อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 3 วันที่ 30 พ.ค. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 3 วันที่ 30 พ.ค. 58

หทัยรัตน์มองตามหลังหนึ่งอย่างเจ็บแค้น...หนึ่งเดินยิ้มออกมา พิมพ์แซวแกล้งคุณครูได้สบายใจหรือยัง หนึ่งหันมองทำนองรู้ได้อย่างไร พิมพ์บอกว่าตนเลี้ยงเขามาแต่เล็กทำไมจะไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ หนึ่งยอมจำนน ยอมรับว่าหทัยรัตน์เป็นเด็กที่น่าแกล้ง ทำเป็นจองหองปลีกวิเวก

“แกล้งเขาแบบนี้ ระวังเขาจะแกล้งกลับนะคะ คุณหนึ่งจำไม่ได้เหรอคะว่าคุณปุ้มเธอไม่ยอมคุณหนึ่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้วนะคะ”


“ยิ่งไม่ยอมคุณหนึ่งก็จะยิ่งแกล้ง ดูสิว่าจะอวดเก่งไปได้สักแค่ไหน” หนึ่งยิ้มไม่ยี่หระ

หลังทานอาหารเสร็จ หทัยรัตน์กลับมาที่ห้องเรียนเห็นสายตาหนึ่งที่นั่งมองอยู่ริมระเบียง จึงขอให้แม่โอช่วยกันขยับโต๊ะให้พ้นสายตาเขา หนึ่งหันมาอีกทีแปลกใจที่มองไม่เห็นหทัยรัตน์ พยายามจะชะเง้อมอง ทันใดหน้าส่องแสง โผล่เข้ามาขวาง เขาสะดุ้งรีบทำตัวปกติ...ส่องแสงต่อว่าทันที ตนแวะไปหาที่กระทรวงจึงรู้ว่าไม่ไปทำงานคิดว่าป่วยเลยมาเยี่ยม

“เปล่าจ้ะพี่ไม่ได้เป็นอะไร เพียงแต่วันนี้เป็นวันแรกที่คุณหญิงมาอยู่ที่นี่ พี่เลยอยู่เป็นเพื่อนดูแลคุณหญิงหนึ่งวัน”

ส่องแสงไม่อยากเชื่อ ทำไมเขาต้องมานั่งเฝ้าตรงนี้ หนึ่งแก้ตัวว่าดูความเรียบร้อยแล้วถามเธอมีธุระอะไร ส่องแสงได้ทีชวนถ้าเขาไม่ป่วยให้ออกไปดูหนังทานข้าวกัน พอเห็นหนึ่งลังเลก็แกล้งบีบน้ำตา

“ใช่สิคะ ส่องน่ะเป็นแค่คนธรรมดาไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์เหมือนกับคุณหญิงถึงจะเป็นน้องของพี่หนึ่งเหมือนกัน แต่ไม่ใช่น้องคนสำคัญ พี่หนึ่งถึงได้บอกปัดครั้งแล้วครั้งเล่า”

ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ หนึ่งจำต้องยอมออกไปกับส่องแสง เธอปรายตาเย้ยหทัยรัตน์...ตลอดเวลาที่เดินเคียงคู่หนึ่ง มีแต่สายตาคนที่จ้องมองทำให้ส่องแสงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนดัง แต่หนึ่งปัดว่าที่คนมองคงเป็นเพราะเธอสวยมากกว่า ส่องแสงแทบร้องกรี๊ดอย่างภาคภูมิใจ

ออกจากโรงหนัง หนึ่งกับส่องแสงแวะรับประทานอาหาร ส่องแสงไม่รอช้าเลียบเคียงถามตั้งแต่เขารู้จักหทัยรัตน์ คิดอย่างไรบ้าง คิดว่าเธอน่ารักน่าหลงเหมือนที่ใครๆ ว่ากันหรือเปล่า

“พี่ไม่เห็นเขาจะเป็นอย่างที่ส่องพูดเลย ในความเห็นพี่ เด็กคนนี้เป็นผู้หญิงที่จองหองหัวดื้อ ไม่มีมารยาทที่สุดเท่าที่พี่เคยรู้จักมา” หนึ่งพูดไปชักสีหน้าเคืองๆ

ส่องแสงดีใจ “ทำไมพี่หนึ่งคิดแบบนั้นคะ ส่องเห็นผู้ชายแต่ละคนที่รู้จักปุ้ม เป็นต้องชื่นชมหลงใหลกันทุกราย”

“แต่ไม่ใช่พี่แน่นอน พี่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ทำไมใครๆถึงได้ชื่นชอบเด็กคนนี้นักแม้แต่เพื่อนสนิทของพี่ ตกหลุมรักแม่หทัยรัตน์จนหน้ามืดตามัว ใครห้ามก็ไม่ฟัง” หนึ่งพูดด้วยความไม่เข้าใจจริงๆ แต่ส่องแสงยิ้มสมใจกับคำพูดของเขา

ooooooo

สุดาเริ่มเขียนจดหมายรายงานประสาทพรด้วยความสนุกที่ตัวเองเป็นเหมือนสายสืบ ว่าวันนี้เป็นวันแรกที่หทัยรัตน์ไปสอนหนังสือ ทำให้เมื่อคืนนอนไม่หลับตื่นเต้นกับสถานที่ใหม่ เหตุการณ์อื่นปกติถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะรายงานไปใหม่ ลงชื่อ จ.น.ท.พ.ศ. เจ้าหน้าที่พิเศษสุดา”

สัทธาบอกน้องๆ เรื่องพินิจไม่สบายและชวนไปเยี่ยมที่บ้าน หทัยรัตน์ขอตัวไม่อยากยุ่งกับครอบครัวนี้ สุดากับสัทธาแปลกใจมันเกิดอะไรขึ้น สุดาตามไปเค้นถามหทัยรัตน์จนยอมเล่า

“พี่แป้นจำครั้งสุดท้ายที่เราไปเที่ยวที่พนัสพงษ์ได้ไหมคะ...ตอนที่พี่แป้นออกไปตลาดกับพรรณีและคุณพินิจ ปุ้มไม่ได้ไปด้วยเพราะคุณนายนวลบอกให้ปุ้มอยู่ช่วยเตรียมของในครัว...”

สุดาพยักหน้าว่าจำได้...หทัยรัตน์เล่าเหตุการณ์ในวันนั้น นวลปัดตะกร้าผักลงพื้นก่อนจะปั้นหน้ายักษ์ใส่ กล่าวอย่างขุ่นเคืองว่าตนอย่าทะเยอทะยานมาทำลายอนาคตลูกชายเธอ สะใภ้ของพนัสพงษ์จะต้องเชิดหน้าชูตาให้วงศ์ตระกูลทั้งฐานะครอบครัวและฐานะทางสังคม เด็กกำพร้าอย่างตนไม่คู่ควรกับลูกชายเธอ เป็นได้แค่นางบำเรอก้นครัว ตนพยายามจะอธิบายว่าไม่เคยคิดกับพินิจเป็นอื่นนอกจากพี่ชาย แต่นวลไม่เชื่อ ทั้งดูถูกและเหยียดหยาม

สุดาตกใจเมื่อรู้เรื่องราว หวั่นใจว่าพรรณีจะคิดเหมือนแม่ถึงไม่มางานวันแซยิด หทัยรัตน์ไม่คิดเช่นนั้น พรรณีคงลำบากใจมากกว่าเพราะคนหนึ่งแม่อีกคนก็คนรัก จึงขอร้องสุดาอย่าบอกเรื่องนี้กับสัทธา แต่สุดายอมไม่ได้ถ้าพรรณีทำให้สัทธาเสียใจ จะบอกเรื่องนี้แก่เขาทันที

ด้านพรรณีคิดถึงสัทธาแล้วน้ำตาร่วง ไม่กล้าบอกว่านวลห้ามติดต่อกับเขาและห้ามครอบครัวเขาเข้ามาในบ้านอีกตั้งแต่เรียนจบ ถ้าขัดคำสั่งจะบุกไปด่าถึงบ้านเดือนประดับ...พรรณีรำพึงขอโทษสัทธาที่ตัวเองขี้ขลาดไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับเขา

ในคืนเดียวกัน หนึ่งเข้ามาเลียบเคียงถามกรกนกว่าเรียนหนังสือกับหทัยรัตน์ทั้งวันไม่เบื่อบ้างหรือ เธอบอกว่าไม่เบื่อแถมสนุก เขาจึงถามว่าชื่นชอบอะไรในตัวหทัยรัตน์

“ก็คุณครูใจดี ใจเย็น หญิงทำผิดก็ไม่เคยว่าไม่เคยดุ แต่จะอธิบายให้หญิงเข้าใจ คุณครูไม่เคยว่าร้ายใคร พูดก็เพราะเสียงก็เพราะ แล้วคุณครูยังยิ้มหวานอีกด้วยนะคะ”

“แต่ที่ผ่านมาพี่หนึ่งยังไม่เห็นว่าคุณครูของคุณหญิงจะเป็นอย่างที่บอกเลยนะครับ”

“พี่หนึ่งยังไม่ค่อยรู้จักคุณครูน่ะสิคะ พี่หนึ่งลองอยู่กับคุณครูนานๆแล้วจะรู้ว่าหญิงพูดจริง ตอนแรกพี่ชายก็ไม่เชื่อค่ะ แต่ตอนนี้พี่ชายเชื่อแล้วค่ะ บอกหญิงว่าอยากให้คุณครูมาเป็นควีนในชีวิตจริงของพี่ชายค่ะ...ถ้าคุณครูไม่น่ารักพี่ชายก็คงจะไม่อยากได้จริงไหมคะ”

หนึ่งฝืนยิ้มรับ ในใจร้อนรุ่มตอบตัวเองไม่ได้ว่ามันคืออะไร...หนึ่งเดินมาหาพิมพ์ที่กำลังนั่งเจียนหมากอยู่ สีหน้าหนึ่งทำให้พิมพ์เดาออกว่าไม่พ้นเรื่องหทัยรัตน์ จึงแกล้งเปรยๆว่าตนสายตาดีมองไม่ผิดว่าเด็กคนนี้น่ารักน่าหลงจริงๆ หนึ่งเมินหน้าเหมือนจะหนีความจริง

ooooooo

เช้าวันใหม่ สัทธาเข้ามาถามสุดาถึงเรื่องหทัยรัตน์ ทำไมดูไม่อยากไปบ้านพินิจเอามากๆ สุดาอึดอัดใจอยากบอกความจริง ได้แต่อ้างว่าน้องไม่อยากให้คนนินทาว่าเดินเข้าออกบ้านผู้ชาย มันไม่งาม แล้วเปลี่ยนมาถามพี่ชาย ว่าพรรณีเคยคุยถึงแม่ให้ฟังบ้างไหม สัทธาส่ายหน้า

“พี่ยังไม่เคยเจอกับคุณนายนวลสักที เคยขอณีไปพบท่านแต่ณีบอกว่าท่านงานยุ่ง ไม่ค่อยสะดวกก็เลยยังไม่เคยเจอสักที”

สุดาทำทีพูดลอยๆน่าจะได้เจอสักทีจะได้รู้ว่าเป็นคนอย่างไร สัทธาทำหน้างงแต่ไม่ติดใจสงสัยเปลี่ยนเรื่องคุยมาถามเธอว่าเมื่อไหร่จะมีแฟนกับเขาบ้าง สุดาขำบอกแล้วแต่พรหมลิขิต

ไม่นานประสาทพรได้รับจดหมายจากสุดา เขาอ่านแล้วนึกขำในใจรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกรีบเขียนตอบกลับ แล้วก็ได้รับฉบับต่อไป จากนั้นกลายเป็นเขาเฝ้ารอจดหมายจากเธอ

ด้านกรกนกนั่งมองหทัยรัตน์ปอกผลไม้ให้ทานแล้วอดบ่นคิดถึงประสาทพรไม่ได้ เพราะปกติพี่ชายจะเป็นคนทำให้ จึงเอ่ยถาม “คุณครูคิดว่าพี่ชายจะคิดถึงหญิงไหมคะ”

หทัยรัตน์ตอบยิ้มๆว่าต้องคิดถึงแน่นอน พอดีหนึ่งเดินมาหยุดฟังการสนทนาของทั้งสอง กรกนกถามหทัยรัตน์คิดถึงพี่ชายตนบ้างไหม หนึ่งหูผึ่งรอฟังคำตอบด้วย หทัยรัตน์เห็นสายตากรกนกที่มองอย่างมีความหวัง จึงตอบเอาใจว่า...คิดถึง หนึ่งร้อนรนโผล่มาส่งเสียง

“คุณหญิงถามอีกสิครับว่าคุณครูคิดถึงพี่ชายมากแค่ไหน”

หทัยรัตน์สะดุ้งมีดบาดนิ้ว ทั้งหนึ่งและกรกนกตกใจ หนึ่งรีบดึงมือหทัยรัตน์มาดู เธอดึงออกด้วยสัญชาตญาณ เขาไม่ยอมแพ้ดึงมาอีกแล้วควักผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเลือดพร้อมเอ็ดอย่าดื้อ...และให้กรกนกช่วยไปตามแม่โอ หทัยรัตน์ห้ามแต่กรกนกเข็นรถออกไปแล้ว จึงหันมาบอกหนึ่งให้ปล่อย หนึ่งเสียงดุ ไม่เห็นหรือว่าเลือดออกมากต้องกดไว้ หทัยรัตน์สวน

“ออกมากหรือน้อยก็เรื่องของดิฉัน ดิฉันห้ามเลือดเองได้ไม่ต้องลำบากคุณ”

“อย่าอวดเก่งไปหน่อยเลย อยู่เฉยๆ ที่ฉันช่วยเพราะฉันเป็นต้นเหตุทำให้เธอโดนมีดบาด แล้วเธอเป็นอะไรแค่ได้ยินเสียงฉันถึงกับต้องตกใจมากขนาดนี้ หรือว่าแอบทำอะไรไม่ดีลับหลังฉันอยู่ เลยกลัวว่าจะโดนจับได้” หนึ่งเขม้นมองอย่างจับผิด

“คนอย่างดิฉันไม่เคยทำอะไรลับหลัง ถ้าคิดจะทำต้องทำต่อหน้าเท่านั้น”

“ปากเก่งจริงนะ ขอให้เป็นอย่างที่พูดก็แล้วกัน” หนึ่งยื้อดึงมือหทัยรัตน์ไว้แน่นจนกระทั่งแม่โอถือกล่องยาเข้ามา เขาจึงบอกว่าจะทำแผลให้เอง
หทัยรัตน์ขอทำเองแต่หนึ่งแย้งว่าจะทำถนัดได้อย่างไร แม่โอสนับสนุนควรให้หนึ่งทำแผลให้ กรกนกเห็นแผลเป็นที่ข้อมือหนึ่งก็แปลกใจถามโดนอะไรมา หนึ่งสบตาหทัยรัตน์ยิ้มๆ

“พี่หนึ่งเคยถูกเด็กใจร้ายคนนึงกัดเมื่อหลายปีก่อน แต่แผลเป็นก็ไม่หายสักที สงสัยจะไม่อยากให้พี่หนึ่งลืมความดุร้ายของเด็กคนนั้น”

หทัยรัตน์เชิดหน้าเพราะรู้แก่ใจว่าคือตัวเอง แม่โอถามขึ้นว่าเด็กที่ไหน เขาปรายตามองหทัยรัตน์ก่อนจะตอบว่า เด็กบ้านเพื่อน ตนจำชื่อไม่ได้แล้วจำได้ว่าตัวอ้วนขาสั้นเหมือนกระปุกตั้งฉ่าย... แม่โอกับกรกนกฟังแล้วหัวเราะคิก หนึ่งสะใจแกล้งเปรยว่า

“เสียดายที่เป็นเมื่อก่อน ถ้าเขามากัดฉันตอนนี้ฉันจะไม่ผลักเขาเหมือนเมื่อสิบปีก่อน ฉันจะดึงจมูกเด็กนั่นให้ขาด เวลาทำท่าหยิ่งจองหองจะได้ไม่มีจมูกไว้เชิดขึ้นอย่างอวดดี”

หทัยรัตน์จับจมูกตัวเองอย่างอัตโนมัติ พอนึกได้รีบดึงมือออกสวนทันควัน “แล้วคุณอนวัชคิดว่าเด็กคนนั้นจะยอมให้ดึงจมูกขาดเหรอคะ”

“ต้องยอมสิ...เพราะเขารู้ดีว่าไม่มีวันที่เขาจะชนะฉัน” หนึ่งแกล้งพันแผลแรงๆจนหทัยรัตน์สะดุ้ง เก็บความแค้นไว้ในใจ

ooooooo

วันนี้พรรณีเดินตามนวลเก็บค่าเช่าแผงในตลาด เธอรู้สึกอับอายที่แม่เที่ยวเอาผักของแม่ค้ามาฟรีๆ ทำให้ได้ยินเสียงด่าขรมว่า...อีงก นวลไม่สนใจกลับย้ำเตือนลูกสาวว่าต่อไปธุรกิจนี้ก็จะเป็นของลูกๆแล้วถามยังเจอสัทธาอยู่หรือเปล่า เธอรีบบอกว่าไม่เจอเลย นวลบ่นเรื่อยเปื่อย

“จำไว้นะถ้ารักแม่ รักพี่ อย่าไปยุ่งกับมัน มันจะเป็นสะพานทอดให้นังเด็กปุ้มเข้ามายุ่งกับพี่ชายเรา แม่ไม่ยอมเด็ดขาด...จริงๆแม่ก็ไม่ได้รังเกียจนายสัทธาสักเท่าไหร่ แต่กรรมของมันที่ดันเป็นพี่ชายของนังเด็กปุ้ม นังเด็กทะเยอทะยาน ใช้ความสวยหลอกล่อให้พี่ชายเราหลงรัก มันรู้ว่าทรัพย์สมบัติของแม่ต้องเป็นของพ่อพินิจ มันคิดจะมาจับเสือมือเปล่า แม่ไม่มีวันยอมหรอก”

พรรณีฟังแล้วเศร้าอัดอั้นตันใจ นวลยังย้ำว่า ต้องตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการไม่ให้เธอคบหากับสัทธา เจอเมื่อไหร่ต้องไล่ตะเพิดไป พรรณีจำใจรับคำน้ำตาคลอ ไม่ทันไรพรรณีเห็นสัทธาเดินออกจากร้านตัดผม ก็ตกใจมากกลัวเขาเข้ามาทัก จึงรีบบอกนวลว่าขอไปดูเสื้อที่ร้านฝั่งโน้นแล้วเดินจ้ำๆออกไป สัทธามองมาเห็นแปลกใจทำไมพรรณีต้องเดินหนีแบบนั้น

สัทธากลับมาเล่าให้สุดาฟัง สุดาพยายามปลอบใจว่าพรรณีคงไม่ทันเห็น แต่สัทธาไม่อยากเชื่อ สุดาเตือนอย่าต่อว่าพรรณีเพราะจะทำให้เสียใจกันเปล่าๆ ให้ค่อยๆคุย สัทธาพยักหน้า

ในร้านขายผ้าเช็ดหน้า หทัยรัตน์หาซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เหมือนกับของหนึ่งเพื่อนำไปคืนเขา ทางร้านบอกว่าเป็นของจากฝรั่งเศสเหลืออยู่ผืนเดียว เธอถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าราคาแพงมาก อดบ่นไม่ได้ “กลัวใครเขาไม่รู้ว่าเป็นเศรษฐีหรือไงนะ ถึงได้ใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนละตั้งเกือบครึ่งร้อย”

ไม่เพียงเท่านั้น หทัยรัตน์ยังเปลี่ยนเวลาสอนหนังสือกรกนกเป็นแปดโมงเช้าถึงเที่ยง เพื่อเลี่ยงไม่ต้องพบเจอหนึ่งอีก โดยอ้างว่าต้องกลับไปช่วยงานคุณป้าที่บ้าน และหนึ่งก็กลับมาทานกลางวันเป็นเพื่อนกรกนกทุกวันเธอไม่เหงา ตนก็หมดห่วง...และได้ฝากห่อของไว้ให้หนึ่ง

พอเที่ยง หนึ่งมาถึงคิดว่าหทัยรัตน์ปลีกตัวไปทานข้าวกลางวันคนเดียวอีกจะไปตาม กรกนกรีบบอกว่า คุณครูกลับไปแล้วและฝากห่อของนี้ไว้ให้เขา หนึ่งแปลกใจเพิ่งจะเที่ยง

“คุณครูขอเปลี่ยนเวลาสอนให้เร็วขึ้น จากเก้าโมงถึงบ่ายสองเป็นแปดโมงถึงเที่ยงค่ะ”

หนึ่งฟังเหตุผลแล้วไม่อยากเชื่อ เปิดห่อของดูเห็นเป็นผ้าเช็ดหน้าและอ่านโน้ตที่แนบมา

“ดิฉันขอคืนผ้าเช็ดหน้าที่คุณอนวัชกรุณาเอามาห้ามเลือดให้ ถึงจะเป็นผ้าคนละผืน คุณคงจะไม่รังเกียจเพราะมันเป็นผ้าชนิดเดียวกันแบบเดียวกันและสีเดียวกัน”

อ่านจบหนึ่งขมวดคิ้วไม่พอใจ โทร.ไปที่บ้านเดือนประดับทันที เผอิญหทัยรัตน์เป็นคนรับสาย เขาจำเสียงได้ต่อว่าทันที “ฉันต้องการพูดกับเธอ หวังว่า
คุณหทัยรัตน์คงจะไม่ด่วนวางหู”

“คุณอนวัชมีธุระอะไรกับดิฉันไม่ทราบ” หทัยรัตน์เชิดหน้าโดยอัตโนมัติ

“ฉันจะขอพบเธอวันนี้ อีกยี่สิบนาทีฉันจะไปถึงเดือนประดับ”

หทัยรัตน์อ้างว่าตนเหนื่อยอยากพักผ่อน หนึ่งเยาะและท้าทายว่าคงกลัวตนเป็นพิเศษ หญิงสาวสวน “ใครบอกว่าดิฉันกลัวคุณ”

“ไม่มีใครบอก แต่การกระทำของเธอมันฟ้อง เธอถึงกับเลื่อนเวลาสอนและรีบกลับก่อนเพื่อไม่ให้เจอฉัน ฉันจะไปหาก็ปฏิเสธ แค่นี้ยังไม่พออีกเหรอที่จะบอกว่า...เธอกลัวฉัน”

“เพื่อไม่ให้คุณเข้าใจผิดมากไปกว่านี้ เชิญคุณอนวัชมาพบดิฉันได้ตามที่คุณต้องการ คุณจะรู้ว่าฉันไม่ได้กลัวคุณ” หทัยรัตน์วางสายไปอย่างไม่พอใจ

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 3 วันที่ 30 พ.ค. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ