย ดีฉันยังมิทันนำเสบียงรอบใหม่มาถึงก็สามารถพิชิตศึกได้แล้ว นับเป็นขุนศึกคู่พระบารมีโดยแท้”

“ขอบใจพ่อช่วงมาก แต่ที่ชนะศึกนี้ได้ มิใช่เพราะฉันคนเดียวดอก แต่เพราะเหล่าทหารเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว แลรบโดยมิอาลัยแก่ชีวิต จึงเอาชัยข้าศึกศัตรูได้” พระยาราชสุภาวดีเอ่ยอย่างถ่อมตัวแลยกย่องเหล่าทหารจนคุณชายช่วงยิ่งชื่นชม

“ฟังว่ามีใบบอกมาจากท่านพระยานครศรีธรรมราชว่าพวกวิลาศยกทัพเรือมาไว้ที่เกาะหมากสี่ลำ จะไปแห่งหนตำบลใดมิได้แจง มิทราบว่าข่าวนี้เป็นจริงหรือไม่ขอรับคุณชายช่วง” ขุนสิทธิสงครามที่นั่งอยู่ด้วยเอ่ยถาม คุณชายช่วงหัวเราะบอกว่า

“อยู่ไกลถึงจำปาศักดิ์ การข่าวยังรวดเร็วนัก ที่ดีฉันมาในครั้งนี้ นอกจากนำเสบียงมาส่งแล้วก็จะมาแจ้งข่าวนี้ด้วย” คุณชายช่วงยกมือไหว้ก่อนเอ่ย “องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่าไม่ควรตั้งอยู่ในความประมาท จึงมีตราทัพเรียกเจ้าคุณพ่อของดีฉันกลับจากราชการแล้ว เพลานี้ตั้งทัพคุมเชิงอยู่ที่เมืองปากน้ำขอรับ”

พระยาราชสุภาวดีบอกว่าดีแล้ว ศึกทางนี้ไม่มีอะไรน่าห่วง ตนจะเร่งถอนทัพไปช่วยท่านพระยาพระคลังอีกแรง

หมื่นพิพิธคิดถึงทับทิมที่เป็นคู่หมั้น เอ่ยถามคุณชายช่วงว่าทับทิมเป็นอย่างไรบ้าง

“น้องสาวฉันอยู่เย็นเป็นสุขดี รอแต่หมื่นพิพิธท่านกลับจากศึกไปจัดงานแต่งงานให้เท่านั้น”

“กระผมก็หวังเช่นนั้นขอรับ เกรงแต่ว่าจะเกิดศึกพวกวิลาศขึ้นมาอีก เพราะนับแต่พวกวิลาศมีชัยเหนือพวกพม่าก็มีแต่ข่าวลือไม่ดีมาตลอด” หมื่นพิพิธเอ่ยสีหน้ากังวล ขุนสิทธิสงครามเชื่อว่ามิต้องกลัวอันใดเพราะพวกวิลาศมีน้อยกว่าเรานัก

“คิดเช่นนั้นไม่ได้ดอกขุนสิทธิ ด้วยวิชาการของพวกฝาหรั่งนั้น เหนือกว่าเรามาก หากเกิดศึกกันจริง จะเป็นศัตรูที่ยิ่งใหญ่กว่าที่สยามเคยเผชิญมามากนัก” พระยาราชสุภาวดีท้วงติง คุณชายช่วงถามทันทีว่า

“ถ้าเช่นนั้น ท่านเจ้าคุณคิดเห็นว่าเราควรต้องทำอย่างไรขอรับ จึงจะพ้นภัยจากพวกฝาหรั่ง”

“ขั้นแรก เราต้องแก้เหตุเฉพาะหน้ากันก่อน จากนั้นต้องเพียรศึกษาวิชาของพวกฝาหรั่งให้มากไว้ อย่างเช่นวิธีทำศึก กระบวนทัพก็แตกต่างจากพิชัยสงครามของเรา ภายหน้าการทำศึกย่อมต้องเปลี่ยนแปลงไป หากเราไม่ศึกษาให้ดี คงไม่แคล้วเสียทีเหมือนพวกพม่าเป็นแน่”

การชี้แนะของพระยาราชสุภาวดีทำให้คุณช่วงนิ่งไปเพราะสอดคล้องกับความคิดของตนที่เห็นควรต้องเรียนวิชาของตะวันตกเพื่อพัฒนาประเทศ

ooooooo

วันนี้ ที่ศาลาวัดท้ายน้ำ พระครูโพมานั่งจิบชาคุมสอบอยู่ บรรดาชายหนุ่มที่มาเรียนต่างก้มหน้า ก้มตาเขียนคำตอบในกระดานชนวน เหมทำเสร็จส่งก่อนเพื่อน พระครูถามว่า ส่งก่อนคิดจะลากลับเรือนล่ะสิ?

“ขอรับ” เหมยิ้มเขินๆ เพราะจะรีบกลับไปเจอบัว

บัวนั่งพับกลีบดอกบัวเพื่อเอาไปถวายพระ เสร็จถาดหนึ่งก็ให้บ่าวเอาไปให้แม่นายก่อน เป็นจังหวะที่เหมมาที่ศาลาพอดี เหมได้ทีรีบเข้าไปหา บอกว่าตนพายเรือไปขึ้นที่ท่าโน้นแล้วเดินอ้อมมาที่นี่ โชคดีที่บัวมาที่นี่ไม่เช่นนั้นต้องขึ้นไปบนเรือนแล้ว บัวถามว่าขึ้นเรือนแล้วไม่ดีอย่างไรหรือ

“มิใช่ไม่ดี เพียงแต่ฉันไม่ได้อยู่กับแม่บัวสองต่อสองต่างหาก” เหมหยิบดอกบัวขึ้นดมเอ่ยคำหวานทำกรุ้มกริ่ม “เจ้าเป็นบัว ตัวพี่เป็นภุมรา เชยผกาโกสุมประทุมทอง”

บัวติงว่าเอาดอกบัวไปดมเสียแล้วจะถวายพระได้อย่างไร เหมขอเสียเลยประคองดอกบัวขึ้นแนบอก “คืนนี้ ฉันจะกอดดอกบัวดอกนี้ไว้แนบกาย แม่บัวคงไม่ว่ากระไรกระมัง”

บัวเขินจนพูดกระไรไม่ออก

แล้วคืนนี้เหมก็เอาดอกบัววางไว้ข้างหมอนนอนอย่างมีความสุข

ooooooo

เช้าวันนี้ สมิงสอดน้อยกับสมิงจักรเพชรประลองดาบสองมือกันต่อหน้าเจ้าพระยามหาโยธารามัญขุนนางผู้ใหญ่ ท่ามกลางการลุ้นของเหม บุษย์และบรรดาทหารมอญของทั้งสองฝ่าย

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 2 วันที่ 23 พ.ค. 58

ละครข้าบดินทร์ บทประพันธ์โดย : วรรณวรรธน์
ละครข้าบดินทร์ บทโทรทัศน์โดย : เอกลิขิต
ละครข้าบดินทร์ กำกับการแสดงโดย : อรรถพร ธีมากร
ละครข้าบดินทร์ ผลิตโดย : บริษัท ที.วี.ซีน จำกัด
ละครข้าบดินทร์ ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - วันอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครข้าบดินทร์ เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ