อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 4 วันที่ 1 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 4 วันที่ 1 มื.ย. 58

พอหทัยรัตน์มาที่บ้าน วิทย์จึงเอ่ยปากชวนและได้โทร.ขออนุญาตทิพย์แล้ว หทัยรัตน์อึกอักแต่พอวิทย์เปรยว่าหนึ่งก็ไม่ว่าง ตอนนี้มีเพียงตน แม่โอ กรกนกและหมอ เธอตกลงทันที หนึ่งหมั่นไส้แทรกขึ้น “คุณพ่อครับ ผมเปลี่ยนใจแล้วครับ ฟังดูแล้วหัวหินน่าสนุกกว่าที่เชียงใหม่ ผมจะยกเลิกเพื่อนๆแล้วไปชิดชายชลกับคุณหญิงดีกว่า”

หทัยรัตน์หุบยิ้มจะพูดกับวิทย์ หนึ่งดักคออย่าบอกว่าพอตนไปด้วยก็จะเปลี่ยนใจไม่ไป เพราะถ้าเธอไม่ไปกรกนกคงเสียใจ...วิทย์หันมาถาม “มีอะไรเหรอปุ้ม...”


“ปุ้มชวนพี่ปุ๊กับพี่แป้นไปด้วยได้หรือเปล่าคะ”

“เอาสิ ลุงไม่มีปัญหา ชวนทิพย์กับสุทธิ์ไปด้วยก็ได้ จะได้สนุกๆ เออ...แล้วปุ้มมีชุดว่ายน้ำหรือเปล่า”

หทัยรัตน์ส่ายหน้ายิ้มๆ วิทย์จึงให้หนึ่งพาไปซื้อหลังจากสอนเสร็จ เธอจะปฏิเสธแต่หนึ่งรีบรับคำพ่อว่าจะพาหทัยรัตน์ซื้อของใช้ทุกอย่างที่ใช้ไปทะเล หญิงสาวรีบบอกว่าไม่เป็นไร

“ไม่ต้องเกรงใจนะปุ้ม ถือว่าเป็นของขวัญจากลุงก็แล้วกัน” วิทย์ยิ้มอย่างมีเมตตา

หทัยรัตน์ไม่อยากรับ หนึ่งกระซิบ ผู้ใหญ่ให้ของแล้วไม่รับถือว่าเป็นการเสียมารยาทมาก ที่เดือนประดับไม่เคยสอนหรือ...หทัยรัตน์ถลึงตาเคืองๆ เชิดหน้าไม่ถกเถียงต่อ

ooooooo

ในตอนเย็นสีสุกกับส่องแสงมาหาหนึ่งที่บ้านเพชรลดา พอได้รู้จากวิทย์ว่าหนึ่งพาหทัยรัตน์ไปซื้อชุดว่ายน้ำก็โกรธปากคอสั่นถามทำไมต้องพาไป วิทย์จึงบอกว่ากำลังจะไปเที่ยวชิดชายชลที่หัวหินให้กรกนกได้พักผ่อน และตนซื้อชุดว่ายน้ำตอบแทนความมีน้ำใจของหทัยรัตน์

สีสุกรีบถาม ตอบแทนเนื่องจากอะไร วิทย์เล่าเรื่องเมื่อคืน ทั้งสีสุกและส่องแสงจึงรู้ว่าที่ชุลีมาบอกว่าเห็นหนึ่งพาหทัยรัตน์ไปทานข้าวต้มเมื่อคืนก็เป็นความจริง สีสุกทำทีสงสารกรกนกถ้าตนกับลูกรู้คงมาเยี่ยมตั้งแต่เมื่อคืน

ขณะเดียวกันในร้านเสื้อ หนึ่งเลือกชุดว่ายน้ำสองสามชุดและชุดน่ารักเก๋ๆสำหรับเที่ยวทะเลอีกสี่ห้าชุดมาวางเรียงถามหทัยรัตน์ชอบชุดไหน เธอส่ายหน้าไม่ชอบสักชุด หนึ่งหมั่นไส้ตัดสินใจเองเอาทั้งหมดที่เลือกไว้ แล้วยังหยิบหมวกเพิ่มอีกสองใบ หญิงสาวบอกไม่ชอบหมวก

“เอาหมวกสามใบนี้นะครับแล้วก็เอากระเป๋าใบนั้น เอาผ้าเช็ดตัวผืนนี้แล้วก็เอาครีมขวดโน้นด้วย อ้อ...เอาผ้าคลุมผมผืนนั้นอีกผืน ทั้งหมดใส่ถุงรวมกับชุดว่ายน้ำนะครับ” หนึ่งประชด

“แต่ดิฉันไม่ต้องการของที่คุณซื้อนะคะ”

หนึ่งไม่สนใจบอกว่าตนอยากซื้อ เธอมีหน้าที่ใช้ก็ใช้ไป หทัยรัตน์บ่นอุบว่าอวดเป็นเศรษฐี หนึ่งหันมองถามบ่นอะไร เธอเชิดหน้าตอบไม่มีอะไร เขาอยากซื้อก็ซื้อไป ตนจะใส่หรือไม่ก็เป็นเรื่องของตน พอดีคนขายเอาถุงใส่ชุดมาส่งให้พร้อมกับกล่าวชื่นชม “ขอบคุณครับ... คุณผู้ชายเป็นคนใจดีแถมยังรสนิยมดีอีกต่างหาก คุณผู้หญิงนี่โชคดีจริงๆนะครับ”

หทัยรัตน์สะอึกอายรีบเดินหนีออกจากร้าน หนึ่งรับถุงยิ้มขำๆก่อนจะเดินตามออกไป แล้วแกล้งถามอยากได้อะไรอีก หญิงสาวหันมาโวย มีความสุขนักหรือกับการกวนประสาทคนอื่นแบบนี้ หนึ่งตอบทันควัน “ใช่... โดยเฉพาะผู้หญิงอวดดีอย่างเธอ ฉันยิ่งชอบ”

หทัยรัตน์สะบัดหน้าหนีอยากทำอะไรก็ทำไป ไม่ทันระวังชนเข้ากับป้ายร้านที่แขวนอยู่อย่างแรง หนึ่งหัวเราะก๊ากหลุดฟอร์ม หทัยรัตน์ทั้งเจ็บทั้งอายรีบเดินหนีอย่างโกรธๆ

กลับถึงบ้านเดือนประดับ ส่องแสงกับสีสุกมาดักรออยู่หน้าบ้าน หนึ่งถือถุงเดินตามหทัยรัตน์ที่ยังหน้างอ แต่พอเธอเห็นสองแม่ลูกก็เซ็งสุดๆแกล้งพูดหวานกับหนึ่ง “ดิฉันถือเองก็ได้ค่ะ”

หนึ่งส่งถุงทั้งหมดให้ สีสุกทำทีเอ็ด “ทำไมเยอะแยะขนาดนี้ หรือเห็นว่าคุณพี่ออกปากซื้อให้เลยซื้อแบบไม่เกรงใจ”

หนึ่งรีบออกรับแทนว่าของทั้งหมดตนเป็นคนเลือกซื้อเอง หทัยรัตน์ไม่ได้ขออะไรเลย ส่องแสงอิจฉาทันทีพูดเชือดเฉือน “คุณแม่ไม่ได้ว่าปุ้มหรอกค่ะ เพียงแต่เกรงใจพี่หนึ่ง นอกจากดูแลคุณหญิงแล้วยังต้องลำบากอุปการะ คุณครูของคุณหญิงอีกคน แต่ส่องก็เข้าใจนะคะ ปุ้มเขาเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ สมบัติอะไรก็ไม่มี ทะเลก็คงไม่เคยไป สิ่งของเครื่องใช้สำหรับไปทะเลก็เลยไม่มี โชคดีของเธอจริงๆนะปุ้มที่คุณลุงและพี่หนึ่งเมตตาถึงได้มีปัญญาใช้ของดีๆพวกนี้”

หทัยรัตน์สะอึก หนึ่งเหลือบมองด้วยแววตาสงสาร ตัดบทถามสองแม่ลูกทราบได้อย่างไรว่าตนพาหทัยรัตน์ไปซื้อของ ส่องแสงตอบว่าพวกตนไปที่บ้านเพชรลดา เดาว่าเขาต้องมาส่งหทัยรัตน์จึงมาดักรอ หทัยรัตน์ฉวยโอกาสขอตัวอ้างคงมีธุระคุยกัน ว่าแล้วก็เดินถือของจ้ำๆเข้าบ้าน ส่องแสงยังกรุ่นๆบอกหนึ่งว่าตนมีเรื่องคุยกับหทัยรัตน์ ให้หนึ่งคุยกับแม่ไปก่อน

ส่องแสงตามมาจิกด่าหทัยรัตน์ คิดจะแข่งกับตนหรือถึงใช้มารยาให้วิทย์กับหนึ่งหลงกลประเคนของให้มากมาย หทัยรัตน์ปฏิเสธ ส่องแสงปัดถุงข้าวของตกกระจายเข่นเขี้ยว “ถ้าไม่คิดจะแข่งกับฉันจริงๆ อยู่ห่างจากพี่หนึ่งให้มากที่สุด แต่ถ้าคิดจะแข่งวาสนากับฉันเตรียมตัวแพ้ได้เลย เพราะพี่หนึ่งเขาต้องเลือกเพชรแท้อย่างฉัน ไม่ใช่กากเพชรอย่างแก”

หทัยรัตน์มองอย่างอ่อนใจ...ในขณะที่สีสุกต่อว่าหนึ่งใจร้าย ไปเที่ยวชิดชายชลไม่ชวนตนกับลูกบ้างเลย หนึ่งบอกว่าตนก็เพิ่งรู้เมื่อบ่าย สีสุกรวบรัด แสดงว่าถ้ารู้ก่อนหน้านี้จะชวนตนกับลูกไปด้วยใช่ไหม หนึ่งอึกอักเชื้อเชิญตามมารยาท สีสุกยิ้มร่า หนึ่งขอตัวกลับ สีสุกรีบมาบอกส่องแสงว่าพวกเราได้ไปเที่ยวทะเลด้วยแล้ว ชวนกันกลับบ้านไปจัดกระเป๋า

ด้านหทัยรัตน์ชวนสัทธากับสุดาไปหัวหินด้วยกัน ทั้งสองเห็นดีด้วยแต่ติดงาน วันเดินทางจึงบอกว่าจะขับรถตามไปตอนเย็น พอสัทธารู้ว่าสีสุกกับส่องแสงไปด้วยก็เป็นห่วงหทัยรัตน์ คิดจะฝากฝังให้หนึ่งดูแลอย่าให้สองแม่ลูกกลั่นแกล้ง หทัยรัตน์ร้องลั่น

“ไม่ต้องนะคะพี่ปุ๊ ปุ้มโตแล้วดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องฝากปุ้มไว้กับคุณอนวัชหรอกค่ะ ยิ่งฝากปุ้มจะยิ่งลำบากเป็นเท่าตัว” ปุ้มนึกถึงหนึ่งแล้วเคืองอารมณ์สุดๆ สัทธากับสุดารู้สึกสงสัย

ooooooo

วันต่อมาสัทธาไม่สนใจคำพูดของหทัยรัตน์มาหาหนึ่งเพื่อบอกตามตรงว่าตนเป็นห่วงน้องเมื่อรู้ว่าสีสุกกับส่องแสงไปด้วย ฝากดูแลเป็นพิเศษ หนึ่งทำเป็นพูดดี

“จริงๆฉันก็ไม่อยากจับตาดูน้องสาวแกสักเท่าไหร่ แต่ฉันก็จะพยายามดูแลให้ แกก็ไปบอกให้เขาเข้าใจด้วยแล้วกัน ไม่งั้นเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าฉันเฝ้าดูเขาด้วยความสนใจ”

สัทธาดักคอขอให้ปากกับใจตรงกัน หนึ่งสวนคนอย่างอนวัชพูดอะไรออกไปตรงกับใจเสมอ สัทธาจี้ใจแล้วถ้าไม่รู้ใจตัวเอง จะรู้ได้อย่างไรว่ามันตรงใจหรือไม่ หนึ่งสะอึกเถียงไม่ออก

สุดากำลังดูชุดทั้งหมดที่หนึ่งซื้อให้หทัยรัตน์ ยอมรับว่าเขาตาถึงจริงๆ ถามน้องชอบไหม หทัยรัตน์บ่นตนคงตาไม่ถึง เลยดูไม่ออกว่าของพวกนี้สวยตรงไหน สุดาแขวะ จริงสิคนอย่างหทัยรัตน์จะพอใจของที่หนึ่งซื้อให้ได้อย่างไร เสียศักดิ์ศรีหมด...หทัยรัตน์แย้งตนไม่ได้ทิฐิ แต่ตนไม่ชอบเขาจริงๆ สุดากล่าวลอยๆขอให้ปากกับใจตรงกัน

ทุกคนที่จะไปเที่ยวหัวหินต่างจัดกระเป๋าเสื้อผ้า ดูสองแม่ลูกสีสุกกับส่องแสงจะเตรียมชุดมากมายราวกับจะไปเดินแฟชั่น ต่างจากหทัยรัตน์ สุดาและกรกนกที่จัดเสื้อผ้าแบบธรรมดา

ถึงวันเดินทางสุดารอส่งหทัยรัตน์ก่อนไปทำงาน หนึ่งขับรถมารับเห็นเธอหน้าตึงจึงรีบบอกไม่ต้องห่วงว่าจะเดินทางกับตนลำพังเพราะสีสุกกับส่องแสงไปด้วย สุดายิ่งห่วงฝากหนึ่งดูแล หนึ่งพูดขำๆ “น้องสาวแป้นน่ะเก่งจะตาย คงไม่มีใครกล้าทำอะไรหรอก นอกจากจะเที่ยวไปทำร้ายคนอื่นมากกว่า โดยเฉพาะทำร้ายจิตใจพวกหนุ่มๆ”

หทัยรัตน์โต้ทันที “สงสัยพี่แป้นจะฝากปุ้มกับคนผิดแล้วมั้งคะ เพราะคนที่รับฝากดูเหมือนจะชอบทำตัวเป็นเด็กๆ เจอหน้าเป็นต้องหาเรื่องชวนตีอยู่เรื่อย”

สุดาตัดบทอย่าเพิ่งทะเลาะกัน ต้องอยู่ด้วยกันหลายวันให้เก็บแรงไว้ หทัยรัตน์เดินขึ้นรถ หนึ่งโวยว่าตนไม่ใช่แท็กซี่เพราะเธอจะนั่งข้างหลัง หญิงสาวขยับมากระแทกก้นนั่งข้างหน้า สุดาส่ายหน้าจะไปรอดไหมหนอ

พอรถหนึ่งมาถึงบ้านพิเศษกุล สีสุกแขวะหทัยรัตน์ทันทีที่นั่งชูคอคู่มากับหนึ่ง แกล้งใช้ให้ลงมาช่วยขนกระเป๋าใส่รถ แล้วส่องแสงก็ชิงนั่งหน้าแทน หทัยรัตน์ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงก้มหน้าทำให้เพราะรู้ว่างานนี้ตนไม่สนุกแน่...ตลอดทางหนึ่งขับรถ เขาไม่ได้ตั้งใจฟังส่องแสงคุยเลย ได้แต่ชำเลืองมองหทัยรัตน์ทางกระจกมองหลัง

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 4 วันที่ 1 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ