อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 4 วันที่ 30 พ.ค. 58

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 4 วันที่ 30 พ.ค. 58

“แข็งใจหน่อยเถิดเจ้าคะคุณแม่ เลยป่าไปก็ถึงคุ้งน้ำแล้ว เรือเจ้าคุณพ่ออยู่ที่นั่น ใช้หนีไปถึงพระมหานครได้ไม่ยากดอกเจ้าค่ะ” คุณหญิงบอกตนไม่ไหวแล้วให้เหมรีบหนีไปเสียไม่ต้องห่วงแม่ เหมหันไปสั่งบุษย์ว่า “เอ็งกับพ่อแลพวกบ่าวไพร่รีบหนีไป มิต้องรอข้า”

“แต่คุณเหมขอรับ...” บุษย์เป็นห่วงเหมและคุณหญิง

“รีบไปสิวะ” เหมตะคอก “เจ้าคุณพ่อข้าไม่ต้องการให้พวกเอ็งมาเดือดร้อนไปด้วย เอ็งอยู่ก็เท่ากับขัดคำสั่งเจ้าคุณพ่อข้า ไป!”

ไปล่ตัดใจจับแขนบุษย์เร่งให้รีบไปเสีย แล้วพากันวิ่งไปโดยมีพวกทาสชายตามไปด้วย


ทหารไล่ตามมาถึงล้อมเหมกับคุณหญิงไว้ เหมขว้างห่อผ้าใส่แล้วกระโดดถีบใช้แม่ไม้มวยไทยต่อสู้สุดกำลัง แต่ทหารมีมากกว่า ทำให้คุณหญิงถูกเอาตัวไป เหมตกใจสุดขีด ตะโกนเรียก

“คุณหญิงแม่!!!”

เหมจะเข้าไปช่วยแต่ถูกทหารฟันสกัดจนต้องถอย...คุณหญิงร้องไห้ตะโกน

“พ่อเหม หนีไปนะลูก รักษาชีวิตไว้ หนีไป...ไม่ต้องห่วงแม่”

คุณหญิงถูกทหารนำตัวไปแต่ก็ยังหันมองเหมน้ำตาไหลพรากไปตลอดทาง...

ooooooo

คุณหญิงชมถูกนำตัวกลับมามอบให้ขุนสิทธิสงครามที่เรือนพระยาบริรักษ์

พระยาบริรักษ์เห็นคุณหญิงก็โผเข้ากอดด้วยความเป็นห่วง สงสารคุณหญิงจับใจ หันพูดกับขุนสิทธิสงครามว่า

“ฉันไม่เคยคิดหนีเลย เพียงแต่กลับมาสั่งเสียลูกเมียและบ่าวไพร่เท่านั้น ท่านขุนเมตตา ปล่อยลูกกับเมียฉันไปสักครั้งได้หรือไม่”

“กระผมทราบว่า ท่านเจ้าคุณพูดจริง จึงมิได้ตามจับบรรดาบ่าวไพร่และเมียน้อยของท่านเจ้าคุณเลย

แต่สำหรับคุณหญิงกับบุตรชาย มิอาจยกเว้นได้” ขุนสิทธิสงครามตอบหน้านิ่ง แล้วถามทหาร “บุตรชายท่านเจ้าคุณล่ะ”

“กำลังล้อมจับอยู่ขอรับ อีกสักครู่คงได้ตัวมา”

คุณหญิงร้องไห้โฮออกมาด้วยความเป็นห่วงเหม พระยาบริรักษ์กอดคุณหญิงน้ำตาคลอทั้งเป็นห่วงและสงสารเหมเช่นกัน

แต่หารู้ไม่ เหมถือดาบสองมือที่แย่งจากทหารที่ไปล้อมจับ เดินเข้ามาด้วยสีหน้าแววตาน่าสะพรึงกลัว ทุกคนหันมองเหม คุณหญิงกับพระยาบริรักษ์ตกใจสุดขีด คุณหญิงตะโกนให้เหมรีบหนีไป ย้อนกลับมาทำไม ในขณะที่ขุนสิทธิสงครามเตือนบรรดาทหารว่า

“พวกเอ็งระวังไว้ บุตรชายท่านเจ้าคุณคนนี้หักพวกทหารที่ไปล้อมจับกลับมาได้ คงมีดีพอตัว”

บรรดาทหารค่อยๆกระชับวงล้อมเข้าหาเหม พระยาบริรักษ์ตกใจอ้อนวอนขุนสิทธิว่า

“อย่าทำร้ายลูกฉันเลยท่านขุน ลูกฉันเพียงแต่รุ่นหนุ่มมีกำลังแข็งแรงเท่านั้น แต่ไม่เคยเล่าเรียนวิชาอาวุธกระไร สู้ทหารของท่านขุนไม่ได้ดอก”

พริบตานั้น เหมควงดาบเข้าใส่พวกทหารทันที เหมใช้วิชาดาบอาทมาตสู้กับพวกทหาร รุกจนพวกทหารที่มีมากกว่าแตกไม่เป็นขบวน พระยาบริรักษ์และคุณหญิงมองตะลึงไม่คิดว่าเหมจะเก่งกาจขนาดนี้ ขุนสิทธิถามประชดว่า

“นี่หรือขอรับ ไม่เคยเล่าเรียนวิชาอาวุธ มิเพียงแต่มีเพลงดาบร้ายกาจ แต่ยังเป็นเพลงดาบอาทมาตที่หาได้ยากยิ่งอีกด้วย” ขุนสิทธิสงครามพอใจที่ได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่เก่งฉกาจ “มิน่าเล่า ท่านเจ้าคุณสิงห์ถึงได้ส่งกระผมมา” เห็นทหารที่ถูกเหมรุกไล่แตกกำลังจะบุกเข้าไป ก็ยกมือห้าม “หยุด พวกเอ็งสู้ไม่ได้ดอก ถอยออกมา!”

ขุนสิทธิสงครามเดินไปเผชิญหน้าเหม ถามอย่างวางอำนาจ

“เอ็งรู้หรือไม่ว่า เอ็งกระทำเช่นนี้เท่ากับขัดขวางการจับกุมของข้า”

“รู้ขอรับ แต่ท่านกระทำหน้าที่ของท่าน กระผมเองก็กำลังกระทำหน้าที่ของบุตรเช่นกันขอรับ” เหมไม่สะทกสะท้าน ขุนสิทธิยิ้มพอใจ ชักดาบสองมือออกมา ทั้งคู่ต่างย่างสามขุมเข้าหากัน เมื่อได้ระยะก็บุกใส่กันทันที

ทั้งเหมและขุนสิทธิต่างเข้าฟาดฟันกันไม่ยั้ง ฝีมือทัดเทียมกันจนไม่มีใครหยุดใครได้ จนเมื่อต่างใช้ไม้ตายออกมาสู้กัน ปรากฏที่แขนเสื้อขุนสิทธิมีเลือดไหลออกจากต้นแขน ส่วนเหมทรุดร่วงลงไป พร้อมกับสติค่อยๆหลุดลอยไป ทั้งคุณหญิงและพระยาบริรักษ์ร้องอย่างตกใจสุดขีด

“เจ้าเหม...พ่อเหม...”

พระยาบริรักษ์และคุณหญิงวิ่งเข้าไปดู เหมค่อยๆ ปิดตาลง ภาพสุดท้ายที่เห็นคือ เจ้าคุณพ่อกับคุณหญิงแม่วิ่งเข้ามา จากนั้นเหมก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย...

ooooooo

ค่ำนี้ ที่เรือนขุนนาฏยโกศล คุณชายช่วงมาแจ้งข่าวเหมแก่ครอบครัวขุนนาฏ ลำดวนฟังแล้วถึงกับเข่าอ่อน

“ถึงกับต้องใส่คุกตีตรวนกันเลยหรือขอรับ คุณหญิงชมกับพ่อเหมมิได้รู้เห็นด้วยเสียหน่อย” ขุนนาฏไม่สบายใจ

“มันเป็นกฎขอรับ คดีนี้หนักนัก ถ้าผิดจริงโทษต้องตกถึงลูกเมีย จึงต้องกันตัวเอาไว้ก่อนขอรับ” คุณชายช่วงชี้แจง

ลำดวนเศร้ามาก เหลือบเห็นบัวมายืนแอบฟังอยู่ พอรู้ว่าเหมติดคุกถูกตีตรวนก็สะบัดหน้าผละไป ลำดวนรับไม่ได้ถามคุณชายช่วงว่า “แล้วระหว่างนี้ ลำดวนไปเยี่ยมพี่เหมได้หรือไม่เจ้าคะ”

“จะไปทำกระไร คดีโทษน้อยเสียเมื่อไหร่ อยากจะติดร่างแหไปด้วยรึ” คุณปิ่นเสียงเข้มใส่

“ถ้าเพียงแต่ไปเยี่ยมเยียนแล้วจะต้องโทษไปด้วย ลำดวนก็ยอมเจ้าค่ะ” ลำดวนแน่วแน่ คุณชายช่วงบอกลำดวนว่า

“ถ้าเจ้าจะไป ก็แจ้งพี่ก่อน จะได้ไม่มีใครระแวงว่าเจ้ารู้เห็นด้วย” ลำดวนรีบไหว้ขอบพระคุณ ทับทิมถามว่าแล้วจะมีการไต่สวนคดีเมื่อใด “คงเร็วที่สุด เพราะชาววิลาศที่ตาย เป็นลูกน้องของหลวงอาวุธวิเศษประเทศพาณิช หากผิดพลาดขึ้นมา คงไม่แคล้วเกิดสงครามเป็นแน่”

ฟังคุณชายช่วงแล้ว ทุกคนพากันหนักใจ

ooooooo

คืนนี้เอง หลวงอาวุธวิเศษประเทศพาณิช ที่มีชื่อจริงว่า โรเบิร์ต ฮันเตอร์ แต่คนไทยเรียกว่า “หันแตร” มาที่เรือนเจ้าพระยาพระคลังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หันแตรผู้นี้พูดภาษาไทยได้ และมีภรรยาเป็นคนไทย

เจ้าพระยาพระคลังกับพระยาราชสุภาวดียืนรอรับอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเช่นกัน เพราะรู้ว่านายห้างหันแตรผู้นี้มีอำนาจมาก ทันทีที่พบกัน หันแตรถามหน้านิ่งว่า “จับตัวคนฆ่าลูกน้องของกระผมได้แล้วใช่หรือไม่”

“การข่าวของคุณหลวงยอดเยี่ยมนัก เพิ่งเหยียบเมืองปากน้ำก็ทราบเรื่องแล้ว แต่คนที่จับได้ ยังมิแน่ว่าเป็นคนฆ่าต้องไต่สวนกันก่อน” เจ้าพระยาพระคลังตอบ ยิ้มเล็กน้อยอย่างเยือกเย็น

หันแตรพูดเชิงปรามว่าถ้าไต่สวนโดยธรรมก็เชิญ แต่ถ้าไม่เป็นธรรม ตนคงยอมไม่ได้ แลสัญญาที่กำลังจะทำกับสยามนั้น ก็คงต้องขอทบทวนอีกที ฟังแล้วพระยาราชสุภาวดีไม่พอใจถามว่า “นี่ข่มขู่กันหรือคุณหลวง”

“มิได้ขอรับ กระผมเพียงแต่กราบเรียนความจริงให้ท่านเจ้าคุณทั้งสองทราบ แลเรื่องนี้ยังต้องแจ้งไปยังท่านผู้สำเร็จราชการที่อินเดียด้วย ข้อนี้กระผมก็ไม่ได้ข่มขู่เช่นกันนะขอรับ” หันแตรตอบอย่างยโส

“คุณหลวงอยากทำกระไรก็ทำเถิด แต่ที่นี่เป็นสยาม มิใช่เมืองวิลาศ พวกเราจะไต่สวนคดีกันเอง หวังว่าคุณหลวงคงไม่ก้าวก่าย” พระยาราชสุภาวดีตอบอย่างไม่หวั่นเกรง

หันแตรบอกว่าเรื่องนั้นอย่ากังวลไปเลย แต่ตนขอเข้ารับฟังการไต่สวนด้วยเท่านั้น ท่านคงไม่ขัดข้อง เจ้าพระยาไม่ขัดข้องถามว่ามีอะไรอีกหรือไม่

“มีขอรับ” หันแตรยิ้มบางๆ “กระผมอยากจะขอให้ท่านเจ้าคุณเรียกกระผมว่า ‘นายห้างหันแตร’ เช่นคนอื่นดีกว่าขอรับ กระผมไม่ชอบถูกเรียกด้วยบรรดาศักดิ์ของสยาม” หันแตรเดินลงเรือนไปอย่างไม่เห็นหัวขุนนางรกดังเจ้าพระยาแม้แต่น้อย พระยาราชสุภาวดีมองอย่างโกรธเคืองกับการดูถูกสยามของหันแตร แต่ก็ต้องอดกลั้นเพราะหันแตรมีอำนาจมาก

ooooooo

พระยาบริรักษ์ คุณหญิงชม และเหม ถูกขังอยู่ด้วยกัน คุณหญิงเอายาหม้อที่พะทำมะรงหัวหน้าผู้คุมนักโทษเอามาให้ เหมดื่มยาหมดก็ไอโขลกๆ

พะทำมะรงบอกว่าดื่มยาหมดก็ไม่เป็นกระไรแล้ว ยาหม้อนี้ชะงัดนัก นักโทษที่บาดเจ็บบอบช้ำ ก็ได้ยานี้รักษาทั้งนั้น คุณหญิงขอบคุณพะทำมะรง พะทำมะรงบอกว่าไม่เป็นไรเพราะท่านเจ้าพระยาสั่งให้ดูแลท่านทั้งสามอย่างดี บอกคุณหญิงว่า

“นี่ดีนะที่ขุนสิทธิสงครามท่านไม่คิดฆ่า เพียงแต่ใช้สันดาบเท่านั้น จึงแค่ช้ำใน หากใช้คมดาบคงตายไปนานแล้ว”

เมื่อพะทำมะรงไปแล้ว พระยาบริรักษ์ลูบหัวเหมเบาๆ ด้วยความสงสารจับใจ บ่นว่าเหมมีวิชาดาบมิใช่ชั่ว หากหลบหนีไปคนเดียวก็คงได้ ไม่ควรกลับมาลำบากกับพ่อแม่เลย เหมบอกว่าตนไม่เคยคิดหนีอยู่แล้ว

ในที่คุมขังนี้ เหมถามเจ้าคุณพ่อว่าทำไมจึงฆ่าเจเมสัน พระยาบริรักษ์เสียใจมากที่เหมเข้าใจเช่นนั้น แต่หลังจากนั้นเหมก็เข้าใจเจ้าคุณพ่อได้ถูกต้องและกราบขอโทษ

หลวงสรอรรถเหลิง ผยอง กับชัยชนะของตนครั้งนี้ พระยาปลัดเตือนสติว่า อย่าได้ใจไปหน่อยเลย ตนรู้นิสัยเจ้าคุณบริรักษ์ดี “หากท่านไม่ผิด อย่าหมายว่าท่านจะยอมรับเลย แลเรื่องนี้ไม่มีพยานรู้เห็น หากไต่สวนกันถึงที่สุด เจ้าคุณบริรักษ์ก็ต้องบริสุทธิ์”

“ข้อนั้น ดีฉันหากังวลไม่ เพราะจะหาใครรู้ใจเจ้าคุณบริรักษ์ดีไปกว่าท่านเจ้าคุณเป็นไม่มี การที่ท่านแกล้งไปแจ้งข่าวเพื่อให้เจ้าคุณบริรักษ์หนีก็เป็นการเตรียมดาบต่อไปไว้แล้วไม่ใช่หรือขอรับ”

พระยาปลัดขบกรามอย่างเจ็บใจ พลันหลวงสรอรรถก็ปรบมือ ลูกน้องนำเด็กหญิงสองคนออกมา

“วางเรื่องเจ้าคุณบริรักษ์ไว้ก่อนเถิดขอรับ เพลานี้ ดีฉันมีของกำนัลมามอบให้เจ้าคุณ เชิญท่านเจ้าคุณรับไปเถิดขอรับ” หลวงสรอรรถยิ้มร้ายอย่างรู้นิสัยพระยาปลัดดี อย่างไรเสียเลี้ยงไว้ก็ยังใช้สอยได้อย่างง่ายดาย

ooooooo

คุณชายช่วงพาลำดวนมาเยี่ยมพระยาบริรักษ์ คุณหญิง และเหม ลำดวนถามว่ามีสิ่งใดที่ท่านเจ้าคุณลุงกับคุณหญิงป้าต้องการอีกหรือไม่ตนจะได้จัดหามาให้

คุณหญิงวานลำดวนแจ้งข่าวให้เจ้าขรัวคลองบาง–หลวงพ่อของตนทราบเรื่องด้วย เผื่อท่านจะมีลู่ทางช่วยเหมออกไปได้ ลำดวนรับคำ เห็นเหมเศร้าซึม จึงเอาดอกบัวที่เด็ดเหลือแต่ดอกออกมาให้ บอกเหมว่าบัวฝากมา เหมถึงกับน้ำตาซึมถามว่าทำไมบัวไม่มาให้เห็นหน้าค่าตาบ้าง ลำดวนปดว่าด้วยศักดิ์เป็นหลานเจ้าพระยาเกรงคนจะครหาไปถึงเจ้าคุณลุงและเป็นผลเสียแก่คดี บัวจึงฝากแต่ดอกบัวนี้มาให้

“แม่บัวคิดถูกแล้ว บอกแม่บัวด้วยว่า พี่จะไม่ท้อแท้ใจ แลจะเก็บดอกบัวนี้ไว้เป็นมงคลแก่ชีวิตพี่สืบไป” เหมน้ำตาคลอ ดึงผ้าคาดเอวห่อดอกบัวไว้อย่างทะนุถนอม ลำดวนมองเหมสงสารจนน้ำตาคลอ

กลับเรือน ลำดวนหว่านล้อมให้บัวไปเยี่ยมเหม นอกจากถูกบัวหงุดหงิดใส่แล้วยังตำหนิลำดวนว่าคดีนี้ถ้าผิดก็ถึงประหาร จะเอาความสงสารมาทำให้ตัวเองลำบากไม่ได้ดอก ลำดวนถามว่าแล้วถ้าเจ้าคุณลุงไม่ผิดเล่า เหมก็กลับมามีศักดิ์ศรีเหมือนเดิม เหตุใดไม่คิดถึงข้อนี้บ้างและเป็นกำลังใจแก่กันในยามทุกข์ยาก

“ถ้าเช่นนั้น ก็รอให้พ้นผิดก่อนเถิด พี่ถึงจะไปเยี่ยม แลเจ้าจะประณามพี่ก็ตามใจ แต่หากไปถามพ่อแม่ท่าน ท่านก็ต้องเห็นดีด้วยกับพี่”

ลำดวนฟังแล้วเศร้าอย่างหมดปัญญาที่จะเปลี่ยนใจบัวได้

ooooooo

ไปล่ที่ได้รับเงินจากพระยาบริรักษ์และคุณหญิงให้เอาไปแบ่งปันกับทาสเพื่อใช้ในยามต้องแยกจากกัน แต่ไปล่ยังไม่แบ่งปันด้วยเชื่อในความบริสุทธิ์ของ พระยาบริรักษ์และจะได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีก ทำให้พวกทาสไม่พอใจจนมีเรื่องทะเลาะกัน

ดึกคืนนี้ ขณะพวกไปล่พักกันอยู่ในกระท่อมชายนา ลุงรีที่พวกหลวงสรอรรถคิดว่าตายไปแล้ว แต่ที่แท้ลุงรีเพียงแต่บาดเจ็บสาหัสและยังมีสติเห็นหลวงสรอรรถออกมาบงการฆ่าเจเมสันด้วย หลังจากรู้สึกตัว ลุงรีร้องขอความช่วยเหลือจนบุษย์ไปหาเจอ ทั้งไปล่และบุษย์จึงได้ฟังจากปากลุงรีว่า ฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าเจเมสันคือหลวงสรอรรถ

ไปล่และบุษย์ทำแผลให้ลุงรีและปฐมพยาบาลเพื่อรุ่งสางจะได้พาไปเป็นพยานให้พระยาบริรักษ์ แต่ระหว่างนั้นพวกทาสไม่พอใจไปล่ที่ยังไม่แบ่งปันเงินให้ก็ทำร้ายไปล่จนหมดสติเพราะกลัวว่าหากพระยาบริรักษ์พ้นผิดพวกตนก็จะไม่ได้เงิน บุษย์เข้าไปช่วยพ่อก็ถูกทาสทำร้ายจนหมดสติไปอีกคน ลุงรีตกใจวิ่งหนี ทาสบางคนจะตาม อีกคนดึงแขนไว้บอกว่า

“เอ็งจะตามไปทำกระไร รีบหาเงินทองของท่านเจ้าคุณแล้วแยกย้ายกันหนีเถิด ประเดี๋ยวพวกกรมเมืองมาก็ติดคุกกันหมดดอก” แล้วพวกทาสก็กรูกันเข้าไปค้นหาเงินในกระท่อม ทิ้งไปล่กับบุษย์นอนหมดสติอยู่ที่พื้น

ooooooo

เมื่อลำดวนมาเยี่ยมพระยาบริรักษ์ คุณหญิงชมและเหมที่คุกอีกครั้งพร้อมกับยาที่คุณชายช่วงฝากมาให้เหมด้วย คุณหญิงถามว่าได้ส่งข่าวตามที่ตนขอแล้วหรือไม่

“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ มิแน่ว่าวันนี้หรือพรุ่งนี้อาจมีคนมาหาคุณหญิงป้าเจ้าค่ะ” คุณหญิงขอบใจบอกว่าหากตนได้ออกไปเมื่อใดก็จะตอบแทนความดีของลำดวน เจ้าคุณเอ่ยปลงๆ ว่าถึงตนได้ออกไปแต่อำนาจวาสนาก็ยากที่จะเหมือนเดิม ชาตินี้คงไม่อาจตอบแทนให้สมความดีของลำดวนได้ “ลำดวนหาต้องการกระไรไม่เจ้าค่ะ ขอเพียงทุกคนปลอดภัย ลำดวนก็ดีใจเป็นที่สุดแล้ว”

“เจ้าลำดวนบอกแม่บัวแทนพี่ด้วย ว่าพี่เสียใจที่มิอาจจัดงานหมั้นให้สมเกียรติแม่บัวได้ แต่ออกไปเมื่อใด พี่จะตั้งใจรับราชการ นำยศศักดิ์มาให้แม่บัวชื่นใจให้ได้”

“เจ้าค่ะ ลำดวนจะบอกให้เจ้าค่ะ”

ลำดวนรับคำเหมพยายามไม่ให้มีพิรุธแอบสงสารเหมจับใจ เพราะบัวไม่ได้จริงใจอย่างที่เหมคิดเลย เพราะจวบจนวันนี้เมื่อทับทิมถามบัวก่อนกลับไปว่า แม้เหมจะพ้นผิด บัวก็จะไม่คิดหมั้นกับเหมกระนั้นหรือ บัวบอกทับทิมอย่างไม่ปิดบังว่า

“น้องรักคุณเหมนะเจ้าคะ แต่ถ้าอยู่กินกันแล้วไม่มีกระไรก้าวหน้า น้องก็ไม่เอาดอกเจ้าค่ะ”

“ตรองดูให้มากกว่านี้หน่อยเถิด อย่างไรข่าวเรื่องหมั้นหมายก็ออกไปแล้ว แม้ไม่ได้หมั้นกันจริง แต่ก็ไม่ต่างกระไรกับหม้ายขันหมาก จะหาชายที่ดีกว่าคุณเหมมาสู่ขอแม่บัวนั้นยากนัก เพราะใช่แต่แม่บัวจะเป็นฝ่ายเลือกได้เท่านั้น ผู้อื่นก็เลือกแม่บัวได้เช่นกัน”

ฟังแล้วบัวอึ้ง เพราะตัวเองไม่เคยคิดถึงข้อนี้มาก่อนเลย

ค่ำวันต่อมา ทนายซึ่งก็คือเลขาของเจ้าขรัวแช่มคลองบางหลวงพี่ชายของคุณหญิงก็ได้นำจดหมายมาให้ คุณหญิงอ่านแล้วหน้าเสียถามว่าพ่อป่วยหนักมานานเดือนเหตุใดจึงไม่แจ้งข่าวกันเลย และที่คุณหญิงเจ็บปวดยิ่งคือ เมื่อทนายแจ้งว่า

“ท่านเจ้าขรัวแช่มเห็นว่าคุณหญิงต้องโทษ เกรงว่าบรรดาทรัพย์สินของตระกูลที่อยู่กับคุณหญิงจะถูกยึดไปด้วย จึงให้กระผมมาถามว่า ทรัพย์สินพวกนั้นอยู่ที่ใด จะได้ช่วยรักษาไว้ให้”

คุณหญิงร้องไห้ด้วยความโมโห บอกพะทำมะรงให้ไล่ทนายไปให้พ้น สิ่งที่คุณหญิงเป็นห่วงที่สุดเวลานี้คือจะไม่มีใครช่วยเหมได้แล้ว พระยาบริรักษ์น้ำตาคลอด้วยความสงสารคุณหญิง สิ่งที่ทำได้เพลานี้ก็เพียงกอดคุณหญิงไว้ให้คำปลอบใจ

“เพราะเราตกอับ เขาถึงทำกับเราได้ แลคงเห็นว่า พ่อท่านป่วยหนัก จึงคิดจะยึดทรัพย์สมบัติไว้ด้วย ช่างมันเถิดคุณหญิง อย่าเสียใจเลย แค่มีเราสามคนพ่อแม่ลูกก็เพียงพอแล้ว”

เหมอยู่อีกมุมหนึ่งมองแม่ด้วยความสงสาร หยิบผ้าคาดเอวที่ห่อดอกบัวขึ้นดู รำพึงเบาๆ

“ถือเป็นโชคดีของฉันนัก ที่ยังมีแม่บัวอยู่ บัวบูชากลางใจของฉัน...”

ooooooo

เช้าวันหนึ่ง คุณชายช่วงแจ้งข่าวดีแก่เจ้าพระยาพระคลังว่าหันแตรยอมให้เราหาตัวฆาตกรใหม่ แต่เรื่องปล่อยตัวเจ้าคุณบริรักษ์ขอกลับไปคิดดูอีกที
เจ้าพระยาพระคลังเชื่อว่าเหตุที่หันแตรยอมอ่อนข้อเพราะเล็งเห็นว่าเจ้าคุณบริรักษ์ไม่ยอมรับเป็นแน่ พยานหลักฐานอื่นก็ไม่มีและหากเจ้าคุณบริรักษ์ทนทรมานไม่ได้ตายไปก็จะเป็นปัญหายุ่งยากขึ้นมาอีกจึงยอมถอยก้าวหนึ่ง พระยาราชสุภาวดีอาสาจะหาตัวฆาตกรเอง เชื่อว่า “คนที่กล้าฆ่าวิลาศในเมืองปากน้ำคงมีไม่มากดอก ไม่เกินกึ่งเดือนคงต้องได้เบาะแสกระไรบ้าง”

แต่แล้วเหตุการณ์ก็พลิกผัน เมื่อเช้าวันหนึ่งพระยาปลัดเข้าไปหาพระยาบริรักษ์โดยอาศัยความเป็นเพื่อนสนิทกันมาแต่เด็กแลรู้แก่ใจดีในความจงรักภักดีต่อแผ่นดินของพระยาบริรักษ์ พระยาปลัดหลอกล่อว่า พวกวิลาศอาจใช้คดีวิลาศหัวหายนี้มาข่มขู่สยามในการทำสัญญาจะเป็นเหตุให้สยามเสียเปรียบมาก

พระยาบริรักษ์วิตกกังวลยิ่งถามว่าจะทำอย่างไรดี ทางใดที่จะช่วยบ้านเมืองได้ให้บอกมาเถิดตนไม่เกรงความตายหากได้ตายเพื่อแผ่นดิน

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 4 วันที่ 30 พ.ค. 58

ละครข้าบดินทร์ บทประพันธ์โดย : วรรณวรรธน์
ละครข้าบดินทร์ บทโทรทัศน์โดย : เอกลิขิต
ละครข้าบดินทร์ กำกับการแสดงโดย : อรรถพร ธีมากร
ละครข้าบดินทร์ ผลิตโดย : บริษัท ที.วี.ซีน จำกัด
ละครข้าบดินทร์ ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - วันอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครข้าบดินทร์ เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ