อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 4 วันที่ 31 พ.ค. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 4 วันที่ 31 พ.ค. 58

“เพื่อไม่ให้คุณเข้าใจผิดมากไปกว่านี้ เชิญคุณอนวัชมาพบดิฉันได้ตามที่คุณต้องการ คุณจะรู้ว่าฉันไม่ได้กลัวคุณ” หทัยรัตน์วางสายไปอย่างไม่พอใจ

หนึ่งยิ้มสมใจ มองผ้าเช็ดหน้าในมือแล้วรีบเดินออกไป...ให้เผอิญสีสุกมาพบสุทธิ์กับทิพย์ที่บ้านเดือนประดับ ทำทีมาพูดว่าการที่หทัยรัตน์ไปบ้านเพชรลดาทุกวันทำให้คนมองว่าไม่รักนวลสงวนตัวและจะเสียชื่อมาถึงสุดากับส่องแสงด้วย สุทธิ์ท้วงว่าที่หทัยรัตน์ไปบ้านเพชรลดาเพราะไปสอนหนังสือกรกนก สีสุกคิดหาทางใส่ไคล้ให้หนักขึ้น

“แต่มันไม่แน่นะคะ ตอนนี้เขาลือกันให้แซ่ดเรื่องเสน่ห์แม่ปุ้ม หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มาสนใจตั้งมากมาย แม้แต่คุณชายประสาทพรก็ควงกันไปร้านอาหารสองต่อสองตั้งหลายครั้ง แม่ส่องยังเคยเห็นเองกับตา”


สัทธาหันมาถามทิพย์เคยได้ยินเรื่องนี้บ้างไหม ทิพย์ตอบว่ารู้เรื่องมีคนมาทาบทาม หทัยรัตน์ไม่สนใจ ส่วนเรื่องประสาทพรไม่เคยรู้มาก่อน สีสุกรีบบอกว่าเป็นเพราะทิพย์รักหลานมากกว่าลูกจึงทำให้ทำอะไรไม่ไว้หน้าผู้ใหญ่ ทิพย์ชักเคืองยืนยันเสียงหนักแน่น จากที่ตนเลี้ยงหทัยรัตน์มากว่ายี่สิบปี สิ่งที่อบรมสั่งสอนจะทำให้หลานไม่ออกนอกลู่นอกทางสร้างความเสื่อมเสียแก่เดือนประดับแน่นอน สีสุกหน้าเสียหันมาหาพี่ชายเป็นพวก แต่สุทธิ์กลับเห็นด้วยว่าหทัยรัตน์เป็นเด็กดี ไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสียแล้วขอบใจที่อุตส่าห์เป็นห่วง สีสุกหน้าม้าน

ทางห้องนั่งเล่น หนึ่งเดินเข้ามาเห็นหทัยรัตน์นั่งรออยู่ก็แขวะ “ใช้ได้นี่ ฉันนึกว่าเธอจะเก่งแต่ปาก ท้าให้ฉันมาแล้วหลบหน้าฉันไปซะอีก”

สีสุกเดินผ่านมาเห็นตกใจหยุดแอบฟัง...หทัยรัตน์บอกหนึ่งว่าตนมีเวลาไม่มากให้เขาพูดธุระมา หนึ่งยื่นผ้าเช็ดหน้าคืน หญิงสาวถามมันต่างจากผืนเดิมตรงไหนถึงไม่รับไว้ หนึ่งอ้างว่าต่างตรงที่ไม่ใช่ผืนเดิม หทัยรัตน์รีบบอกว่าผืนเดิมเปื้อนเลือดซักไม่ออกจึงซื้อผืนใหม่คืนให้

“ขอบใจ แต่ฉันไม่ต้องการ ฉันไม่ใช่คนหวงของ ถ้าฉันเสียดายฉันจะไม่เอามาเช็ดเลือดให้เธอ ฉันทำอะไรให้ใครแล้วไม่เคยคิดเป็นบุญคุณ”

“แต่สำหรับดิฉัน ถ้าใครทำอะไรให้แล้วดิฉันจะไม่ลืมและต้องชดใช้ให้หมดสิ้นกันไป เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าคุณควรจะรับผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ไว้”

“เมื่อเธอต้องการจะคืนผ้าให้ฉันจริงๆ ก็เอาผืนเดิมของฉันคืนมาเพราะฉันไม่ต้องการของที่ไม่ใช่ของฉัน” หนึ่งจ้องตาแสดงอำนาจเหนือกว่า

หทัยรัตน์จ้องตาไม่ยอมแพ้ก่อนจะหันหลังเดินออกไป หนึ่งงงร้องถามจะไปไหน...สีสุกซึ่งแอบมองอยู่พึมพำจะเดินไปไหน หนึ่งเริ่มงุ่นง่านชะเง้อมอง ชักทนไม่ไหวจะตามออกไป ก็พอดีหทัยรัตน์กลับเข้ามาพร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนเก่าให้เขา “นี่ค่ะสิ่งที่คุณต้องการ...”

หนึ่งจำต้องรับไว้ หทัยรัตน์เปรยว่าเรื่องแค่นี้ไม่จำเป็นที่เขาต้องมาทวง แค่โทรศัพท์บอกตนก็จะเอาไปคืนให้วันพรุ่งนี้ เพราะไม่อยากเก็บมันไว้ หนึ่งหมั่นไส้ ชูผ้าขึ้นพร้อมกล่าวว่า ไม่ได้อยากได้คืนแล้วโยนลงถังขยะ ส่วนผ้าผืนใหม่เขาวางลงบนโต๊ะอย่างไม่ไยดี

“ที่ฉันมาวันนี้ ฉันแค่อยากทำให้เธอเห็น ถึงเธอจะเลื่อนเวลาสอน ย้ายโต๊ะ หลบหน้า แต่เธอไม่มีทางหนีฉันไปได้ ถ้าฉันต้องการพบเธอฉันต้องได้พบ เพราะคนอย่างนายหนึ่ง อนวัชต้องได้ทุกอย่างที่ต้องการ” หนึ่งยิ้มสะใจแล้วเดินออกไป ปล่อยปุ้มยืนเม้มปากด้วยความแค้นใจ

ooooooo

สีสุกเอาเรื่องที่ได้ยินมาเล่าให้ส่องแสงฟัง แต่กลายเป็นว่าหทัยรัตน์ยั่วยวนให้หนึ่งมาพบที่บ้าน

เดือนประดับ ส่องแสงเต้นผางต้องหาทางกันหนึ่งออกห่างจากหทัยรัตน์ให้ได้

วันต่อมาส่องแสงขอให้หนึ่งพามาโรงเรียนสอนขี่ม้า อ้างว่าเพิ่งเริ่มเรียนขอเขาช่วยแนะนำ แล้วโยงเรื่องไปพูดถึงหทัยรัตน์ว่าชอบมาขี่ม้าที่นี่เหมือนกัน เพราะทำให้ได้พบเจอลูกขุนนางลูกคหบดี แม้แต่คุณชายประสาทพรแล้วทำเป็นไม่สนใจ...เธอยังใส่ไฟ

“ส่องได้ข่าวมาว่าปุ้มแสดงบทแสนงอนใส่พี่หนึ่งไม่ใช่เหรอคะ ที่เขาทำแบบนี้ก็เพราะต้องการเรียกร้องความสนใจ” หนึ่งแปลกใจมีผู้หญิงทำแบบนี้ด้วยหรือ ส่องแสงแกล้งย้อนถามหนึ่งน่าจะรู้เวลาที่หทัยรัตน์ทำเป็นไม่สนใจ เขารู้สึกอย่างไร อยากเอาชนะและสนใจเพิ่มขึ้นไหม

หนึ่งชะงักครุ่นคิด ส่องแสงตอกย้ำว่าหทัยรัตน์ฉลาดกว่าที่คิด ไม่อย่างนั้นผู้ชายคงไม่ตกหลุมเสน่ห์มากมาย บางทีเขาอาจจะหลงกลเธอไปแล้วก็ได้ หนึ่งแย้ง

“ไม่มีทาง พี่รู้ตัวเองดี ไม่มีวันที่พี่จะหลงใหลได้ปลื้มผู้หญิงจองหองที่ชอบหว่านเสน่ห์ไปทั่วแบบนี้เป็นอันขาด และพี่ก็ไม่ใช่ม้าในคอกที่จะโดนควบคุมง่ายๆ”

ส่องแสงแกล้งถามถึงเพื่อนสนิทหนึ่งที่หลงเสน่ห์หทัยรัตน์ ว่าเคยเห็นตอนสองคนอยู่ด้วยกันบ้างไหม...หนึ่งครุ่นคิด นั่นสิ เธอทำตัวอย่างไรพินิจถึงได้หลงหัวปักหัวปําอย่างนั้น

ก่อนเที่ยงวันนั้นหนึ่งจึงรับพินิจไปที่บ้าน ก่อนที่หทัยรัตน์จะกลับ บอกเธอว่ามีคนอยากพบ พอหทัยรัตน์ออกมาเจอพินิจก็หน้าเสีย พินิจทักทายด้วยความดีใจถามเธอสบายดีไหม เธอตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่าคนอย่างตนมีงานทำมีเงินพอใช้สอยก็ถือว่าสบายแล้ว พินิจยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้พบเธอ แต่หทัยรัตน์กลับอึดอัดใจพยายามขอตัว พินิจถามตนมาหาอีกได้ไหม เธอรีบบอกว่าไม่เหมาะเพราะตนเป็นลูกจ้างมาทำงาน พินิจแย้งว่าหนึ่งคงไม่ว่าอะไร

“คุณอนวัชไม่ใช่เจ้านายปุ้ม เขาไม่มีสิทธิ์ว่าปุ้มอยู่แล้ว” หทัยรัตน์สวนแล้วขอตัวเดินไป

หทัยรัตน์กลับมาที่ห้องเรียน พบหนึ่งอยู่คนเดียว เขาบอกว่าแม่โอพากรกนกไปทานของว่างไม่อยากให้เธอต้องห่วงหรือเก้อเขินเวลาจะขอบคุณตน หญิงสาวโต้

“ไม่ต้องกลัวค่ะ เพราะฉันไม่คิดว่าต้องขอบคุณคุณอยู่แล้ว การพบพี่พินิจไม่ได้ทำให้ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งใจจนต้องพูดคำว่า...ขอบคุณ”

หนึ่งหาว่าหทัยรัตน์เล่นละครเพราะคิดว่าตนยังไม่รู้เรื่องเธอกับพินิจ หทัยรัตน์ตอกกลับถ้าเขารู้ทั้งหมดจะไม่ทำแบบนี้ หนึ่งย้อนถามมีอะไรที่ตนยังไม่รู้ หญิงสาวเยาะที่เขาสนใจเรื่องคนอื่นเหมือนกัน หนึ่งลุกพรวดโต้ว่าพินิจไม่ใช่คนอื่น ถ้าตนรู้ว่าเขาจะมาเกี่ยวข้องกับเธอ คงห้ามตั้งแต่แรก เสียดายรู้เมื่อสายเกินไป หทัยรัตน์เชิดหน้าย้อน

“เช่นเดียวกันค่ะ ถ้าดิฉันรู้ว่าเขาเป็นเพื่อนของคุณ ดิฉันคงจะไม่เข้าไปข้องเกี่ยวด้วยตั้งแต่แรก เสียดายที่มารู้เมื่อสายเกินไป” พูดจบหทัยรัตน์คว้ากระเป๋ากลับไป

หนึ่งเดินมาหาพินิจที่ห้องนั่งเล่น ถามทำไมยังรักผู้หญิงคนนี้ พินิจยอมรับว่ายังรักไม่เปลี่ยนแปลง จะพยายามทำทุกอย่างให้เธอเห็นใจ

ooooooo

พอสุดารู้เรื่องจากหทัยรัตน์ก็จะไปอธิบายความจริงกับหนึ่งให้เข้าใจ แต่หทัยรัตน์ห้ามไว้เพราะจะกลายเป็นการแก้ตัวเปล่าๆ ใครจะคิดอย่างไรก็ช่าง ความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำ สุดารู้สึกอึดอัดใจอย่างมากที่ไม่อาจบอกใครๆเรื่องพินิจได้

ในคืนนั้นแม่โอเห็นว่ากรกนกหลับแล้ว จึงออกมาฟังละครวิทยุจนเพลิน เผอิญเธอตื่นขึ้นมาด้วยหิวน้ำ เธอร้องเรียกแม่โอก็ไม่ได้ยิน จึงเอื้อมมือจะหยิบแก้วน้ำเอง ทันใดก็พลาดตกเตียงปัดแก้วน้ำตกแตก เธอตกใจร้องไห้โฮ แม่โอได้ยินเสียงรีบวิ่งเข้ามา แต่คุณหญิงยังขวัญเสีย

หนึ่งตามหมอมาตรวจร่างกายกรกนก ปรากฏว่าเธอมีไข้หลอดลมอักเสบ จึงจัดยาไว้ให้ กรกนกงอแงด้วยพิษไข้ “แม่โอไม่รักหญิง แม่โอทิ้งหญิงไม่สนใจหญิง หญิงเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ได้ยิน จนหญิงต้องตกเตียงเพราะแม่โอ หญิงไม่รักแม่โอแล้ว หญิงไม่อยากเห็นหน้าแม่โอด้วย”

แม่โอเสียใจพร่ำขอโทษ หนึ่งหนักใจไม่เคยเห็นความดื้อของกรกนกมาก่อน ถามเธอจะอยู่ได้อย่างไรถ้าไม่ให้แม่โอดูแล จะเข้าห้องน้ำ จะกินจะนอนอย่างไร ต้องมีคนช่วย

“พี่หนึ่งให้คุณครูมาอยู่เป็นเพื่อนหญิงได้ไหมคะ หญิงอยากเจอคุณครูค่ะ คุณครูรักหญิง คุณครูก็จะไม่ทิ้งหญิงไปเหมือนกับแม่โอ”

หนึ่งชะงักแอบยิ้มพอใจ...วิทย์จัดการโทรศัพท์ไปขออนุญาต...ทิพย์บอกกับหทัยรัตน์ไม่ต้องรีบกลับ ดูแลคุณหญิงให้ดี พอหทัยรัตน์รู้ว่าหนึ่งจะมารับก็ขอเปลี่ยนเป็นให้รถที่บ้านไปส่ง แต่เสียงรถหนึ่งแล่นเข้ามาเสียก่อน ทิพย์ถามหนึ่งถึงอาการของกรกนก หนึ่งตอบว่าไม่ยอมทานยา งอแงจะหาแต่คุณครูของเธอ ตนอยากรู้ว่าคุณครูหทัยรัตน์มียาดีอะไรจะทำให้เธออาการดีขึ้น

สุดาแทรก “ถ้างั้นพี่หนึ่งรีบพาปุ้มไปดีกว่าค่ะ ช้ากว่านี้คุณหญิงจะยิ่งอาการทรุด ไม่ต้องรีบกลับนะปุ้ม คุณแม่บอกเองว่าให้อยู่นานๆ”

ทิพย์ฝากหนึ่งดูแลหทัยรัตน์ด้วย หนึ่งแอบแขวะ “ไม่ต้องห่วงครับคุณอา ถ้าหลานสาวคุณอาไม่ดื้อมากเกินไป ผมก็คงจะดูแลได้” ว่าแล้วก็เปิดประตูรถให้หทัยรัตน์

หทัยรัตน์กล่าวประชด...ขอบคุณพี่หนึ่ง หนึ่งแกล้งปิดประตูแรง เธอสะดุ้ง สุดามองหวั่นใจทั้งสองจะไปรอดโดยไม่ทะเลาะกันไหม ตลอดทาง
หทัยรัตน์นั่งชิดประตูตัวตรงจนหนึ่งรำคาญบอกตนไม่ได้เป็นโรคติดต่อร้ายแรงเสียหน่อย เธอสวนว่านั่งแบบนี้สบายดี หนึ่งแหย่

“เธอนี่แปลกนะ พินิจป่วยไม่ยอมไปเยี่ยม เขาจะมาหาเธอก็ไม่อนุญาต คุณชายไปต่างประเทศก็ไม่ยอมไปส่ง แต่พอคุณหญิงป่วยกลับรีบมาทันที หรือว่าเธอจะเล่นตัวกับคนบางคน”

หทัยรัตน์เหลือบตามองแต่ไม่ตอบโต้ ทำให้หนึ่งยิ่งหมั่นไส้มองด้วยความสงสัย...

ooooooo

หนึ่งเหลือบมองหทัยรัตน์ระหว่างขับรถ เห็นนั่งนิ่งเงียบไม่ยอมพูดจา จึงแกล้งถามจะเงียบทำไม ปกติต้องต่อปากต่อคำเถียงคอเป็นเอ็น หรือคราวนี้ยอมรับในสิ่งที่ตนพูด ปุ้มเอ่ยด้วยความรำคาญ วางท่านิ่งเป็นผู้ใหญ่

“คุณจะพูดอะไรจะคิดอะไรก็เรื่องของคุณ ฉันไม่สนใจ สิ่งที่ดิฉันสนใจตอนนี้ก็คืออยากให้ถึงเพชรลดาไวๆ ดิฉันเป็นห่วงคุณหญิงจนไม่มีกะจิตกะใจจะต่อล้อต่อเถียงกับเรื่องไร้สาระ”

หนึ่งยิ่งหมั่นเขี้ยวแกล้งเหยียบคันเร่งมิด

ปาดซ้ายปาดขวา หทัยรัตน์ตกใจโวยให้เขาขับช้าลง หนึ่งกวนจะเอาอย่างไรเมื่อกี้บอกอยากรีบไปให้ถึงไวๆ พอขับเร็วก็ให้ขับช้าจะเอาอย่างไรตนเดาใจไม่ออก หทัยรัตน์เอนตามแรงเหวี่ยงของรถจนมากระทบหนึ่ง เธอรีบขืนตัวไว้ เขาแอบขำ

พอถึงหน้าบ้านเพชรลดา หนึ่งแกล้งถาม หวังว่าจะเร็วทันใจ หทัยรัตน์จะเปิดประตู หนึ่งเอื้อมมือจะเปิดให้พอดีมือทั้งสองชนกัน หญิงสาวชักมือออกทันที ชายหนุ่มกล่าวขอโทษ เธอไม่สนใจรีบลงจากรถเดินจ้ำอ้าวไปอย่างเร็ว หนึ่งมองตามขำๆ

เข้ามาที่เรือนสีฟ้าเห็นแม่โอนั่งร้องไห้ หทัยรัตน์รีบถามเป็นอะไร แม่โอปล่อยโฮบอกคุณหญิงเกลียดแม่โอแล้ว หทัยรัตน์มองอย่างเห็นใจแล้วเข้ามาหากรกนก เธอไม่ยอมฟังถ้าจะให้ยกโทษให้แม่โอ เธอหาว่าแม่โอรักวิทยุมากกว่าตน...

หทัยรัตน์เข้าไปโอบลูบผมอย่างอ่อนโยน พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “คุณหญิงคะ...คุณหญิงจำตอนที่สัมภาษณ์คุณครูได้ไหมคะ ที่คุณหญิงถามว่า...ถ้าคุณหญิงทำผิดแล้วจะตีรึเปล่า...จำได้ไหมคะว่าครูตอบว่าอะไร”

ระหว่างนั้นหนึ่งเดินมาฟังหน้าห้อง กรกนกตอบว่าจำได้ คุณครูบอกว่าถ้ามีคนทำผิดครั้งแรกจะเตือนก่อนแล้วถ้าทำผิดซ้ำอีกถึงจะตี หทัยรัตน์ยิ้มถามแล้วคุณหญิงจะโกรธจะลงโทษคนที่ทำผิดครั้งแรกหรือไม่ เธอรีบตอบว่าไม่...จะทำเหมือนคุณครู

“แล้วแม่โอเคยทำผิดแบบนี้มาก่อนหรือเปล่าคะ” เห็นกรกนกส่ายหน้า “แสดงว่าครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรก แล้วคุณหญิงจะอภัยให้แม่โอได้ไหมคะ”

แม่โอนั่งหน้าจ๋อยมองกรกนกตาปริบๆ หทัยรัตน์หันมาถามแม่โอว่าถ้าคุณหญิงยกโทษให้แล้วจะทำผิดอีกไหม แม่โอรีบตอบว่าไม่ จะอยู่ดูแลตลอดเวลาไม่ให้คลาดสายตา...หนึ่งรอฟังคำตอบกรกนก พอได้ยินเธอบอกว่าเธอจะยกโทษให้แม่โอ เขาก็รู้สึกทึ่งที่หทัยรัตน์สามารถเกลี้ยกล่อมกรกนกได้ แถมไม่ดื้อยอมกินยาแต่โดยดี

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย วิทย์ให้หนึ่งไปส่งหทัยรัตน์ เธอขอกลับเองแต่วิทย์ไม่อนุญาต หนึ่งยืนอมยิ้มอย่างเป็นต่อ...พออยู่ในรถหทัยรัตน์ก็นั่งตัวตรงชิดประตูอย่างเดิม หนึ่งกล่าวลอยๆ

“เธอนี่พูดเกลี้ยกล่อมคุณหญิงเก่งเหมือนกันนะ พูดไม่กี่คำคุณหญิงก็ยอมทำตามแต่โดยดี”

“ดิฉันก็ไม่ได้เกลี้ยกล่อมอะไรนี่คะ แค่พูดด้วยเหตุผล ถึงคุณหญิงจะยังเป็นเด็ก แต่เธอก็มีเหตุผลมากพอที่จะรับฟังดิฉันด้วยความเข้าใจ ดิฉันจึงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก”

“จะบอกว่าคนที่ไม่เข้าใจเธอก็เป็นพวกไม่มีเหตุผลงั้นสิ”

หทัยรัตน์ตอบยิ้มๆแล้วแต่เขาจะคิด หนึ่งถามยิ้มทำไม เธอพูดกวนว่ายิ้มให้ต้นไม้ใบหญ้าริมทาง หนึ่งหมั่นไส้แกล้งเลี้ยวรถเข้าร้านอาหารข้างทาง เธอตกใจขอลงจะกลับบ้านเอง หนึ่งอ้างมันดึกแล้วจะปล่อยเธอกลับเองได้อย่างไร ตนหิวขอทานข้าวประเดี๋ยวเดียว เธอก็นั่งยิ้มกับโต๊ะเก้าอี้ไปพลางๆก่อน เห็นชอบยิ้มกับสิ่งของรอบตัว หญิงสาวค้อนขวับรู้ว่าถูกแขวะ

หทัยรัตน์ขอรอในรถ แต่พอหนึ่งขู่ว่าจะอุ้มก็รีบลงด้วยความไม่พอใจ หนึ่งยิ้มสมใจ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังสั่งข้าวต้มเผื่อ เธอนั่งเชิดไม่ยอมแตะต้อง หนึ่งแกล้งเอาดอกไม้ในแจกันมาเขี่ยที่หน้า เธอสะดุ้งโวยเขาทำอะไร

“พูดได้ด้วยเหรอ ฉันนึกว่าเธอกลายเป็นหินไปแล้ว เห็นนั่งนิ่งไม่กระดุกกระดิกอยู่ตั้งนาน...แล้วไม่กินเหรอ”

“ดิฉันบอกคุณไปแล้วว่าไม่...แต่คุณอยากเอาชนะด้วยการสั่งมันมา ตอนนี้ดิฉันไม่กินคุณจะเอาข้าวต้มกรอกปากเพื่อเอาชนะดิฉันหรือเปล่าคะ”

“ถ้าเธอเป็นเด็กเหมือนเมื่อก่อนฉันคงทำ แต่ไม่สิ...ถ้าเธอยังเป็นยัยกระปุกตั้งฉ่ายฉันคงจะไม่ทำอะไรเพราะเธอคงจะกินมันหมดไปนานแล้ว เผลอๆอาจตะกรุม ตะกรามกินชามที่สอง สาม สี่อยู่ก็ได้” เห็นหทัยรัตน์เชิดหน้า หนึ่งอดแหย่ต่อไม่ได้ว่าถ้าหนุ่มๆที่หลงใหลเธอ ได้เห็นเธอตอนเป็นเด็กอ้วนมอมแมมไม่ชอบอาบน้ำ หัวกระเซิงตัวเหม็นพวกเขายังจะชอบอยู่หรือเปล่า

หทัยรัตน์สวนนิ่มๆ ตนก็อยากรู้ว่าถ้าสาวๆที่ชอบเขา มารู้ว่าจริงๆแล้วตั้งแต่เด็กจนโตเขาเป็นคนที่ชอบเอา ชนะ เอาแต่ใจตัวเองและชอบดูถูกคนอื่น พวกเธอจะยังชอบกันอยู่หรือเปล่า...หนึ่งมองเคืองๆ โต้อย่างมั่นใจว่าคนอย่างหนึ่ง อนวัช ไม่ว่าจะนิสัยเป็นยังไงก็มีสาวๆพร้อมจะรักอยู่แล้วเธอเองก็คงจะรู้ดี

พูดจบหนึ่งวางเงินค่าอาหารแล้วลุกออกไปหทัยรัตน์พยายามข่มอารมณ์ลุกเดินตามออกไป เผอิญเดินผ่านโต๊ะชุลีเพื่อนของส่องแสง เธอกำลังมองอย่างสงสัย

ooooooo

วันต่อมา ชุลีรีบมาบอกส่องแสงที่บ้าน แต่ทั้งส่องแสงและสีสุกไม่เชื่อว่าคนอย่างหนึ่งจะพาเด็กนอกคอกอย่างหทัยรัตน์ไปทานอาหารดึกดื่นแบบนั้น หาว่าชุลีตาฝาด

ด้านสัทธาก็ซักไซ้สุดาว่าเมื่อคืนทำไมหนึ่งมาส่งหทัยรัตน์ดึก สุดาตอบว่าหนึ่งพาน้องไปทานข้าว สัทธารู้สึกประหลาดใจมาก เพราะคนระมัดระวังตัวอย่างหนึ่ง ไม่มีทางออกไปทานข้าวดึกขนาดนั้นกับผู้หญิงถ้าไม่คิดว่าคนๆนั้นเป็นคนพิเศษจริงๆ สุดาโพล่งขึ้น

“พี่ปุ๊หมายความว่า...ปุ้มเป็นคนพิเศษของพี่หนึ่งเหรอคะ”

สัทธาเริ่มไม่วางใจในความสัมพันธ์ของหนึ่งที่มีต่อหทัยรัตน์เสียแล้ว...

ภายในบ้านเพชรลดา หมอประสงค์มาตรวจอาการกรกนกแล้วขอคุยกับวิทย์และหนึ่ง

“ผมมีเรื่องสำคัญจะเรียนให้ทราบ เมื่อครู่ผมตรวจอาการของคุณหญิง พบโรคหัวใจอ่อนๆและโรคเครียด ทำให้มีอารมณ์เกรี้ยวกราด หงุดหงิดเบื่ออาหารและอ่อนเพลีย ไม่ทราบว่าคุณหญิงมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจหรือเรื่องที่ทำให้ต้องคิดมากหรือเปล่าครับ”

“แม่โอเล่าให้ผมฟังว่า ช่วงนี้คุณหญิงจะบ่นน้อยใจท่านลุงที่ไม่มาเยี่ยม และบ่นคิดถึงคุณชาย ผมคิดว่าอาจจะมาจากสาเหตุนี้ก็ได้” หนึ่งสันนิษฐาน
วิทย์เป็นห่วงถามพวกเราควรทำอย่างไร ประสงค์บอกว่าได้ให้ยาบำรุงและยาคลายเครียด แต่ถ้าให้ดีควรให้เธอได้รับอากาศบริสุทธิ์หรือเปลี่ยนจากที่อยู่จำเจไปซักระยะจะทำให้ดีขึ้น...วิทย์จึงคิดได้ว่ามีบ้านพักตากอากาศชิดชายชลที่หัวหิน น่าจะไปกันในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ และได้ชวนประสงค์ไปดูอาการกรกนกด้วย เผอิญหนึ่งมีนัดไปเชียงใหม่กับเพื่อนๆ

พอหทัยรัตน์มาที่บ้าน วิทย์จึงเอ่ยปากชวนและได้โทร.ขออนุญาตทิพย์แล้ว หทัยรัตน์อึกอักแต่พอวิทย์เปรยว่าหนึ่งก็ไม่ว่าง ตอนนี้มีเพียงตน แม่โอ กรกนกและหมอ เธอตกลงทันที หนึ่งหมั่นไส้แทรกขึ้น “คุณพ่อครับ ผมเปลี่ยนใจแล้วครับ ฟังดูแล้วหัวหินน่าสนุกกว่าที่เชียงใหม่ ผมจะยกเลิกเพื่อนๆแล้วไปชิดชายชลกับคุณหญิงดีกว่า”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 4 วันที่ 31 พ.ค. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ