อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 10/4 วันที่ 13 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 10/4 วันที่ 13 มื.ย. 58

นมพิมพ์ยกถ้วยซุปมา หทัยรัตน์เดินสวนไปอย่างเร็ว
“อ้าวคุณปุ้ม..จะไปไหนคะ”
“ปุ้ม..เพิ่งนึกได้ว่ามีธุระสำคัญน่ะค่ะ..ต้องรีบไป..ปุ้มขอตัวก่อนนะคะ” หทัยรัตน์รีบเดินไป
“อ้าว..แต่ซุปนี่..”
หทัยรัตน์ไม่สนใจเดินจ้ำอ้าวออกไปเลย นมพิมพ์มองตามงงๆ

โจ๊กในชามเหลือนิดหน่อย
“พี่หนึ่งเก่งจัง อีกนิดนึงก็หมดแล้วค่ะ”
นมพิมพ์เดินเข้ามา เห็นส่องแสงป้อนโจ๊กให้อนวัช ก็ชักสีหน้าพอจะเข้าใจหทัยรัตน์ “อะแฮ่ม..” อนวัชกับส่องแสงหันมาทางนมพิมพ์..“คุณหนึ่งคะ..คุณแป้นฝากซุปเยื่อไผ่มาให้คุณหนึ่งค่ะ..ไม่ทราบว่าจะรับประทานเลยหรือเปล่าคะ .. หรืออิ่มโจ๊กไปแล้ว” นมพิมพ์เน้นแกมประชด
“แป้นฝากมาเหรอ..แล้วฝากมากับใครล่ะ”


“ก็..คู่หมั้นของคุณหนึ่งไงคะ”
ส่องแสงชักสีหน้าที่พิมพ์พูดคำว่า “คู่หมั้น”
อนวัชรีบถาม “ปุ้มมาเหรอ..” ส่องแสงหันขวับมาทางอนวัชทันทีด้วยความไม่พอใจ ชายหนุ่มถามต่อ “แล้วอยู่ไหน? “
“กลับไปแล้วค่ะ..สงสัยคุณปุ้มจะเห็นว่าคุณหนึ่งมีคนดูแลแล้ว ถึงได้รีบกลับไปแบบนี้”
ส่องแสงยิ้มพอใจ แต่แกล้งบีบเสียงเล็กเสียงน้อย อ่อยๆ “แหมที่จริงปุ้มไม่น่าคิดมากเลยนะคะ ส่องมาดูแลพี่หนึ่งในฐานะน้องสาวเท่านั้นเอง ทีตัวเองควงกับผู้ชายอื่นไปดูหนัง ฟังเพลง พี่หนึ่งยังไม่เห็นว่าสักคำ”
“ก็เพราะคุณหนึ่งทราบว่าคุณปุ้มไปด้วยความบริสุทธิ์ใจน่ะสิคะ ถึงได้ไม่ว่า แต่กับผู้หญิงบางคนที่ไม่น่าไว้ใจ มาเกาะแกะพัวพันกับคุณหนึ่ง .. คุณปุ้มก็น่าคิดมากไม่ใช่เหรอคะ”
ส่องแสงชักสีหน้า มองนมพิมพ์ด้วยความไม่พอใจ “เธอหมายถึงใคร”
อนวัชตัดบท “แม่พิมพ์จ้ะ..เอาซุปมาให้คุณหนึ่ง ..เดี๋ยวคุณหนึ่งจะกินเลย ส่องไม่ต้องป้อนพี่แล้วหล่ะจ้ะ..พี่กินเองได้”
ส่องแสงวางถ้วยโจ๊กบนโต๊ะด้วยความไม่พอใจ และปรายตามองนมพิมพ์ด้วยความหมั่นไส้ นมพิมพ์เชิดใส่ไม่สนใจ

ที่บ้านพนัสพงษ์ พรรณีนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่น
นวลเดินพรวดพราดเข้ามาด้วยความร้อนใจ “แม่ณี รู้เรื่องที่คุณอนวัชเค้าหมั้นกับนังปุ้มรึเปล่า เพื่อนแม่เค้าลือกัน แต่แม่ไม่เชื่อ”
“เอ่อ.. ณีก็ไม่เชื่อค่ะ . ณีว่าคงไม่จริงมั้งคะ พี่หนึ่งไม่เห็นบอกอะไร”
“นั่นไง !! ว่าแล้วเชียว คนอย่างคุณอนวัชจะไปหมั้นกับนังเด็กไร้สมบัติอย่างนั้นได้ยังไง คอยดูเถอะ เดี๋ยวแม่จะไปตอกหน้านังคนปล่อยข่าวให้หน้าหงายไปเลย” พรรณียิ้มแหยๆ ลำบากใจที่โกหกแม่ “เออนี่...แม่รู้วิธีสยบข่าวลือที่ดีที่สุดได้แล้ว” พรรณีหันมาฟัง นวลพูดแววตาเป็นประกาย “เราต้องรีบหมั้นหมายกับคุณอนวัชให้เร็วที่สุด”
พรรณีช็อค.. “ห๊ะ?”
“พอเราหมั้นกับคุณอนวัช..ข่าวลือไร้ความจริงพวกนี้มันก็จะหมดไปเอง ว่าแต่ .. เรากับคุณหนึ่งก็ควงกันมานานแล้ว เมื่อไหร่จะมีข่าวดีให้แม่ชื่นใจสักที”
“เอ่อ..”
“นี่อย่ามาทำเป็นใจเย็นรู้หรือเปล่า สาวๆจ้องจะตะครุบคุณอนวัชกันทั้งพระนคร เราต้องรีบมัดใจให้เร็วที่สุด แม่พลาดหวังจากตานิจมาคนนึงแล้ว..เราอย่าทำให้แม่ผิดหวังอีกคน รู้หรือเปล่า!”
พรรณีหนักใจ ยิ่งเครียด ไม่รู้จะบอกความจริงแม่ได้ยังไง

ที่บ้านเดือนประดับ..สัทธานั่งคุยกับทิพย์ สุทธิ์ และ สุดาอยู่ในห้องนั่งเล่น
“คุณพ่อ คุณแม่ครับ ผมมีข่าวจะแจ้งให้ทราบ แต่จะเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณพ่อ คุณแม่อนุญาตหรือเปล่า”
ทิพย์แซวลูกชาย “สำบัดสำนวนเชียวนะ จะขออะไรก็บอกมาเถอะตาปุ๊”
“ผมจะขออนุญาตแต่งงานกับพรรณี พนัสพงษ์ครับ”
ทิพย์ สุทธิ์ สุดา ไม่แปลกใจได้แต่ยิ้มรับ
“หนูณีเป็นเด็กดี กริยามารยาทก็งาม ถ้าเราทำให้เค้าตกลงปลงใจได้ แม่ก็ไม่มีปัญหา”
สัทธาหันหน้าไปทางพ่อ เพื่อรอคำตอบ
“ถ้าแม่เห็นด้วย พ่อก็ไม่มีปัญหา “
“หมายความว่าอนุญาตใช่มั้ยครับ”
“ใช่”
“ไชโย !!! งั้นผมจะรีบแจ้งข่าวกับณีเลยนะครับ จะได้รีบดำเนินการขั้นต่อไป”
“จ้ะ “
“ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่มากครับ ขอบคุณครับ “ สัทธารีบลุกพรวดเดินไป
สุทธิ์มองตามยิ้มๆ “ช่วงนี้นี่บ้านเรามีแต่ข่าวมงคล ปุ้มก็หมั้นหมาย ตาปุ๊ก็มีกำลังจะมีคู่ครอง เหลือแต่เราล่ะ แป้น มีใครในใจบ้างหรือเปล่า”
สุดาสะอึก ทิพย์หันมาถาม “นั่นสิ..แม่ไม่เคยเห็นเราจะพาผู้ชายมาแนะนำให้พ่อกับแม่รู้จักบ้างเลย..ตกลงลูกสาวแม่มีใครอยู่ในใจบ้างหรือเปล่า”
“เอ่อ....ไม่มีหรอกค่ะ..แป้นไม่เคยได้เจอใคร..จะไม่มีใครในใจได้ยังไงกันคะ..แป้น..ไม่มีใครทั้งนั้นค่ะ” สุดาโกหกไป..แอบโกหกใจตัวเองไปด้วย ... แต่ก็ไม่รู้ว่าจะโกหกไปได้นานอีกแค่ไหน

ที่บ้านเพชรลดา อนวัชนอนอยู่
นมพิมพ์เดินเข้ามาด้วยความสงสัย “อ้าว..คุณส่องแสงกลับไปแล้วเหรอคะ”
“เห็นว่าจะออกไปซื้อผลไม้ เย็นๆจะกลับมาอีก”
“จะกลับมาอีกเหรอคะ?“
“ทำไมเหรอ”
“ก็..แปลกใจน่ะค่ะ คุณส่องแสงเธอจะเป็นห่วงคุณหนึ่งทำไมนักหนา ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”
“ก็ยังดีกว่าคนที่เป็นอะไรกันแต่ไม่คิดจะเป็นห่วง มีอย่างที่ไหน เอาของมาให้ถึงที่บ้าน แต่ไม่คิดจะมาเจอหน้าทักทายกันสักนิด ... ใจดำ” อนวัชตัดพ้อถึงหทัยรัตน์อย่างน้อยใจ นมพิมพ์เห็นใจ
หทัยรัตน์นั่งบนเตียง ใจสับสนว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรกันแน่ หทัยรัตน์นึกถึงภาพที่เห็นส่องแสงป้อนอาหารให้อนวัช แล้วตัวเองก็อึ้งไป..รู้สึกใจเต้นแรงผิดปกติ..หน้าร้อนผ่าว จนรีบเบือนหน้าหนีไม่อยากมอง หทัยรัตน์คิดหนัก

สุดาหยิบจดหมายจากคุณชายมาจะอ่านเล่นสุดาอ่านไปยิ้มไป แต่แล้วก็คิดถึงที่พ่อแม่ถาม
“ช่วงนี้นี่บ้านเรามีแต่ข่าวมงคล ปุ้มก็หมั้นหมาย ตาปุ๊ก็มีกำลังจะมีคู่ครอง เหลือแต่เราล่ะ แป้น มีใครในใจบ้างหรือเปล่า”
“นั่นสิ..แม่ไม่เคยเห็นเราจะพาผู้ชายมาแนะนำให้พ่อกับแม่รู้จักบ้างเลย..ตกลงลูกสาวแม่มีใครอยู่ในใจบ้างหรือเปล่า”
สุดาคิดถึงคุณชายประสาทพร....แล้วก็เศร้า..เฮ่อออ

อนวัชนอนบนเตียง พลางพลิกตัวไปมาเพราะนอนไม่หลับ นึกถึงสิ่งที่ส่องแสงเล่าให้ฟัง
“แหมที่จริงปุ้มไม่น่าคิดมากเลยนะคะ ส่องมาดูแลพี่หนึ่งในฐานะน้องสาวเท่านั้นเอง ทีตัวเองควงกับผู้ชายอื่นไปดูหนัง ฟังเพลง พี่หนึ่งยังไม่เห็นว่าสักคำ”
อนวัชนอนก่ายหน้าผาก คิดหนักเรื่องหทัยรัตน์

คุณชายประสาทพรนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานพลางนึกถึงหทัยรัตน์ที่มีอาการแปลกๆ เขานึกถึงภาพหทัยรัตน์นั่งนิ่งไม่พอใจตอนที่ส่องแสงมาประชดประชัน คุณชายประสาทพรคิดหนัก..อยากรู้ใจหทัยรัตน์ ครุ่นคิดว่าหทัยรัตน์เป็นอะไรกันแน่

หทัยรัตน์ อนวัช ประสาทพร และ สุดาต่างวนเวียนอยู่กับความไม่รู้ที่ไม่มีคำตอบออกมาจากหัวใจ

เช้าวันต่อมา ที่บ้านเพชรลดา นมพิมพ์จัดอาหารเช้าให้วิทย์
วิทย์เดินลงมา “ทำไมไม่มีใครบอกฉัน ว่าตาหนึ่งนอนซมอยู่ตั้งสองสามวัน”
“คุณหนึ่งเธอไม่ให้บอกน่ะค่ะ คุณท่านก็ทราบนี่คะว่าถ้าพิมพ์ขัดคำสั่งแล้วจะเป็นยังไง”
“เฮ่อ ฉันเลี้ยงตาหนึ่งตามใจเกินไป เลยเอาแต่ใจเอาแต่อารมณ์แบบนี้..ใครพูดก็ไม่ฟัง”
“แต่ตอนนี้มีคนที่พูดแล้วคุณหนึ่งฟังอยู่คนนึงนะคะ”
“ใคร?”
“คุณปุ้มไงคะ วันก่อนคุณปุ้มเธอบอกให้เรียกหมอ ให้ทานยา คุณหนึ่งเธอเงียบกริบไม่โต้แย้งสักคำเลยค่ะ”
“เฮ่อ..ไอ้เจ้าหนึ่งนี่มันแพ้ทางหนูปุ้มจริงๆนะ”
“แพ้ความน่ารักด้วยมั้งคะ..คุณหนึ่งเธอโชคดีนะคะที่ได้คุณปุ้มเป็นคู่หมั้น แต่อีฉันไม่แน่ใจว่าจะโชคดีได้มาเป็นภรรยาหรือเปล่า”
“ทำไมแม่พิมพ์คิดแบบนั้นล่ะ”
“คุณท่านก็ทราบดีนี่คะว่ามีผู้ชายมารุมล้อมสนใจคุณปุ้มตั้งมากมาย คุณหนึ่งเธอก็เนื้อหอมมีสาวๆมาติดใจตั้งหลายคน ถ้าไม่รีบจัดการแต่งงานให้เรียบร้อย อะไรที่มันว่าแน่ก็อาจจะไม่แน่ก็ได้นะคะ”
“นั่นสินะ..ฉันก็ใจเย็นไป..เห็นทีคงจะต้องหาเวลาไปคุยกับคุณสุทธิ์และคุณทิพย์เรื่องงานแต่งงานของหนึ่งกับปุ้มให้เป็นเรื่องเป็นราวสักที”
นมพิมพ์ยิ้มเห็นด้วย
หน้าห้องกินข้าวส่องแสงยืนแอบฟังอยู่..ใบหน้าเครียด ตัวสั่นด้วยความโกรธ!!!

ที่บ้านพิเศษกุล ส่องแสงโยนปิ่นโตและกล่องอาหารลงในถังขยะด้วยความโกรธ“ไม่ต้องกงไม่ต้องกินมันแล้ว..หมั่นไส้”
สีสุกตกใจ รีบวิ่งมาดู “ส่องเป็นอะไรลูก..อ้าวนี่มันอาหารที่จะเอาไปให้คุณหนึ่งนี่ลูก ทำไมเอามาทิ้งแบบนี้ล่ะห๊ะ ส่องหมั่นไส้ใครลูก”
“ก็นังพิมพ์ขี้ข้าพี่หนึ่งน่ะสิคะ มันยุให้คุณลุงวิทย์รีบจัดงานแต่งงานให้นังปุ้มกับพี่หนึ่ง”
สีสุกตาโต “ห๊ะ !! แล้วมันมีสิทธิ์อะไรมายุ่งเรื่องนี้หะ”
“ก็นั่นน่ะสิคะ.. เป็นแค่คนใช้ทำสาระแนไม่เข้าท่า ชูหางนังปุ้มจนน่าหมั่นไส้ คอยดูนะถ้าส่องได้แต่งงานกับพี่หนึ่งเมื่อไหร่ ส่องจะไล่มันออกเป็นคนแรกเลย” ส่องแสงคิดแค้น
“ตายแล้ว นี่ถ้าคุณพี่จับคุณหนึ่งแต่งงานกับนังปุ้มจริงๆ เราก็จะแย่นะลูก”
“ไม่ ส่องไม่ยอม !! ส่องต้องหาทางขัดขวางไม่ให้งานแต่งงานเกิดขึ้น !!! มันจะต้องไม่เกิดขึ้น !!” ส่องแสงคิด..คิด..

สุดานั่งอ่านจดหมายที่ประสาทพรเขียนมาพลางอมยิ้มไปด้วย
“ผมไม่มีคำถามอะไรแล้ว นอกจากจะถามสารทุกข์สุขดิบของเจ้าหน้าที่พิเศษของผมบ้าง หวังว่าปฏิบัติการลับนี้จะไม่ทำให้คุณต้องเสียเวลามากจนเกินไป อย่าหักโหมกับการปฎิบัติหน้าที่จนเกินไปนะครับ รักษาสุขภาพด้วย ด้วยความขอบใจ.”.
จู่เสียงเคาะประตูดังขึ้น และสัทธาก็เปิดประตูพรวดเข้ามา “เก็บตัวเป็นนางห้องอยู่ได้ ลงไปกินของว่างได้แล้ว”
สุดาตกใจรีบเก็บจดหมายลงในลิ้นชัก ปิดลิ้นชัก และหันมาตอบ “ค่ะๆ .. ไปค่ะ” สัทธาเห็นอาการสุดาแปลกๆ ..สุดาพยายามทำตัวปกติ “พี่สัทธาพรวดพราดเข้ามาแป้นตกใจหมดเลย ทีหลังเรียกเฉยๆก็ได้” สุดาพูดจบก็เดินออกจากห้องไป
สัทธามองตามสุดาอย่างงงๆ รู้สึกแปลกๆ พลันสายตาสะดุดเข้ากับลิ้นชักที่ปิดไม่สนิท สัทธาแปลกใจ จะเดินไปปิดลิ้นชักให้ แต่ปิดไม่เข้า สัทธาดึงลิ้นชักออกเพื่อจะดันเข้าให้สนิท แต่เห็นจดหมายเสียก่อน สัทธาชะงัก..ค่อยๆหยิบจดหมายปึกนั้นขึ้นมาดู พอหยิบดูทีละฉบับแล้วความแปลกใจก็เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ที่บ้านกนกพร คุณชายประสาทพรนั่งคุยกับส่องแสง “คุณส่องแสงมาหาผมแต่เช้า มีเรื่องอะไรเหรอครับ”
“ส่องมาก็เพราะมีเรื่องอยากจะถามคุณชาย..” ส่องแสงมองซ้ายมองขวาว่าปลอดภัย “คุณชายทราบเรื่องการแต่งงานของพี่หนึ่งกับปุ้มบ้างหรือยังคะ”
คุณชายประสาทพรตกใจ “ยังครับ..ผมไม่ทราบ ไม่มีใครบอกเลยครับ”
“ส่องว่าแล้ว ต้องเป็นการเตรียมการณ์เงียบๆของพวกผู้ใหญ่แน่ๆ”
“ผู้ใหญ่..นี่หมายความหทัยรัตน์กับหนึ่งก็ยังไม่รู้เรื่องเหรอครับ”
“ส่องคิดว่าอย่างนั้นนะคะ ที่ส่องรู้เพราะแอบได้ยินคุณลุงวิทย์คุยกับแม่พิมพ์น่ะค่ะ” ส่องแสงหันมาทางคุณชายประสาทพร “คุณชายคะ..แล้วถ้าการแต่งงานมันต้องเกิดขึ้นจริงๆคุณชายจะยอมมั้ยคะ”
คุณชายประสาทพรนิ่งคิด “ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจอะไรหรอกครับ เพราะการแต่งงานมันเป็นเรื่องของคนสองคนถ้าหนึ่งกับหทัยรัตน์เค้ายินดี ผมก็ต้องยินยอม”
“อุ๊ย..สองคนนั้นเค้าไม่ยินดีหรอกค่ะ ก็อย่างว่านะคะ คนไม่ได้รักกันจะให้แต่งงานกันได้ยังไง คุณชายคะ..ส่องคิดว่ามันถึงเวลาแล้วนะคะที่คุณชายต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อยับยั้งการแต่งงานครั้งนี้” คุณชายประสาทพรชะงักคิด “ครั้งก่อนที่ปุ้มจำเป็นต้องหมั้นกับพี่หนึ่งเพราะไม่มีคุณชายมารับหน้าแทน แต่ตอนนี้คุณชายอยู่ที่นี่แล้วนะคะ อย่าปล่อยให้ปุ้มต้องจำใจแต่งงานกับผู้ชายที่ตัวเองไม่ได้รักนะคะ ตอนนี้คุณชายยังมีโอกาสที่จะเป็นเจ้าบ่าวของปุ้ม แต่ถ้าช้าไปกว่านี้..โอกาสดีๆมันอาจจะหลุดลอยไปก็ได้นะคะ”

ที่บ้านเพชรลดา คุณชายประสาทพรยืนอยู่ครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไป เหมือนต้องการจะค้นหาบางอย่าง

คุณชายประสาทพรนั่งคุยกับนมพิมพ์อยู่ในห้องรับแขก มีเด็กรับใช้ 4-5 คนกำลังเก็บกวาดห้องรับแขกกันยกใหญ่ รูปของแม่และย่าของอนวัชถูกยกมาแขวนไว้ที่ผนัง
“คุณหนึ่งบอกว่าจะกลับช้าหน่อยค่ะ ต้องสะสางงาน เพราะลาป่วยมาซะหลายวัน งานเลยคั่งค้างไว้เยอะน่ะค่ะ คุณชายมีธุระด่วนหรือเปล่าคะ พิมพ์จะได้โทรศัพท์เรียนคุณหนึ่ง”
“ไม่เป็นไรครับ..ผมแค่แวะมาเยี่ยมเยียน เห็นได้ข่าวว่าป่วย..แต่ถ้าตอนนี้สบายดีแล้วก็ไม่มีอะไรครับ” คุณชายประสาทพรมองรอบๆด้วยความแปลกใจ “แล้วนี่มีเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ..ทำไมแม่พิมพ์ถึงได้คุมเด็กๆเก็บกวาดบ้านกันยกใหญ่เลย”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 10/4 วันที่ 13 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ