อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 10/2 วันที่ 12 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 10/2 วันที่ 12 มื.ย. 58

ในรถอนวัช
ส่องแสงพูดขึ้น “ส่องต้องขอโทษพี่หนึ่งด้วยนะคะ ที่ชวนพี่หนึ่งไปทานข้าวที่ร้านนั้น ส่องไม่รู้ว่าปุ้มเค้าจะมากับคุณชาย..”
“ช่างมันเถอะ..พี่ไม่ได้ใส่ใจ” อนวัชโก
“นี่พี่หนึ่งไม่รู้สึกอะไรเหรอคะ ที่เห็นคู่หมั้นตัวเองไปนั่งกินข้าวกับผู้ชายอื่น แถมยังระริกระรี้แบบนี้..ปุ้มก็เหลือเกินนะคะ..หวานฉ่ำกับคุณชายไม่เกรงใจพี่หนึ่งเลย..ตอนจะกลับก็ไม่ยอมแม้แต่จะมาร่ำลา..คุณชายต้องเดินมาคนเดียว..ส่องน่ะเคืองแทนจริงๆ ทำยังกับคนไม่รู้จักกันยังงั้นแหละ” อนวัชคิดหนัก ส่องแสงยุซ้ำ
“ส่องว่าปุ้มเค้าดูเอาอกเอาใจ แล้วก็สนใจคุณชายมากกว่าพี่หนึ่งอีกนะคะ..เค้าทำยังกับว่าคุณชายเป็นคู่หมั้นของเค้าไม่ใช่พี่หนึ่ง..”
อนวัชหน้าบึ้ง นิ่งเงียบ ส่องแสงยิ้มพอใจ..


พรรณีกับสัทธาเดินออกมาจากร้านอาหาร
“ดีนะคะที่ 4 คนนั้นไม่เห็นเรา ไม่อย่างนั้น เราคงทำหน้าไม่ถูก อ้อ..แล้วก่อนหน้านี้พี่ปุ๊พูดอะไรค้างไว้นะคะ ณีก็มัวแต่ห่วงเรื่องชาวบ้าน ลืมเรื่องตัวเองไปเลย พี่ปุ๊จะพูดอะไรกับณีหรือเปล่าคะ?”
“เอ่อ...คือ..ไม่เป็นไรจ้ะ บรรยากาศตอนนี้มันไม่ชวนคุยแล้ว“
“ต้องพิถีพิถันขนาดนั้นเลยเหรอคะ? “
“ใช่..เรื่องสำคัญต้องพูดในวัน และ เวลา และ สถานที่ที่เหมาะสม เอาไว้คราวหน้านะ”
“ได้เลยค่ะ ณีจะรอ..ณีกลับก่อนนะคะ..แล้วเจอกันใหม่นะคะพี่ปุ๊“
“ครับ นอนหลับฝันดีนะณี..อย่าลืมฝันถึงพี่นะ”
พรรณีหัวเราะ แล้วก็ยิ้มแทนคำตอบ พรรณีเดินไป..สัทธามองตามตาละห้อย ค่อยๆล้วงกล่องแหวนออกมาดูด้วยความเสียดาย

คุณชายประสาทพรส่งหทัยรัตน์แล้วขับรถออกไป หทัยรัตน์ยืนส่งจนรถลับตา หญิงสาวหันหลังจะเดินเข้าบ้านก็ต้องตกใจที่เห็นอนวัชยืนอยู่ “คุณ..”
“เธอกำลังทำอะไรน่ะหทัยรัตน์ “
“ดิฉันไม่ได้ทำอะไรนี่คะ ก็แค่ไปข้าวกับคุณชาย เหมือนกับที่คุณก็ไปทานข้าวกับคุณส่องแสง.“
“เธอไม่ต้องมาตีฝีปากกับฉัน..เธอคิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะยอมปล่อยเธองั้นเหรอ มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนะ เธอเป็นของฉัน ฉันไม่ปล่อยเธอไปเป็นของคนอื่น “
“คุณเลิกพูดแสดงความเป็นเจ้าของฉันได้แล้ว คุณจะพูดแบบนี้ทำไมในเมื่อคุณก็รู้ว่าทุกอย่างมันเป็นเพียงการเล่นละครเท่านั้น”
“ถึงแม้จะเป็นเพียงละครแต่มันยังไม่จบ ฉันก็ไม่ปล่อย..ยังไงๆเธอก็ต้องแต่งงานกับฉันเท่านั้น”
“แค่หมั้นกันก็มากเกินไปแล้ว ฉันไม่มีวันแต่งงานกับคุณ..ฉันจะไม่แต่งงานกับคนที่ฉันไม่ได้รัก”
อนวัชทนไม่ได้ ใช้มือตะปบลงที่แขนทั้งสองข้างและจับตัวปุ้มไว้ “เธอไม่ได้รักฉันงั้นเหรอ”
“ใช่..ฉันไม่รักคุณ”
“แล้วเธอรักใคร..บอกมาสิ..เธอไม่ได้รักฉันแล้วเธอรักใคร “
หทัยรัตน์แววตาหวั่นไหวและตอบไปไม่ตรงกับใจ “ฉันรักใครก็ได้..ที่ไม่ใช่คุณ..”
อนวัชสุดทนดึงหทัยรัตน์มาจูบ หทัยรัตน์ตกใจรีบผลักออก อนวัชยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ หทัยรัตน์มองหน้าอนวัชด้วยแววตาโกรธแค้น
“โกรธเหรอ..คราวนี้จะร้องไห้แล้ววิ่งหนีขึ้นบ้านหรือจะตบฉันดีหล่ะ “
“ฉันไม่ตบคุณให้เปลืองแรงฉันหรอก และฉันจะไม่มีวันเสียน้ำตาแม้แต่หยดเดียวให้กับผู้ชายป่าเถื่อนอย่างคุณ คุณก็ดีแต่ใช้กำลังบังคับและดูถูกฉัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณได้จากฉัน ถือซะว่าเป็นเวรกรรมที่ฉันต้องชดใช้ เราหมดเวรหมดกรรมกันเมื่อไหร่ ก็อย่าหวังเลยว่าเราจะได้เจอกันอีก” อนวัชอึ้งไป “คุณอาจจะได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ แต่จำไว้นะว่าคุณไม่มีวันได้หัวใจของฉัน” หทัยรัตน์เดินขึ้นบ้านไป
อนวัชนิ่งไป..รู้สึกโหวงในใจ

สุดาเห็นหทัยรัตน์กลับมาก็ทัก “ปุ้ม...พี่หนึ่งมาหาแน่ะ เจอกันหรือยัง “
“เจอแล้วค่ะ คุยกันแล้ว แล้วก็กลับไปแล้วค่ะ “
“อ้าว เห็นพี่หนึ่งมาก่อนปุ้มกลับมาแป๊บเดียวเอง ทำไมกลับไวจัง”
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ปุ้มขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
หทัยรัตน์เดินไปเลย สุดางง

ที่บ้านเดือนประดับ สุดานั่งคุยกับสัทธา “พี่หนึ่งไปกับพี่ส่อง แล้วปุ้มไปกับคุณชายเหรอคะ”
“ก็ใช่น่ะสิ..นี่ยังไม่พอนะ ยัยปุ้มทำตัวหวานแหววกับคุณชาย แล้วไอ้หนึ่งก็ทำจี๋จ๋ากับยัยส่อง..นี่ถ้าคนอื่นเห็นคงมีเรื่องนินทากันอีกเรื่อง”
“เฮ้อ..แป้นนึกว่าหมั้นกันแล้วสถานการณ์จะดีขึ้นซะอีก นี่กลายเป็นว่าแย่ลงนะคะเนี่ย”
“เรื่องนี้ยัยส่องต้องเป็นมือที่สามเข้าแน่ๆ เพราะดูหน้าตาสดชื่นรื่นเริงเหลือเกินแถมยังทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของไอ้หนึ่งจนน่าเกลียด..”
“ถึงว่าปุ้มกลับเข้ามาอารมณ์ไม่ค่อยดี..มาถึงก็เก็บตัวไม่ยอมลงมากินข้าวเย็น..เฮ่อ..แล้วเนี่ยไม่รู้ว่าพี่หนึ่งจะเป็นยังไงบ้าง” สุดาเป็นห่วงอนวัช

ที่บ้านเพชรลดา อนวัชนั่งคิดมากอยู่คนเดียว ภาพหทัยรัตน์กับคุณชายประสาทพรแว่บเข้ามา พร้อมคำพูดของหทัยรัตน์ “คุณเลิกพูดแสดงความเป็นเจ้าของฉันได้แล้ว คุณจะพูดแบบนี้ทำไมในเมื่อคุณก็รู้ว่าทุกอย่างมันเป็นเพียงการเล่นละครเท่านั้น”
ภาพหทัยรัตน์กับคุณชายประสาทพรมีความสุข
“แค่หมั้นกันก็มากเกินไปแล้ว ฉันไม่มีวันแต่งงานกับคุณ..ฉันจะไม่แต่งงานกับคนที่ฉันไม่ได้รัก”
ภาพหทัยรัตน์ที่ร้านอาหาร
“ฉันรักใครก็ได้..ที่ไม่ใช่คุณ..”
เด็กรับใช้ยกถาดเหล้ามา ยังไม่ทันวางดี อนวัชคว้ามารินใส่แก้วแล้วยกดื่มหมดเลย เด็กรับใช้ตกใจนิดๆ และรีบเดินออกไป อนวัชดื่มต่อ ด้วยความกลุ้มใจ อนวัชยิ่งคิดยิ่งดื่มหนัก..จนเช้า..

ที่บ้านพิเศษกุล ส่องแสงเดินมาที่ห้องรับแขกฮ้มเพลงอารมณ์ดีผิดปกติ จนสีสุกสังเกตเห็น
“ทำไมวันนี้ลูกแม่อารมณ์ดีจัง”
“อารมณ์ดี..รับข่าวดีค่ะ”
“ข่าวดีอะไรเหรอลูก?”
“ก็ข่าวดี..พี่หนึ่งถอนหมั้นนังปุ้มน่ะสิคะ”
“หา! ถอนหมั้น! จริงเหรอลูก”
“วันนี้ยังไม่จริง แต่อีกไม่นาน จริงแน่นอนค่ะแม่ เจอไปขนาดนั้น ไม่ถอนหมั้นก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว ส่องล่ะสะใจจริงๆ” ส่องแสงยิ้มอย่างมีหวัง

เช้าวันต่อมา อนวัชนั่งหลับอยู่ที่ระเบียง นมพิมพ์เดินมาเห็นตกใจ “คุณหนึ่ง..คุณหนึ่ง” อนวัชไม่รู้สึกตัว นมพิมพ์เข้ามาจับตัว..แล้วสะดุ้ง “ตัวร้อนมากเลย..คุณหนึ่งคะ..คุณหนึ่ง”
อนวัชสะลึมสะลือ
อนวัชนอนอยู่บนเตียง นมพิมพ์เอาน้ำให้ดื่ม..อนวัชดื่มไปนิดแล้วก็ไอ
“เกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย ทำไมถึงได้ดื่มหนักแบบนี้..เฮ่อ..มีไข้ด้วย ตัวร้อนจนจะทอดไข่ได้อยู่แล้ว.. แม่พิมพ์ให้คุณหมอประสงค์มาดูอาการให้นะคะ”
“ไม่เป็นไร..ไม่ต้องเรียกหมอมา คุณหนึ่งไม่เป็นอะไรมาก”
“ตัวร้อนยังกะไฟแล้วยังจะบอกว่าไม่เป็นไรอีก..ถ้าไม่ยอมให้ตามหมอ .. พิมพ์เอายาลดไข้ให้นะคะ”
อนวัชส่ายหน้า “ไม่..คุณหนึ่งไม่กินยา..คุณหนึ่งจะนอน..” พูดจบอนวัชก็หลับไปเลย
“คุณหนึ่ง..คุณหนึ่ง” อนวัชไม่ตื่น นมพิมพ์ถอนใจ “เฮ่อ..ดื้อเป็นเด็กๆไปได้ ทำยังไงดีหล่ะเนี่ย”

อนวัชนอนกระสับกระส่าย เหงื่อออก ตัวร้อนด้วยพิษไข้อยู่บนเตียง จากกลางวันไปกลางคืน อนวัชยังนอนซมด้วยพิษไข้เช่นเดิม นมพิมพ์ยกถาดอาหารและยาเข้ามา พบว่าถาดอาหารและยาของเมื่อกลางวันยังไม่ถูกแตะต้อง อนวัชไม่ยอมกินอะไรเลย นมพิมพ์วางถาดใหม่ลง พลางครุ่นคิด ..

เช้าวันต่อมาที่บ้านเดือนประดับ หทัยรัตน์อยู่ในชุดลำลองอยู่ในห้องนั่งเล่น สัทธากับสุดายืนอยู่หน้าห้องนั่งเล่น พยักพเยิดกัน วางแผนกัน แล้วก็เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น ทำเป็นพูดเปรยๆ
“สองสามวันมานี้ พี่ปุ๊เจอพี่หนึ่งบ้างหรือเปล่าคะเนี่ย..อยู่ๆก็หายไปเลยนะคะ”
หทัยรัตน์ชะงัก ฟังแล้วทำเป็นไม่สนใจปักผ้าต่อ
“ไม่เจอเลย..นี่พี่โทรศัพท์ไปที่ทำงานเค้าบอกว่ามันไม่มาทำงานสองสามวันแล้วนะ..ไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า”
สัทธาพยักพเยิดกับสุดา
สุดาทำเป็นหันมาถามหทัยรัตน์ “เออ..แล้วปุ้มล่ะจ้ะ..เจอพี่หนึ่งบ้างมั้ย..? “
“ไม่เจอค่ะ” หทัยรัตน์ตอบเสียงราบเรียบ
“แล้วเราน่ะไปทะเลาะอะไรกับไอ้หนึ่งหรือเปล่า”
หทัยรัตน์ชะงักนิดๆ แล้วตอบเสียงเรียบ “เปล่านี่คะ.. “
“เอ๊ะแล้วทำไมพี่หนึ่งไม่มาเดือนประดับเลยนะ เมื่อก่อนต้องมาทุกวันถ้าไม่มาก็ต้องโทรศัพท์มาแต่นี่อยู่ๆก็หายไปเลย”
“ถ้าพี่แป้นอยากรู้ก็ลองไปถามคุณส่องแสงดูสิคะ..เธออาจจะรู้ก็ได้ “ หทัยรัตน์กระแหนะกระแหนส่องแสง
สุดากับสัทธามองกัน แล้วก็ยิ้ม
สัทธาล้อ “เอ๊ะ ปุ้มนี่พูดแปลกๆนะ พูดยังกับว่า.. “หึง” ไอ้หนึ่ง!!”
หทัยรัตน์รีบแก้ “เปล่านะคะ..ปุ้มไม่ได้หึงสักหน่อย..ปุ้มจะหึงเค้าทำไม”
สุดากับสัทธาแอบยิ้มให้กันไม่เชื่อสุดๆ.. หทัยรัตน์เหล่ๆ..
แหววเดินเข้ามาหาท่าทางตื่นเต้น “คุณปุ้มคะ..โทรศัพท์จากคุณพิมพ์ที่เพชรลดาค่ะ..คุณพิมพ์บอกว่าเกิดเรื่องใหญ่ค่ะ”
หทัยรัตน์ สัทธา กับสุดา หันไปด้วยความแปลกใจ

นมพิมพ์คุยโทรศัพท์ด้วยใบหน้ากังวล “ตอนนี้คุณหนึ่งป่วยหนักค่ะ!!!” หทัยรัตน์ตกใจ สุดา สัทธา ฟังอยู่ข้างๆ “นอนซมมา 2 วันแล้วค่ะ ป้าพิมพ์จะขอความกรุณาคุณปุ้มมาดูคุณหนึ่งได้มั้ยคะ”
หทัยรัตน์ฟังแล้วกระวนกระวายใจอยู่ลึกๆ “เอ่อ..ปุ้มขออนุญาตคุณป้าก่อนนะคะ” หทัยรัตน์ร้อนใจ แต่พยายามไม่แสดงออก
ทิพย์พูดด้วยความร้อนใจ “ไปเลย ไม่ต้องขออนุญาตป้า .. หนึ่งกับปุ้มเป็นคู่หมั้นกัน ไม่ใช่คนอื่นไกลกันสักหน่อย”
หทัยรัตน์พยายามทำเป็นไม่ร้อนใจ ทั้งที่แอบเป็นห่วงสุดๆ
สัทธารีบสนับสนุน “ใช่ รีบไปเลย ช้าไปกว่านี้เดี๋ยวไอ้หนึ่งมันจะตายไปซะก่อน”
หทัยรัตน์แอบใจเสีย แต่ยังนิ่งๆ “พี่ปุ๊ก็พูดเกินไปค่ะ ถ้าอาการหนักขนาดนั้น คุณลุงวิทย์คงไม่ปล่อยให้นอนอยู่บ้าน ป่านนี้คงไปอยู่โรงพยาบาล หรือตามหมอมาแล้ว”
“ป้ารู้มาว่าพี่วิทย์ไปราชการต่างจังหวัดกลับพรุ่งนี้ ตอนนี้ที่บ้านโน้นคงไม่เหลือใคร มีแต่แม่พิมพ์”
สุดาเสริม “นั่นสิคะ แม่พิมพ์คงไม่รู้ว่าจะทำยังไง ถึงได้โทรศัพท์มาบอกปุ้ม คิดๆแล้วก็ยิ่งเป็นห่วงพี่หนึ่งนะคะ ไม่รู้ว่าอาการเป็นยังไงบ้าง”
หทัยรัตน์ใจคอไม่ค่อยดี แววตาเป็นห่วง แต่ปากยังปิดเงียบ
สัทธาหันมาเร่ง “อ้าว ปุ้ม แล้วมานั่งทำอะไรอยู่อีก ไม่รีบไปดูไอ้หนึ่ง”
“เอ่อ .“
ทิพย์ดุหลานสาว “ไม่ต้องมาเอ่อ มาอ้อ กระบิดกระบวนร่ำไร รีบไปสิ แล้วโทรศัพท์กลับมาบอกป้าด้วยว่าอาการพ่อหนึ่งเป็นยังไงบ้าง”
“ค่ะ...งั้นปุ้มไปนะคะ”
ทิพย์ สุดา สัทธาต่างพูดพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย “รีบไปเลย!!“
หทัยรัตน์รีบลุกขึ้น จะเดินไปเลย
สุดาทักขึ้น “ปุ้มเดี๋ยวก่อน”
“คะ?”
“จะไปชุดนี้จริงๆเหรอ ? พี่ว่าเปลี่ยนชุดหน่อยดีมั๊ย ?”
หทัยรัตน์รู้สึกตัว “อ้อ ค่ะๆ ปุ้มไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ” หญิงสาวรีบเดินขึ้นบ้านไป
สัทธาพูดไล่หลัง “พี่จะให้รถมารอที่หน้าบ้านนะ”
“ค่ะ” หทัยรัตน์รีบเดินขึ้นไปที่ห้องเพื่อเปลี่ยนชุด
สุดากับสัทธามองหน้ากัน
“น้องสาวเธอ..มาดเยอะจริงๆ เป็นห่วงแต่ก็ไม่ยอมแสดงออก”
ทิพย์ขำ “เรานี่ก็จับผิดน้อง”
“แต่แป้นก็เห็นด้วยนะคะคุณแม่”
“อ้าว เราก็เป็นไปกับเค้าด้วย”
ทิพย์ สัทธา สุดา หัวเราะกันเบาๆ กับพฤติกรรมของหทัยรัตน์

ที่บ้านเพชรลดา นมพิมพ์ทักทายหทัยรัตน์ “ใช่ค่ะ..ถ้าไม่เป็นหนัก พิมพ์ไม่โทรศัพท์ไปกวน ขอบคุณคุณปุ้มมากนะคะที่แวะมา..คุณหนึ่งนอนซมอยู่ที่ห้องน่ะค่ะ”
“มีหมอมาตรวจหรือยังคะ”
นมพิมพ์ส่ายหน้าเอือม “ยังเลยค่ะ..คุณหนึ่งไม่ยอมให้เรียกหมอ บอกว่าไม่เป็นอะไรมากแค่มึนศีรษะ เฮ่อ..เรื่องดื้อเนี่ยต้องยกให้เลยค่ะ ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เปลี่ยนเล้ย..อะไรว่า “ไม่” ก็ต้อง “ไม่” แต่อะไรที่อยาก “ได้” ก็ต้อง “ได้”
หทัยรัตน์เข้าใจสุดๆ “เรื่องนี้ปุ้มทราบดีค่ะ.แล้วคุณลุงว่ายังไงล่ะค่ะ คุณอนวัชน่าจะเชื่อฟังคุณลุงบ้าง”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 10/2 วันที่ 12 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ