อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนอวสาน[1] วันที่ 17 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนอวสาน[1] วันที่ 17 มื.ย. 58

หทัยรัตน์วางแก้วไว้ที่โต๊ะข้างๆ “ทำไมล่ะคะ..มีอะไรหรือเปล่า”
“ฉันมีเรื่องต้องคิดมากมาย” อนวัชหันมาทางหทัยรัตน์ “โดยเฉพาะเรื่องของเธอ”
“คุณจะคิดเรื่องของดิฉันทำไมคะ”
“ก็เพราะฉันไม่อยากทำตัวเป็นภาระให้เธอมากไปกว่านี้น่ะสิ เธอเป็นผู้หญิงที่ดี เธอควรจะมีชีวิตที่ดี และได้แต่งงานกับคนที่ดี ไม่ใช่มาพยาบาลผู้ชายพิการอย่างฉัน “

หทัยรัตน์มองอนวัชด้วยความสงสาร เดินเข้ามาหาและนั่งลงข้างๆ“คุณอย่าคิดมากเลยค่ะ..”
“เธอจะไม่ให้ฉันคิดมากได้ยังไงในเมื่อสิ่งที่ฉันคิดมันเป็นความจริง ส่องแสงพูดถูกแล้ว..ฉันไม่ควรจะเอาตัวเองไปถ่วงคนอื่นไว้..คนไร้ค่าอย่างฉันน่าจะตายๆไปซะ ไม่น่าจะมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้” อนวัชทำหน้ารันทดชีวิตสุดๆ น้ำตาคลอเบ้า เสียงสะอื้น ตีบทแตกกระจุย....


หทัยรัตน์ตกใจ ค่อยๆจับมืออนวัชเบาๆ “คุณอย่าพูดแบบนี้สิคะ..ถ้าคุณตายไป จะมีคนหลายคนต้องเสียใจนะคะ”
“ฉันไม่สนหรอก ไม่ช้าก็เร็วคนเราก็ต้องตายอยู่ดี แต่ถ้าฉันตายตอนนี้เธอก็จะไม่ต้องลำบากเอาชีวิตมาจมปลักอยู่กับฉัน หทัยรัตน์..ฉันขอบใจเธอมากที่เป็นห่วงฉัน ฉันจะจำไว้ ถ้าฉันตอบแทนเธอไม่ได้ในชาตินี้ฉันจะตามไปตอบแทนเธอในชาติหน้า” อนวัชมองหทัยรัตน์ด้วยแววตาอันปวดร้าว
หทัยรัตน์เห็นแววตาอนวัชแล้วชะงักไป..ประกอบกับคำพูดที่เหมือนการร่ำลายิ่งทำให้หทัยรัตน์ใจเสีย

หทัยรัตน์กับสุดานอนอยู่ในห้องเดียวกัน หทัยรัตน์นอนพลิกตัวไปมาบนเตียง นอนไม่หลับ เป็นห่วงอนวัช หทัยรัตน์ตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงและเดินออกไปจากห้อง สุดาหรี่ๆตา แล้วก็ค่อยๆลุกเดินย่องๆ ตามออกไป
หทัยรัตน์ค่อยๆเปิดประตูห้องนอนอนวัชเข้าไปอย่างแผ่วเบา หทัยรัตน์เห็นอนวัชนอนหลับอยู่บนเตียง หทัยรัตน์เดินเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง ด้านหลังเห็นสุดาแอบย่องมาส่องดู อนวัชนอนนิ่ง
หทัยรัตน์คิดและเอามือมาอังเบาๆที่จมูก ยังหายใจอยู่..หทัยรัตน์โล่งอก กำลังจะเดินออกไปนึกขึ้นได้มองไปรอบๆ หทัยรัตน์เห็นจานใส่ผลไม้มีมีดวางอยู่ด้วยรีบเดินไปหยิบมาเก็บไว้ อนวัชหรี่ตามอง...ทำอะไรของเค้า
สุดาเห็นแล้วก็ยิ้มขำๆ หทัยรัตน์มองไปรอบๆ เป็นที่เปิดซองจดหมาย มาจับดู “คมเหมือนกันนะ เก็บไว้ห่างๆดีกว่า อันตราย” หทัยรัตน์เก็บที่เปิดซองจดหมาย หทัยรัตน์แอบมองว่าอนวัชยังหลับอยู่ก็มองไปรอบๆ เห็นเชือกผูกม่านยาวมากก็รีบไปดึงออก สุดาแทบจะหลุดหัวเราะออกมา แต่รู้ตัวเอามือปิดปากตัวเองทัน สุดารีบย่องกลับไปที่ห้องนอนด้วยความพอใจ
หทัยรัตน์ถือทั้งเชือกทั้งมีดไว้ทั้งสองมือ กำลังจะออกไป มองหน้าอนวัชอีกครั้งก่อนจะตัดใจเดินออกไปทั้งที่ยังห่วงอยู่ เสียงปิดประตูห้องดังกริ๊ก..
อนวัชค่อยๆลืมตาขึ้น แล้วก็ขำ “กลัวเราจะฆ่าตัวตายล่ะสิ .. เฮ่อ...นี่แค่เริ่ม พรุ่งนี้ของจริง “ อนวัชลุ้นๆ..จะสำเร็จมั้ยวะ

เช้าวันต่อมา บุญเติมกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ อนวัชเข็นรถมาตามทางและมาหยุดที่ข้างๆบุญเติม “เติม..”
บุญเติมตกใจ “ครับคุณหนึ่ง”
“ฉันฝากแกดูแลคุณปุ้มด้วยนะ..ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นแกก็ติดต่อไปหาคุณพ่อที่กรุงเทพ..แล้วฉันฝากแกบอกคุณปุ้มด้วยว่า ฉันขอให้เค้ามีความสุข“ อนวัชพูดจบก็เข็นรถผ่านไปด้วยใบหน้าเศร้าหมอง..
บุญเติมได้แต่งงๆไป..อะไรวะ..แล้วก็รีบถามขึ้น “แล้วคุณหนูจะไปไหนครับ”
อนวัชหยุดและตอบเสียงเครียด “ฉันจะไปหลังสวนดอกไม้” อนวัชพูดจบก็ไปต่อ บุญเติมอึ้งไป

สุดากับสัทธากำลังเตรียมอาหารเช้า ทำไปคุยกันไป กระซิบกระซาบเบาๆ
“เมื่อคืนยัยปุ้มมันอาการออกแบบนั้นเลยเหรอ ?”
“ใช่ค่ะ อะไรที่ดูเหมือนจะเป็นอุปกรณ์ฆ่าตัวตาย ปุ้มเก็บเรียบเลยค่ะ”
“แผนไอ้หนึ่งมันได้ผลเหมือนกันเว้ย งั้นวันนี้เราก็เดินแผนต่อไป”
“ค่ะ“ สัทธา สุดา ยิ้มให้กันอย่างสนุกสนาน หทัยรัตน์เดินเข้ามาพอดี สุดารีบสะกิดๆ “มาแล้วๆ“ สองคนรีบเก็บอาการร่าเริง ทำเป็นปกติ แล้วสัทธาก็พูดขึ้นตามบท
“พี่ว่าอาการหนึ่งน่าเป็นห่วงมากนะสุดา วันสองวันมานี้บ่นแต่ว่า “อยากตายๆ” เฮ่อ “
หทัยรัตน์ชะงักกึก...หน้าเสีย สุดารีบผสมโรง หทัยรัตน์ยืนหน้าเสีย “กับแป้นก็เป็นค่ะ ฟังแล้วใจหายบอกไม่ถูก “
สัทธา สุดา พยักหน้าให้กันใช่ๆ แล้วสัทธาก็ส่งสัญญาณให้ทำตามแผน สุดาพยักหน้ารับ แล้วก็แกล้งทำเป็นหันไปเก็บของแต่มือปัดโดนแก้วตกมาแตก เพล้ง “ว้ายยยยย !!”
หทัยรัตน์รีบเดินเข้ามาช่วย “พี่แป้นระวังนะคะ อย่าเพิ่งเดินนะคะ เดี๋ยวหทัยรัตน์กวาดเศษแก้วให้”
“พี่หนึ่ง !!” ทุกคนงงทำไมสุดาพูดชื่ออนวัช “แก้วใบนี้เป็นแก้วใบโปรดของพี่หนึ่ง เป็นตัวแทนของพี่หนึ่ง .. “
สัทธารีบเสริม “อยู่ๆแก้วก็หล่นมาแตกแบบนี้ ต้องเป็นลางร้ายแน่ๆ“
สุดากับสัทธาเล่นใหญ่มาก หทัยรัตน์พาลใจเสียไปด้วย หทัยรัตน์มองแก้วที่แตกด้วยแววตากังวลและตกใจ
“หนึ่งอยู่ไหนน่ะปุ้ม”
“เห็นบอกว่าจะออกไปนั่งเล่นที่ระเบียง”
“พี่ว่าพี่ออกไปดูหนึ่งหน่อยดีกว่า “
“ปุ้ม / แป้นไปด้วยค่ะ “ สองคนหันมามองหน้ากัน .. และทั้งสามก็พากันเดินออกไป สุดากับสัทธาหันมายิ้มให้กัน
อนวัชเข็นรถมาจนถึงที่หน้าผาหลังสวนดอกไม้..อนวัชชะโงกหน้าไปดูด้วยความเสียว..แล้วก็คิด....อนวัชลุกขึ้นยืนและกระเผลกๆ เข็นรถเข็นไปไว้ที่ริมหน้าผา
อนวัชจอดรถเข็นไว้แล้วก็เดินมาดูว่ามุมได้หรือยัง ดูๆแล้วก็ขยับๆให้รถเข็นตะแคงลงข้างๆ เหมือนล้มอยู่.. อนวัชจัดฉากแล้วก็มาดูอีกที..“เออ..ใช้ได้นี่หว่า ฝีมือเรา..”
อนวัชจัดฉากไปก็มองดูลาดเลาระวังซ้ายระวังขวาไปด้วยความระมัดระวัง

หทัยรัตน์ สุดา สัทธา เดินออกมามองหาอนวัช ทันใดนั้น บุญเติมก็เดินกระหืดกระหอบเข้ามา “คุณปุ้มครับ..เอ่อ..เมื่อกี๊คุณหนูเค้ามาพูดกับผมแปลกๆน่ะครับ ผมฟังแล้วเป็นห่วงคุณหนูยังไงไม่รู้ครับ”
“คุณอนวัชพูดว่าอะไร”
“คุณหนูให้ผมบอกกับคุณปุ้มว่า ขอให้คุณปุ้มมีความสุข แล้วก็ให้ผมดูแลคุณปุ้มให้ดีๆ ถ้ามีอะไรให้โทรไปบอกคุณท่านที่กรุงเทพ แล้วพอผมถามว่าจะไปไหน คุณหนูก็บอกว่าจะไปที่หลังสวนดอกไม้ แต่ตรงนั้นมันไม่มีอะไรน่าไปพักผ่อนเลยนะครับคุณปุ้ม จะมีก็แต่หน้าผาเท่านั้นล่ะครับ “
หทัยรัตน์ตกใจ “ห๊ะ หน้าผา..”
บุญเติมตกใจ... ทำไม... มีอะไรเหรอ
สุดาถาม “พี่หนึ่งไปนานหรือยัง ?”
“เมื่อกี๊นี้เองครับ”
สัทธาเสนอ “เรารีบแยกย้ายกันออกไปตามหาดีกว่า หน้าผามีตั้งหลายมุม ไม่รู้ว่าอยู่มุมไหน “
สุดากับหทัยรัตน์รับคำ “ค่ะ”
สัทธาแยกไปอีกทาง พยายามทำให้บรรยากาศดูอันตรายตื่นเต้นเข้าไว้
“บุญเติมไปกับฉันกับคุณปุ้ม “
“ครับ..” บุญเติมเดินนำ สุดากับหทัยรัตน์ไปอย่างรวดเร็ว..ใบหน้าหทัยรัตน์กังวลมาก ไม่รู้เลยว่าโดนหลอก

อนวัชยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของหน้าผาในจุดที่ไม่อันตรายมาก.. อนวัชมองลงไปเห็นว่าข้างล่างปลอดภัยไม่ชันมากเกินไป “จะว่าไปก็สูงเหมือนกันนะเนี่ย” โดดดีไม่โดดดี

สุดา หทัยรัตน์ เติม เดินหาด้วยความตื่นเต้น สุดาแอบมองหทัยรัตน์แล้วก็ยิ้มที่เห็นหทัยรัตน์เป็นห่วงอนวัชมากมาย

สัทธาวิ่งมาใกล้ถึงหน้าผาที่เป็นจุดนัดหมายก็เริ่มส่งเสียงเรียกให้สัญญาณว่ามาแล้วนะ “หนึ่ง !! หนึ่ง แกอยู่ไหน ?? ไอ้หนึ่ง !!”
อนวัชจดๆจ้องๆ “ต้องโดดจริงๆเหรอเนี่ย”
เสียงสัทธาดังมา“หนึ่ง !!!!”อนวัชรู้ว่าใกล้แล้ว เอาไงดี...สัทธาวิ่งมาถึงเห็นยังยืนอยู่ “อ้าวเฮ้ย ไอ้หนึ่ง ทำไมไม่รีบโดด ปุ้มกำลังมาแล้ว”
“ก็มันสูงนี่”
“เฮ้ยยยยย โดดไปเลย แผนแกคิดเอง ก็ต้องทำให้ได้สิวะ”
“ก็ตอนคิด ยังไม่เห็นว่ามันสูงแบบนี้นี่หว่า “
เสียงหทัยรัตน์ดังเข้ามา “คุณอนวัช..”
“คุณหนูอยู่ไหนครับ...คุณหนู”
“ปุ้มมาแล้ว แกโดดลงไปเลย ไป !!”
อนวัชตัดใจ “เอาวะ..” ชายหนุ่มหลับตาแล้วทิ้งตัวเองกลิ้งลงไถลมาจากหน้าผาทำให้เหมือนตกลงมา อนวัชกลิ้งๆมาแล้วก็ยันตัวหยุดในจุดปลอดภัย เขาดูสภาพตัวเองยังไม่น่าสงสารพอ จึงฉีกเสื้อผ้าให้ขาดวิ่นกว่าเดิม ยีผมให้ยุ่งๆ เข้าไปอีก
ทันใดนั้นเสียงหทัยรัตน์กับบุญเติมก็ดังเข้ามา
“คุณอนวัช..คุณอนวัช”
“คุณหนู...คุณหนู”
อนวัชได้ยินเสียงก็รีบล้มตัวลงนอนในท่าที่น่าสงสารที่สุด..

สัทธารีบหันไปตะโกนบอก “แป้น ปุ้ม ทางนี้ !!!! “
หทัยรัตน์ สุดา กับบุญเติม วิ่งมาหาทันที
“คุณอนวัช...คุณอนวัช..”
“คุณหนู..คุณหนู”
สุดาทำเป็นว่าหันไปเห็นเก้าอี้ของอนวัชล้มอยู่ก็รีบเรียกหทัยรัตน์ “ปุ้ม..ปุ้ม.รถเข็นพี่หนึ่ง” สุดาชี้ไปที่รถเข็นที่ล้มอยู่ หทัยรัตน์รีบหันไปตามนิ้วสุดา
ทันใดนั้นหทัยรัตน์ก็ตัวเย็นวูบเมื่อเห็นรถเข็นของอนวัชล้มอยู่ “คุณอนวัช..พี่ปุ๊ คุณอนวัชหล่ะคะ ? “
“พี่ก็ไม่รู้ มาถึงก็เป็นแบบนี้แล้ว”
หทัยรัตน์กับบุญเติมวิ่งมาถึงที่รถเข็น หทัยรัตน์รีบมองหารอบๆ บุญเติมยกรถเข็นขึ้นเหมือนเดิม หทัยรัตน์ตะโกนเรียกด้วยความเป็นห่วงพร้อมกับชะโงกหน้าลงไปข้างล่าง “คุณอนวัช..คุณอนวัช..”
“พี่หนึ่ง”
“ไอ้หนึ่ง หนึ่ง”
“คุณหนู..คุณหนู...”
ทุกคนตะโกนเรียกกันดังลั่นด้วยความเป็นห่วงแต่ยังมองไม่เห็น..
สัทธาแกล้งทำเป็นเดินไปที่ที่อนวัชตกลงไป “พี่จะลองลงไปดูทางด้านโน้นนะ “
“ค่ะ”
สัทธาค่อยๆเดินลงไปทางด้านที่อนวัชตกลงไป
หทัยรัตน์ยังมองหาและตะโกนไม่หยุด “คุณอนวัช..คุณอนวัชคุณอยู่ไหน..ได้ยินหรือเปล่า คุณอนวัช” หทัยรัตน์เป็นห่วงอนวัชสุดๆ สุดาอมยิ้ม

สัทธาวิ่งไต่ลงมาตามทางพร้อมตะโกนเรียกอนวัช “หนึ่ง หนึ่ง !!”
ที่อนวัชนอนอยู่ เหล่ๆตามาดูเห็นสัทธาวิ่งมา..ในระยะพอประมาณอนวัชส่งเสียงขึ้น “ฉันอยู่นี่..”
สัทธาหันไปเห็นอนวัชนอนอยู่ แกล้งทำตกใจ “ไอ้หนึ่ง !! “
หทัยรัตน์ได้ยินเสียงสัทธาก็รีบหันไปดู
“พี่ปุ๊เจอพี่หนึ่งแล้วปุ้ม “
“หนึ่งอยู่ที่นี่ ปุ้มแป้น หนึ่งอยู่นี่ !!”
หทัยรัตน์ยิ้มดีใจ และค่อยๆเดินไต่ต้นไม้ลงไปหาด้วยความเป็นห่วง
สัทธารีบเข้ามาหาอนวัช ทำเป็นตื่นเต้น “ไอ้หนึ่ง..ทำใจดีๆไว้นะเว้ย แกอย่าเป็นอะไรนะไอ้หนึ่ง“
หทัยรัตน์เดินมาพอดี “คุณอนวัช”
สุดาหันมาสั่ง “บุญเติมรีบไปเรียกหมอมาเร็ว”
“ครับ”
สุดาเสนอ “พี่จะไปเอาอุปกรณ์พยาบาลในบ้าน ปุ้มดูพี่หนึ่งไปก่อนนะ”
“ค่ะ” หทัยรัตน์รีบเข้ามานั่งข้างๆ
สุดารีบเดินไป สัทธามองไปรอบๆ อ้าว สุดา เติมไปหมดแล้ว สัทธาคิดๆ “ปุ้ม...งั้นเดี๋ยวพี่ไป ไป..ไปตามคนมาช่วยนะ” แล้วสัทธาก็รีบเดินตามสุดาไปเลย ทิ้งให้หทัยรัตน์อยู่กับอนวัชสองต่อสอง
หทัยรัตน์มาประคองอนวัชเบาๆและระมัดระวัง
“คุณเป็นยังไงบ้าง ทำใจดีๆไว้นะคะ เดี๋ยวสักพักหมอก็มาแล้ว..”
“ไม่ต้องเรียกหมอ..ฉันอยากตาย..ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้ว”
“ไม่ได้นะคะคุณตายไม่ได้นะคะ..คุณต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนอวสาน[1] วันที่ 17 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ