อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 2 วันที่ 25 พ.ค. 58

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 2 วันที่ 25 พ.ค. 58

ที่ละแวกเรือนเจ้าพระยาพระคลังนี่เอง ลำดวนเห็นลูกน้องหลวงสรอรรถ 4-5 คนคุมพวกทาสชายหญิงมา ในนั้นมีเด็กวัยเดียวกับลำดวนอยู่ด้วย ลูกน้องหลวงสรอรรถถือหวายคอยคุมเหล่าทาสนั้นมา เด็กหญิงที่ถูกคุมมาเดินไม่ไหวล้มลงก็ถูกลูกน้องหลวงสรอรรถตะคอกให้ลุกขึ้น อีกคนใช้หวายเฆี่ยนเด็กหญิงอย่างโหดร้ายจนเด็กหญิงร้องด้วยความเจ็บปวด

ขณะนั้นเอง พระยาราชสุภาวดีเดินมากับลูกน้องสองคน คนหนึ่งถือดาบมีผ้าห่อไว้ พระครูหยุดมองอย่างไม่พอใจ ทันใดนั้นมีหินก้อนหนึ่งขว้างมาถูกหัวลูกน้องหลวงสรอรรถ ทุกคนหันมองเห็นเหมที่ยืนห่างไปเล็กน้อยเป็นคนขว้างหิน



ลูกน้องหลวงสรอรรถชักทั้งดาบและมีดออกมากระจายกำลังจะเล่นงานเหม เหมก้มหยิบไม้ที่พื้นขึ้นมาต่างดาบสองมือตั้งท่าเพลงดาบอาทมาต ยืนอย่างสงบ

เมื่อเหมต่อสู้กับพวกลูกน้องหลวงสรอรรถด้วยเพลงดาบอาทมาตจนลูกน้องของหลวงสรอรรถแตกกระเจิงไปชุดหนึ่ง แลเมื่ออีกชุดหนึ่งกรูเข้ามา หลวงสรอรรถจึงแหวกกลุ่มลูกน้องออกมาปรามเหม

“เรื่องที่วัดยังมิได้สะสาง คุณเหมก็ยังตามมาทำร้ายคนของฉันอีก ถ้าอย่างไรวันนี้ก็ให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลยเถิด”

“ที่แท้ก็คนของคุณหลวงนี่เอง มิน่าเล่าถึงได้ช่ำชองในการทำร้ายเด็กนัก” เหมเย้ยหยัน หลวงสรอรรถโมโหยกมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องลุยทันที

“หยุดก่อน” เสียงพระยาราชสุภาวดีขัดขึ้น หลวงสรอรรถตวาดถามว่ามึงเป็นใครวะ แต่พอลูกน้องพระยาราชสุวดีเปิดผ้าที่ห่อดาบออก เป็นดาบประจำตำแหน่ง บนฝักดาบมีสัญลักษณ์สมุหนายกสลักเอาไว้ หลวงสรอรรถตกใจคุกเข่าพนมมือทันที

“กระผมมิทราบว่าท่านเจ้าคุณมาที่เมืองปากน้ำ จึงมิได้ต้อนรับขออภัยด้วยเถิดขอรับ”

“มิต้องขอโทษขอโพยดอก แลฉันก็มิได้ต้องการให้ผู้ใดมาต้อนรับ หลวงสรอรรถใช่หรือไม่ ฉันเคยเจอคุณหลวงที่พระนครคราหนึ่งแล้ว” หลวงสรอรรถหน้าซีดขอบพระคุณที่จดจำตนได้ “จะจำไม่ได้ได้อย่างไร ชีวิตฉันต้องโทษจองจำติดคุกติดตะรางมาหลายครา หนึ่งในนั้นก็ด้วยความเอื้อเฟื้อจากญาติผู้ใหญ่ของคุณหลวงมิใช่รึ”

หลวงสรอรรถกลืนน้ำลายฝืดคอ หน้าซีดเผือดเพราะญาติตนเคยเล่นงานพระยาราชสุภาวดีเอาไว้แต่เพลานี้หมดวาสนาแล้ว และพระยาราชสุภาวดีกลายเป็นสมุหนายกมีอำนาจรองลงมาจากพระเจ้าแผ่นดิน

“เหตุที่อ้ายหนุ่มคนนี้ล่วงเกินคนของคุณหลวง ก็ด้วยคนของคุณหลวงเฆี่ยนตีเด็กเล็กที่เป็นทาส แม้ว่าอ้ายหนุ่มคนนี้จะล่วงเกินขุนนาง แต่ก็ทำไปด้วยเมตตา ถือว่าเห็นแก่ฉันแล้วกัน ไปได้หรือไม่”

“ขอรับ สุดแล้วแต่ท่านเจ้าคุณขอรับ” หลวงสรอรรถจำต้องยอมทั้งที่เจ็บใจ

เหมมองพระยาราชสุภาวดีด้วยความชื่นชมในความเป็นธรรม พอท่านมองมา เหมคุกเข่าลงและดึงลำดวนให้คุกเข่าลงด้วย เหมยกมือไหว้ขอบคุณ

พระยาราชสุภาวดีพยักหน้ารับ ชื่นชมในฝีมือดาบและหัวใจรักความเป็นธรรมของเหมเช่นกัน

ooooooo

ในงานแต่งของทับทิมนี้ ขุนนาฏยโกศลดื่มเมาแล้วยังเรียกให้เอาเหล้ามาอีก จนคุณปิ่นบ่นว่าจะเอาอะไรอีกเพราะเมาจนเดินไม่ไหวแล้ว สั่งพวกทาสให้ประคองขุนนาฏเข้าไปดีๆอย่าให้หกล้มหกลุกได้

ลำดวนช่างสงสัยถามบัวว่าเหตุได้พ่อท่านต้องเมาเช่นนี้ด้วยเล่า บัวบอกว่าท่านดีใจที่ทับทิมออกเรือน

“ถ้าเช่นนั้นหากพี่บัวออกเรือน พ่อท่านก็ต้องเมาเช่นนี้อีกใช่หรือไม่เจ้าคะ” ลำดวนถามอีก ทำเอาบัวเขินก่อนจะปั้นหน้าดุน้องว่าพูดกระไรแล้วจะไปนอน ลำดวนบอกประเดี๋ยวเจ้าค่ะ แล้วหยิบสร้อยข้อมือทองคำเส้นเล็กๆ ออกมายื่นให้ บัวถามว่าเอามาจากผู้ใด “คุณพี่เหมเจ้าค่ะ คุณพี่เหมฝากมาให้พี่บัว”

เมื่อเข้าห้องนอน บัวเอาสร้อยข้อมือที่เหมให้ คล้องที่ข้อมือ พิศดูแล้วยิ้มบางๆอย่างสุขใจ

เช้าวันรุ่งขึ้นขณะเหมพรวนดินอยู่กับบุษย์ที่สวนนั้น ทาสมารายงานว่ามีศพเด็กลอยน้ำมา เหมรีบไปดู จำได้ว่าเป็นทาสเด็กหญิงที่ถูกลูกน้องของหลวงสรอรรถใช้แส้ฟาดวันนั้น

“หลวงสรอรรถ” เหมคำรามขบกรามด้วยความเคียดแค้น เหมกับบุษย์บุกไปตลาดขณะที่หลวงสรอรรถกับลูกน้องกำลังเก็บดอกเบี้ยเงินกู้คนในตลาดอยู่ เหมพุ่งเข้าไปถีบลูกน้องหลวงสรอรรถหน้าคะมำ พอหลวงสรอรรถเห็นเหมกับบุษย์กำลังใช้ไม้ไล่หวดลูกน้องแตกกระเจิง แล้วเหมก็ตั้งท่าจะไล่ฟาดตน หลวงสรอรรถก็ตะโกนลั่น

“ช่วยด้วย...ช่วยกูด้วย...ช่วยด้วย...” หลวงสรอรรถวิ่งหนี ถูกเหมพุ่งไม้กระแทกหลังจนจุกล้มคว่ำบุษย์แกว่งไม้ไล่หวดพวกลูกน้องไม่ให้เข้ามาช่วย เหมพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อหลวงสรอรรถขึ้นมาเงื้อไม้จะตี

“หยุดประเดี๋ยวนี้นะไอ้เหม” เสียงพระยาบริรักษ์ตวาด เหมตกใจหน้าซีด คราง...

“เจ้าคุณพ่อ...”

ooooooo

เหตุการณ์ครั้งนี้ พระยาปลัดสมุทรปราการไต่สวนแล้วสั่งให้ลงหวายเหมกับบุษย์คนละยี่สิบที เหมถูกลงหวายจนหลังแตกแต่มิได้คร่ำครวญแม้แต่คำเดียว ผิดกับบุษย์ที่ร้องโอดโอยนับแต่หวายแรกจนหวายสุดท้าย

เมื่ออยู่กันลำพังในห้องหนึ่ง พระยาปลัดกระชากคอเสื้อหลวงสรอรรถตะคอก

“ฉันบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าอย่าทิ้งศพเรี่ยราด จะต้องรอให้ดาบมาบั่นคอก่อนหรือไรถึงจะพูดเข้าใจ”

“แทนที่ท่านเจ้าคุณจะดุด่าดีฉัน ท่านเจ้าคุณก็ฆ่าให้น้อยลงไม่ดีกว่าหรือขอรับ หากสังวาสแต่เพียงอย่างเดียว ดีฉันก็คงไม่ต้องวุ่นวายทำลายศพเช่นนี้ แต่ท่านอย่ากังวลเลยขอรับ ดีฉันสัญญาว่าต่อไปจะเผาหรือไม่ก็ฝังเสีย จะไม่ทำอย่างนี้อีก”

กระนั้นพระยาปลัดก็ปรามหลวงสรอรรถว่าเมื่อเหมสงสัยคุณหลวงแล้ว แม้เจ้าคุณบริรักษ์จะยอมให้ลูกถูกเฆี่ยนแต่ก็สงสัยด้วยเช่นกัน นับแต่นี้คุณหลวงอย่าหาเรื่องกับสองพ่อลูกนี้อีก เพราะคุณหลวงหมายตาผู้หญิงคนเดียวกับเหม ย้ำว่า

“ถ้าเข้าตามตรอกออกตามประตูก็เป็นเรื่องของคุณหลวง แต่ถ้าลอบกัดเพื่อให้ได้แม่บัวมา ฉันขอห้ามขาด เพราะฉันไม่อยากรับเคราะห์ไปด้วย คุณหลวงเองก็ชั่งน้ำหนักให้ดีว่าจะเห็นแก่ผู้หญิงหรือการงานมากกว่ากัน”

เมื่อเหมกลับบ้านในสภาพหลังแตกจนต้องนอนคว่ำให้คุณหญิงชมใส่ยาให้ คุณหญิงร้องไห้สงสารลูก เหมบอกว่าตนโง่เง่าเอง ควรแล้วที่ต้องเอาหลังตัวเองจ่ายค่าความโง่ ฝ่ายพระยาบริรักษ์เองก็สงสารลูก ถามคุณหญิงว่าเหมเป็นอย่างไรบ้าง คุณหญิงสะบัดหน้าใส่ตอบประชดว่า “ก็ยังไม่ตายสมใจท่านเจ้าคุณดอกเจ้าค่ะ” แล้วสั่งจวนไปดูยาหม้อกับตน

พระยาบริรักษ์มองเหมถามว่าโกรธพ่อหรือไม่ เหมบอกว่าตนไม่กล้าโกรธเจ้าคุณพ่อ แต่น้อยใจที่คำพูดของตนไม่มีผู้ใดเชื่อเท่านั้น พระยาบริรักษ์จึงบอกความในใจว่า

“ไม่ใช่พ่อไม่เชื่อเจ้า พ่อเชื่อทุกคำ แลยังมั่นใจว่าหลวงสรอรรถต้องเกี่ยวข้องกับการตายของเด็กผู้หญิงนั่นแน่” เหมถามว่าแล้วเหตุใดถึงปล่อยให้ลูกถูกโบยเล่า? “วงศ์วานว่านเครือของหลวงสรอรรถมีอำนาจมากนัก แม้แต่ท่านเจ้าพระยาก็ยังมิกล้าหักหาญเอาซึ่งหน้า หากเจ้าจะเอาผิดก็ต้องมีพยานหลักฐานมั่นคงหาไม่ก็เหมือนเอาไข่ไปกระทบหินมีแต่จะนำภัยสู่ตัว”

“เจ้าคุณพ่อเกรงจะมีภัยเลยให้ลูกถูกโบยแทนอย่างนั้นหรือเจ้าคะ”

“เจ้าเหม..พ่อเจ้ามิใช่คนขี้ขลาดที่จะยอมให้ลูกถูกเฆี่ยนเพียงเพราะกลัวภัยดอก แต่นอกจากเจ้าไม่มีหลักฐานแล้ว เจ้ายังทำร้ายหลวงสรอรรถก่อน พ่อเป็นพระยาถือน้ำพระพัทสัจจา เป็นข้าแห่งบดินทร์ไม่อาจให้ความรักลูกอยู่เหนือกว่าอาญาบ้านเมืองได้” พระยา บริรักษ์ลูบหัวเหมด้วยความรักและสงสาร

เหมได้ฟังแล้วก็เริ่มเข้าใจสิ่งที่เจ้าคุณพ่อทำมากขึ้น ความน้อยใจจึงค่อยคลายหายไป

เมื่อบัวรู้จากลำดวนว่าเหมถูกเฆี่ยนจนหลังลายก็ตกใจ ถามว่าพวกเหมทำร้ายกันด้วยเรื่องกระไรและตอนนี้เหมเป็นอย่างไรบ้าง ลำดวนที่สนใจเล่นตุ๊กตานางรำมากกว่าบอกว่าตนก็ไม่รู้ได้ยินมาเท่านี้ บัวหงุดหงิดที่ไม่ได้ดั่งใจ ฉุกคิดได้ถามว่า

“ลำดวน เจ้าไม่คิดไปเยี่ยมคุณเหมบ้างรึ” พอลำดวนบอกว่าคิด บัวยิ้มอย่างมีเลศนัยที่จะใช้ลำดวนเชื่อมถึงเหม

เมื่อลำดวนไปเยี่ยมเหมก็เอาถุงผ้าปักลายที่ข้างในใส่กลีบดอกไม้แลเครื่องหอมที่บัวฝากมาให้เหม บอกว่า

“พี่บัวบอกว่าคุณพี่เหมได้กลิ่นหอมแล้วจะได้คลายอาการเจ็บแผลลงไปได้บ้างเจ้าค่ะ”

เหมรับถุงผ้าปักไปสูดดมได้กลิ่นหอมชื่นใจ รำพึงกับตัวเองเบาๆ เคลิ้มๆ

“แม่บัวเป็นห่วงเป็นใยฉันเช่นนี้ อย่าว่าแต่รอยหวายแค่นี้เลย ต่อให้โดนแล่เนื้อเอาเกลือทาฉันก็ยอม” เหมยิ้มอย่างมีความสุข ลำดวนเอามือปิดปากกลั้นหัวเราะคิกคัก

ooooooo

หลายวันต่อมาเมื่อแผลทุเลา เหมจึงกลับไปที่วัด พระครูยมทักว่ามาแล้วหรือ รสหวายเป็นอย่างไรบ้าง

เหมตกใจถามว่าหลวงปู่รู้ด้วยหรือขอรับ พุ่มยิ้มขำๆ บอกว่าเขารู้กันทั่วเมืองปากน้ำเลยล่ะ เรื่องเล็กเสียเมื่อไหร่เล่า

“เอ็งถูกหวายเสียทีก็ดีจะได้ลดความทะลุลงเสียบ้าง ผู้ฝึกดาบอาทมาตต้องมีสติ อย่าหุนหันพลันแล่นแลอย่าใช้วิชาดาบพร่ำเพรื่อเป็นอันขาด”

เหมบอกว่าข้อมีสติไม่หุนหันนั้นตนเข้าใจ แต่เมื่อฝึกวิชาดาบแล้วไม่ให้ใช้จะฝึกไปเพื่อกระไรเล่า

สมิงสอดน้อยบอกว่าไม่ใช่ไม่ให้ใช้แต่ไม่ให้ใช้พร่ำเพื่อต่างหาก เพราะว่า...

“ดาบอาทมาตเป็นวิชาสังหาร แต่ละท่าเพลง ล้วนถึงตายได้ทั้งสิ้น เอ็งจึงไม่ควรใช้โดยพลการ”

“อ้ายสมิงพูดถูกแล้ว ดาบอาทมาตมีไว้ใช้ในคราวจำเป็น หากเป็นยามปกติ เอ็งต้องจำไว้ว่า ‘มีเรื่องต้องหนี หนีไม่ได้ให้สู้ สู้ได้อย่าให้เจ็บ เจ็บได้อย่าให้ตาย’ นี่คือกฎที่ผู้ฝึกดาบอาทมาตทุกคนต้องจำไว้ให้ขึ้นใจ” พระครูยมย้ำ

“ขอรับ กระผมจะจำไว้ขอรับ” เหมก้มกราบพระครูยมด้วยความเคารพเต็มหัวใจ

ooooooo

หลายปีผ่านไป เหมยังเล่าเรียนโดยมีพระครูโพเป็นผู้สอน และฝึกดาบอาทมาตโดยมีพระครูยมเป็นผู้สอน ส่วนบัวก็ซ้อมรำโดยมีขุนนาฏและคุณปิ่นสอนให้อย่างใกล้ชิด

ลำดวนกลายเป็นสาวแล้ว สวมชุดนางรำซ้อมรำอย่างสวยงามอ่อนช้อยคู่กับบัว ขุนนาฏกับคุณปิ่นนั่งดูอย่างพอใจ

เหมซ้อมดาบกับสมิงสอดน้อยจนฝีมือทัดเทียมกัน สมิงสอดน้อยมองเหมอย่างชื่นชมที่สามารถต่อสู้เสมอกับตนได้ พระครูยมเอ่ยอย่างพอใจว่า “บัดนี้ข้าหมดความรู้ที่จะสั่งสอนพวกเอ็งแล้ว ส่วนพวกเอ็งจะแตกฉานดาบอาทมาตได้ลึกซึ้งเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับปัญญาของพวกเอ็งเอง”

“แค่กระผมได้ฝากตัวเป็นศิษย์ขรัวปู่ก็เป็นบุญที่สุดแล้วขอรับ กระผมสัญญาว่าจะใช้วิชาความรู้ที่ได้จากขรัวปู่สนองคุณบ้านเมืองต่อไปขอรับ” สมิงสอดน้อยให้สัญญา พระครูยิ้มพอใจ ฝ่ายเหมยิ้มเจื่อนหน้าจ๋อย ยอมรับกับพระครูยมว่า

“ส่วนกระผม คงให้คำมั่นได้แค่จะหมั่นฝึกฝน แลไม่อาจเอาวิชาไปใช้ในทางที่ผิดขอรับ เพราะเจ้าคุณพ่อคงให้กระผมรับราชการทำบาญชีเก็บภาษีเช่นเดียวกับท่าน คงไม่มีโอกาสได้ใช้ดาบอาทมาตดอกขอรับ”

“มิเป็นไร ขอเพียงเอ็งอยู่ในศีลในธรรม ข้าก็ดีใจมากแล้ว” พระครูหันไปพยักหน้าให้พุ่ม พุ่มลุกไปหยิบดาบสองมือสองคู่ยื่นให้ “ข้าให้พวกเอ็ง รับไปเถิด มิว่าเอ็งจะได้ใช้หรือไม่ ก็ถือเสียว่าเป็นเครื่องเตือนใจว่า ดาบหรือความรู้อื่นใดก็ดี สำคัญที่การนำไปใช้ หากเอ็งใช้ในทางเป็นคุณ ก็จะเป็นประโยชน์แก่เอ็งเอง แต่หากเอ็งใช้ในการเบียดเบียนผู้อื่น ก็จะกลายเป็นโทษแก่เอ็งได้เช่นกัน”

ทั้งเหมและสมิงสอดน้อยก้มกราบพระครูยมพร้อมกัน เหมจับดาบคู่ขึ้นดูอย่างภาคภูมิใจที่ตนสำเร็จวิชาดาบจนได้แล้วเหมก็ให้บุษย์เอาดาบไปเก็บให้ดีอย่าให้เจ้าคุณพ่อเห็นเป็นอันขาด บุษย์รับรองว่าแม้แต่เรื่องที่เหมเรียนดาบนอกจากตนแล้วก็ไม่มีใครที่เรือนล่วงรู้แน่นอน

รับดาบไปแล้วบุษย์ให้เหมกลับเรือนไปก่อนตนจะไปหาแม่แสงเนยเพราะไม่เจอกันนานวันแล้วคิดถึงเหลือเกิน ฝากเหมว่า “หากเจอพ่อกระผม บอกว่ากระผมจะกลับไปตอนค่ำนะขอรับ” เหมส่ายหน้าบุษย์ที่ทำกรุ้มกริ่มพึมพำขำๆ

“อ้ายบุษย์ อ้ายเจ้าชู้” แต่แล้วก็หน้าซึมเมื่อนึกได้ว่าตัวเองก็ไม่ได้เจอบัวมานานแล้วเหมือนกัน

ooooooo

เหมไปหาบัวแต่เจอลำดวนปิดตาวิ่งไล่จับหุ่นกับบ่าวและไพร่ผู้หญิงอยู่ เลยถลำไปจับเหมกอดเข้าเต็มมือแต่ลำดวนมิได้คิดกระไรเพราะนับถือเหมเป็นพี่ชายอยู่แล้ว เมื่อเหมถามว่าบัวอยู่เรือนหรือไม่ ลำดวนตอบขำๆ ก่อนวิ่งขึ้นเรือนไปว่า

“ไม่อยู่หรอกเจ้าค่ะ”

พอเหมไปเจอบัวบนเรือนถูกบัวหัวเราะขำที่เหมถูกลำดวนหลอกก็ตัดพ้อว่าถูกลำดวนเย้าแล้วยังถูกบัวเยาะอีก ขณะหนุ่มสาวตัดพ้อต่อว่ากันตามประสานั้น ทาสหญิงคนหนึ่งยกสำรับอาหารว่างมาให้ บัวบอกว่าของว่างมาแล้วรับเสียหน่อยสิ

ทาสหญิงคนนั้นชำเลืองสังเกตเหมกับบัวตลอดเวลาท่าทางมีเลศนัย

ที่แท้ทาสหญิงคนนั้นเป็นสายที่หลวงสรอรรถวางไว้สืบการเคลื่อนไหวของเหมกับบัว เมื่อทาสหญิงคนนั้นไปรายงานหลวงสรอรรถก็ได้รับเงินรางวัลโยนมาให้ พอทาสหญิงคนนั้นหยิบถุงเงินและขอลากลับลุกไปก็เจอกัปตันเดวิดเดินเมามาคว้าไปกอด ทาสหญิงโวยวายผลักกัปตันเดวิดออกแล้ววิ่งหนีไป

ลูกน้องหลวงสรอรรถตำหนิว่าวิลาศคนนี้ช่างทรามแท้ผิดจากวิลาศคนอื่นเหลือเกิน

“อ้ายกัปตันเดวิด มันถือว่าลุงมันเป็นทหารใหญ่ในกองทัพวิลาศ ไม่มีใครกล้าทำกระไรมัน มันถึงได้...” พลันหลวงสรอรรถก็หยุดกึกฉุกคิดแผนขึ้นได้ ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

เมื่อทาสหญิงคนนั้นมารายงานและลูกน้องก็ยุว่าขนาดเหมไปอยู่วัดห่างกันนานบัวก็ยังมีใจให้ หากได้ใกล้ชิดกันกว่านี้เห็นทีคุณหลวงจะหมดหวัง หลวงสรอรรถจึง วางแผนไปหาขุนนาฏเพื่อจ้างให้ขุนนาฏนำคณะละครไปแสดงในงานสมโภชพระเจดีย์ เมื่อขุนนาฏแจ้งว่ารับงานไว้เต็มแล้ว หลวงสรอรรถก็บ่นเสียดายแทนชาวบ้านที่ไม่มีบุญได้ชมละครของขุนนาฏ จนในที่สุดขุนนาฏรับงานไว้

เหมชวนบัวว่าหากวันนี้บัวไม่มีกิจอันใดก็จะขอ อนุญาตท่านขุนพาไปเที่ยวทะเลกัน บัวหน้าจ๋อยบอกว่าพ่อท่านรับปากหลวงสรอรรถแล้วว่าจะไปแสดงงาน
สมโภชพระเจดีย์ ตนคงต้องอยู่ซ้อมเพิ่ม เมื่อบัวไปไม่ได้ลำดวนก็ยิ้มอย่างมีแผนการ ในที่สุดเหมก็ต้องพาลำดวนไปเที่ยวชายทะเล

แต่เพราะไม่มีบัวมาด้วย เหมจึงมิได้เล่นน้ำเก็บเปลือกหอยกับลำดวน ปล่อยลำดวนเดินเก็บเปลือกหอยตามลำพังจนไปเจอโจรกำลังลักลอบขนฝิ่น ลำดวนถูกจับไปแม้โจรจะดูออกว่าไว้ผมยาวแต่งตัวอย่างลำดวนต้องเป็นนางรำในสำนักใดสำนักหนึ่งแต่เมื่อมารู้เห็นความลับของตนอย่างไรเสียก็ต้องฆ่าปิดปาก

แต่พอมันเงื้อดาบ เหมก็ถือไม้วิ่งเข้าหาพวกโจร เหมใช้วิชาไม้พลองเข้าสู้ ไล่ฟาดจนพวกโจรแตกกระเจิง โจรคนหนึ่งหยิบดาบคู่ของลูกน้องขึ้นมาใช้ดาบสองมือรำเพลงดาบอาทมาตเข้าใส่เหมทันที

“ดาบอาทมาต” เหมอุทานตกใจถูกโจรฟันไม้ในมือขาดเป็นสองท่อน เหมเลยใช้ไม้สองท่อนในมือต่างดาบ ใช้เพลงดาบอาทมาตเข้าสู้บ้าง โจรเห็นก็ตกใจแตกกันไม่เป็นขบวน จนเหมใช้ไม้ฟาดหัวหน้ามันสลบ ลำดวนกัดมือโจรที่จับตนจนมันปล่อยจึงวิ่งมาหาเหม โจรตกใจจะวิ่งหนีก็ถูกพระยาปลัดคุมทหารเข้ามาจับกุมไว้

“จับพวกมันให้หมด” พระยาปลัดตะโกน โจรถูกทหารจับได้หมด เหมกับลำดวนเห็นโจรถูกจับได้หมดก็โล่งใจ

ooooooo

ตกค่ำพระยาปลัดเดินออกมาส่งเหมกับพระยาบริรักษ์ที่หน้าเรือน เอ่ยชมว่านี่ขนาดเหมไม่ได้ตั้งใจยังช่วยจับโจรค้าฝิ่นได้ หากเหมมารับราชการช่วยตนคงจับโจรผู้ร้ายได้อีกมากนัก

พระยาบริรักษ์บอกว่าตนมีลูกชายคนเดียวให้ก้าวหน้าในราชการด้วยการเก็บภาษีค่าขนอนตามอย่างตนเถิด แต่ท่านก็ฉงนว่า “เพียงแต่ฉันไม่เข้าใจว่าเจ้าเหมมันเก่งกล้าถึงขนาดช่วยท่านเจ้าคุณได้อย่างไร” เหมรีบเบี่ยงเบนว่าตนแค่เป็นห่วงลำดวนเลยสู้สุดใจเท่านั้นมิได้เก่งกาจอะไรดอก

ส่งพระยาบริรักษ์กับเหมลงเรือนไปแล้ว พระยาปลัดกลับไปพบกับหลวงสรอรรถที่เดินออกมาจากในเรือน ถามว่าโจรค้าฝิ่นให้การว่าอย่างไรบ้าง

“ฉันกำลังทรมานมันอยู่ ไม่ต้องกลัว พวกมันต้องเปิดปากแน่ มิว่าผู้ใดก็ตามที่คิดค้าฝิ่นแข่งกับคุณหลวง ฉันต้องกำจัดมันทิ้ง มิให้เป็นเสี้ยนหนามดอก”

ที่ในป่า เรืองหัวหน้าโจรสู้กับพวกทหารอย่างดุเดือด แต่เพราะกำลังน้อยกว่าและถูกฆ่าไปมาก เรืองแค้นมากประกาศว่า “อ้ายหลวงสรอรรถ อ้ายขุนนางขี้ฉ้อ แค้นนี้กูต้องชำระด้วยชีวิต” พลันลูกน้องคนหนึ่งก็ถูกธนูยิงที่ซอกคอล้มตายไปต่อหน้า เรืองตกใจสั่งลูกน้องให้ตามมา ตนจะเปิดทางให้เอง แล้วเรืองก็เปิดทางพาลูกน้องแหวกวงล้อมหนีไปได้

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 2 วันที่ 25 พ.ค. 58

ละครข้าบดินทร์ บทประพันธ์โดย : วรรณวรรธน์
ละครข้าบดินทร์ บทโทรทัศน์โดย : เอกลิขิต
ละครข้าบดินทร์ กำกับการแสดงโดย : อรรถพร ธีมากร
ละครข้าบดินทร์ ผลิตโดย : บริษัท ที.วี.ซีน จำกัด
ละครข้าบดินทร์ ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - วันอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครข้าบดินทร์ เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ