อ่านละคร กลกิโมโน ตอนอวสาน[4] วันที่ 6 พ.ค. 58

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนอวสาน[4] วันที่ 6 พ.ค. 58

“แต่คุณไม่มีวันพ้นจากการเป็นผู้หญิงที่ผมรัก ผมจะไม่มีวันยอมให้คุณไปเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด”
รินดาราอึ้งและมองหน้าอาคิระที่มองมาด้วยดวงตาที่เปี่ยมด้วยความรักอย่างเศร้าๆ เพราะถึงจะรู้สึกดีกับความรู้สึกที่อาคิระมีให้ แต่รินดาราก็ต้องหักห้ามใจไม่อาจรับความรู้สึกนั้นได้

โฮชิโนโอจิเดินเข้ามาได้ยินที่รินดารากับอาคิระคุยกันจึงหยุดฟัง
อาคิระมองหน้ารินดารานิ่ง ก่อนจะดึงรินดาราเข้าไปกอดแน่น “เข้าใจไหมรินดารา ผมจะไม่มีวันปล่อยให้คุณเป็นอันตรายอีก”
รินดาราเศร้ามากจนน้ำตาจะไหลออกมาให้ได้ แต่ต้องกลั้นไว้แล้วทำแข็งแรงผลักอาคิระออกจากอ้อมกอด
“คุณอาคิระอย่า”


อาคิระโพล่งขึ้น “ไม่ต้องบอกว่าคุณเป็นใคร ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณคือส่วนหนึ่งของคุณเมียวโจ คุณเกิดมาเพื่อท่านชายโฮชิ ทั้งตัวและหัวใจของคุณเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น ผมรู้ดีรินดารา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ผมไม่มีสิทธิ์ แม้กระทั่งจะรักคุณฝ่ายเดียว”
“ใช่ค่ะ คุณไม่มีสิทธิ์” อาคิระอึ้ง “เพราะถ้าท่านชายรู้ว่าคุณรู้สึกยังไงกับชั้น เขาจะทุกข์ใจมากแล้วทุกข์นั้นก็จะทำให้ความเป็นเทพในร่างกายเขาถูกทำลาย คุณคือมิยาคาวะ มีหน้าที่ดูแลท่านชายโฮชิ เพราะฉะนั้นการตัดใจจากชั้นคือหนึ่งในหน้าที่ของคุณค่ะ...อาคิระ มิยาคาวะ” รินดาราเชิดหน้าแล้วหันหลังเดินออกไป
อาคิระมองตามอย่างเศร้าเสียใจ แล้วชกต้นไม้ระบายอารมณ์ “โธ่เว้ย”
ย่ามิกิเดินเข้ามาจากทางออกของหอคอย แล้วเข้ามาห้ามอาคิระ “อาคิระใจเย็นๆ คุณรินดาราพูดถูกต้องแล้วอาคิระ ความรักของอาคิระกับคุณรินดาราไม่มีวันเป็นจริง ทำใจซะเถอะนะหลานรักของย่า” ย่ามิกิกอดอาคิระ ขณะที่ย่ามิกิก็ร้องไห้เงียบๆ ไม่ให้อาคิระเห็น
โฮชิโนโอจิเศร้าและรู้สึกผิดมาก โฮชิโนโอจิมองตามทางที่รินดาราเดินไป

รินดาราเดินเข้ามาแล้วทรุดตัวร้องไห้โฮ โฮชิโนโอจิยืนมองภาพรินดาราร้องไห้โฮอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ภาพนั้นทำให้โฮชิโนโอจิเศร้าสะเทือนใจ..โฮชิโนโอจิขยับเข้าใกล้รินดาราโดยที่รินดาราไม่รู้ตัว ยื่นมือไปข้างหน้าอยากจะปลอบใจรินดารา แต่รินดารากลับพูดขึ้น “อาคิระ...ชั้นขอโทษ ชั้นขอโทษ”
โฮชิโนโอจิชะงักแล้วชักมือกลับเข้ามา คอตกอย่างเศร้าสร้อย

โฮชิโนโอจิยื่นมือลูบไล้ตรงกิโมโนโฮชิสีน้ำเงินตรงบริเวณลายนกกระเรียนทองส่วนที่ขาดหายไป ดวงตาคลอไปด้วยน้ำตาอย่างเจ็บปวด สีหน้าของโฮชิโนโอจิมีแววตัดสินใจอะไรบางอย่าง
ปลายนิ้วของโฮชิโนโอจิดีดโกโตะคลอไปตามทำนองเพลง ดวงตาของโฮชิโนโอจิมองออกไปยังหมู่ดวงดาวบนท้องฟ้ามืดมิด...โฮชิโนโอจิกำลังเรียกเมียวโจโอจินให้มาหา ดวงดาวบนท้องฟ้าดวงหนึ่งส่องแสงสว่างวาบ

รินดาราคุยกับย่ามิกิ รินดารามีสีหน้าเศร้าสร้อยจากเหตุการณ์ที่ทะเลาะกับอาคิระเมื่อตอนกลางวัน
“ขอบคุณมากนะคะที่คุณรินดาราเชื่อดิชั้น ยังไม่เดินทางเข้าป่าไปวันนี้ พรุ่งนี้เช้าอาคิระกับนารูตะจะไปเป็นเพื่อนคุณ ดิชั้นจะเตรียมอาหารไปให้ทานระหว่างทางด้วย”
รินดาราโค้งให้ย่ามิกิ “ขอบคุณมากค่ะคุณย่า”
“คุณรินดาราเข้านอนเถอะนะคะ พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า” รินดารายิ้มรับ
ย่ามิกิหันหลังเดินออกไปจากห้อง รินดารากำลังเลื่อนประตูปิด แต่อยู่ๆปานรูปดาวบนแผ่นหลังสว่างวาบ ทำให้รินดารากระตุกหนึ่งครั้ง รินดาราหลับตา...เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งจึงเห็นว่าดวงตาของรินดาราเป็นสีเขียวสีเดียว กับดวงตาของเมียวโจโอจิน!

โฮชิโนโอจินั่งดีดโกโตะแล้วอยู่ๆประตูก็เลื่อนออก รินดาราที่ดวงตาเป็นสีเขียวเพราะเมียวโจโอจินอยู่ในร่างรินดารายืนอยู่หน้าประตู โฮชิโนโอจิเอ่ยขึ้นโดยที่ไม่ได้หันกลับไปมองเลย “มาแล้วเหรอเมียวโจ”
รินดาราเดินเข้ามาในห้อง แล้วคว้ามือโฮชิโนโอจิมาเกาะกุมด้วยความไม่สบายใจ “โฮชิ ทำไมเธอทำแบบนี้ เธอก็รู้อยู่แล้วว่าถ้าเธอใช้พลังเรียกชั้นมาที่นี่...พลังเทพในตัวเธอจะยิ่งลดน้อยลง แล้วเธออาจจะกลับขึ้นไปบนสวรรค์ไม่ได้นะโฮชิ”
โฮชิโนโอจิกุมมือรินดาราตอบและยิ้มอย่างคนที่ปลงได้ “ไม่เป็นไรหรอกเมียวโจ เพราะถึงยังไงชั้นก็กลับขึ้นไปบนสวรรค์ไม่ได้อยู่แล้ว”
รินดาราแปลกใจ “เธอหมายความว่ายังไง”
โฮชิโนโอจิปล่อยมือจากรินดารา แล้วเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังเมืองสึกิที่เฝ้ามองมาสี่ร้อยปี “ชั้นอยู่บนโลกมนุษย์มาสี่ร้อยปี รับรู้เรื่องราวของมนุษย์ที่ชั้นรัก ทำให้ใจชั้นมีกิเลส รัก โลภ โกรธ หลง แล้วกิเลสพวกนั้นมันก็ค่อยๆทำลายความเป็นเทพในตัวชั้น ...กว่าจะหาเส้นไหมขนนกกระเรียนทองคำเจออีกครั้ง เศษเสี้ยวความเป็นเทพของชั้นก็คงจะหมดไป”
“เธออย่าเพิ่งหมดหวังสิโฮชิ ไม่ว่ายากเย็นแค่ไหน ชั้นที่อยู่ในร่างของรินดาราเพื่อตามหาขนนกกระเรียนทองคำมาให้ได้ พรุ่งนี้รินดาราจะไปตามหารังของลูกนกกระเรียนทองคำ ถ้าหาเจอ..เราก็จะได้กลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมนะโฮชิ”
โฮชิโนโอจิหันมาจับไหล่สองข้างรินดาราแววตาจริงจัง “แต่เราต้องยอมรับความจริงนะเมียวโจ”
รินดารามองเข้าไปดวงตาของโฮชิโนโอจิ...ความที่รู้จักกันมานานทำให้เมียวโจโอจินที่อยู่ในร่างของรินดารามองออกถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปของใจโฮชิโนโอจิ “ความจริงว่าเธอไม่ได้รักชั้นแล้วใช่ไหม !! เธอมองชั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเพราะเธอหลงรักรินดาราใช่ไหม”

โฮชิโนโอจิก้มหน้ายอมรับความจริง “ชั้นยอมรับว่าชั้นรู้สึกดีกับฮิคาริ กิเลสตัณหาที่ทำให้ชั้นคิดนอกใจเธออย่างที่เทพอย่างชั้นไม่ควรรู้สึก นี่แหละที่ทำลายความเป็นเทพในตัวชั้น”
เมียวโจโอจินเสียใจที่โฮชิโนโอจิยอมรับความจริง แทบล้มทั้งยืน ทำใจไม่ได้จึงเดินเลี่ยงออกไป
“เมียวโจ” โฮชิโนโอจิตามไป

รินดาราเดินมาหยุดยืนที่มุมห้อง...หลับตาสะกดกลั้นความรู้สึกเสียใจเต็มที่
โฮชิโนโอจิตามเข้ามาดึงแขนรินดารา “เมียวโจ..ชั้นขอโทษ ชั้นไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้ แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ชั้นก็ต้องยอมรับความจริงกับเธอ”
“โฮชิ..ชั้นยอมรับได้ว่าเรื่องนี้ชั้นผิดเองที่ส่งผู้หญิงที่เหมือนชั้นมาช่วยเธอ และรินดาราก็เป็นคนดี ก็ไม่แปลกหรอกที่หัวใจของเธอจะหวั่นไหวไปบ้าง แต่สุดท้ายแล้ว..เธอก็ยังรักชั้น” รินดาราจับมือโฮชิโนโอจิ “ชั้นเชื่อในความรักที่เธอมีให้ชั้นนะโฮชิ”
โฮชิโนโอจิยิ้มแล้วลูบแก้มรินดาราด้วยความรัก “ขอบใจนะที่เข้าใจชั้น ชั้นอยากกลับสวรรค์ไปอยู่กับเธอมากที่สุด แต่ชั้นกลับไม่ได้..กิเลสที่ชั้นปล่อยให้มันเกิดขึ้น กำลังลงโทษให้ชั้นต้องอยู่บนโลกมนุษย์ตลอดไป”
รินดาราเศร้ามาก แต่พยายามฝืนทุกอย่าง...ทั้งฝืนยิ้ม..ฝืนความรู้สึกตัวเอง...ฝืนความจริง “ไม่เป็นไรโฮชิ เธอกลับสวรรค์ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ชั้นก็ยังจะคงอยู่กับเธอในร่างผู้หญิงคนนี้ได้ เราจะมีความสุขด้วยกันนะโฮชิ”
“แต่ถ้าสิ่งที่เราทำจะทำให้อีกหลายคนเป็นทุกข์ เราจะมีความสุขได้จริงๆเหรอเมียวโจ”
รินดาราอึ้ง “โฮชิ”
โฮชิโนโอจิกลั้นใจพูด “ออกไปจากร่างของรินดาราเถอะนะเมียวโจ”
“โฮชิ !! เธอไม่ต้องการให้ชั้นอยู่ในร่างนี้ เพื่อที่เธอจะได้รักกับรินดาราได้อย่างสบายใจเหรอ”
“อย่าเข้าใจชั้นผิด ที่ชั้นต้องการให้เธอไปจากร่างของฮิคาริ ก็เพื่อให้ฮิคาริได้มีชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่ต้องติดกับหน้าที่คนรักของชั้นอีกต่อไป ฮิคาริจะได้รักกับอาคิระ”
“แต่เธอก็ต้องเจ็บปวด”
“ถ้าชั้นจะต้องอยู่ที่นี่ต่อไป ชั้นขออยู่เพื่อเห็นคนที่ชั้นรักทุกคนมีความสุข ดีกว่าอยู่แล้วพวกเขาจะต้องเป็นทุกข์”
รินดารานิ่งไปสีหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก โฮชิโนโอจิเข้าไปจับมือรินดารามาบีบเบาๆแววตาร้องขอจนรินดาราต้องตัดสินใจ “แล้วชั้นล่ะ เธอจะไม่คิดถึงชั้นบ้างเหรอ”
“คิดถึงสิ..และความคิดถึงนี่แหละที่จะยืนยันว่า รักของชั้นจะมั่นคงกับเธอไปชั่วนิรันดร์” สิ้นคำโฮชิโนโอจิยกมือทั้งสองโอบหน้ารินดาราแล้วประทับจูบลงไปด้วยสัมผัสที่อบอุ่น รินดาราหลับตาพริ้มรับรู้ความรู้สึกอบอุ่นนั้น...มือสองข้างสวมกอดโฮชิโนโอจิเอาไว้ ทั้งสองเบียดเสียดกันรับความอบอุ่นจากร่างกายของกันและกัน
สักพักโฮชิโนโอจิถอนริมฝีปากออกจากริมฝีปากของรินดารา แล้วเอ่ยเสียงกระซิบ “เข้าใจรึยังว่าชั้นจะไม่มีวันลืมเธอ..ถึงคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายที่เราได้พบกัน แต่หลังจากนี้ เราจะอยู่ในใจของกันและกันเสมอไปนะเมียวโจ”
รินดาราน้ำตาเอ่อสวมกอดโฮชิโนโอจิแน่น ก่อนที่ทั้งคู่จะน้ำตาไหลอาบแก้มอย่างเศร้าโศกเสียใจ โฮชิโนโอจิจูงมือพารินดารามานั่งลงที่พื้น สองมือประคองใบหน้า จูบหน้าผาก ดึงมา โอบกอดราวกับว่านี่คือการได้สัมผัสกันเป็นครั้งสุดท้าย

พระอาทิตย์กำลังโผล่พ้นจากขอบฟ้าพร้อมกับเสียงดนตรีเศร้าๆ โฮชิโนโอจินั่งโอบกอดรินดาราที่มีดวงตาสีเขียว ทั้งสองนั่งหันหน้าทอดสายตาออกไปทางหน้าต่าง อย่างหม่นเศร้า
“ทำยังไงชั้นถึงจะหยุดพระอาทิตย์ไม่ให้ขึ้นได้ เราจะได้ไม่ต้องจากกัน”
“ห้ามพระอาทิตย์ไม่ให้ขึ้นว่ายากแล้ว ห้ามหัวใจของชั้นไม่ให้รักเธอยากกว่าอีก”
โฮชิโนโอจิประทับจูบลงบนหน้าผาก รินดาราหลับตาลงเพื่อซึมซับความรู้สึกอบอุ่นนี้เอาไว้..แต่น้ำตาก็ไหลออกมาเป็น สายอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่
“ต่อไปนี้ชั้นคงไม่ได้ยินเธอพูดเล่นแบบนี้อีกแล้วใช่ไหม ชั้นคงไม่ได้ยิ้ม ไม่ได้หัวเราะเพราะเธออีกแล้วใช่ไหม”
โฮชิโนโอจิปาดน้ำตาบนใบหน้าให้รินดารา “ได้สิ..แค่เธอมองลงมา ชั้นจะไปยืนยิ้มให้เธอที่หน้าต่างตรงนั้นทุกวัน” โฮชิโนโอจิจับมือรินดารามาจูบ “จำเอาไว้นะ...ชั้นดีใจที่ได้รักเธอ ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ หัวใจของชั้นจะเป็นของเธอคนเดียว”
“โฮชิ !!!!!”รินดาราโผกอด โฮชิโนโอจิกอดรินดาราไว้แน่นด้วยความรักอาลัยอาวรณ์โดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ
แสงสว่างจากพระอาทิตย์ส่องเข้ามาในห้อง โฮชิโนโอจิหันไปมองที่หน้าต่างแล้วต้องซ่อนความทุกข์หันกลับมามอง รินดาราด้วยรอยยิ้ม “ถึงเวลาที่เธอต้องขึ้นไปมองชั้นจากบนสวรรค์แล้วนะเมียวโจ”
โฮชิโนโอจิกับรินดาราจับมือกันแล้วโน้มหน้าจูบกันทั้งน้ำตา...หัวใจจะแตกสลายออกมาเป็นเสี่ยงๆให้ได้...แล้วรินดาราก็ถอยออกมาจากโฮชิโนโอจิ เอ่ยคำสุดท้ายออกมาได้อย่างยากเย็น “ลาก่อนโฮชิ”
“ลาก่อน” รินดาราน้ำตาไหลพรากแล้วหลับตาลงใช้สมาธิ ปานรูปดาวบนแผ่นหลังของรินดาราสะท้อนแสงออกมาจากเสื้อ แล้วก็ขยับไปมา

อายูมินอนหลับอยู่บนเตียงแล้วค่อยๆ ขยับเปลือกตาเพราะแสงจากข้างนอกกระทบดวงตาพร้อมกับเสียงร้อง จิ๊บๆ ของลูกนกดังขึ้น ทำให้อายูมิลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วหันมองไปทางหน้าต่าง เห็นด้านหลังของฮิเมะเกาะที่ขอบหน้าต่าง อายูมิดีใจ “ฮิเมะ” แต่ไม่ทันแล้วฮิเมะบินออกไป อายูมิผุดลุกจากเตียงแล้วรีบไปตะโกนเสียงดังลั่นร้องเรียกฮิเมะที่หน้าต่าง “ฮิเมะ! กลับมาก่อนฮิเมะ อย่าเพิ่งไปฮิเมะ !”

แสงสว่างรูปดาวที่ปานบนหลังรินดาราสว่างและดวงดาวสีทองกำลังลอยออกมาจากตัวรินดารา แต่ทันใดนั้นเอง...เสียงอายูมิตะโกนเรียกฮิเมะจากตัวคฤหาสน์ดังเข้ามา “ฮิเมะ...ฮิเมะหยุดก่อน !!!”
เสียงของอายูมิทำให้รินดารากับโฮชิโนโอจิหันขวับไปที่หน้าต่างอย่างแปลกใจ และปานรูปดาวที่หลังกลับไปเป็นปกติ เมียวโจโอจินยังไม่ออกจากร่างรินดารา รินดารากับโฮชิโนโอจิผละออกจากกันแล้วไปที่หน้าต่าง
ฮิเมะบินมาเกาะที่ขอบหน้าต่าง รินดาราดีใจ “ฮิเมะ !!!!!!”
“มาอยู่นี่เอง ชั้นไปหาเธอที่ห้องไม่เจอ ก็เลยลองไปหาที่ห้องอายูมิก็ไม่มี”

“ตัวนี้เองเหรอเจ้าฮิเมะ เจ้ารอดจากพายุหิมะมาได้ยังไง”
“วันนั้นชั้นโชคดีที่กระเด็นออกจากกระเป๋าแล้วคลานไปเจอแม่พอดี ไม่งั้นได้กลายเป็นนกแช่แข็งแน่ๆ เอ๊ะ! ทำไมตาเธอเป็นสีนั้นล่ะ เจอหิมะหนาวจัดจนตาเปลี่ยนสีเหรอไง อิอิอิ”
“ท่าทางจะพูดเก่ง ปากไม่หยุดขยับเลย”
“รู้แล้วใช่ไหมคะว่าทำไมรินดารา ถึงไม่เคยได้มีช่องว่างให้ได้ถามว่าเป็นนกอะไร”
“นี่ว่าชั้นพูดมากเรอะ ! ชั้นจะฟ้องแม่” ฮิเมะหันไปทางหน้าต่าง “แม่จ๋า...เขาว่าหนูพูดมาก”
รินดารา โฮชิโนโอจิมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นนกกระเรียนสีทองตัวหนึ่ง กางปีกสบายบินมาจากท้องฟ้าแล้วเข้ามาในห้องต่อหน้าต่อหน้าโฮชิโนโอจิกับรินดารา
“นกกระเรียนทองคำ” รินดารายิ้มกับโฮชิโนโอจิอย่างดีใจมาก “ความหวังที่เธอจะได้กลับสวรรค์มา แล้วนะโฮชิ..ชั้นจะรอเธอ” รินดารายื่นหน้าไปหอมแก้มโฮชิโนโอจิฟอดใหญ่แล้วถอยออกจากโฮชิโนโอจิ หลับตาลงสักพักก็ลืมตาขึ้น ดวงตาสีเขียว หายไปกลายเป็นดวงตาของรินดาราปกติ
รินดารามีอาการเซเล็กน้อย โฮชิโนโอจิประคองโอบกอดเอาไว้ รินดารามองหน้าโฮชิโนโอจิงงๆ “ท่านชาย !???? ชั้นมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ”
โฮชิโนโอจิยิ้มยังไม่ตอบ เจ้าฮิเมะตอบแทน “นอกจากตาเป็นสีเขียวแล้ว พายุหิมะยังทำให้ความจำเธอสั้นลงอีกหรือไง”
รินดาราหันไปเห็นฮิเมะที่เกาะขอบหน้าต่าง แล้วเห็นแม่นกกระเรียนทองคำยืนอยู่คู่กันก็ยิ่งตกใจ “ฮิเมะ ! เธอกลับมาแล้ว..แล้วนั่น”
“แม่ชั้นเอง”
รินดาราตาโตตื่นเต้น “นกกระเรียนทองคำ !!!”
“ลูกชั้นเล่าให้ฟังเรื่องของเธอหมดแล้ว ชั้นต้องขอบใจเธอมากนะที่ช่วยดูแลลูกชั้นให้จนหายดีและได้เจอกับชั้นอีกครั้ง ถ้าชั้นพอจะทำอะไรเพื่อตอบแทนน้ำใจของเธอได้ก็บอกมาเลยนะ”
รินดารายิ้มกว้างดีใจหันไปตื่นเต้นกับโฮชิโนโอจิ

คฤหาสน์มิยาคาวะ ย่ามิกิถือถาดวางเส้นไหม้สีทองที่ผ่านการแปรรูปมาจากขนนกกระเรียนทองคำอยู่ในม้วนกลมๆ ทุกคนยืนดูม้วนเส้นไหมกันอย่างมีความสุข ย่ามิกิเริ่มการปักด้วยการนำเส้นไหมมาสอดลงไปในเข็ม ย่ามิกินำเข็มปักลงไปในส่วนของตัวนกกระเรียนที่ขาดหายไปบนกิโมโนโฮชิอย่างเบามือที่สุด
รินดารา โฮชิโนโอจิ อาคิระยืนมองย่ามิกิทำงาน รินดาราดีใจมากจึงเกาะแขนโฮชิโนโอจิแล้วซบลงบนแขนของเขาเหมือนเด็กๆ แต่สิ่งนั้นทำให้อาคิระมองแล้วเศร้า โฮชิโนโอจิหันไปเห็นสายตานั้นของอาคิระเข้าพอดีก็ไม่เกิดความรู้สึกสบายใจ

โฮชิโนโอจินั่งรออยู่ครู่ อาคิระเปิดประตูเข้ามาหาโฮชิโนโอจิ
“ท่านชายมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมหรือครับ” โฮชิโนโอจินิ่งมองอาคิระด้วยแววตาจริงจังจนอาคิระแปลกใจ อาคิระสงสัย “ท่านชายครับ”
“เป็นเรื่องสำคัญที่ชั้นอยากคุยกับเธออย่างเปิดอก”
อาคิระรู้สึกผิด “ถ้าเป็นเรื่องของผมกับรินดารา” อาคิระรีบก้มหัวขอโทษ “ผมขอโทษครับท่านชาย..ต่อไปผมจะไม่...”
โฮชิโนโอจิขัด “อาคิระ...อย่าเพิ่งคิดไปไหนไกลเกินกว่าคำถามที่ชั้นจะถามเลย”
“ท่านชาย”
โฮชิโนโอจิลุกขึ้นเข้าไปใกล้อาคิระ “เธอคิดยังไงกับฮิคาริ เอาความรู้สึกจริงๆนะ ไม่ต้องมีความเกรงใจกัน พูดกันอย่างลูกผู้ชาย”
อาคิระอึ้ง อึดอัดที่จะพูดเรื่องนี้กับผู้มีพระคุณอย่างโฮชิโนโอจิ ไม่รู้ว่าทำไมโฮชิโนโอจิถึงต้องถามแบบนี้แต่อาคิระก็ต้องพูดไป ตามความรู้สึกจากหัวใจ “ผม...ผมรักรินดาราครับ”
โฮชิโนโอจิยิ้มรับ “สมแล้วที่เป็นมิยาคาวะ...จริงใจต่อความรู้สึกของตัวเอง”
อาคิระรีบบอกเพราะแคร์ความรู้สึกของผู้มีพระคุณอย่างโฮชิโนโอจิ “แต่ท่านชายไม่ต้องห่วงนะครับ ต่อให้ท่านชายไม่อยู่แล้ว ผมจะไม่แตะต้องรินดารา จะไม่ทำอะไรที่จะเป็นการทำให้รินดารานอกใจท่านชายเลยแม้แต่นิดเดียวครับ”
“ทำไมล่ะ...เธอไม่อยากได้ความรักตอบจากฮิคาริเหรอ”
อาคิระเจ็บปวดหัวใจ แต่ต้องทำเข้มแข็ง “ความรักของรินดารามอบให้ท่านชายหมดแล้วครับ”
“เธอเข้าใจผิดแล้วอาคิระ ฮิคาริรักเธอไม่ใช่ชั้น ทุกอย่างที่ฮิคาริทำอยู่ นั่นเพราะฮิคาริคิดว่ามันเป็นหน้าที่ของเธอเท่านั้น ฮิคาริไม่ได้รักชั้นจากหัวใจอย่างที่รักเธออาคิระ”
อาคิระยืนยันหนักแน่น “แต่รินดาราเคยบอกผม ว่าเขารักท่านชาย”
“ถ้าเธอไม่เชื่อ เรามาพิสูจน์กันไหมล่ะ”
อาคิระแปลกใจ “พิสูจน์ยังไงครับ”
โฮชิโนโอจิไม่ตอบ แต่ยิ้มสนุก

ท่ามกลางผู้คนมากมายในอุโมงค์วิสทีเรีย รินดารากับอาคิระเดินเข้ามา รินดารากวาดสายตามองหาโฮชิโนโอจิ
“ท่านชายบอกว่าจะรอคุณอยู่ในโดม”
“แล้วคุณไม่เข้าไปลาท่านชายด้วยกันเหรออาคิระ”
“ผมว่าที่ท่านชายอยากคุยกับคุณที่นี่” อาคิระเงยหน้ามองขึ้นไปที่พุ่มวีสทีเรียเต็มเหนือศีรษะ “คงเพราะต้องการอยู่ท่ามกลางดอกวิสทีเรียที่จะเป็นความทรงจำของคุณกับท่านชายตลอดไป..ผมรออยู่แถวนี้ดีกว่า” อาคิระเดินออกไปดูเศร้าๆ

อ่านละคร กลกิโมโน ตอนอวสาน[4] วันที่ 6 พ.ค. 58

ละครเรื่อง กลกิโมโน บทประพันธ์โดย พงศกร
ละครเรื่อง กลกิโมโน บทโทรทัศน์โดย ณัชภีม - สุธิสา
ละครเรื่อง กลกิโมโน กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร
ละครเรื่อง กลกิโมโน โดยผู้จัด หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธ์
ละครเรื่อง กลกิโมโน ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง กลกิโมโน ละครแนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซี ลึกลับ
ละครเรื่อง กลกิโมโน เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันที่ 16 เม.ย.58 ทางไทยทีวีสีช่อง 3 วัน
ละครเรื่อง กลกิโมโน ออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น
ที่มา ไทยรัฐ