อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 5 วันที่ 2 มิ.ย. 58

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 5 วันที่ 2 มิ.ย. 58

เหมนิ่งไปอย่างครุ่นคิดกับข้อเสนอของขุนศรีไชยทิตย กลับมาเล่าให้คุณหญิงแม่ฟัง คุณหญิงถามว่าแล้วเหมตอบท่านขุนไปว่ากระไรรึ เหมบอกว่ายังไม่ได้ตอบเพราะหากได้เป็นควาญช้างก็จะต้องออกป่าไปโพนช้างแล้วแม่ท่านจะอยู่กับใคร คุณหญิงจึงเรียกเหมให้เข้าไปดูในห้อง ปรากฏมีเครื่องเรือนของใช้ใหม่ทั้งหมด เหมถามว่าแม่ท่านเอาเงินที่ใดไปซื้อมา

“แม่จะมีเบี้ยอัฐกระไรไปซื้อ ข้าวของทุกอย่างที่เจ้าเห็นคุณชายช่วงให้คนนำมาให้ทั้งสิ้น” แล้วเอาจดหมายฉบับหนึ่งให้ “คุณชายช่วงฝากให้เจ้า อ่านเสีย แล้วเจ้าจะรู้ว่า แม่มิได้อยู่คนเดียวเหมือนที่เจ้ากังวลดอก”



เหมรับจดหมายไปอ่าน คุณชายช่วงแสดงความเสียใจกับเหมเรื่องเจ้าคุณบริรักษ์ แต่การเกิดแก่เจ็บตายเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกผู้ต้องเผชิญ คุณชายเขียนว่า ได้เพียรจะย้ายเหมมาอยู่ในที่สุขสบายขึ้นแต่เหมมิได้บวชเรียนจึงยากที่จะหากรมกองสังกัด หนทางเดียวที่จะช่วยเหมและแม่ได้ ก็มีแต่การทำคุณไถ่โทษเท่านั้น แล้วคุณชายช่วงก็แนะนำเหมว่า

“เพลานี้ พ่อเหมเป็นตะพุ่นหญ้าช้างของกรมช้างนอก จึงมีแต่ต้องทำคุณให้แก่กรมช้างนอกเท่านั้นจึงจะพ้นโทษกลับมาเป็นไพร่ จากนั้นฉันจะหาลู่ทางให้พ่อเหมเข้ารับราชการเอง”

เหมถอนใจ ตระหนักแล้วว่า มีแต่การเป็นควาญช้างเท่านั้นตนจึงจะพ้นจากตะพุ่นไปได้

ooooooo

เช้าวันหนึ่ง...คุณชายช่วงซึ่งบัดนี้คือ “หลวงนายสิทธิ์” และสมิงสอดน้อย ซึ่งบัดนี้คือ “ขุนกำแหง” นำกำลังไปซุ่มจับอั้งยี่ค้าฝิ่นจีนเชียงทองในป่า

หลวงนายสิทธิ์ยืนอยู่บนเนินดินมีทหารองครักษ์ 4-5 คนคอยคุ้มกัน ในขณะที่ขุนกำแหงก็ตลุยรุกไล่จีนเชียงทองจนถอยหนีหัวซุกหัวซุน

“ท่านขุน อย่าเพิ่งฆ่ามัน ฉันต้องการรู้ตัวคนที่ร่วมค้าฝิ่นกับมัน” หลวงสิทธิ์ตะโกนสั่ง ขุนกำแหงรับทราบควงดาบสองมือตะลุยไล่ต้อนจีนเชียงทองหมายจับเป็น พลันก็ถูกเรืองตลบหลังลอบไปทำร้ายหลวงนายสิทธิ์ ทหารพิทักษ์ต่อสู้กับเรืองแต่ก็ถูกเรืองใช้วิชาดาบอาทมาตฆ่าตายหมด

หลวงนายสิทธิ์ชักดาบออกสู้แต่ถูกเรืองฟันดาบหลุดจากมือ ขุนกำแหงเห็นดังนั้นผละจากจีนเชียงทองไปช่วยหลวงนายสิทธิ์ จีนเชียงทองจึงหนีเอาตัวรอดโดยมีพวกอั้งยี่ลูกน้องคอยระวังหลังให้

ขุนกำแหงเข้าต่อสู้กับเรืองด้วยวิชาดาบอาทมาต เรืองพอใจมากที่ได้คู่ต่อสู้ฝีมือทัดเทียมกัน ในขณะที่ขุนกำแหงตกใจที่เรืองใช้วิชาเดียวกับตน เรืองใช้ไม้ตายกระหน่ำขุนกำแหงจนถอยร่นแล้วมันเองก็หนีไป ขุนกำแหงจะตามไปแต่เป็นห่วงหลวงนายสิทธิ์จึงหันกลับมา หลวงนายสิทธิ์เจ็บใจที่เกือบทำลายกลุ่มอั้งยี่ค้าฝิ่นได้อยู่แล้วแต่ก็พลาดจนได้

ooooooo

จีนเชียงทองนำลูกน้องที่เหลือไม่กี่คนมาหลบพักอยู่ที่ริมธาร โดยมีหลวงสรอรรถกับลูกน้องกลุ่มใหญ่ยืนอยู่ใกล้ๆ

หลวงสรอรรถชมจีนเชียงทองว่าเก่งที่โดนหลวงนายสิทธิ์ซุ่มโจมตีแล้วยังหนีรอดมาได้ จีนเชียงทองบอกว่ามิใช่ตนดวงแข็ง แต่เพราะลูกน้องใหม่ของตนเก่งต่างหาก พูดไปหอบไปว่า “หากไม่ได้อี อั๊วคงโดนอ้ายหลวงนายสิทธิ์จับไปแล้ว”

“เก่งกาจขนาดพาลื้อหนีแหวกวงล้อมมาได้เชียวรึ อั๊วชักอยากเห็นเสียแล้วซี”

หลวงสรอรรถพูดไม่ทันขาดคำ เสียงเรืองก็แทรกเข้ามาว่ามา “จริงรึ แต่ข้าว่าเอ็งไม่อยากเห็นข้าดอก”

หลวงสรอรรถหันไปเห็นเรืองก็ตกใจผงะ พวกลูกน้องพากันชักดาบทันทีเพราะต่างรู้ฝีมือของเรืองดี เลยได้แต่คุมเชิงกันไม่มีใครกล้าบุกเข้าไป เรืองมองพวกหลวงสรอรรถอย่างดูถูก จีนเชียงทองรู้เรื่องราวของทั้งคู่ก่อนแล้ว เอ่ยขึ้นว่า

“คุณหลวง อั๊วรู้ว่าลื้อกับอาเรืองเคยมีข้อบาดหมางกันมาก่อน แต่ตอนนี้อาเรืองอีเป็นคนของอั๊วแล้ว เรื่องที่แล้วมาลืมมันไปเถิดนะ”

หลวงสรอรรถตั้งสติได้ แต่ยังมองเรืองอย่าง

ไม่ไว้ใจ ประจวบเหมาะเมื่อบ่ายวันนั้น หลวงสรอรรถเจอเรืองจึงเรียกไว้ เรืองชักดาบทันที หลวงสรอรรถหว่านล้อมว่า ตนกับจีนเชียงทองหุ้นกันค้าฝิ่นถือว่าเราเป็นพวกเดียวกันไม่ใช่หรือ

“เรื่องค้าฝิ่นก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องที่เอ็งร่วมกับอ้ายพระยาปลัดลอบกัดข้าเป็นเหตุให้น้องชายของข้าถูกจับแลคนของข้าต้องตาย ข้าไม่มีวันลืมดอกโว้ย”

หลวงสรอรรถยิ้มเจ้าเล่ห์กล่อมเรืองให้มาอยู่กับตนรับรองว่าจะเลี้ยงให้สุขสบายกว่าที่จีนเชียงทองเลี้ยงเป็นสิบเท่า เรืองนิ่งไปอึดใจแล้วระเบิดหัวเราะออกมา พูดเหยียดเย้ยอย่างไม่แยแสว่า

“เถาวัลย์รากไม้ว่าลดเลี้ยวเคี้ยวคดแล้ว ยังไม่เท่าน้ำใจเอ็งเลยจริงๆ ขนาดอ้ายจีนเชียงทองกับเอ็งหุ้นกันค้าฝิ่น เอ็งยังหักหลังมาชักชวนข้าได้”

“นั่นเพราะข้ารักชอบในฝีมือเอ็ง จึงอยากได้เอ็งมาอยู่ด้วย เอาเถิด เพลานี้เอ็งยังลังเลก็ไม่เป็นกระไร แต่สักวันข้าจะให้เอ็งเห็นน้ำใจจริงของข้า” หลวงสรอรรถพูดแก้เกี้ยวเดินเลี่ยงไป

เรืองมองตามอย่างครุ่นคิดว่า คนอย่างหลวงสรอรรถนั้น อะไรก็ทำได้จริงๆ

ooooooo

ขุนศรีไชยทิตยพาเหมเดินไปยังโรงเลี้ยงช้าง บรรดาตะพุ่นและควาญช้างพากันมองเหมที่เดินผ่านไป ขุนศรีไชยทิตยสอนเหมว่า

“ตำแหน่งควาญช้างที่นี่ถือข้าเป็นใหญ่ที่สุด รองลงไปคือตำแหน่งสดัมเสดียง หมอจ่า แล้วก็ควาญทั่วไป เอ็งต้องเริ่มหัดตั้งแต่ดูลักษณะช้างตามตำราคชลักษณ์ ฝึกช้างตามตำราคชศาสตร์ แลยังต้องเรียนวิชาสมุนไพร เพื่อไว้ใช้รักษาตัวยามออกป่า วิชาผูกเงื่อนเชือกแก้เงื่อนเชือก แลอื่นอีกมาก”

เหมพยักหน้ารับ มองไปเห็นใครๆพากันมองตน ถามขุนศรีอย่างสงสัยว่าทำไมคนมองตนเช่นนั้น ขุนศรีพูดขำๆ ว่าเพราะเหมเป็นตะพุ่นคนแรกที่ได้มาเป็นควาญช้าง แล้วสอนเหมต่อไปว่า สิ่งแรกที่เหมต้องเรียนคือต้องรักช้างเหมือนประหนึ่งว่าเป็นลูก และช้างตัวแรกที่เหมต้องดูแลคลุกคลีด้วยคือ ช้างแม่ตำแหรกตัวนั้น พลางชี้ให้ดู อธิบายขำๆว่า

“แม่ตำแหรก แปลว่าช้างตัวเมียที่แก่แล้ว มันชื่อแม่โต ฉลาด แต่ดื้อ บังคับยาก ถ้าเอ็งเอามันอยู่ ก็ฝึกช้างในนี้ได้ทุกตัว”

พอขุนศรีไชยทิตยเดินเลยไป เหมก็เดินไปหาแม่โตลูบหัวอย่างอ่อนโยน ป้อนหญ้า และยิ้มให้แม่โตอย่างผูกมิตร...

ooooooo

ตกเย็น ขุนศรีไชยทิตยถือห่วงเหล็กร้อยเชือกอธิบายให้เหมที่นั่งพับเพียบที่พื้นฟังว่า

ห่วงอันนี้เรียก “กวิน” ใช้ร้อยเชือกบาศประจำตัวหมอช้าง สอนวิธีฟั่นเชือก ดามเชือก สอดห่วงผูกเงื่อนต่างๆ ยื่นให้เหมฝึก แล้วลุกไปหยิบถาดใส่ขอสับเชือกประกำและของใช้จำเป็นสำหรับควาญช้างยื่นให้ “นี่ของของเจ้า รับไป”

ขุนศรีไชยทิตยยังอธิบายลักษณะช้างว่า “ช้างมงคลมีอยู่แปดสิบช้าง ห้าเหล่าตระกูล เหมาะแก่การฝึกฝนนำมาใช้ แลยังมีช้างลักษณะโทษอีกแปดสิบช้าง ช้างเหล่านี้เลี้ยงไว้ก็เป็นโทษ ด้วยฝึกฝนมิได้ มีสันดาน

หยาบช้า หากควาญไปคล้องช้างเหล่านั้นมา ยังต้องแก้เสนียดด้วยการถือเป็นโทษ ช้างลักษณะโทษประเภทนี้จำต้องปล่อยทิ้งไว้ในป่า นำมาใช้งานก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด”

เหมฟัง จดจำคำสั่งสอนของขุนศรีไชยทิตยและนำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด นับวันก็รักและดูแลช้างเยี่ยงลูกตามคำสอนของขุนศรีไชยทิตยและทำอย่างมีความสุข

ooooooo

สองสามปีผ่านไป บัวยังเล่นละครอยู่กับหม่อมดวงแข โดยบัวเล่นเป็นบุษบาแลมีนางละครอีกคนเล่นเป็นอิเหนา บัวได้รับคำชื่นชมมาก เมื่อเล่นละครจบ เสด็จเรียกบัวไปถอดแหวนที่นิ้วให้บัวเป็นรางวัล

แต่พอบัวรับแหวนด้วยความปลื้มปีติ เสด็จก็ลุกขึ้นหันไปชวนพวกข้าราชการ

“เข้าไปข้างในกันเถิดทุกคน ฉันมีของจากเมืองฝาหรั่งจะให้ดู ล้วนเป็นของหายากทั้งนั้น” แล้วเสด็จก็นำหม่อมดวงแขและข้าราชการเข้าข้างในโดยไม่สนใจบัวอีกเลยแม้แต่นิดเดียว!

บัวที่ยังปลื้มปีติอิ่มเอมใจอยู่ หน้าเสีย กระอัก กระอ่วนใจ งุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมเป็นแบบนี้

บ่ายนี้ ที่ประตูหลังวัง มีพ่อค้าแม่ค้าเอาของต่างๆ มาวางขายเต็มไปหมด บรรดาข้าหลวงและชาวบ้านพากันมาเลือกซื้อของกันคึกคัก บัวไปกับเทียน บัวเลียบเคียงถามสิ่งที่ยังค้างคาใจว่า ตลอดเกือบสามปีที่ตนเข้ามาอยู่ในวังยังไม่เคยเห็นเสด็จท่านมีสนมหรือเจ้าจอมหม่อมห้ามคนใหม่เลย เสด็จไปหัวเมืองก็ไม่เคยมีใครติดตามไปรับใช้แม้แต่หม่อมดวงแข

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 5 วันที่ 2 มิ.ย. 58

ละครข้าบดินทร์ บทประพันธ์โดย : วรรณวรรธน์
ละครข้าบดินทร์ บทโทรทัศน์โดย : เอกลิขิต
ละครข้าบดินทร์ กำกับการแสดงโดย : อรรถพร ธีมากร
ละครข้าบดินทร์ ผลิตโดย : บริษัท ที.วี.ซีน จำกัด
ละครข้าบดินทร์ ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - วันอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครข้าบดินทร์ เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ