อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 2 วันที่ 25 พ.ค. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 2 วันที่ 25 พ.ค. 58

สัทธาเกิดไอเดียจะจัดประกวดคิงกับควีนในงานวันแซยิดสุทธิ์ โดยใช้เสียงปรบมือเป็นการตัดสิน สุดาเห็นดีด้วย สุทธิ์จะจัดหาของรางวัลเอง งานนี้ต้องพิเศษหน่อย

วันต่อมา สีสุกแล่นมาหาหทัยรัตน์ที่เดือนประดับ เหยียดหยันอย่าทำตัวเป็นสาวเที่ยวกับผู้ชายไม่เลือกหน้า มันจะเหม็นโฉ่ไปทั้งเดือนประดับ หญิงสาวทำหน้างงๆ สีสุกใส่ทันทีหาว่าเมื่อวานไปทานข้าวกับผู้ชายแล้วทำเป็นมองไม่เห็นส่องแสง ไม่สำนึกว่าลูกสาวตนเป็นหลานผู้มีพระคุณให้ข้าวให้น้ำ หทัยรัตน์พอเข้าใจแล้วว่าสีสุกโกรธอะไรจึงชี้แจงกัดเล็กๆ



“ดิฉันไม่เห็นคุณส่องจริงๆค่ะไม่ได้แกล้ง ถ้าเห็นดิฉันคงเข้าไปกราบแล้ว ส่วนเรื่องที่บอกว่าดิฉันไปไหนกับผู้ชายไม่เลือกหน้า ดิฉันขอบอกว่าดิฉันเลือกค่ะ เพราะคนที่ดิฉันไปด้วยคือหม่อมราชวงศ์ประสาทพร จรูญลักษณ์ ซึ่งเป็นเจ้านายดิฉัน และสุดท้ายดิฉันไม่เคยลืมบุญคุณของคุณลุงและคุณป้าที่ให้ข้าวให้น้ำ ดิฉันจะตอบแทนทันทีที่มีโอกาส ส่วนคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องดิฉันไม่สนใจหรอกค่ะ เพราะดิฉันไม่ได้ขอข้าวขอน้ำเขากิน”

“นี่หล่อนยอกย้อนฉันเหรอ...ฮะ!” สีสุกเต้นผาง

“ดิฉันไม่ได้ยอกย้อน แต่ชี้แจงด้วยเหตุผลซึ่งมันอาจจะตรงสักหน่อย ต้องขอโทษด้วยค่ะ ถ้าหมดเรื่องที่จะพูดแล้ว ดิฉันขอไปทำอาหารในครัวต่อนะคะ...สวัสดีค่ะ” หทัยรัตน์ยกมือไหว้

สีสุกโกรธเข่นเขี้ยวจะฟ้องสุทธิ์...ว่าแล้วก็แล่นไปที่ทำงาน พรวดพราดเข้าไปแล้วต้องชะงักเมื่อเห็นพี่ชายตัวเองนั่งอยู่กับเจ้าของร้านเพชร มีเครื่องเพชรสองชิ้นอยู่ตรงหน้าก็ตาลุกวาว สุทธิ์ตกลงซื้อทั้งสองชิ้น เจ้าของร้านลากลับ...สีสุกเซ้าซี้ถามซื้อเครื่องเพชรไปให้ใคร เขาจึงต้องบอกว่าเอาไว้เป็นรางวัลประกวดคิงและควีน
สีสุกรีบกลับมาบอกส่องแสง เธอตื่นเต้นมั่นใจมากว่าไม่มีใครสวยเกินตนแน่ สีสุกยอมทุ่มค่าตัดชุดใหม่ไม่อั้น ยิ่งทำให้ส่องแสงเหลิงลอย

หนึ่ง อนวัชได้เข้าทำงานในกระทรวงการต่างประเทศ ประสาทพรซึ่งทำงานอยู่ที่นี่ก่อนแสดงความยินดีด้วย แล้วพูดถึงงานแซยิดของสุทธิ์ว่าสุทธิ์ฝากหทัยรัตน์มาเชิญเราคงได้เจอกัน หนึ่งยิ้มๆ “ผมก็ลืมไปว่าคุณชายสนิทสนมกับคุณหทัยรัตน์ ถ้าไม่ไปเธอคงไม่ยอม”

ด้านหทัยรัตน์ สุดาลำเลียงชุดจากร้านเพื่อนมาให้เลือกถึงที่บ้านเพราะหวังให้น้องสาวชนะประกวดควีนในงานแซยิด โดยสัทธายอมทุ่มเป็นคนจ่ายค่าชุดให้เอง ทั้งสองช่วยกันขู่ทุกทางไม่ให้หทัยรัตน์หลบหลีกหรือหนีไม่มาร่วมงาน แล้วสัทธาก็กระซิบบอกสุดาว่าตนชวนพรรณีมางานด้วย สุดาแปลกใจเพื่อนจะมาได้จริงหรือเพราะรู้ดีว่านวลไม่ชอบพวกตน

ทางพรรณีเลือกชุดมาวางมองอย่างลังเลจะไปดีหรือไม่ พินิจเข้ามาให้กำลังใจ ควรไปถ้าตนได้รับเชิญก็จะไม่พลาดเช่นกัน แต่พรรณีหวั่นใจเรื่องแม่ พินิจจึงบอกว่าตนจะช่วยเองไม่ให้แม่รู้ว่าน้องไปไหน

ooooooo

คืนวันงาน บรรยากาศคึกคักผู้คนเริ่มทยอยเข้ามาที่บ้านเดือนประดับ สุทธิ์ ทิพย์และสุดายืนรับแขก สัทธาเข้ามาถามสุดาว่าพรรณีมาหรือยัง พอน้องตอบว่ายังเขาก็ถามถึงหทัยรัตน์ สุดาบอกว่ากำลังลงมาวันนี้น้องสาวเราสวยเป็นพิเศษ ไม่ทันไรก็เห็นหทัยรัตน์เดินมา ทุกคนตะลึง

สัทธากระซิบกับสุดาว่าอยากให้หนึ่งมาเห็นโดยเร็ว ผ่านไปสักพักรถคันหนึ่งจอดเทียบ สีสุกลงจากรถมาในชุดหรูหราเครื่องเพชรอลังการ ส่องแสงตามลงมาในชุดแดงเข้มเครื่องเพชรพรึ่บอลังการไม่แพ้กัน คนในงานมองเป็นแถว สองแม่ลูกยืดสุดฤทธิ์ เผอิญสุดาพาแขกกลุ่มหนึ่งเข้าไปในงาน จึงเหลือหทัยรัตน์ยืนรับแขกอยู่ลำพัง พอสองแม่ลูกเดินเชิดมาจึงยกมือไหว้อย่างนอบน้อมและเชิญเข้างาน สีสุกเยาะหยันทันที

“นี่มันบ้านพี่ชายของฉัน ฉันเคยอยู่มาก่อน ไม่ต้องให้คนอื่นอย่างเธอมาเชิญหรอก”

“ดิฉันต้องขอโทษค่ะที่กล่าวเชิญคุณเหมือนกับที่เชิญแขกผู้มีเกียรติคนอื่นๆ”

สีสุกสะดุดหูจะแหวใส่ ส่องแสงดึงไว้ชวนเข้างานบอกอย่าเอาทองไปถูกระเบื้อง สีสุกมองเหยียดๆเยาะว่าแต่งตัวไม่ดูเลยว่าเป็นแค่บ่าวไพร่ให้คนจิกหัวใช้ หทัยรัตน์พยายามข่มใจ...ไม่ทันไรวิทย์ก้าวเข้ามา สัทธากับสุดาเข้าต้อนรับ ส่องแสงชะเง้อมองหาหนึ่ง

ด้านหนึ่งยังอยู่ที่กระทรวงเพราะไม่อยากทิ้งงานที่ยังทำไม่เสร็จ...อีกคนหนึ่งคือพรรณี ยังตื่นเต้นไม่มั่นใจว่าควรไปงานนี้ดีหรือไม่ พินิจยุน้องสาวให้ไปและช่วยดูต้นทางว่าแม่เข้านอนแล้ว แต่พอพรรณีกำลังจะออกจากบ้าน นวลก็โผล่มาโวยวายตบตีที่ขัดคำสั่ง พินิจตกใจเข้ามาช่วยห้ามจึงโดนนวลด่าว่าตอกย้ำ อย่าคิดจะได้ดองกับคนบ้านนั้น พรรณีร้องไห้แทบขาดใจ...

สัทธาชะเง้อรอพรรณีอยู่นานจนสุดาเตือนให้ไปเตรียมงานบนเวทีและปลอบว่าพรรณีอาจติดธุระ พลัน ประสาทพรเดินเข้ามา สองพี่น้องรีบต้อนรับ สุดาจะพาไปนั่งโต๊ะเดียวกับวิทย์ เขาพยายามมองหาหทัยรัตน์แต่ไม่เห็นเพราะเธอยืนรับแขกอยู่อีกด้าน

หนึ่งมาถึงไม่มีคนรอต้อนรับจึงยืนมอง เผอิญหันไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงซุ้มดอกไม้ที่มีไฟประดับประดาทำให้ชุดขาวที่เธอใส่ดูสวยเด่น ประกอบกับทรงผมที่เกล้าขึ้นเผยให้เห็นคอระหง ช่างสะดุดตาหนึ่งดั่งมีมนต์สะกดให้ต้องเพ่งมองและก้าวเข้าไปหา แต่พอเธอหันมา ต่างคนต่างชะงัก หทัยรัตน์เชิดหน้าทันที หนึ่งหน้าม้านเชิดหน้าบ้างทำทีตำหนิ

“มายืนหลบอะไรอยู่ตรงนี้ ฉันยืนอยู่ตั้งนานแล้วไม่มีใครมาต้อนรับสักที”

“ที่ไม่มีคนอยู่ต้อนรับเพราะคิดว่าแขกที่มีบัตรเชิญคงจะทราบว่างานเริ่มเมื่อสองชั่วโมงก่อน และแขกที่ได้บัตรเชิญคงจะมากันครบแล้ว”

“เธอพูดประชดประชันว่าฉันมาช้าใช่ไหม...” หนึ่งโกรธกำลังจะใส่ต่อ

เสียงสัทธาเหมือนระฆังห้ามมวยพอดี เขาเข้ามาทักหนึ่งและชวนเข้างาน พอเห็นสีหน้าหนึ่งก็ถามไปกินรังแตนที่ไหนมา แต่ไม่ได้รอฟังคำตอบดึงทั้งหนึ่งและหทัยรัตน์ให้ไปนั่งโต๊ะที่จัดไว้ หญิงสาวดึงมือออกอย่าง สุภาพขอตัวไปนั่งกับญาติฝ่ายป้าทิพย์ หนึ่งหมั่นไส้

“ปล่อยเขาไปเถอะปุ๊ น้องสาวแกคงไม่อยากร่วมโต๊ะกับฉัน บารมีของฉันคงจะทำให้เขาถึงร้อนก้นทนนั่งร่วมโต๊ะเดียวกันไม่ได้”

หทัยรัตน์ย้อนถามแน่ใจหรือว่าคิดถูก สัทธาเห็นบรรยากาศมาคุรีบแยก ปล่อยหทัยรัตน์ไปนั่งกับญาติแม่และดึงหนึ่งมานั่งโต๊ะเดียวกับวิทย์ซึ่งมีสีสุกกับส่องแสงนั่งอยู่ด้วย ส่องแสงดีใจออกนอกหน้า หนึ่งยิ้มให้แล้วทักทายประสาทพรซึ่งนั่งอยู่เช่นกัน แต่เขากลับถามถึงหทัยรัตน์ ส่องแสงอมยิ้มสบตาสีสุกอย่างสะใจ

เสียงสัทธาประกาศบนเวที “แขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ผมขอแจ้งให้ทราบว่าในวันนี้นอกจากทุกท่านจะเพลิดเพลินกับอาหารเลิศรส การเต้นรำแล้ว เรายังมีการประกวดคิงและควีนของงาน โดยท่านผู้มีเกียรติสามารถส่งรายชื่อผู้ที่ท่านเห็นว่าคู่ควรในการเป็นคิงและควีนมาที่ผมได้เลยนะครับ แล้วเราจะตัดสินกันอีกทีจากเสียงปรบมือของทุกท่าน เอาล่ะครับเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เชิญทุกท่านสนุกสนานกันต่อเลยครับ”

เสียงดนตรีบรรเลงไพเราะ ประสาทพรเดินมาทักทายหทัยรัตน์ เธอยกมือไหว้อย่างนอบน้อม เขาเกริ่นมองหาเธอตั้งนาน ดีที่หนึ่งบอกว่าเธอนั่งอยู่โต๊ะนี้ หญิงสาวสะกิดใจเล็กน้อยก่อนจะถามเขามีธุระอะไรกับตน ประสาทพรโค้งเชิญเธอเต้นรำด้วยสักเพลง ผู้ใหญ่ทั้งโต๊ะยิ้มชื่นชมทำให้หญิงสาวไม่กล้าปฏิเสธ ยื่นมือให้เขาจับพาเดินออกไปกลางฟลอร์

หนึ่งปรายตามองอย่างไม่พอใจ ส่องแสงแกล้งเปรยว่าเพลงเพราะน่าเต้นรำ หนึ่งจึงหันมาชวน เธอรีบรับคำ

สัทธากับสุดายืนมองอึดอัดใจ ดูท่าประสาทพรจะชื่นชอบหทัยรัตน์มาก ส่วนส่องแสงก็ยืดซะประหนึ่งเจ้าหญิงได้เต้นรำกับหนึ่ง...ไม่วายส่องแสงพยายามใส่ไฟให้หนึ่งเกลียดหทัยรัตน์

“คราวนี้พี่หนึ่งเชื่อส่องหรือยังคะว่าคุณชายหลงกลแม่ปุ้มเข้าอีกคนหนึ่งแล้ว มองเด็กปุ้มตาไม่กะพริบเลย พี่หนึ่งลองหันไปดูสิคะ”

“พี่ไม่สนใจจะมองหรอก พี่ไม่รู้จะดูไปทำไมในเมื่อผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้าพี่น่ามองกว่าเด็กนั่นตั้งเยอะ” หนึ่งพูดไปเพื่อหลอกตัวเองไม่ได้คิดจริงจัง

แต่มันทำให้ส่องแสงปลื้มปีติคิดวาดหวังไปใหญ่โต หทัยรัตน์เหลือบมองเห็นแอบยิ้มเยาะในใจ จังหวะนั้นหนึ่งมองมาเห็นประสาทพรยิ้มปลื้มก็หงุดหงิดในใจ

ooooooo

ถึงช่วงเวลาสัทธาประกาศรายชื่อควีนกับคิงที่แขกในงานส่งรายชื่อขึ้นมา และให้ทุกคนตัดสินด้วยการปรบมือ ปรากฏว่าคิงมีเพียงชื่อเดียวที่ถูกส่งขึ้นมาคือ...หนึ่ง ทุกคนปรบมือยินดี

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 2 วันที่ 25 พ.ค. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ