อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 10/3 วันที่ 12 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 10/3 วันที่ 12 มื.ย. 58

นมพิมพ์ส่ายหน้าเอือม “ยังเลยค่ะ..คุณหนึ่งไม่ยอมให้เรียกหมอ บอกว่าไม่เป็นอะไรมากแค่มึนศีรษะ เฮ่อ..เรื่องดื้อเนี่ยต้องยกให้เลยค่ะ ตั้งแต่เล็กจนโตไม่เปลี่ยนเล้ย..อะไรว่า “ไม่” ก็ต้อง “ไม่” แต่อะไรที่อยาก “ได้” ก็ต้อง “ได้”
หทัยรัตน์เข้าใจสุดๆ “เรื่องนี้ปุ้มทราบดีค่ะ.แล้วคุณลุงว่ายังไงล่ะค่ะ คุณอนวัชน่าจะเชื่อฟังคุณลุงบ้าง”

“ถ้าคุณท่านทราบก็คงจะไม่มีปัญหา แต่คุณหนึ่งเธอไม่ให้บอกค่ะ แล้วถ้าป้าแอบบอก บ้านแตกแน่ๆ แต่ถ้า..” นมพิมพ์มองหทัยรัตน์ “เป็นคุณปุ้ม..รับรองว่าบ้านไม่แตกค่ะ”


“ทำไมป้าคิดแบบนั้นคะ”
“ก็คุณหนึ่งน่ะ ยอมคุณปุ้มอยู่คนเดียวน่ะสิคะ”
“ป้าพิมพ์เข้าใจผิดแล้วหล่ะค่ะ มันไม่จริงหรอกค่ะ”
“ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูสิคะ” นมพิมพ์ยิ้มเจ้าเล่ห์

อนวัชนอนหลับอยู่บนเตียง หทัยรัตน์เดินเข้ามากับนมพิมพ์ ยืนอยู่ห่างๆปรึกษากันเสียงเบาๆ
“ถ้าจะกำลังหลับอยู่ค่ะ”
“งั้นปุ้มลงไปรอข้างล่างนะคะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณปุ้มนั่งรออยู่ในห้องนี้ดีกว่าค่ะ คุณหนึ่งเธอหลับไม่นานหรอก เดี๋ยวก็ตื่น” นมพิมพ์จูงมือหทัยรัตน์มานั่งที่เก้าอี้ข้างๆอนวัช “นั่งตรงนี้นะคะ..นี่ค่ะ..มีหนังสืออ่านแก้เหงา เดี๋ยวป้าจะลงไปโทรศัพท์หาคุณหมอประสงค์ก่อนนะคะ แล้วจะรีบขึ้นมาคุยเป็นเพื่อน”
นมพิมพ์ยิ้มให้หทัยรัตน์ หทัยรัตน์ยิ้มตอบ นมพิมพ์เดินออกไป

นมพิมพ์เดินออกมาจากห้องนอนอนวัช ยิ้มพอใจแล้วรีบเดินไปโทรศัพท์

หทัยรัตน์นั่งที่เก้าอี้ข้างอนวัช มองรอบๆห้องอย่างขัดเขิน และค่อยๆหันมามองอนวัช ชายหนุ่มนอนสงบอยู่บนเตียง ใบหน้าตอนหลับดูไม่มีพิษมีภัย เห็นใบหน้าคมสันได้รูป ความหล่อเด้งทำให้หทัยรัตน์เขินขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว..หทัยรัตน์เบนสายตาหนี พยายามทำใจแข็งไม่สนใจ หญิงสาวเหลือบไปเห็นแดดไล่มาที่เตียงเกือบจะถึงตัว จึงลุกขึ้นไปที่หน้าต่าง ปิดม่านลง และหันหลังกลับมา หทัยรัตน์สะดุ้งสุดตัว เพราะอนวัชนั่งอยู่..“อุ้ย!”
“เธอมาที่นี่ได้ยังไง”
“นั่งรถมาค่ะ”
“อย่ามายวน ฉันถามดีๆ”
“ฉันทราบว่าคุณไม่สบาย .. เลยแวะมาดูอาการ”
อนวัชตัดพ้อ “ใครบังคับให้เธอมาหล่ะ คุณพ่อ คุณอาทิพย์ หรือว่า คุณอาสุทธิ์”
“ไม่ใช่ค่ะ” อนวัชแปลกใจ และแอบคิดอย่างมีหวัง“ป้าพิมพ์เป็นคนโทรศัพท์ไปตามดิฉันค่ะ”
อนวัชหัวเราะเศร้าๆ “ถึงจะทายไม่ถูก แต่ก็ถือว่าใกล้เคียง..เพราะอย่างน้อยฉันก็รู้ว่าเธอไม่มีวันจะมาเยี่ยมฉันเพราะความตั้งใจของเธอเองเป็นอันขาด” อนวัชตัดพ้อด้วยความน้อยใจ หทัยรัตน์ไม่โต้ตอบ “แล้ววันนี้เธอไม่มีนัดกับคุณชายหรือไง”
“จะมีหรือไม่มีก็ไม่ใช่ธุระของคนป่วย”
อนวัชอ้าปากจะเถียง เสียงนมพิมพ์ดังขึ้นเป็นระฆังช่วยชีวิต “อ้าวคุณหนึ่ง ตื่นแล้วเหรอคะ” นมพิมพ์เดินเข้ามาหา “อีกครึ่งชั่วโมงคุณหมอประสงค์จะมาถึงเพชรลดาค่ะ”
“หมอประสงค์มาที่นี่ทำไมแม่พิมพ์.. ฉันบอกแล้วว่าไม่ต้อง ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”
“เอ่อ...” นมพิมพ์มองหทัยรัตน์ขอความช่วยเหลือ
“ดิฉันบอกให้แม่พิมพ์โทรศัพท์เรียกหมอเอง..พอคุณหมอมาแล้ว คุณจะเป็นหรือไม่เป็นอะไรเดี๋ยวหมอประสงค์จะเป็นคนบอกเอง “
อนวัชมองหทัยรัตน์ หทัยรัตน์ยืนนิ่ง นมพิมพ์ลุ้น

หมอประสงค์ตรวจอาการอนวัช
“อาการก็ไม่มีอะไรมากนะครับ..มีไข้เล็กน้อย แล้วก็มีอาการเครียดนิดหน่อยผมจะจ่ายยาลดไข้และยาคลายเครียดไว้ให้นะครับ ทานสัก 2-3 วันก็น่าจะหาย แต่คุณอนวัชต้องพักผ่อนและอย่าคิดมากนะครับ”
อนวัชพยักหน้ารับ
นมพิมพ์แอบซุบซิบกับหทัยรัตน์ “เห็นมั้ยคะ พอบอกว่าคุณปุ้มเป็นคนให้ตามหมอ..คุณหนึ่งก็ยอม ป้าบอกแล้วว่าคุณหนึ่งยอมคุณปุ้มอยู่คนเดียว”
หทัยรัตน์ชะงัก..ในใจแอบตื่นเต้น..แต่พยายามไม่เก็บเป็นอารมณ์
หมอประสงค์เก็บอุปกรณ์ไปพูดไป “ช่วงนี้งานยุ่งเหรอครับ ถึงได้เครียดแบบนี้”
“เอ่อ..ครับ”
นมพิมพ์รู้ทันว่าอนวัชโกหก หมอประสงค์หันมาทางนมพิมพ์ “ป้าพิมพ์ครับ..ถ้ามีอะไรก็โทร.เรียกผมได้ตลอดนะครับ..นี่ครับยา”
“ค่ะ ขอบคุณคุณหมอมากนะคะ”
“ผมไปก่อนนะครับ”
อนวัชยิ้มส่งเพลียๆ หมอประสงค์เดินออกไป
“อีฉันไปส่งค่ะคุณหมอ..” นมพิมพ์เดินตามออกไป ในห้องเหลือกันอยู่ 2 คน..
หทัยรัตน์หันไปหยิบยา “รับประทานยานะคะ” หทัยรัตน์ถือแก้วน้ำไว้และส่งยาให้อนวัช
อนวัชไม่รับและมองหน้าหทัยรัตน์ด้วยแววตาที่อ่อนล้าจากพิษไข้ “ฉันไม่เข้าใจ ทำไมเธอต้องทำเหมือนเป็นห่วงฉัน..ทั้งที่เธอเกลียดฉัน”
“จำไม่ได้เหรอคะ คุณหมอบอกไม่ให้คุณคิดมาก ห้ามเครียด รับประทานยาแล้วพักผ่อนเถอะค่ะ”
“เธอยังไม่ตอบเลย เธอตอบแล้วฉันจะกินยา”
หทัยรัตน์วางยาลงที่โต๊ะหัวเตียง ตอบน้ำเสียงนิ่งๆ ไม่ได้เหวี่ยง “ดิฉันไม่ได้เป็นห่วงคุณ แต่ดิฉันทำเพราะป้าพิมพ์บอกให้ทำ”
อนวัชแอบใจหายที่ไม่ได้ห่วง แต่ฝืนถาม “แม่พิมพ์บอกให้ทำอะไร”
“ถ้าคุณอยากรู้ก็ถามป้าพิมพ์เอาเองนะคะ..ดิฉันวางยาไว้ตรงนี้ถ้าคุณอยากจะทานเมื่อไหร่ก็ตามใจคุณ ตอนนี้หมดหน้าที่ของดิฉันแล้ว..ดิฉันคงจะต้องขอตัว” หทัยรัตน์จะเดินไป
“หทัยรัตน์..เธอมาดูอาการฉันแค่นี้เองเหรอ”
หทัยรัตน์หยุดและทำใจแข็งหันมา “ค่ะ.. “ หทัยรัตน์เดินออกไปเลย
อนวัชมองตามอยากจะเรียกไว้ แต่ไม่ทำ...อนวัชเศร้า

ที่บ้านเดือนประดับ คุณชายประสาทพรนั่งคุยกับสุดาที่ห้องรับแขก
“หทัยรัตน์ไปเยี่ยมหนึ่งเหรอครับ”
“ค่ะ ป้าพิมพ์โทรศัพท์มาบอกว่าพี่หนึ่งป่วยหนัก อยากให้ปุ้มช่วยไปดูหน่อย”
“ไปนานหรือยังครับ”
“สักพักแล้วค่ะ”
“เฮ้อ ถ้าผมป่วยบ้าง ไม่รู้หทัยรัตน์จะไปดูแลอย่างนี้บ้างหรือเปล่า”
“คุณชายอย่าพูดเปรียบเทียบแบบนี้สิคะ .. ถ้าคนอื่นมาได้ยินจะไม่งาม ..เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน สองคนนั้นเค้าอยู่ในฐานะคู่หมั้น ถ้าปุ้มไม่ไปดูแลพี่หนึ่งก็จะถูกคนเค้าครหา .. แป้นต้องขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ แต่ที่พูดเพราะไม่อยากให้คุณชายต้องเสียหาย ถ้าคำพูดนี้ไปเข้าหูพวกชอบนินทาจะกลายเป็นอาหารปากไปซะ”
คุณชายประสาทพรสะอึกเมื่อสุดาเตือนตรงๆ..สุดาลุ้นๆ .. กลัวว่าคุณชายจะโกรธ
“ขอบคุณมากครับที่พูดตรงๆ...ผมอาจจะห่างสังคมไทยไปนาน..หลงลืมไปบ้าง มีคุณเตือนก็ดี จะได้คอยระวัง”
สุดาโล่งอก “เฮ้อ ค่อยยังชั่ว ดิฉันนึกว่าคุณชายจะโกรธเสียอีก ขอบคุณนะคะที่เข้าใจ “
“ผมจะโกรธคุณได้ยังไง ในเมื่อสิ่งที่คุณเตือนคือความหวังดี .. คุณสุดาทำหน้าที่ได้สมกับเป็นผู้ช่วยพิเศษจริงๆ .. ช่วยผมได้ทุกเรื่องจริงๆ” สุดายิ้มรับ..“เฮ่อ..ถ้าหทัยรัตน์เข้าใจและเห็นใจผมแบบนี้บ้างก็คงดี .. “ ประสาทพรรำพึงออกมาแบบซื่อๆ ..
สุดาฟังแล้วชะงักนิดๆ .. รู้สึกเศร้าแปลกๆ

นมพิมพ์นั่งจ๋อย อนวัชเริ่มต้นซัก “แม่พิมพ์บอกหทัยรัตน์ให้ทำอะไร”
“ก็คุณหนึ่งดื้อไม่ยอมให้หมอมาตรวจ แล้วก็ไม่ยอมทานยา แม่พิมพ์เลยให้คุณปุ้มเธอมาปราบพยศคุณหนึ่ง..”
“ทำไมต้องเป็นเค้า”
“ก็...คุณหนึ่งไม่ยอมใคร..นอกจากคุณปุ้มนี่คะ..”
อนวัชอึ้งไป..ชะงัก..แล้วเขินๆ “ทำไมแม่พิมพ์คิดแบบนั้น..แม่พิมพ์ก็รู้ว่าคุณหนึ่งไม่มีวันยอมใคร”
“แล้วทำไมเมื่อกี๊ถึงยอมให้คุณหมอประสงค์ตรวจแล้วก็ยอมรับประทานยาแต่โดยดีหล่ะคะ ไม่เห็นต่อว่าโวยวายคุณปุ้มเธอสักคำ..แบบนี้ไม่เรียกว่า “ยอม” แล้วเรียกว่าอะไรคะ”
นมพิมพ์ได้ทีใส่เป็นชุด ตบท้ายด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม อนวัชอึ้งไป เถียงไม่ออก “ไม่เถียงก็แปลว่ายอมรับใช่มั้ยคะ”
อนวัชเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง “เอาล่ะ..แม่พิมพ์ออกไปได้แล้ว..คุณหนึ่งจะพักผ่อน”
“เจ้าค่ะ” นมพิมพ์ยิ้มแล้วก็เดินออกไป อนวัชนั่งนิ่งอึ้งอยู่บนเตียง..ยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี

ที่บ้านเดือนประดับ สุดา ทิพย์ คุยกับหทัยรัตน์อยู่ในห้องรับแขก
ทิพย์ซัก “หนึ่งอาการเป็นยังไงบ้าง?”
“หมอประสงค์บอกว่าเป็นไข้หวัด ให้ทานยาแล้วก็พักผ่อนมากๆเดี๋ยวก็หายค่ะ”
“งั้นพรุ่งนี้ปุ้มก็ไปดูอาการหนึ่งเค้าอีกวันแล้วกัน”
“เอ่อ..”
สุดาเห็นด้วย “ดีค่ะ..แป้นจะได้ตุ๋นซุปเยื่อไผ่ไปให้พี่หนึ่งด้วย..”
“งั้นพรุ่งนี้ปุ้มก็ไปแต่เช้าเลยแล้วกัน..หนึ่งจะได้ทานซุปร้อนๆ”
สุดากับทิพย์เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย..หทัยรัตน์เถียงไม่ออก “เอ่อ.. ค่ะ..”
เช้าวันต่อมา ที่บ้านเพชรลดา
ส่องแสงทำทีเป็นห่วงอนวัชสุดๆ “พี่หนึ่งขา...ส่องขอโทษนะคะที่เพิ่งมาเยี่ยม เพราะส่องเพิ่งจะรู้ข่าวเมื่อเช้านี้เอง..นี่ถ้าส่องไม่โทรศัพท์มา เด็กที่บ้านไม่บอก ส่องก็คงไม่ทราบ..แล้วนี่พี่หนึ่งเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ”
“พี่ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกจ้ะ แค่เป็นไข้นิดหน่อย”
“นิดหน่อยอะไรคะ..ดูสิ..หน้าซีดไปตั้งเยอะ..แล้วพี่หนึ่งป่วยแบบนี้ไม่มี “ใคร” มาอยู่ดูแลเหรอคะ? แม่คู่หมั้นของพี่หนึ่งหล่ะคะ..ทำไมไม่มาดูแล หรือมัวแต่ควงผู้ชายอื่นเพลินจนไม่มีเวลาสนใจคู่หมั้นที่นอนป่วยอยู่ที่นี่” อนวัชนิ่งวูบไป ส่องแสงทำเป็นรู้สึกผิด “อุ๊ย! ขอโทษนะคะที่ส่องพูดให้พี่หนึ่งไม่สบายใจ..แต่ส่องน้อยใจแทนพี่หนึ่งนะคะ”
อนวัชเศร้าหมดแรงตอบโต้ ส่องแสงยิ้มพอใจ

หทัยรัตน์เดินเข้ามาในครัวพร้อมกับปิ่นโตเล็กๆที่ใส่ซุปเยื่อไผ่ของสุดา “สวัสดีค่ะป้าพิมพ์ “
“อ้าว..คุณปุ้ม..มาแต่เช้าเลยนะคะ ถ้าคุณหนึ่งรู้คงจะดีใจจนหายป่วยแน่ๆค่ะ”
หทัยรัตน์เขินๆ แต่ฟอร์มนิ่ง “พี่แป้นฝากน้ำซุปมาให้คุณอนวัชน่ะค่ะ”
“เดี๋ยวป้าจัดการให้เองค่ะ คุณปุ้มขึ้นไปหาคุณหนึ่งก่อนนะคะ ป้าเพิ่งให้เด็กยกโจ๊กขึ้นไป..ป้ารบกวนคุณปุ้มบอกคุณหนึ่งด้วยว่าซุปของคุณแป้นจะรีบตามขึ้นไป อย่าเพิ่งอิ่มซะก่อนนะคะ.”.
“เอ่อ..” หทัยรัตน์ไม่ค่อยอยากไป
นมพิมพ์รีบดันหลัง “ไปเถอะค่ะ..เดี๋ยวคุณหนึ่งจะอิ่มโจ๊กซะก่อน...ไปค่ะเดี๋ยวป้าตามไปนะคะ..”
หทัยรัตน์จำใจต้องไป นมพิมพ์ยิ้มมีความสุข

จวงยกโจ๊กเข้ามาในห้องนอนอนวัช ส่องแสงเห็นแล้วเสนอตัวทันที “เอาโจ๊กมานี่มา..เดี๋ยวฉันป้อนให้พี่หนึ่งเอง”
“ไม่ต้องหรอก..พี่ทานเองได้”
“อุ๊ย..ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องเกรงใจนะคะ..พี่หนึ่งนอนพักให้สบายเถอะค่ะ..เดี๋ยวส่องป้อนให้เองนะคะ.. เอามานี่มา.. “
จวงส่งถาดอาหารให้ส่องแสง และเดินออกไป ส่องแสงป้อนโจ๊กให้อนวัช “รับประทานเยอะๆนะคะ”
ส่องแสงป้อนโจ๊กให้อนวัชหน้าบานเป็นจานดาวเทียม บรรยากาศดูหวานแหววเหมือนคู่รัก

หทัยรัตน์เดินมาถึงหน้าห้องนอนอนวัช แล้วก็ชะงัก..เมื่อเห็นส่องแสงกำลังป้อนโจ๊กให้ชายหนุ่ม
“พี่หนึ่งรับประทานให้หมดนะคะ ถ้าหมด ส่องจะมีรางวัลให้”
“ส่องเห็นพี่หนึ่งเป็นเด็กเหรอครับ ถึงได้เอารางวัลมาหลอกล่อแบบนี้”
“ไม่ใช่นะคะ..ส่องแค่เป็นห่วงอยากให้พี่หนึ่งรับประทานให้หมดจะได้หายเร็วๆไงคะ.. แล้วส่องก็ไม่ได้หลอกนะคะถ้าพี่หนึ่งรับประทานหมดส่องมีรางวัลให้จริงๆนะ
“งั้นพี่จะเป็นเด็กดีรับประทานให้หมด จะได้รู้ว่ารางวัลเป็นอะไร”
“ดีค่ะ..อ้าคำโตนะคะ”
หทัยรัตน์อึ้งไป..รู้สึกใจเต้นแรงผิดปกติ..หน้าร้อนผ่าว “หึงเว้ย”..หทัยรัตน์รีบเบือนหน้าหนีและเดินออกไปอย่างเร็วที่สุด
นมพิมพ์ยกถ้วยซุปมา หทัยรัตน์เดินสวนไปอย่างเร็ว
“อ้าวคุณปุ้ม..จะไปไหนคะ”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 10/3 วันที่ 12 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ