อ่านละคร กลกิโมโน ตอนอวสาน[3] วันที่ 6 พ.ค. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนอวสาน[3] วันที่ 6 พ.ค. 58

“ผมเองก็ไม่อยากให้เขาจากไป แต่ผมห้ามเขาแล้วเขาก็ไม่ฟัง ถ้าคุณไอช่วยไปตามเขาให้กลับมาที่นี่ได้ ผมเชื่อว่าโคสึกะทุกคนจะต้องซาบซึ้งในบุญคุณของคุณ”
“แล้วนายรู้เหรอว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”
อัตซุโอะพยักหน้ารับ ไอยิ้มมีความหวัง

หุบเขาอันกว้างใหญ่ เสียงร้องเรียกฮิเดโนริจากไอดังก้องไปทั่ว “ฮิเดะ...ฮิเดะ...คุณอยู่ไหน...ฮิเดะ” ไอเดินขึ้นมาที่บันไดหินซึ่งพาดขึ้นสู่โอบเขาอันเวิ้งว้าง กวาดต่อมองไปรอบๆเรียกหา “ฮิเดะ..คุณอยู่ไหน..ชั้นรู้ว่าคุณได้ยินชั้นนะฮิเดะ..ได้โปรดเถอะ..ชั้นอยากเจอคุณ” ไอก้าวขึ้นไปบนแนวสันเขา แล้วร้องเรียกสุดเสียงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม “อย่าจากชั้นไปเลย..ให้ชั้นได้เจอคุณอีกครั้งเถอะนะ”


ไอทรุดลงไปนั่งคุกเข่าสะอื้นเสียใจได้ครู่..เสียงหมาจิ้งจอกร้องโหยหวนก็ดังแว่วเข้ามา...บรู้ววววววว์ ไอชะงักหันขวับ “ฮิเดะ !!!”

ไอวิ่งเข้ามาที่ทุ่งหญ้ากวาดตามองหาแต่ไม่เจอ “ฮิเดะ....” ไอหน้าเศร้าๆ ก้มมองที่ท้องแล้วใช้มือลูบเบาๆ
ระหว่างนั้นเสียงฮิเดโนริดังมาจากข้างหลัง “เธอไม่ควรมาตามหาชั้นนะไอ”
“ฮิเดะ” ไอดีใจปรี่เข้าไปสวมกอดฮิเดโนริน้ำตาอาบแก้มทันที “แต่ชั้นคิดถึงเธอ..ชั้นไม่อยากอยู่คนเดียว พาชั้นไปอยู่กับเธอด้วยนะฮิเดะ ชั้นไปอยู่ที่ไหนกับเธอก็ได้ ชั้นไม่กลัวหรอก”
“เธอใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับชั้นไม่ได้หรอกไอ ตอนนี้ชั้นแทบไม่เหลือความเป็นมนุษย์อยู่อีกแล้ว บางทีนี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ชั้นจะอยู่ในร่างนี้เพื่อบอกลาเธอ”
ไอตกใจ “ฮิเดะ..ไม่นะ..อย่าทิ้งชั้นสิ..ชั้นรักเธอ และทุกคนก็พร้อมยกโทษให้เธอ เหมือนที่ยกโทษให้ชั้น เรากลับไปใช้ชีวิตด้วยกันเถอะนะ..ชั้นขอร้อง..นะฮิเดะ”
ฮิเดโนริใจแข็ง “ชั้นไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับใครได้อีก เพราะชั้นไม่ใช่มนุษย์อีกแล้วนะไอ ชั้นขอโทษ..เก็บชั้นไว้เป็นแค่ความทรงจำเถอะนะ” ฮิเดโนริแกะมือไอแล้วเดินจากไป ไอทรุดลงน้ำตาไหลอาบแก้มสะอื้นไห้อย่างเจ็บปวด แต่ทันใดนั้นฮิเดโนริเป็นฝ่ายหยุดชะงักเพราะได้ยินเสียงบางอย่างจากตัวไอ “ไอ..ชั้นได้ยินเสียงหัวใจเต้นอยู่ในตัวเธอ..มันไม่ใช่หัวใจของเธอ..แต่เป็น”
“ลูกของเธอไงฮิเดะ” ฮิเดโนริชะงักอึ้งไปแล้วเข้ามาใช้มือสัมผัสที่ท้องของไอ เลยยิ่งได้ยินเสียงหัวใจเต้นชัดมาก “เธอจะทิ้งชั้นกับลูกไปไม่ได้นะฮิเดะ..ฮือๆๆ”
ฮิเดโนริหน้านิ่งครุ่นคิดก่อนจะดึงไอมาสวมกอดแน่น “เขาคือสายเลือดของโคสึกะ เธอจะช่วยดูแลเขาให้เป็นผู้สืบทอดที่ดีกว่าชั้นได้แน่นอน”
“ไม่นะฮิเดะ”
“เมื่อเขาโตขึ้นเรื่องของชั้นกับตำนานเทพเจ้านกกระเรียนแห่งเมืองสึกิจะเป็นนิทานที่เธอเล่าให้เขาฟัง เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์สอนให้เขาเป็นคนดี..และชั้นจะเฝ้ามองเขาจากหุบเขาแห่งนี้..ลาก่อน” ฮิเดโนริจูบเบาๆที่หน้าผากไอ แล้วเลื่อนมือลงไปสัมผัสที่ท้องของไอก่อนจะเดินจากไป
ไอน้ำตาไหลอาบแก้มร้อง เรียกฮิเดโนริจนเขาหายลับไป “ฮิเดะ !!!!!!!!!!”


คฤหาสน์มิยาคาวะ รินดาราเดินคุยโทรศัพท์กับครอบครัวมาตามทางเดิน “ฝากบอกพ่อด้วยนะคะแม่ ว่าไม่ต้องเป็นห่วงหนู หนูปลอดภัยดี” รินดาราพูดเล่นขำๆ แต่มีนัยยะแฝง “หิมะทำอะไรหนูไม่ได้หรอกค่ะ” เสียงอายูมิร้องไห้ดังมาจากในห้อง รินดาราได้ยินเสียงจึงรีบบอกแม่ “แม่คะ แค่นี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูโทรกลับไปหาใหม่ค่ะ” รินดาราวางสายแล้วรีบเข้าไปในห้องอายูมิ

รินดาราเปิดประตูเข้ามาเจออายูมินั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนเตียง “อายูมิ ! ร้องไห้ทำไมคะ”
รินดาราถามพร้อมกับเข้าไปหา อายูมิเงยหน้าขึ้นมา..น้ำตานองหน้า “ฮิโตชิจะไปแล้วค่ะ ท่านชายกำลังจะไปส่งฮิโตชิไปสวรรค์ แต่ฮิโตชิทำให้ล้อรถเข็นของอายูมิพัง ฮิโตชิไม่ยอมให้อายูมิไปส่ง”
รินดาราครุ่นคิดแล้วตัดสินใจ ยื่นไม้ค้ำช่วยเดินให้อายูมิ “งั้นพี่พาไปเองค่ะ แต่อายูมิก็ต้องพยายามด้วย อายูมิจะทำได้มั้ย” อายูมิมองไม้ค้ำสีหน้าจริงจัง

อาคิระยืนส่งริเอะที่กำลังจะไป ริเอะแต่งตัวสวยเตรียมบินไปฝรั่งเศส “คุณจะไปอยู่ฝรั่งเศสเหรอ ไปอยู่กับใคร”
“พี่พุชชี่กับเน็กซ์ค่ะ อาคิระจำพวกเขาได้มั้ย”
“จำได้ เมื่อก่อนตอนไปเรียนที่นั่นใหม่ๆ พวกเขาคอยช่วยเหลือเราตลอด แล้วริเอะจะไปนานมั้ย”
“ไม่มีกำหนดค่ะ” ริเอะเศร้า “ที่นี่ริเอะไม่เหลือใครอีกแล้ว ริเอะไม่อยากอยู่ที่บ้าน...เข้าไปแล้ว ภาพที่คุณพ่อถูกนางปีศาจหิมะฆ่ามันยังติดตา ริเอะขอไปเริ่มชีวิตใหม่ที่โน้นดีกว่า”
“อย่าลืมส่งข่าวบอกกันบ้างนะ ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน”
ริเอะมองอาคิระอย่างซึ้งใจ “ริเอะทำกับคุณไว้มาก คุณก็ยังให้คำว่าเพื่อนกับริเอะ ขอบคุณมากนะคะ ฝากบอกคุณรินดาราด้วยว่าริเอะขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของเธอ ริเอะไม่แปลกใจแล้วล่ะว่าทำไมคุณถึงรักคุณรินดารา ถ้ามีข่าวดีเมื่อไหร่อย่าลืมส่งข่าวกันนะคะ ริเอะไปก่อน เดี๋ยวจะไม่ทันขึ้นเครื่อง”
“โชคดีนะริเอะ” ริเอะยิ้มรับแล้วเดินออกไป อาคิระเศร้าเมื่อนึกถึงความรักของตัวเอง “ข่าวดีของผมกับรินดารา...มันจะไม่มีวันนั้นหรอกริเอะ” อาคิระกำลังจะเดินกลับไปแล้ว หันไปเห็นรินดาราช่วยพยุงพาอายูมิที่ใช้ไม้ค้ำเท้าช่วยเดินอย่างรีบเร่ง ไปทางด้านหลังคฤหาสน์ อาคิระแปลกใจ “จะไปไหนกัน?!!!”

ฮิโตชิในชุดเสื้อผ้าใหม่สะอาดนั่งพิงบ่อน้ำร้างร้องไห้กระซิกๆ
โฮชิโนโอจิก้าวเข้ามายืนตรงหน้าฮิโตชิ “เปลี่ยนใจให้หนูอายูมิมาส่งไหม ชั้นจะไปพาอายูมิมาที่นี่เอง”
“ไม่เอาครับ ฮิโตชิไม่อยากให้อายูมิร้องไห้ เวลาอายูมิร้องไห้แล้วไม่ยอมหยุดร้องง่ายๆ เดี๋ยวคนอื่นเขาจะรำคาญ ฮิโตชิไม่อยากให้มีใครเดือดร้อนเพราะฮิโตชิอีก”
โฮชิโนโอจิลูบหัวฮิโตชิอย่างเอ็นดู “โถ..เจ้าหนู เพราะเธอเป็นเด็กดี มีจิตใจที่ดี คิดถึงคนอื่นแบบนี้ ไงล่ะ เธอถึงจะได้ไปสู่ภพภูมิที่ดี” โฮชิโนโอจิมองไปทางด้านหนึ่งแล้วเห็นแสงสว่างส่องมา จึงหันกลับไปยื่นมือให้ฮิโตชิ “ไปเถอะ ได้เวลาของเธอแล้ว” ฮิโตชิจับมือโฮชิโนโอจิลุกขึ้น

โฮชิโนโอจิกับฮิโตชิเดินไปหยุดยืนตรงหน้าที่มีแสงส่อง แล้วแสงนั้นก็ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาหาฮิโตชิกับโฮชิโนโอจิ
เสียงอายูมิตะโกนดังขึ้น “ฮิโตชิ ! ฮิโตชิรออายูมิด้วย”
โฮชิโนโอจิ กับฮิโตชิหันไป เห็นรินดาราพยุงอายูมิที่ใช้ไม้ค้ำช่วยเดินเข้ามา รินดาราสะดุดก้อนหินทรุดล้มลงกับพื้น แต่ไม่แรงมาก อายูมิพลอยล้มทับไปบนตัวของรินดารา โฮชิโนโอจิ ฮิโตชิตกใจ
“อายูมิ!” อายูมิกัดฟันลุกขึ้นยืน ฮิโตชิพยายามห้ามปราม “อายูมิอย่ามา! เดี๋ยวเจ็บขา อย่าอายูมิ”
อายูมิไม่ฟัง...เด็กหญิงกัดฟันลุกขึ้นยืนด้วยความตั้งใจแน่วแน่...จนกระทั่งยืนได้ โดยไม่ต้องมีอะไรประคอง
อาคิระวิ่งตามเข้ามาเห็นอายูมิพยายามเดินพอดี อายูมิค่อยๆก้าวเท้าไปข้างหน้า...พยายามเดินแต่ขาก็โอนเอนยังทรงตัวไม่ค่อยดี อายูมิมีสีหน้าเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่ก็อดทนเดินก้าวขาเดินต่อไป จนกระทั่งเดินไปได้ตรงและมั่นคง อายูมิก็ค่อยๆ ก้าวเท้าเดินต่ออย่างเข้มแข็งเพื่อฮิโตชิ
รินดารา อาคิระ โฮชิโนโอจิ และฮิโตชิมองอย่างตกตะลึง ฮิโตชิปล่อยมือจากมือโฮชิโนโอจิแล้ววิ่งเข้าไปหาอายูมิ เด็กน้อยทั้งสองวิ่งเข้ามาจับมือกัน ฮิโตชิยิ้มกว้างดีใจ“อายูมิเดินได้แล้ว! ฮิโตชิดีใจจังเลย ฮิโตชิจะได้ไม่ห่วงอายูมิอีกแล้ว”
อายูมิเบ้หน้าจะร้องไห้ “แต่ฮิโตชิเคยสัญญากับอายูมิว่าถ้าอายูมิเดินได้ ฮิโตชิจะไปเล่นกับอายูมิ นี่ไงอายูมิเดินได้แล้ว ฮิโตชิไม่อยู่เล่นกับอายูมิก่อนเหรอ”
ฮิโตชิเศร้า “ฮิโตชิไม่ได้ผิดคำพูดนะ แต่ฮิโตชิอยู่ไม่ได้ ฮิโตชิต้องไป ท่านชายบอกว่าพ่อแม่ของฮิโตชิรออยู่บนสวรรค์”
“ถ้าอย่างงั้นฮิโตชิสัญญากับอายูมินะ เวลาฮิโตชิวิ่งเล่นบนสวรรค์ ฮิโตชิจะก้มมองลงมาหาอายูมิ อายูมิวิ่งเล่นอยู่ที่นี่ก็จะเงยหน้ามองฮิโตชิบนท้องฟ้าเหมือนกัน จะได้เหมือนกับว่าเราวิ่งเล่นด้วยกันไง”
“ฮิโตชิสัญญา”
เด็กทั้งสองนิ้วเกี่ยวก้อยกัน รินดาราน้ำตารื้นอย่างซาบซึ้งใจ อาคิระกับโฮชิโนโอจิสุขใจไปกับมิตรภาพงดงามของทั้งคู่
“ไปเถอะฮิโตชิ”
ฮิโตชิพยักหน้าให้โฮชิโนโอจิแล้วมองอายูมิด้วยรอยยิ้ม “ลาก่อนนะอายูมิ”
“ลาก่อนจ้ะฮิโตชิเพื่อนรักของอายูมิ”
โฮชิโนโอจิจูงมือฮิโตชิพาเดินไปที่แสงสว่าง ฮิโตชิโบกมือให้อายูมิและยิ้มสดใส อายูมิยิ้มและโบกมือตอบ รินดารากับอาคิระโบกมือให้ด้วย แล้วโฮชิโนโอจิก็เดินพาฮิโตชิหายเข้าไปในแสงสว่าง

โฮชิโนโอจิจูงมือฮิโตชิเดินมาตามทางของสวนดอกไม้ ฮิโตชิสะอื้นตัวโยน โฮชิโนโอจิหยุดเดินแล้วย่อตัวนั่งลงและใช้นิ้วปาดน้ำตาบนแก้มให้ฮิโตชิอย่างอ่อนโยน
“อย่าร้องไห้ไปเลยเจ้าหนู อายูมิจะไม่มีวันลืมเธอ และเธอจะอยู่ในใจของอายูมิเสมอ”
“ฮิโตชิคิดถึงอายูมิ ทำยังไงฮิโตชิถึงจะได้เจอกับอายูมิอีก”

“อธิษฐานสิ ชั้นอธิษฐานขอให้ได้พบเมียวโจคนรักของชั้นทุกวันมานานสี่ร้อยปี ในที่สุดคำอธิษฐานของชั้นก็เป็นจริง”
“ฮิโตชิจะอธิษฐานขอให้ได้เจอกับอายูมิ แล้วท่านชายล่ะครับ เมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน”
โฮชิโนโอจิเศร้า “ไม่รู้สิ ชั้นอาจจะต้องอยู่บนโลกมนุษย์ตลอดไป”
“เหรอครับ..อยู่ทำหน้าที่คอยส่งคนดีไปสวรรค์ใช่มั้ยครับ”
โฮชิโนโอจิเศร้าแต่ยังพยายามยิ้ม “เธออาจจะเป็นคนสุดท้ายที่ชั้นจะได้ทำหน้าที่นี้ให้ เพราะกิเลสอย่างมนุษย์ทำให้ความเป็นเทพของชั้นใกล้หมดลงแล้ว...แต่อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ชั้นต้องยอมรับความจริงและอยู่กับปัจจุบันให้ได้ ชั้นถึงจะไม่ทุกข์” โฮชิโนโอจิยิ้มกว้างอย่างคนที่ยอมรับความจริงได้แล้วหันไปมองไปข้างหน้า...ยิ้มออกมาเพราะเห็นใครบางคนยืนอยู่ที่สุดทางเดิน
ฮิโตชิหันตามไป แล้วยิ้มกว้างดีใจมาก “พ่อ แม่ ฮิโตชินี่” ฮิโตชิปล่อยมือจากโฮชิโนโอจิแล้วจะวิ่งไปหาพ่อแม่ แต่ก็นึกขึ้นได้จึงหยุดชะงักแล้วหันหลังวิ่งกลับไปโผกอดคอโฮชิโนโอจิแน่น “ฮิโตชิรักท่านชายโฮชินะครับ ฮิโตชิจะช่วยอธิษฐาน ขอให้ท่านชายโฮชิได้กลับขึ้นไปพบกับคุณเมียวโจบนสวรรค์นะครับ”
“ขอบใจมากเจ้าหนู” ฮิโตชิหอมแก้มโฮชิโนโอจิฟอดใหญ่หนึ่งก่อน ก่อนจะหันหลังวิ่งหายเข้าไปในแสงสีขาว โฮชิโนโอจิมองตามและยิ้มสุขใจ แสงสีขาวที่ปลายทางเดินหายไป รอยยิ้มบนใบหน้าของโฮชิโนโอจิแปรเปลี่ยนเป็นหม่นเศร้า

อาคิระยื่นกระเป๋าสะพายที่รินดาราใส่นกฮิเมะขึ้นไปบนภูเขาให้รินดารา “กระเป๋าของคุณ วันที่เกิดพายุหิมะ ผมเจอมันตกอยู่ในกองหิมะ”
“ขอบคุณค่ะ” รินดารานึกขึ้นได้ “ว่าแต่ตอนคุณเก็บกระเป๋าขึ้นมา คุณเห็นลูกนกอยู่แถวๆ กระเป๋าบ้างไหมคะ”
“ไม่เห็นนะ ลูกนกที่คุณพูดถึงน่าจะบินหนีไปแล้ว”
“หรือไม่ก็โดนหิมะทับตาย” รินดาราหน้าเศร้าๆ
“ไม่เอา...คุณพยายามช่วยมันอย่างดีที่สุดแล้ว..อย่าทำหน้าเศร้าแบบนั้น วันนี้เป็นวันที่อายูมิเดินได้ พวกเราทุกคนต้องมีความสุข”
“ค่ะ” รินดารายิ้มรับ
“เดี๋ยวคุณเก็บของแล้วเราลงไปแสดงความดีใจกับอายูมิด้วยกัน”
รินดารายิ้มและพยักหน้ารับ แล้วหันไปดึงของออกจากกระเป๋านำไปวางบนโต๊ะ ข้างในมีกระเป๋าสตางค์ สมุดจด บันทึกเล่มเล็กๆ ทันใดนั้นรินดาราก็หันไปเห็นขนนกสีทองชิ้นเล็กๆติดอยู่ในกระเป๋า รินดาราหยิบออกมา
อาคิระชะโงกหน้าเข้ามาดู “คงเป็นขนของลูกนกที่คุณใส่ลงไปในกระเป๋า”
“แต่ฮิเมะเป็นลูกนกยังไม่ทันจะผลัดขน”
“อาจจะเป็นขนที่งอกตามใต้ปีกหรือบนลำตัวที่คุณมองไม่เห็นก็ได้”
“ก็คงจะเป็นอย่างงั้น” รินดาราพิจารณาดูขนบนมือ “แต่จะว่าไปแล้ว..ลักษณะขนกับสีมันคล้ายๆ เส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำที่เราเคยได้มาจากเมืองไทยเลย แต่ไม่แข็งแรงเท่า”

“ก็มันเป็นขนลูกนก มันก็ต้องยังไม่แข็งแรงสิ”
“งั้นถ้าฮิเมะโตขึ้น เส้นขนของมันก็คงจะไม่ต่างจากเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำของป้าอัง” รินดาราพูดไปแล้วก็ชะงักหันขวับไปมองอาคิระอย่างตกใจ อาคิระรินดาราพูดพร้อมกัน “หรือว่าเจ้าฮิเมะอาจจะเป็น... !!!” อาคิระกับรินดารามองหน้ากันอย่างอึ้งไปเลย

ห้องกิโมโนโฮชิ ย่ามิกิถือเศษขนนกสีทองของเจ้าฮิเมะมือหนึ่ง ยืนอยู่หน้ากิโมโนโฮชิ..อีกมือของย่ามิกิแตะที่เส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำที่อยู่บนกิโมโนโฮชิ แล้วกลับมาแตะที่เศษขนนกสีทองของเจ้าฮิเมะ ย่ามิกิคิ้วขมวดใช้ความชำนาญเรื่องเส้นไหมทอผ้าพิจารณาจนแน่ใจว่า.....“ใช่ขนนกกระเรียนทองคำจริงๆ ค่ะ”
รินดารากับอาคิระอึ้ง แล้วรินดาราก็หน้าจ๋อย...ผิดหวังกับตัวเอง “ชั้นขอโทษค่ะ ฮิเมะอยู่กับชั้นมาตลอด แต่ชั้นกลับไม่รู้เลยว่าฮิเมะเป็นลูกนกกระเรียน”
“แล้วคุณไม่เคยถามเขาเหรอ ว่าเขาเป็นนกพันธุ์อะไร”
“ไม่เคยค่ะ ชั้นเห็นว่านกฮิเมะพูดมาก ชั้นก็คิดว่ามันเป็นลูกนกแก้ว” รินดารากุมขมับหงุดหงิดตัวเองมาก “ทำไมชั้นถึงเป็นแบบนี้ ! คุณเมียวโจอุตส่าห์มอบความ สามารถพิเศษคุยกับสัตว์รู้เรื่องมาให้ชั้น แต่ชั้นก็ยังทำพลาด”
“อย่าโทษตัวเองเลยค่ะคุณรินดารา คุณทำดีที่สุดแล้ว”
“ใช่ครับ ถ้าวันนั้นนางปีศาจหิมะไม่ได้ก่อเรื่อง คุณก็คงจะได้ไปถึงรังของเจ้าฮิเมะจนรู้ว่า มันเป็นนกกระเรียนทองคำ”
รินดาราฟังคำพูดของอาคิระแล้วนึกขึ้นได้ “ใช่ ! งั้นชั้นต้องกลับไปที่รังของฮิเมะ ฮิเมะบอกว่าได้ยินเสียงแม่ดังมาจากภูเขา แสดงว่ารังของมันอาจจะอยู่แถวนั้น”
“ผมว่าคุณพักผ่อนให้ร่างกายแข็งแรงกว่านี้ดีกว่า เข้าป่าไม่ใช่เข้าเมือง แถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปตรงไหนของป่า คุณเข้าไปตอนนี้จะยิ่งเสี่ยงอันตรายได้”
“เสี่ยงเพื่อท่านชาย ชั้นยินดีค่ะ ชั้นขอตัวก่อนนะคะ” รินดาราก้มโค้งหัวให้ย่ามิกิแล้วเดินออกไป อาคิระมองหน้าย่ามิกิอย่างไม่สบายใจแล้วอาคิระก็เดินตามรินดาราไป

รินดาราเดินเร็วๆมาทางสวน อาคิระตามเข้ามาคว้าแขนรินดารา “รินดารา! คุณอย่าดื้อได้ไหม คุณควรจะพักผ่อนอีกสักสองสามวันก่อนก็ยังดี แล้วเราค่อยออกเดินทางกัน”
“แต่ท่านชายรอไม่ได้ค่ะ ความเป็นเทพของท่านชายใกล้จะหมดลงทุกที ถ้าท่านชายกลับสวรรค์ไม่ได้ก็ต้องติดอยู่บนโลกนี้ตลอดไป ในขณะที่ทุกคนเกิด แก่ เจ็บตาย แต่ท่านชายจะยังอยู่ตลอดกาลเห็นพวกเราจากไปทีละคน คุณไม่สงสารท่านชายเหรอคะ” รินดาราตั้งคำถามจนอาคิระนิ่งไป แล้วรินดาราจะเดินต่อ
อาคิระโมโหจึงคว้าไหล่สองข้างของรินดารามาบีบแน่น และตะเบ็งเสียงใส่เธอ “แต่คุณต้องอยู่ดูแลอายูมิ ผมไม่อนุญาตให้คุณไปไหนทั้งนั้น”

“คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งชั้นแบบนี้ ! ข้อตกลงทำงานของชั้นพ้นจากสภาพการเป็นลูกจ้างคุณ ตั้งแต่วันที่อายูมิเดินได้แล้ว”
“แต่คุณไม่มีวันพ้นจากการเป็นผู้หญิงที่ผมรัก ผมจะไม่มีวันยอมให้คุณไปเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด”
รินดาราอึ้งและมองหน้าอาคิระที่มองมาด้วยดวงตาที่เปี่ยมด้วยความรักอย่างเศร้าๆ เพราะถึงจะรู้สึกดีกับความรู้สึกที่อาคิระมีให้ แต่รินดาราก็ต้องหักห้ามใจไม่อาจรับความรู้สึกนั้นได้

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนอวสาน[3] วันที่ 6 พ.ค. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ