อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 10 วันที่ 15 มิ.ย. 58

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 10 วันที่ 15 มิ.ย. 58

กองทัพของเจ้าพระยาบดินทร์เดชาได้รับชัยชนะในการสู้รบกับกองทัพญวนอีกหลายครั้ง จนที่สุด เมืองญวนต้องยอมแพ้ และแม่ทัพใหญ่องเตรืองกุนต้องกินยาพิษฆ่าตัวตาย ณ ริมฝั่งน้ำด้วยความละอายใจ ทำให้นักองค์ด้วงได้สถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์เขมร ทรงพระนามว่า “สมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดี”

เมื่อเสร็จศึก ท่านเจ้าคุณจึงให้สมิงสอดน้อยมาคุ้มครองขุนนาฏกลับอัมพวา คุณปิ่นขอพบทับทิมกับบัวก่อนกลับอัมพวาเพราะนับแต่เดินทางมาพัตบองยังไม่เคยเจอกันเลย ซึ่งสมิงสอดน้อยก็มิได้ขัดข้อง


ลำดวนมาเห็นสมิงสอดน้อยก็ดีใจนัก เลียบเคียงถามถึงเหมแต่ก็มิได้รับรู้ชัดเจน คาดว่าเหมคงอยู่กับเจ้าพระยาบดินทร์เดชาเพราะสมิงสอดน้อยบอกว่าเจ้าพระยายังต้องอยู่เขมร นอกจากเพื่อคอยช่วยเหลือองค์หริรักษ์แล้วยังต้องดูแลผลประโยชน์ของสยามด้วย

ขณะลำดวนเดินใจเศร้าหมองที่ไม่ได้พบเหมและอาจต้องรอนับสิบปีจนกว่าเจ้าพระยาบดินทร์เดชาจะกลับจากเขมร แต่แล้วจู่ๆก็มีพวงมาลัยดอกลำดวนมายื่นให้ ลำดวนหันมองเป็นเหมในชุดทหารยืนอยู่ตรงหน้าก็ถึงกับตะลึงชาไปทั้งตัว

ด้วยความรักความห่วงใยที่มีต่อกันเพียงพบหน้าสบตาก็เข้าใจความรู้สึกของกันและกัน คุยกันอยู่ครู่เดียวลำดวนจึงสังเกตเห็นว่าเหมอยู่ในชุดบรรดาศักดิ์เป็นหมื่น ถามอย่างตื่นเต้นว่า “นี่คุณพี่ได้บรรดาศักดิ์เป็นหมื่นแล้วรึ”

“แต่ยศหมื่นนี้ก็ยังหาสำคัญไปกว่าที่พี่ได้กลับมาพบเจ้าไม่ เจ้าลำดวนของพี่” เหมเชยคางลำดวนให้หันมามองหน้าเต็มตา ดึงลำดวนเข้าไปกอดด้วยความรัก ลำดวนมิได้ขัดขืน ปล่อยตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของเหมด้วยความรู้สึกอบอุ่นและมีความสุขใจที่สุด

ooooooo

ที่วังเสด็จ บรรดาบ่าวไพร่ที่ยังอยู่ ร้องไห้กันระงมเมื่อรู้จากหม่อมดวงแขว่าเสด็จต้องโทษถึงประหารแต่มิได้มีโทษถึงลูกเมียและไม่ริบทรัพย์สิน
บัวรับฟังข่าวนี้ด้วยความรู้สึกใจหาย ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงจริงๆ

ตกเย็นเมื่อบัวกับเทียนไปเดินตลาด คุณหญิงชมเห็นจึงเข้ามาทัก ถามว่า ได้ข่าวว่าที่วังรื้อเรือนทิ้ง หากไม่แพงตนขอซื้อได้หรือไม่ เทียนบอกว่าไม่ต้องจ่ายเบี้ยอัฐเพราะหม่อมท่านต้องการให้เปล่าเป็นทานอยู่แล้วเพียงแต่ตอนนี้ที่วังไม่มีบ่าวไพร่ต้องหาคนไปช่วยขนเอง

คุณหญิงชมดีใจมาก บัวถามว่าจะเอาไม้ไปทำอะไรหรือ

“ฉันเพิ่งปลูกเรือนใหม่เลยอยากได้ไม้ไว้เผื่อต่อเรือนเพิ่มน่ะจ้ะ”ที่เรือนใหม่...

คุณหญิงชมเอาน้ำลอยดอกมะลิมาให้บัวดื่มขอบใจที่ได้ไม้เปล่าๆ แล้วยังหาคนมาช่วยขนให้ด้วย บัวเลียบเคียงถามหมายได้รู้ฐานะและข่าวคราวของเหม พอรู้ว่าคุณหญิงชมอยู่คนเดียว รอเหมกลับมาค่อยว่ากันอีกที

“แต่แรกฉันก็ตั้งใจจะรอพ่อเหมกลับมาก่อนแล้วค่อยปลูกเรือนแต่พอดีมีคนมาขายที่ดินให้ฉันถูกนัก ฉันจึงเอาเงินเก็บของพ่อเหมมาซื้อที่แล้วปลูกเรือนเสียเลยน่ะจ้ะ”

ขณะนั้นเองหลวงเผด็จมาร้องเรียกอยู่หน้าบ้าน คุณหญิงชมถามว่ามาหาใคร พอหลวงเผด็จพบและรู้ว่าเจอตัวคุณหญิงแล้วจึงแนะนำตัวเองว่า

“กระผมหลวงเผด็จ เป็นสหายร่วมรบกับพ่อเหม”

คุณหญิงชวนขึ้นเรือนไปคุยกัน หลวงเผด็จขอตัว บอกว่า

“พ่อเหมวานกระผมให้มาแจ้งข่าวแก่แม่นาย กระผมไปที่โรงเลี้ยงช้างมา คนที่นั่นบอกว่าแม่นายปลูกเรือนใหม่แล้วที่ละแวกนี้ กระผมจึงตามมาขอรับ” คุณหญิงชมดีใจถามว่าลูกชายตนเป็นอย่างไรบ้าง ปลอดภัยดีรึ “ปลอดภัยขอรับ แลทำความดีความชอบไว้มาก จนได้ยศเป็นหมื่นสุรบดินทร์แล้ว หัวหมื่นจึงให้กระผมมาเรียนแม่นายว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะขอรับ”

คุณหญิงชมดีใจจนน้ำตารื้นที่เหมปลอดภัยและได้บรรดาศักดิ์เป็นหมื่น

ส่วนบัวอึ้งๆอย่างนึกไม่ถึงว่าเหมจะกลับมาได้ดีอีกครั้ง

ooooooo

ค่ำนี้ เหมมากราบลาขุนนาฏและคุณปิ่น เพื่อไปทำกิจส่วนตัวที่หัวเมืองตะวันออก แลคงมิได้ร่วมทางไปส่งท่านขุนถึงพระมหานคร

“คุณเหมเกรงใจเกินไปแล้ว เรามิใช่คนอื่นไกลกัน มิต้องมีพิธีรีตองดอก” ขุนนาฏยิ้มแย้ม

ลำดวนดีใจเมื่อได้ยินพ่อท่านเรียกเหมว่า ‘คุณ’ คุณปิ่นปั้นยิ้มเอ่ยขึ้นบ้างว่า

“ถูกแล้วจ้ะ หัวหมื่นจะไปทำกระไรก็ไปเถิด มิต้องมาลาดอก”

ทั้งลำดวนและหุ่นหน้าเจื่อนไปทันที หุ่นนึกขวางถามว่า “หัวหมื่นเคารพท่านขุนกับแม่ครู จึงไปลามาไหว้ แม่ครูยังไม่พอใจอีกหรือเจ้าคะ” ก็ถูกคุณปิ่นลอยหน้าใส่ว่า

“หัวหมื่นเคารพฉันรึ คงเพราะเคยเป็นคู่หมั้นคู่หมายกับแม่บัวจนเกือบดองกันมากกว่ากระมัง”

ลำดวนยิ่งหน้าเสียเมื่อฟังรู้ว่าถูกแม่ตีกัน ขุนนาฏ ตัดบทเปลี่ยนบรรยากาศตามเคยเร่งเหมให้รีบกลับเสีย ประเดี๋ยวมืดค่ำแล้วจะกลับลำบาก ซ้ำยังบอกลำดวนให้ไปส่งด้วย คุณปิ่นมองขุนนาฏตาเขียวปั้ดแต่ขุนนาฏไม่สนใจเร่งลำดวนให้รีบไปส่ง

“เจ้าค่ะพ่อท่าน” ลำดวนยิ้มเขินรีบลุก เหมดีใจไหว้ ลาอีกครั้งแล้วลุกไปกับลำดวน คุณปิ่นเจ็บใจรีบลงเรือนตามไป หุ่นมองตามรำพึงกับขุนนาฏว่าอาการหนักมิใช่น้อยเลยนะเจ้าคะ ขุนนาฏได้แต่ถอนใจเฮือกใหญ่อย่างอ่อนใจ

ลำดวนขอโทษเหมแทนแม่ที่เหมมีบรรดาศักดิ์เป็นหมื่นแล้วแต่แม่ก็ยังไม่ไว้หน้า เหมกลับพูดขำๆว่า

“อย่ากังวลไปเลย พี่เข้าใจแม่เจ้าดี เป็นหน้าที่ของพี่ที่จะพิสูจน์ให้แม่เจ้าเห็นว่า หมื่นสุรบดินทร์คนนี้ดูแลบุตรสาวคนเล็กของท่านได้”

ลำดวนเขินอายที่เหมจีบตรงๆ คุณปิ่นที่ตามมาแอบดูแอบฟังอยู่หูผึ่งหน้าตึงทันที

ลำดวนเปลี่ยนเรื่องถามแก้เขินว่าเหมจะไปทำธุระกระไรที่หัวเมืองตะวันออกหรือ เหมเล่าว่าบุษย์บอกว่ามีคนท่าทางเหมือนลุงรีรับจ้างเป็นล่ามภาษาวิลาศอยู่ทางนั้นตนกับบุษย์จึงจะไปดูให้รู้แน่ว่าใช่ลุงรีหรือไม่ ลำดวนดีใจมากที่ความหวังล้างมลทินให้กับเจ้าคุณลุงใกล้เข้ามาแล้ว

“ก็เป็นเพราะเจ้าไม่ใช่รึ หากมิใช่เพราะเจ้าเมตตาพี่ก็คงไม่มีวันนี้ดอก เจ้าลำดวนของพี่” เหมกุมมือลำดวนยิ้มกรุ้มกริ่ม

คุณปิ่นกัดเขี้ยวเคี้ยวฟันเจ็บใจที่ลำดวนมีใจให้เหม พอหุ่นมาเรียกก็หันขวับตาเขียวใส่ถามว่ามีกระไร! หุ่นบอกว่าเหมไปแล้ว คุณปิ่นหันมองอีกทีเห็นเหมเดินออกจากบ้านไปแล้วโดยมีลำดวนยืนมองตามไม่วางตา คุณปิ่นยิ่งหงุดหงิดหันหลังเดินกลับ หุ่นพูดตามหลังว่า

“จะมีสักกี่คนที่พ้นจากตะพุ่นหญ้าช้างมามีบรรดาศักดิ์ได้ แม่ครูไม่เห็นถึงความดีแลความเพียรพยายามอีกหรือเจ้าคะ” ถูกคุณปิ่นหันตวาดว่าไม่รู้กระไรก็อย่าปากมาก ไว้รอเป็นแม่คนก่อนเถิดแล้วค่อยพูด ค้อนใส่แล้วสะบัดไป หุ่นพึมพำทะเล้น... “ไล่ให้ไปเป็นแม่คน ก็หาผัวให้ก่อนซีเจ้าคะ” แอบค้อนคุณปิ่นบ้างแล้วจึงหันไปมองลำดวนที่ยังชะเง้อคอยาวมองตามเหมไปจนลับตา...

ooooooo

เมื่อลำดวนกลับมาที่ห้องนอน คุณปิ่นตามไปคุยหมายหว่านล้อมลำดวนให้เปลี่ยนใจจากเหม ลำดวนฟังแม่แล้วยอมรับว่าตนเป็นทุกข์ เพราะนับแต่เหม
ออกศึกตนก็ทุกข์ใจราวกับจะตายแม่ท่านก็เห็นอยู่

แต่พอคุณปิ่นถามว่าแล้วไยไม่หลาบจำ หรืออยากเป็นม่ายแต่ยังสาว ลำดวนตอบอย่างหนักแน่นว่า

“ลูกเห็นจริงตามที่แม่ท่านบอกทุกประการเจ้าค่ะ แต่ความทุกข์ของลูกก็สิ้นไปทันทียามได้เห็นหน้าคุณพี่เหมอีกครั้ง” พูดแล้วเห็นแม่ถอนใจ จึงจับมือพูดจากหัวใจว่า “แลความสุขที่เกิดมาหลังจากนั้น กลับมีมากกว่าความทุกข์นัก หลังจากใคร่ครวญดูแล้ว ลูกคงมิอาจเปลี่ยนใจได้เจ้าค่ะ”

คุณปิ่นขัดใจนักแต่ยังพูดเหมือนขู่ลำดวนว่า อย่าคิดว่าสิ้นศึกนี้แล้วเหมมิต้องไปศึกใดอีก เพราะหมดศึกพม่าก็รบกับญวน หมดศึกญวนก็ยังมีพวกวิลาศคอยคุกคามอีกจะมีสุขได้อย่างไร ลำดวนเข้าไปกราบที่ไหล่คุณหญิงเอ่ยอย่างซึ้งใจว่า

“ลูกรู้ว่าแม่ท่านรักลูกนัก แต่หากบ้านเมืองมีศึกจริง มิว่าจะเป็นทหารหรือไม่ก็ไม่มีผู้ใดเป็นสุขได้ดอกเจ้าค่ะ แลความสุขของลูกก็เหมือนเทียนไขที่จุดไฟ แม้รู้ว่าจะต้องดับไปในเพลาอันสั้น แต่ก็ยังดีกว่าไม่เคยจุดไฟขึ้นมาเลยนะเจ้าคะ”

คุณปิ่นถอนใจอย่างหมดทางที่จะเปลี่ยนใจลำดวนได้แล้ว สะบัดหน้าไปทางอื่นอย่างขัดใจ ลำดวนเข้าไปกอดอย่างรู้ใจแม่ดีว่า แม้ไม่เห็นด้วยแต่แม่ก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจตน

ooooooo

7-8 วันต่อมา เหมและบุษย์ไปถึงตลาดในเมืองภาคตะวันออก ก็ได้เจอกับลุงรีที่รับจ้างแปลภาษาวิลาศเลี้ยงชีพ ลุงรีดีใจมาก ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้เจอกับเหมอีก

บุษย์บอกว่าเวลานี้ทั้งหลวงสรอรรถและพระยาปลัดต่างก็รับกรรมไปแล้ว หากลุงรีจะกลับไปอยู่ปากน้ำก็ไม่ต้องกลัวอะไรอีก ลุงรีเล่าเขินๆ ว่าตนเพิ่งได้เมียที่นี่และมีลูกเล็กๆ ไม่คิดจะไปไหนอีก แต่พอเหมถามว่าจะไปเป็นพยานรื้อฟื้นคดีความของเจ้าคุณพ่อขึ้นมาใหม่ให้ตนไหม ลุงรีตอบทันทีว่า

“ได้ซีขอรับ กระผมก็อยากล้างมลทินให้ท่านเจ้าคุณแลให้ความเป็นธรรมแก่นายฝาหรั่งเช่นกัน โดยเฉพาะท่านเจ้าคุณมิควรต้องรับอาญาหนักในสิ่งที่ตนไม่ได้ก่อเลย”

ooooooo

ขุนนาฏ คุณปิ่น ทับทิม บัว และลำดวน ไปกราบท่านเจ้าคุณพระยาพระคลังที่เรือนท่านกันพร้อมหน้า

เมื่อแม่ลูกได้เจอกันต่างก็รำพึงรำพันถึงความรักความห่วงใยที่มีต่อกัน ฝ่ายขุนนาฏก็บอกบัวว่าได้ข่าวเสด็จแล้ว บัวไม่ต้องกลัวว่าจะไร้ที่พึ่งพิง หากลำบากก็กลับไปอัมพวาบ้านเราได้ทุกเมื่อ ทับทิมหยอกว่าบัวคงไม่ไปอัมพวาแล้วแต่คงไปลำปางเสียมากกว่า

บัวเขิน แต่ทั้งลำดวน ขุนนาฏ และคุณปิ่นต่างถามว่าเหตุใดบัวจึงไปไกลถึงลำปาง ทับทิมตอบแทนบัวที่เขินอยู่ว่า “ก็เพราะเจ้าขรัวอินทร์น้องชายหม่อมดวงแขอยู่ที่ลำปางน่ะซี พ่อแม่ท่านมาพร้อมที่พระมหานครก็เหมาะนัก อีกไม่กี่วันเจ้าขรัวอินทร์คงส่งผู้ใหญ่มาทาบทามเป็นแน่”

ทุกคนดีใจมาก ขุนนาฏถามว่าเจ้าขรัวอินทร์ค้าขายกระไรหรือ เจ้าพระยาพระคลังบอกว่าหลายอย่าง แต่ที่มั่นคงใหญ่โตก็เห็นจะเป็นค้าขายไม้ ท่านรู้จักดีเพราะเคยขายไม้ให้หลายครั้ง คุณปิ่นถามว่า

“แล้วนิสัยใจคอเป็นอย่างไรบ้างเล่าเจ้าคะคุณพี่”

“ดีทีเดียว แลรูปก็งาม กิริยาวาจาก็ไม่มีที่ติ ก็พอจะกลบข้อด้อยที่เป็นเพียงลูกเมียบ่าวได้มิตะขิดตะขวงใจดอก”

ทุกคนยิ้มแย้มยินดีกับบัว แต่บัวกลับหน้าซีดเผือดนั่งอึ้ง เพราะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าอินทร์เป็นเพียงลูกเมียบ่าว

บัวคิดไม่ตกเมื่ออินทร์มาหาจึงมีทีท่าหมางเมินและในใจก็นึกรังเกียจ ความรู้สึกดีๆแลความหวังมากมายที่มีต่ออินทร์หายไปหมดสิ้น

ooooooo

คุณชายช่วงช่วยเหมคุยกับนายห้างหันแตรให้เป็นพยานในคดีของพระยาบริรักษ์ แต่นายห้างเย็นชาหมางเมินอ้างว่าคดีความจบไปนานแล้วจะรื้อฟื้นขึ้นมาอีกทำไม

นายห้างหันแตรบ่ายเบี่ยงที่จะเป็นพยานไม่พอ แม้แต่ลุงรีที่นายห้างเคยพบเห็น นายห้างก็บอกว่าจำไม่ได้แต่พวกบ่าวไพร่ด้วยกันอาจจำได้ให้คุณชายช่วงไปไต่ถามพวกนั้นเอาเองเถิด

เมื่อนายห้างหันแตรขึ้นเสลี่ยงไปแล้ว เหมปรารภว่านายห้างหันแตรที่ตนเคยพบเจอในวัยเด็กมิใช่คนเช่นนี้ คุณชายช่วงเล่าให้เหมกับบุษย์ฟังว่านับแต่นายห้างหันแตร ได้บรรดาศักดิ์เป็นหลวงอาวุธวิเศษประเทศพาณิชย์แลค้าขายจนร่ำรวยแล้ว ก็ไม่เหมือนเดิมอีก เหมไม่กังวลเพราะคนที่จำลุงรีได้ยังมีอีกมากขอแค่คนหนึ่งหรือสองคนช่วยยืนยันก็พอแล้ว

“ข้อนี้ไว้เป็นธุระฉันเอง เหมกลับเรือนไปเถิด ออกศึกมานานเดือนเสร็จศึกก็ตามเรื่องคดีความ ยังมิได้กลับไปเหยียบเรือนเลยไม่ใช่รึ”

เพียงตกเย็น เหมก็ไปถึงเรือนใหม่ที่คุณหญิงชมสร้างไว้ เห็นคุณหญิงแม่นั่งดายหญ้าเหงื่อท่วมทั้งที่เย็นแล้วก็สงสารจับใจ เมื่อเจอกันเหมบอกว่าจะไม่ยอมให้คุณหญิงแม่ต้องลำบากอีกแล้ว คุณหญิงชมกอดเหมร้องไห้ดีใจ

“หมดเคราะห์หมดโศกเสียทีนะลูกนะ” แล้วพากันขึ้นเรือนไปห้องพระ พูดคุยกับพระยาบริรักษ์ซึ่งเถ้ากระดูกบรรจุอยู่ในโกศเล็กๆ เหมจุดธูปดอกเดียวปักแล้วก้มกราบโกศของเจ้าคุณพ่อ

คุณหญิงบอกกล่าวแก่ท่านเจ้าคุณว่าเหมได้บรรดาศักดิ์เป็นหมื่นสุรบดินทร์แล้วและได้เป็นทหารสังกัดท่านเจ้าพระยาบดินทร์เดชา ถือเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลนัก เหมก็บอกเจ้าคุณพ่อว่า บัดนี้คนที่ทำร้ายเจ้าคุณพ่อมิว่าพระยาปลัดหรือหลวงสรอรรถก็รับกรรมไปสิ้นแล้ว เหลือแต่มลทินของเจ้าคุณพ่อเท่านั้น บอกเจ้าคุณว่า

“รออีกหน่อยนะเจ้าคะ ลูกจะให้ทุกคนได้รู้ว่า เจ้าคุณพ่อเป็นผู้บริสุทธิ์”

“พ่อเหมกำลังจะกู้เกียรติของท่านเจ้าคุณกลับมา แลเพลานี้ก็ได้รับราชการแล้ว หากได้เป็นฝั่งเป็นฝาเมื่อใดฉันก็คงหมดห่วงแล้วล่ะเจ้าค่ะ”

ทั้งเหมและคุณหญิงช่วยกันเล่าแลพูดคุยกับท่านเจ้าคุณประหนึ่งท่านนั่งอยู่ตรงนั้นด้วย

เหมหน้าเจื่อนเมื่อคุณหญิงแม่พูดถึงเรื่องตนเป็นฝั่งฝาแต่ยังมิกล้าเล่าเรื่องลำดวนให้ฟัง บอกแต่ว่าคุณหญิงแม่ไม่ต้องหาให้ดอก จนคุณหญิงถามว่าทำไมเล่า เหมจึงลำดับเรื่องให้ฟังเขินๆ

คุณหญิงฟังแล้วปลื้มปีติ ยังระลึกถึงน้ำใจของลำดวนที่ซื้อแตงกวามาให้กินแก้กระหาย เมื่อครั้งต้องโทษถูกพาแห่ประจาน ครั้นเหมขอให้ไปทาบทามลำดวนให้ คุณหญิงติงยิ้มๆว่า

“ใจร้อนนัก เรื่องนี้พ่อเหมต้องอดทนไว้ก่อน แม้เราจะดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่ก็ยังห่างชั้นกว่านัก ถ้าพ่อเหม ไม่อยากโดนดูถูกดูแคลนกลับมาอีกก็ต้องรอเวลาที่เหมาะควรกว่านี้”

เหมขรึมลง นึกถึงยามตกต่ำแล้วทำให้ไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม เลื่อนตัวลงนอนหนุนตักแม่ คุณหญิงลูบผมเหมไปมาทั้งรักและเอ็นดูหมดหัวใจ....

ooooooo

หมื่นวิชิตยังกร่าง ระรานเหมและตามหึงหวงลำดวนไม่เลิก เมื่อเห็นเหมพูดคุยกับลำดาวคราวใดก็หาเรื่องชกต่อยกันทุกครั้ง ลูกน้องสอพลอตามเคยยุ
ให้หมื่นวิชิตจ้างคนมีฝีมือมาเล่นงานเหม และหมื่นวิชิตก็เชื่ออีกตามเคย

ฝ่ายบุษย์ก็เร่งเหมให้รีบสู่ขอลำดวนเสียจะได้สิ้นเรื่อง เหมจำคำของคุณหญิงแม่ที่ให้หาทรัพย์สมบัติเชิดหน้าชูตาก่อนจะได้ไม่มีผู้ใดดูหมิ่นถิ่นแคลนเหมือนที่แล้วมา

“เอ็งกลัวมากไปกระมัง คนอื่นข้าเห็นมีน้อยกว่าเอ็งนัก ยังมีลูกหัวปีท้ายปีได้เลย” หลวงเผด็จติง

“ศัตรูที่เคยทำร้ายย่ำยีคุณเหมก็ไม่มีแล้ว อย่ากังวลว่าใครจะซ้ำเติมเลยขอรับ รีบตัดสินใจเถิด” บุษย์เร่ง

ฟังทั้งหลวงเผด็จและบุษย์แล้ว เหมคิดหนัก แต่ในเมื่อฐานะยังไม่มั่นคง จึงไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ooooooo

หลวงสรอรรถซุ่มรวบรวมไพร่พลล้วนฝีมือดีตั้งเป็นกองกำลังคุ้มกันการค้าฝิ่นของตน รอเวลามั่งมีเหมือนเดิมก็จะชำระแค้นเหมให้สาแก่ใจ

ความเหิมเกริมของพวกค้าฝิ่นที่ปะทะกับทหารอย่างท้าทาย ทำให้หลวงเผด็จปรารภกับเหมว่าเห็นทีต้องปราบปรามให้สิ้นซากเสียที แต่เพราะเหมยังติดเรื่องล้างมลทินให้เจ้าคุณพ่อที่ยังไม่ลุล่วง จึงยังตามไปด้วยไม่ได้ หลวงเผด็จให้เหมอยู่จัดการทางนี้ก่อน เพราะเรื่องโจรค้าฝิ่นคงต้องต่อสู้อีกนาน เหมยังมีโอกาส

เหมสังหรณ์ใจว่า โจรค้าฝิ่นพวกนี้น่าจะเกี่ยวข้องอะไรบางอย่างกับตน

แต่แล้วก็มีเรื่องบัวมาให้เหมต้องอึดอัด เมื่อบัวมาบอกคุณหญิงชมว่าหม่อมจะขายเครื่องเรือนในวัง ตนเห็นราคาถูกจึงมาบอก เหมไม่รู้จะคุยเรื่องใดกับบัวจึงนั่งนิ่งเงียบ จนเมื่อบัวลากลับ คุณหญิงบอกให้เหมไปส่ง บัวรีบบอกว่าไม่ต้องดอก แล้วลุกเดินไปโดยไม่ได้พูดคุยกับเหมแม้แต่คำเดียว
เมื่อบัวลงเรือนไปแล้ว เหมถอนใจโล่งอก คุณหญิงมองออกว่าเหมรู้สึกอย่างไร แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

ooooooo

บัวกลับมาคาดคั้นลำดวนว่าไปสมัครรักใคร่กับเหมตั้งแต่เมื่อไร ลำดวนบอกว่าที่พัตบอง แล้วย้อนถามว่าบัวกับเจ้าขรัวอินทร์เป็นอย่างไร ตนอยากเห็นหน้าเจ้าขรัวอินทร์ขึ้นมาแล้ว ทำให้บัวไม่พอใจเพราะเพลานี้ไม่อยากแม้แต่จะได้ยินชื่อนี้

ระหว่างนั้นเอง เจ้าพระยาพระคลังเข้ามาทักทายสองพี่น้องแล้วหยอกล้อลำดวนอย่างเอ็นดูว่า มีข่าวดีแต่ให้ลำดวนทายดู ลำดวนทายไม่ถูก ท่านจึงเฉลยว่า

“พ่อช่วงไปหาคนยืนยันตัวแขกรีได้แล้ว เป็นพ่อค้าชาววิลาศสองคนกับพ่อค้าชาวจีนอีกหนึ่ง” ท่านเล่าว่า “คดีความของพระยาบริรักษ์เลยถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ ภายในคืนนี้ก็คงไต่สวนทวนความกันเสร็จ วันพรุ่งนี้ก็คงมีคำสั่งลงมา”

“ลำดวนดีใจเหลือเกินเจ้าค่ะ เช่นนี้เจ้าคุณพ่อของคุณพี่เหมก็พ้นมลทินแล้วสิเจ้าคะ”

“ไม่ใช่เพียงแต่เท่านั้น แต่ศักดิ์ศรีคุณหญิงของคุณหญิงชมแลบรรดาทรัพย์สมบัติที่ถูกริบมาก็ถูกคืน ให้สิ้น คุณพี่เหมของเจ้าไม่น้อยหน้าใครในยามนี้แล้ว”

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 10 วันที่ 15 มิ.ย. 58

ละครข้าบดินทร์ บทประพันธ์โดย : วรรณวรรธน์
ละครข้าบดินทร์ บทโทรทัศน์โดย : เอกลิขิต
ละครข้าบดินทร์ กำกับการแสดงโดย : อรรถพร ธีมากร
ละครข้าบดินทร์ ผลิตโดย : บริษัท ที.วี.ซีน จำกัด
ละครข้าบดินทร์ ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - วันอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครข้าบดินทร์ เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ