อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 10/5 วันที่ 13 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 10/5 วันที่ 13 มื.ย. 58

“ไม่เป็นไรครับ..ผมแค่แวะมาเยี่ยมเยียน เห็นได้ข่าวว่าป่วย..แต่ถ้าตอนนี้สบายดีแล้วก็ไม่มีอะไรครับ” คุณชายประสาทพรมองรอบๆด้วยความแปลกใจ “แล้วนี่มีเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ..ทำไมแม่พิมพ์ถึงได้คุมเด็กๆเก็บกวาดบ้านกันยกใหญ่เลย”
“อ๋อ...ก็เตรียมตัวไว้น่ะค่ะ..เพราะไม่นานนี้ที่เพชรลดาอาจจะมีงานใหญ่ค่ะ..” นมพิมพ์ยิ้มและพูดหยอดให้คุณชายประสาทพรสนใจ ซึ่งได้ผล

“งานใหญ่..งานอะไรครับ” คุณชายประสาทพรแอบหวั่นอยู่ในใจ
นมพิมพ์ทำเป็นพูดเสียงเบาๆ “ก็อีกไม่กี่วันนี้..คุณท่านจะไปเจรจาเรื่องงานแต่งงานของคุณปุ้มกับคุณหนึ่งที่เดือนประดับค่ะ..และถ้าไม่มีปัญหาอะไรคุณหนึ่งกับคุณปุ้มก็คงจะแต่งงานกันในอีกไม่นานนี้ค่ะ.” คุณชายประสาทพรอึ้งไป นมพิมพ์ได้ทีพูดต่อ “พิมพ์ก็เลยจัดบ้านเพื่อเตรียมจัดงานแล้วก็สำหรับต้อนรับคุณปุ้มด้วย เอ่อ..แต่ว่าคุณชายทราบแล้วอย่าเพิ่งเอ็ดไปนะคะ เพราะข่าวนี้ยังเป็นข่าวภายในที่ไม่มีใครรู้..คุณหนึ่งกับคุณปุ้มก็ยังไม่รู้นะคะ”


ที่บ้านกนกพร คุณชายประสาทพรครุ่นคิดถึงคำพูดของส่องแสง
“ตอนนี้คุณชายยังมีโอกาสที่จะเป็นเจ้าบ่าวปุ้มนะคะ แต่ถ้าช้าไปกว่านี้ โอกาสดีๆมันอาจจะหลุดลอยไปก็ได้นะคะ”
คุณชายประสาทพรคิด และหยิบแหวนแต่งงานของครอบครัวออกมาจากกล่อง

นวลกำลังนั่งทำผมอยู่ร้านทำผมชื่อดัง ในมือถือหนังสือดาราอ่านฆ่าเวลา
เสียงช่างทำผมชวนคุยดังขึ้น “คุณนายคะ ฉันได้ยินข่าวลือเรื่องคุณอนวัชหมั้นกับเด็กที่บ้านเดือนประดับขอมาเลี้ยง เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าคะ ตอนนี้ทั้งตลาดเขาลือกันสนั่นเชียวค่ะ”
นวลอ้าปากกำลังจะตอบ แต่ดั๊นมีเสียงของสีสุกดังมาจากอีกทิศ “โอ๊ยยย เรื่องนั้นมีตื้นลึกหนาบาง !! ถ้าไม่ใช่คนใน ไม่รู้หรอก “
หือ?? นวลหูผึ่ง .. “อ้าว..ไม่ได้ถามฉันเหรอ ?” นวลลดหนังสือลง มองช่างที่กำลังทำผมตัวเองอยู่ ถึงได้รู้ว่าไม่ได้พูด
เสียงช่างคนเดิมถามต่อ “มันตื้น มันลึก มันหนา ยังไงคะ ? พูดแบบนี้แสดงว่าคุณนายสีสุกต้องรู้เรื่องวงในแน่ๆเลย”
นวลชะงัก ทำปาก “สีสุก” แล้วพยายามจะหันไปมองว่ามันนั่งอยู่ตรงไหน .. แต่หันไม่ถนัดเพราะช่างยังยีหัวตัวเองเตรียมตีฟูไปงาน .. นวลเงี่ยหูฟังสุดฤทธิ์
สีสุกกำลังนั่งให้ช่างดัดผม สีสุกเม้าธ์ต่อแต่หรี่เสียง ให้เบาลง ... เพิ่มความสำคัญ “รู้แล้วเหยียบไว้เลยนะคะ ที่คุณหนึ่งยอมหมั้นเพราะขัดใจผู้ใหญ่ไม่ได้ค่ะ “
หือ ??? นวลชักสีหน้า “ไม่จริง” .. นวลเงี่ยหูฟัง จนเก้าอี้เอียง ช่างต้องคอยจับ
“ทั้งคุณพี่วิทย์ พี่สุทธิ์ บังคับให้หมั้น เพราะข่าวลือเสียๆหายๆ ของนังเด็กปุ้ม คุณหนึ่งเธอเป็นคนดี ไม่อยากให้ผู้ใหญ่สองบ้านต้องมาผิดใจกัน ก็เลยจำใจต้องหมั้นทั้งๆที่ไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบอะไรนังเด็กนั่นเลยแม้แต่นิดเดียว”
ห๊ะ? นวลอึ้งซ้ำสอง คำพูดพรรณีแว่บเข้ามา

“แม่ณี รู้เรื่องที่คุณอนวัชเค้าหมั้นกับนังปุ้มรึเปล่า เพื่อนแม่เค้าลือกัน แต่แม่ไม่เชื่อ”
“เอ่อ.. ณีก็ไม่เชื่อค่ะ ณีว่าคงไม่จริงมั้งคะ พี่หนึ่งไม่เห็นบอกอะไร”
“นั่นไง !! ว่าแล้วเชียว คนอย่างคุณอนวัชจะไปหมั้นกับนังเด็กไร้สมบัติอย่างนั้นได้ยังไง คอยดูเถอะ เดี๋ยวแม่จะไปตอกหน้านังคนปล่อยข่าวให้หน้าหงายไปเลย”

นวลคิดแล้วของเริ่มขึ้น จี๊ดๆ ไม่จริงๆ สีสุกพูดดังขึ้นอีกระดับ หวังจะอวด! “ทุกวันนี้คุณหนึ่งนับวันรอที่จะถอนหมั้น เปรยๆ ให้ลูกส่องใจเย็นๆ อดทนรอน่ะค่ะ”
นวลปรี๊สเลย ทนไม่ได้ สวนเสียงดังสนั่น!! “ไม่จริง” นวลลุกพรวดขึ้น เก้าอี้ทำผมล้มหงายตึง
สีสุกตกใจหันขวับมา “ว้ายยยย”
สีสุกกับนวลเผชิญหน้ากัน คนนึงยีหัวค้างไว้ อีกคนดัดค้าง ใส่ลอนยังไม่ครบ สภาพพร้อมตบกันมาก “คุณอนวัชไม่มีวันทำแบบนั้น เพราะตอนนี้เค้ากำลังศึกษาดูใจกับพรรณีลูกสาวฉัน”
“ว้ายยยยย.. ศึกษาดูใจ ?? กล้าพูด” สีสุกทำเสียงดูถูก
“คุณอนวัชพาพรรณีไปดูหนัง ฟังเพลง กินข้าว เค้าจะไปหมั้นกับคนอื่นได้ยังไง และที่สำคัญ..คุณอนวัชเค้าไม่เคยพูดให้ความหวัง หรือชายตาแลลูกสาวของเธอ”
“ต๊ายยยย !! ไปอยู่ภพไหนมา ถึงไม่รู้ว่าลูกสาวตัวเองควงตาปุ๊ร่อนไปทั้งพระนคร” นวลสะอึก “คุณหนึ่งเค้าไม่ได้ไปด้วยสักหน่อย แค่ “เอาชื่อไปอ้าง”!! ซะมากกว่า”
“มะ...ไม่จริง” นวลเสียงสั่น ปากสั่น โกรธจัด
“หัดเอาเวลาเก็บค่าแผงไปจับพิรุธลูกสาวตัวเองดีกว่าไป๊ !! จะได้หูตาสว่างกับเค้าบ้าง” สีสุกลอยหน้าลอยตา “โดนลูกหลอกถอนหงอกยังไม่รู้ตัว”
“หุบปากไปเลยนะอีดอกกระทือ!!” สีสุกสะดุ้ง “แกไม่มีดีพอจะมากดหัวด่าใคร ถือว่าเคยเป็นเมียผู้ดี ผัวตายไปตั้งนานแล้ว สมบัติก็ไม่มีเหลือจะให้ผลาญ ที่เดินหน้าบานตามงานสังคมก็เพราะกินบุญเก่า!!”
กรี๊ดดดดด.. สีสุกหน้าชา!! เหมือนโดนตบด้วยวาจา คนทั้งร้านหันมามองเป็นตาเดียว “แรงงงงงง”
“กะ...แก...อีมะม่วงหมาเลีย! ต่ำ!! สถุน!! กาก!!”
“ถึงต่ำ แต่ก็รวยเว้ย!! เงินฉันก็มีเป็นถุง ทองฉันก็มีเป็นถัง!! มาซี้ มาด่าแข่งกันดู อยากรู้เหมือนกันว่าใครจะชนะหะ? อีช้างเขย่ง”
“กรี๊ดดดดดดด แก...แก...” สีสุกโกรธตัวสั่น
“คิดๆ..คิดไม่ออกหล่ะสิ ด่าว่าลูกฉันโกหก ลูกตัวเองดีนักนี่ วันๆงานการไม่ทำ ลอยไป ลอยมาจับผู้ชาย โถ นังกระเบนกรางหน้าผากไม่อยากเจ็บ”
ช่างกระซิบ “คุณนายนวลด่าว่าคุณส่องแสง..หน้าด้านน่ะค่ะ”
“เออ ฉันรู้แล้ว!! ไม่ต้องแปล!!” สีสุกหันมาทางนวล “อีปากตลาด ไม่มีหูรูด ฉันไม่เสวนาแล้วหล่อนแล้ว ไม่อยากเอาทองไปถูกระเบื้องให้เปลืองตัว!! อยากจะโง่ งั่ก ให้ลูกหลอกก็ตามใจ ท้องป่องเพราะตาปุ๊ขึ้นมาเมื่อไหร่จะหัวเราะให้ฟันร่วง!!!!“
“กรี๊ดดดดดด อีเวรตะไล ปากอัปปรีย์ นักนะมึง !!!”
สีสุกหันไปคว้ากระเป๋าแล้วก็เดินกระแทกออกไป
ช่างงง “คุณนายคะ ดัดยัง...ไม่เสร็จเลยค่ะ”
“ไม่ทง ไม่ทำมันแล้ว” สีสุกพูดจบก็เดินออกไปเลย
นวลตะโกนไล่หลัง “ฉันไม่เชื่อหล่อน !! ยัยณีไม่มีวันโกหก คุณอนวัชจะต้องแต่งงานกับพรรณี และมันจะต้องเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพระนคร” นวลประกาศก้อง ทั้งที่ในใจแอบหวาดหวั่น

สีสุกเดินกระฟัดกระเฟียดออกมาหน้าร้าน ด้วยความหงุดหงิด

คล้อยหลังสีสุก..นวลทรุด แววตาแห่งความหวาดระแวงฉายเป็นประกาย นวลคิดถึงตอนที่ณีบอกว่าจะไปเที่ยวกับหนึ่ง
“คุณแม่คะ..ณีออกไปหา..พี่หนึ่งนะคะ “
“เดี๋ยวๆ..ณี..” นวลรีบลุกไปหา “แม่ไปด้วย แม่ไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว คิดถึงตานิจ”
“ณีว่า..อย่าเลยนะคะแม่..วันนี้เห็นพี่หนึ่งบอกว่าอาจจะพาไปเจอกับเพื่อนๆ ถ้าเราไปกันสองคนแม่ลูก จะวางตัวกันไม่ถูก ... ถ้าคุณแม่อยากให้ณีกับพี่หนึ่งสนิทสนมกันมากๆ ปล่อยณีไปกับพี่หนึ่งแค่สองคนดีกว่านะคะ”
นวลครุ่นคิด....เสียงตอนที่โทรศัพท์คุยกับอนวัชดังอยู่ในความคิด
“สวัสดีค่ะ คุณอนวัชเหรอคะ..”
“ใช่ครับ..ผมนัดกับณีไว้..ที่ไม่ได้ไปรับที่บ้านเพราะยังสะสางงานไม่เรียบร้อย คุณน้ามีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ อ๋อ...ไม่มีค่ะ ไม่มี น้าแค่เป็นห่วงแม่ณีน่ะค่ะ ถ้านัดกันจริงๆก็ดีค่ะ..น้าก็ฝากดูแลน้องด้วยนะคะ ตอนนี้น้าก็เหลือลูกสาวอยู่คนเดียว..น้าก็ขอให้คุณอนวัชเมตตาแม่ณีให้มากๆนะคะ น้าขอแค่นี้ล่ะค่ะ..สวัสดีค่ะ...” นวลโล่งใจ แล้วไปที่ไม่ได้โกหก

นวลยิ่งคิด ยิ่งค้างคาใจ “มันยังไงกันแน่ .... “

หทัยรัตน์ยืนอยู่หน้าที่ทำงานอนวัชอย่างเซ็งๆ ในมือถือปิ่นโตใส่อาหาร “ถ้าคุณป้าไม่บังคับ อย่าคิดเลยว่าฉันจะมา” หทัยรัตน์มองปิ่นโตในมือ ..

ชั่วโมงที่แล้ว ทิพย์จัดขนมจีบ และของว่างทานเล่นอีก 2-3 อย่าง ใส่ปิ่นโตสวยงาม “ป้าทำของว่างของโปรดคุณหนึ่ง ปุ้มเอาไปให้คุณหนึ่งที่ทำงานบ่ายนี้นะ “
“ทำไมต้องเป็นปุ้มคะ”
“ก็เพราะปุ้มอยู่บ้าน เพราะเป็นปุ้มเป็นคู่หมั้นหนึ่ง เพราะปุ้มเป็นหลานที่ป้าไว้ใจ เพราะปุ้มเป็น... “
“พอๆแล้วค่ะ ถ้าคุณป้าชักแม่น้ำมาห้าสายขนาดนี้ ปุ้มไปก็ได้ค่ะ” หทัยรัตน์จำยอม
ทิพย์ยิ้มพอใจ

หทัยรัตน์ยืนอยู่ที่เดิม จำใจต้องเดินเข้าไปด้วยความเซ็ง

อนวัชทำงานอยู่ในห้อง เลขาเดินเข้ามาพร้อมกับปิ่นโตอีกชุด “คุณอนวัชคะ คุณส่องแสงให้คนนำอาหารมาส่งค่ะ”
อนวัชไม่สนใจมอง “วางไว้ที่โต๊ะนั้น”
เลขาเดินไปวางไว้ที่โต๊ะเล็ก และหันมารายงานต่อ “เอ่อ...แล้วมีคนมาขอพบคุณอนวัชด้วยค่ะ ตอนนี้นั่งรออยู่ที่หน้าห้องค่ะ”
“ผมเซ็นเอกสารด่วนอยู่ ให้รอไปก่อน คุณก็รอด้วย จะได้รอเอกสารออกไปทีเดียว”
“ค่ะ”
อนวัชฉุกคิด เงยหน้าถาม “แล้วคนที่มาหาฉัน คือ ใคร ?” อนวัชรอคำตอบ ในใจลึกๆ เผื่อว่าจะเป็นหทัยรัตน์

หทัยรัตน์เดินมาที่หน้าห้องทำงานอนวัช แล้วก็ต้องชะงักกึก ที่หน้าห้อง..เห็นนวลนั่งรออยู่ นวลเงยหน้ามาเห็นหทัยรัตน์พอดี “นังปุ้ม !!! แกมาทำอะไรที่นี่“ หทัยรัตน์นิ่ง..นวลพูดกระแทก “ฉันถามทำไมไม่ตอบ”
“คุณถามไม่สุภาพ ดิฉันมีสิทธิ์ที่จะไม่ตอบ”
“หนอยยยย นี่แกจะมาร้องหาความสุภาพจากฉันเนี่ยนะ แกทำให้ลูกชายฉันตายทั้งคน จะให้ฉันสุภาพกับแกอีกเหรอ ?? ห๊ะ? นังเด็กกำพร้า นังลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่”
หทัยรัตน์ทนไม่ไหวแล้ว สวนกลับ พูดความในใจออกมา “ไหนๆคุณพินิจก็ไม่อยู่แล้ว ดิฉันจะขอพูดครั้งนี้ครั้งเดียวและเป็นครั้งสุดท้าย...ดิฉันไม่ได้รักหรือชอบกับลูกชายคุณนาย ดิฉันไม่เคยคิดจะแต่งงานกับเค้า และไม่เคยคิดจะร่ำรวยด้วยการแต่งงาน”
“ไม่คิดงั้นเหรอ? ไม่คิดแล้วนี่อะไร? เอาอะไรมาให้คุณอนวัชกิน แอบใส่เสน่ห์ยาแฝดมาหล่ะสิ .. เอามานี่เลย ฉันไม่ให้กิน” นวลกระชากปิ่นโตของหทัยรัตน์มาอย่างแรง แล้วก็ขว้างทิ้งอย่างต่อหน้าต่อตา อย่างป่าเถื่อน หทัยรัตน์อึ้ง !! “ฉันไม่ยอมให้คุณอนวัชหลงเสน่ห์หล่อนจนต้องตรอมใจ “ตาย” ไปอีกคน”
หทัยรัตน์มองขนมที่ตกเกลื่อนอยู่ที่พื้น ด้วยความโกรธ.....

อนวัชชะงักได้ยินเสียงคนทะเลาะกันแว่วๆเข้ามา “เสียงอะไร ?”
“ดิฉันออกไปดูนะคะ”
“ไม่เป็นไร” อนวัชปิดแฟ้มเอกสาร “ฉันไปดูเอง” อนวัชส่งแฟ้มเอกสารให้เลขาแล้วเดินออกไป

หทัยรัตน์ทนไม่ไหว สวนกลับออกมาเลย “คำก็ “ตาย” สองคำก็ “ตาย” คุณไม่รู้จริงๆเหรอว่าใครกันแน่ที่เป็นต้นเหตุทำให้พี่พินิจต้องตาย”
“แกนั่นแหละเป็นต้นเหตุ พินิจตรอมใจตาย เพราะแก”
“พี่พินิจตรอมใจเพราะคิดว่าดิฉันไม่สนใจ เพราะเข้าใจผิดคิดว่าดิฉันรังเกียจ..ซึ่งความจริงมันไม่ใช่ .. คนที่ทำให้ฉันไม่อยากไปหา ไม่อยากไปเยี่ยมก็คือคุณนาย เพราะฉะนั้น..คนที่เป็นสาเหตุที่แท้จริง ที่ทำให้พี่นิจต้องตายก็คือคุณ”
นวลแทบกรี๊ดดด โกรธตัวสั่น ง้างมือขึ้น “นังปุ้ม!!“
นวลกำลังจะฟาดมือลงที่หน้าหทัยรัตน์ ทันใดนั้นมือหนึ่งก็มาจับไว้ นวลชะงักหันมา อนวัชยืนหน้าขรึม พูดเสียงเข้ม “พอเถอะครับคุณน้า ผมจะไม่ยอมให้คุณน้าทำร้ายร่างกายหทัยรัตน์อีกแล้ว”
หทัยรัตน์หันไป เห็นอนวัชยืนหน้าขรึมอย่างเท่ .. นวลชะงัก สะบัดมือจากมืออนวัช “คุณหนึ่งเป็นห่วงมันเหรอคะ? คุณหนึ่งเข้าข้างมัน เพราะหลงเสน่ห์มันเข้าแล้วใช่มั้ย? สรุปข่าวที่หมั้นกับมันเป็นความจริงใช่มั้ย”
หทัยรัตน์ยืนนิ่ง แต่ในใจรอลุ้นคำตอบ ว่าอนวัชจะกล้ารับหรือเปล่า
อนวัชยืดอก “ใช่ครับ ผมกับหทัยรัตน์เราหมั้นกันแล้ว”
หทัยรัตน์ชะงัก..แปลกใจกับคำตอบ แต่ลึกๆก็ดีใจ
นวลช็อค “แล้วพรรณีล่ะ..ที่คุณไปไหนมาไหนกับพรรณี มันคืออะไร หรือว่า..คุณหลอกน้า”
อนวัชมองรอบๆเห็นว่าคนเริ่มหันมาสนใจ อนวัชมาพูดกับนวลแบบได้ยินกันสองคน “ผมว่า..เราอย่ามาพูดเรื่องนี้ที่นี่เลยนะครับ พรรณีจะดูไม่ดี ถ้ามีอะไร..ผมยินดีจะไปคุยกับคุณน้าที่บ้านเป็นการส่วนตัว”
นวลมองไปรอบๆ เห็นคนสนใจจริงๆ เถียงไม่ออก ได้แต่แค้นใจ “ไม่ต้อง..น้าไม่มีอะไรจะคุยทั้งนั้น .. ในเมื่อน้ารู้ความจริงหมดแล้ว” นวลหันมาทางหทัยรัตน์ “ฉันจะถือว่า สิ้นบุญตานิจ แกกับฉันหมดเวรหมดกรรมกันไป อย่าได้มาเจอะเจอกันอีกเลย” แล้วหันมาพูดกับอนวัช “ที่เหลือก็ขอให้เป็นเวรกรรมของคุณกับมันก็แล้วกัน”
นวลสะบัดหน้าใส่อนวัช และเดินกระแทกออกไป ผ่านปิ่นโตและขนมที่ตกเกลือน นวลเหยียบย่ำและเตะปิ่นโตอย่างรังเกียจ
หทัยรัตน์มองแล้วก็ส่ายหน้า .. กำลังจะก้มลงเก็บ
อนวัชรีบมาห้าม “ไม่ต้อง...เดี๋ยวให้แม่บ้านมาเก็บ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเก็บเองได้” อนวัชไม่พูดแล้วเดินมาจูงมือหทัยรัตน์ไปเลย หทัยรัตน์ตกใจ “คุณอนวัช..ปล่อยฉันนะคะ “
อนวัชบอกเลขา “บอกให้แม่บ้านมาทำความสะอาดด้วย”
“ค่ะ”
อนวัชลากหทัยรัตน์เข้าห้องทำงานไป

ประตูห้องถูกปิดลง .. อนวัชหันมาทางหทัยรัตน์ที่ยืนอยู่กลางห้อง “คุณอาโทรศัพท์มาบอกฉันเรื่องขนมแล้ว น่าเสียดายที่เกิดเรื่อง เลยไม่ได้กิน แต่ยังไงก็ฝากขอบคุณคุณอาด้วย”
“ค่ะ หมดเรื่องจะคุยแล้วใช่มั้ยคะ ดิฉันจะได้ขอตัวกลับ”
หทัยรัตน์ทำท่าจะกลับไป แต่อนวัชมายืนขวางเอาไว้ “ยัง..ธุระฉันยังไม่หมด ฉันมีของจะฝากให้คุณอา รอสักครู่”
อนวัชเดินไป หทัยรัตน์มองรอบๆห้อง เห็นรูปอนวัชที่ตั้งๆวางอยู่ หทัยรัตน์มองด้วยความสนใจ แล้วก็ชะงักกึกเมื่อเห็นรูปในวันหมั้นที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของอนวัช

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 10/5 วันที่ 13 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ