อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 11 วันที่ 13 มื.ย. 58

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 11 วันที่ 13 มื.ย. 58

อนวัชเดินไป หทัยรัตน์มองรอบๆห้อง เห็นรูปอนวัชที่ตั้งๆวางอยู่ หทัยรัตน์มองด้วยความสนใจ แล้วก็ชะงักกึกเมื่อเห็นรูปในวันหมั้นที่ตั้งอยู่บนโต๊ะทำงานของอนวัช
อนวัชเดินกลับมา “ฉันจะบอกว่า ... “ หทัยรัตน์รีบดึงสายตากลับ ยืนหลังตรง ทำเป็นมองไม่เห็น “ถ้าเมื่อยก็นั่งได้นะ เชิญตามสบาย”
หทัยรัตน์เสียงอ่อนลงนิดนึง “ขอบคุณค่ะ “

อนวัชเดินออกไปอีกครั้ง..หทัยรัตน์มองจนแน่ใจว่าไปแน่..แล้วก็คิดถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ตอนนวลจะตบและอนวัชมาช่วยไว้ .. และอนวัชบอกว่าเป็นคู่หมั้นกัน ..
“ผมจะไม่ยอมให้คุณน้าทำร้ายร่างกายหทัยรัตน์อีกแล้ว”


“คุณหนึ่งเป็นห่วงมันเหรอคะ? คุณหนึ่งเข้าข้างมัน เพราะหลงเสน่ห์มันเข้าแล้วใช่มั้ย? สรุปข่าวที่หมั้นกับมันเป็นความจริงใช่มั้ย”
“ใช่ครับ ผมกับหทัยรัตน์เราหมั้นกันแล้ว”
หทัยรัตน์รู้สึกอบอุ่นใจ ใจชื้นแปลกๆ หันมามองรูปตอนหมั้นที่วางไว้บนโต๊ะ แล้วก็ยิ้มนิดๆ แต่ทันใดนั้น...สายตาเจ้ากรรมดันปราดไปเห็นปิ่นโตของส่องแสงที่วางไว้ หทัยรัตน์เอะใจ ค่อยๆเดินเข้าไปดู เห็นกระดาษที่ติดอยู่บนปิ่นโต หทัยรัตน์มองซ้ายมองขวาอีกครั้งก่อนจะถือวิสาสะอ่าน
“ซุปหูฉลามชั้นหนึ่งสำหรับพี่หนึ่ง รับประทานเยอะๆนะคะ หายไข้แล้วจะได้พาส่องไปรับประทานอาหารตามที่สัญญาไว้ จาก ส่องแสง พิเศษกุล”
หทัยรัตน์ชะงักกึก...ความชุ่มชื่น หายไปจนหมด .. หน้าตึงขึ้นมาทันที
อนวัชเดินเข้ามา “นี่เป็นสมุนไพร เครื่องเทศ จากอินโดนีเซีย ฉันฝากไปให้คุณอาด้วย “
หทัยรัตน์รับมา เสียงดุ ห้วน “ได้ค่ะ ... ดิฉันขอตัวกลับก่อน”
“เดี๋ยวสิ เธอ..ไม่อยู่กินกลางวันกับฉันหน่อยเหรอ ?”
“ไม่ค่ะ ดิฉันไม่หิว!!” หทัยรัตน์กระแทกใส่ แล้วก็เดินออกไปเลย อนวัชงง ..
“เป็นอะไรของเค้า..” อนวัชส่ายหน้า “ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ ที่ช่วยไว้เมื่อกี๊ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี”

ที่ท้องทุ่งกว้าง สวยงาม เขียวขจี เงียบ และ สงบ รถคุณชายประสาทพรจอดอยู่บนถนน ในรถ สุดากำพวงมาลัยแน่น เหงื่อตกด้วยความกลัวเพราะเพิ่งหัดขับรถ คุณชายประสาทพรนั่งข้างๆ เห็นอาการ
“คุณสุดาแน่ใจจริงๆนะครับ ว่าจะเรียนขับรถจริงๆ ผู้หญิงไทยสมัยนี้ไม่มีใครเค้าสนใจเรื่องขับรถกันนะครับ ถ้าผู้ใหญ่รู้อาจจะโดนดุเอาได้ ... ขอถามอีกครั้ง..แน่ใจนะครับ”
สุดากลืนน้ำลาย “แน่ใจค่ะ ดิฉันอยากขับรถเป็น“
“ทำไมครับ?”
“เวลาที่ไม่มีใครอยู่บ้าน แต่มีรถจอดอยู่ ดิฉันจะได้ขับรถไปเที่ยวเอง ไม่ต้องมีคนขับรถคอยตาม อยากจะไปไหนก็ได้ ไปเที่ยวไกลๆ ไปทะเล ไปภูเขา มันคงสนุกมากๆเลยค่ะ”
คุณชายประสาทพรหน้าขรึมลง “แปลก” สุดาขมวดคิ้ว .. หือ? คุณชายประสาทพรพูดต่อ “ตอนที่ผมหัดขับรถ ก็เพราะเหตุผลนี้เหมือนกัน ... แปลกที่เราคิดเหมือนกัน”
สุดาได้ยินก็ยิ้มกว้างตามไปด้วย...ดีใจ และ โล่งใจ “เหมือนกันอีกแล้ว “
คุณชายประสาทพรขมวดคิ้ว .. หือ? คราวนี้คุณชายประสาทพรเป็นฝ่ายแปลกใจ “คุณหญิงกับแม่โอเคยพูดว่าคุณชายกับดิฉันมีหลายอย่างที่เหมือนกัน ดิฉันจำไม่ได้ว่ามีอะไรบ้าง ที่แน่ๆวันนี้จะต้องเพิ่มเรื่องเหตุผลในการขับรถเข้าไปอีกหนึ่งข้อ”
สุดากับคุณชายประสาทพรหัวเราะพร้อมกันเบาๆ .. “เออจริง”
สุดาหยั่งเชิงอีกที “ตกลงว่าคุณชายสอนดิฉันขับรถได้หรือเปล่าคะ”
“ได้ครับ ในเมื่อคุณสุดามั่นใจ แน่ใจ .. เราก็เริ่มกันเลย ผมจะอธิบายส่วนต่างๆที่สำคัญของรถก่อน อย่างแรกเลยคือ เบรก ตัวหยุดรถ ... “ คุณชายประสาทพรอธิบายอย่างใจเย็น และใส่ใจ สุดาตั้งใจฟัง...ฟังไปก็ลอบมองหน้าคุณชายประสาทพรไปด้วย “นี่ก็เป็นคันเร่ง สำหรับเพิ่ม ลด ความเร็วของเครื่องยนต์ .....”
สุดายิ้มมีความสุข ... หัวใจพองโต

รถค่อยเคลื่อนๆ กระตุกๆ และดับ สุดาเริ่มสตาร์ทใหม่ กระตุกเกือบดับ แต่ไม่ดับ เคลื่อนต่อไปสักพักก็ดับ สุดาหน้าเสียนิดๆ คุณชายประสาทพรให้กำลังใจ
สุดาสตาร์ทใหม่ คราวนี้เริ่มคล่องขึ้น รถค่อยๆเคลื่อนไป ... เคลื่อนไป และไม่ดับแล้ว .. สุดายิ้ม เริ่มสนุกขึ้น รถแล่นมาช้าๆตามถนนริมน้ำ... ในรถ..สุดายิ้มสนุก คุณชายประสาทพรยิ้มพอใจ ดีใจไปด้วย

รถมาจอดเทียบที่ใต้ต้นไม้ สุดาดับรถ คุณชายประสาทพรปรบมือชื่นชม “เก่งมากๆเลยครับ แค่ไม่ถึงชั่วโมง เริ่มจะคล่องแล้ว”
“ครูดีน่ะค่ะ”
คุณชายประสาทพรยิ้มเขิน “ชมแบบนี้ ผมน่าจะเปลี่ยนอาชีพไปเป็นครูสอนขับรถยนต์“ สุดาหัวเราะรับ .. คุณชายประสาทพรเริ่มต้นเลียบๆ เคียงๆ ถาม “เอ่อ..คุณสุดาครับ ผมมีคำถาม คือ คำถามนี้อาจจะไม่เหมาะกับหญิงไทย แต่ผมเห็นสุดาเป็นคนสมัยใหม่ก็เลยกล้าถาม”
“ตื่นเต้นจังเลยค่ะ คุณชายจะถามว่าอะไรคะ”
“ถ้ามีผู้ชายมาขอคุณสุดาแต่งงาน สถานที่ไหนที่ทำให้คุณประทับใจมากที่สุดครับ” สุดาชะงัก ใจเต้นแรง มองหน้าประสาทพร แอบคิดว่า.... หรือว่าคุณชายจะขอเราแต่งงาน สุดาอายหน้าแดง คุณชายประสาทพรงง “คุณสุดาเป็นอะไรหรือเปล่าครับ อากาศร้อนหรือเปล่าครับ ทำไมอยู่ๆหน้าแดง”
สุดาตายแล้ว! รีบหันหน้าหนี และทำเป็นโบกมือไปมาเหมือนร้อน “เอ่อ..พอดี อยู่ๆก็ร้อนวูบขึ้นมาค่ะ วู้ ร้อนจัง”
ประสาทพรมองงงๆ สุดาพยายามระงับความตื่นเต้น .. และหันมาตั้งใจตอบ “ค่อยยังชั่วแล้วค่ะ คุณชายถามถึงสถานที่ขอแต่งงานใช่มั้ยคะ”
“ครับ ผมรู้ว่าการขอแต่งงานเป็นธรรมเนียมฝรั่ง ธรรมเนียมไทยต้องให้เถ้าแก่ ผู้ใหญ่ไปสู่ขอ แต่ก็อยากจะฟังความคิดเห็นสาวสมัยใหม่อย่างคุณสุดาน่ะครับ”
“ดิฉันคิดถึงสถานที่ที่ดิฉันอยู่แล้วสบายใจ และคาดไม่ถึง สถานที่ที่เราโปรดปราน อย่างเช่น ร้านหนังสือค่ะ”
คุณชายประสาทพรเลิกคิ้วประหลาดใจ สุดาอธิบายมโนต่ออย่างเพ้อฝัน “เพราะดิฉันชอบไปร้านหนังสือ ถ้ามีเวลาว่างก็จะชวน “ปุ้ม” ไปด้วยกัน ไปครั้งนึงก็จะอยู่นานเป็นวัน ครึ่งวัน เดินดูหนังสือทีละเล่มๆ มีความสุขมากๆเลยค่ะ ถ้ามีผู้ชายมา.. ขอแต่งงานในร้านหนังสือคงจะเก๋ไก๋ใช่หยอกเลยค่ะ”
“คุณสุดาพูดแบบนี้...แสดงว่าถ้าผมขอหทัยรัตน์แต่งงานในร้านหนังสือ เธอก็คงจะชอบเช่นกันใช่มั้ยครับ”
สุดาสะอึก..หน้าจ๋อยลงนิดๆ “คุณชายจะขอปุ้มแต่งงานเหรอคะ ?”
คุณชายประสาทพรพูดต่อด้วยความตื่นเต้น “ผมคิดมาหลายวันแล้วแต่ยังไม่กล้า อยากทำให้เธอประทับใจน่ะครับแต่คิดไม่ออก ก็เลยลองถามคุณสุดาดู...พูดถึงขอแต่งงานในร้านหนังสือก็น่าประทับใจดีนะครับ” สุดาอึ้งไป..จุกๆ พูดไม่ออก คุณชายประสาทพรถามซ้ำ “หรือว่า..คุณสุดาไม่เห็นด้วย”
“เปล่านะคะ..ดิฉัน..เห็นด้วยค่ะ..น่าประทับใจมากๆปุ้มต้องประทับใจแน่ๆค่ะ”
คุณชายประสาทพรยิ้มรับ .. หน้าตาตื่นเต้น มีหวัง สุดายิ้มมารยาท..แล้วก็เบือนหน้าไปอีกทาง...เศร้าลง...ใจหาย

สุดาเดินเศร้าเข้ามาในบ้าน ทั้งเศร้าทั้งสับสน สัทธากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในสวน เงยหน้ามาเห็น “อ้าว แป้น ขับรถไม่ได้ล่ะสิ พี่บอกว่าเครื่องยนต์กับผู้หญิงมันอยู่คนละโลก เป็นสาวเป็นนางใครเค้าขับรถกัน .. นี่คงขับไม่ได้ ถึงได้หน้าคว่ำมาแบบนี้”
“ไม่ใช่สักหน่อย แป้นขับเป็นแล้ว คุณชายยังชมว่าเรียนรู้เร็วด้วยซ้ำ “
“อ้าว...แล้วทำไมต้องทำหน้าเศร้า”
“ใครเศร้า แป้นไม่ได้เศร้าสักหน่อย แป้นสนุก มีความสุขจะตาย สนุ๊กสนุก มีความสุขจังเลย” สุดาฝืนยิ้มและทำร่าเริงอย่างเสแสร้ง แล้วก็เดินเข้าบ้านไปเลย ลับหลังสัทธา สุดาหน้าเศร้าเหมือนเดิม
สัทธามองตามงงๆ “เป็นของอะไรของเค้า”

ที่บ้านเพชรลดา อนวัชยืนดูรูปของพ่อและแม่อยู่
วิทย์เดินมาเห็นอนวัชยืนดูรูปแม่ก็สงสัย “คิดอะไรอยู่ ทำไมถึงยืนดูรูปแม่แล้วยืนนิ่งอยู่แบบนี้”
อนวัชยิ้มรับ และวางรูปไว้ที่เดิม ก่อนจะหันมาถาม “ผมแค่สงสัย..อยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้คนสองคนรักกัน และตัดสินใจที่จะแต่งงานใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน...คุณพ่อจำได้หรือเปล่าครับ..ว่าอะไรที่ทำให้คุณพ่อรักคุณแม่ และตัดสินใจแต่งงาน”
“ไม่ใช่แค่จำได้..แต่ไม่มีวันลืม.. แม่ของหนึ่งคือผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้พ่อ “หยุด” ... “หยุดสายตา” ไว้ที่ใบหน้าสวยหวาน มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ ... “หยุดหัวใจ” .. ไว้ที่ความน่ารัก ความดี ความอ่อนโยน แล้วก็ “หยุดการแสวงหา” พ่อไม่สนใจผู้หญิงคนอื่นอีกเลย ตั้งแต่ได้รู้จักแม่ของหนึ่ง ... “ อนวัชฟังอย่างตั้งใจ คิดตาม “เมื่อเราคิดที่จะหยุดอยู่กับใครสักคน...อยากใช้ชีวิตอยู่กับเค้า เราจะได้คำตอบเองว่า..คนนี้คือคนที่เราอยากแต่งงานด้วย” อนวัชคิด วิทย์หันมาถาม “แล้วหนึ่งล่ะ คิดอยากจะ “หยุด” ขึ้นมาบ้างหรือยัง”
อนวัชชะงัก...เออ !! นั่นสิ...

เช้าวันต่อมา ที่บ้านพิเศษกุล ส่องแสง สีสุกคุยกันในห้องรับแขก
“แม่ยังแค้นใจนังคุณนายนวลปากตลาดไม่หาย มันร้ายจริงๆ ด่ากับมันตั้งหลายวันแล้ว ใจยังเดือดปุดๆๆๆ อยู่เลย แม่เกลียดมันจริงๆ ขออย่าได้เจอะเจอกันอีกแล้ว ทั้งชาตินี้และชาติหน้า”
ส่องแสงส่ายหน้า “คุณแม่เลิกบ่นได้แล้วค่ะ ส่องได้ยินคุณแม่บ่นตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ บ่นทุกวัน เช้ายันเย็น พอเถอะค่ะอย่าไปสนใจพวกบ้านนั้นเลย เปลืองอารมณ์! มาสนใจเรื่องที่คุณชายจะขอนังปุ้มแต่งงานดีกว่าค่ะ”
“คุณชายจะขอนังปุ้มแต่งงาน”
“ใช่ค่ะ เห็นบอกว่าจะขอบ่ายวันนี้“
“แล้ว...ถ้านังปุ้มมันไม่ยอมแต่ง..คุณชายก็ขอเก้อ แผนเราก็ไม่สำเร็จสิ..”
“คุณแม่ไม่ต้องห่วงค่ะ ส่องเตรียมอีกแผนสำรองเอาไว้แล้ว “
ส่องแสงยิ้มอย่างมั่นใจ

หทัยรัตน์กับคุณชายประสาทพรเดินมาในร้านหนังสือ คุณชายประสาทพรท่าทางตื่นเต้น..
“คุณชายจะให้ดิฉันหาหนังสืออะไรไปให้คุณหญิงบ้างคะ?”
“อ๋อ..ก็..เอ่อ..แล้วแต่คุณจะเห็นสมควรเลยครับ” คุณชายประสาทพรตกใจหันไปปัดแก้วน้ำจะหกแต่พนักงานจับไว้ทัน
“งั้นดิฉันขอไปดูหนังสือเด็กก่อนนะคะ”
“ครับ..ผมขอ..ดูที่หนังสือภาษาอังกฤษ แล้วเดี๋ยวตามไปนะครับ”
“ค่ะ” หทัยรัตน์เดินไป
คุณชายประสาทพร..ท่าทางตื่นเต้น..หยิบกล่องแหวนขึ้นมาดู..

ในร้านหนังสือ คนไม่เยอะมาก ส่องแสงกับชุลีนั่งลุ้นรออยู่
“นี่เธอแน่ใจเหรอว่าเค้าจะมาที่นี่จริงๆ”
“มาสิ..คุณชายประสาทพรบอกว่าจะชวนมันมาที่นี่เอง”
ส่องแสงหันมาตอบอย่างมั่นใจ พร้อมคิดถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า

ที่บ้านกนกพร ส่องแสงคุยกับประสาทพร “ตกลงคุณชายวางแผนขอแต่งงานกับปุ้มไว้ยังไงคะ ? ที่ส่องถามเพราะอยากจะช่วยให้สำเร็จน่ะค่ะ”
“ผมคงขอแบบเรียบๆง่ายๆ ตรงไปตรงมา แต่เลือกสถานที่ที่หทัยรัตน์เธอชอบ”
“ที่ไหนคะ“ ส่องแสงตั้งใจรอคำตอบ

ส่องแสงปรายตาไปที่ทางเดินพลันตาโต “นั่นไง มาแล้ว “
ชุลีรีบหันไป หทัยรัตน์เดินเข้ามา..ตามองหาหนังสือ.. ชุลีตื่นเต้น “มาจริงๆด้วย”
ส่องแสงหันมาทางชุลี “พร้อมนะ”
ชุลีพยักหน้ารับ ทั้งสองคนรีบเดินไปอยู่อีกด้านของชั้นหนังสือใกล้หทัยรัตน์ ทำเป็นหยิบหนังสือมาอ่าน หทัยรัตน์เดินหาหนังสือ ส่องแสงและชุลีพยักหน้าให้กันเริ่มแผนการ ชุลีกระแอมเบาๆก่อนจะเริ่มต้นบทสนทนาที่เตรียมกันไว้..
“นี่ฉันไม่เข้าใจจริงๆเลยนะส่อง..ทำไมคุณอนวัชเค้าถึงได้ไปหมั้นกับเด็กนั่น ทั้งๆที่เค้ารักเธอยังกับอะไรดี” หทัยรัตน์ชะงัก..แปลกใจ..มองตามเสียง..ลอดช่องที่วางหนังสือ ชุลีเม้าท์ต่อ “นี่เค้าเคยบอกไม่ใช่เหรอ ว่าเค้าจะไม่แต่งงานกับใครนอกจากเธอ”
“เบาๆสิ อายเค้า ใช่..แล้วพี่หนึ่งก็ยังเคยบอกอีกว่า ชีวิตเค้าคงจะไม่มีความสุขแน่ ถ้าไม่มีฉัน”
หทัยรัตน์เห็นส่องแสง..ที่กำลังเม้าท์กับชุลีอย่างเมามัน..หทัยรัตน์ชะงักกึก
ชุลีจีบปากจีบคอพูดต่อ “อ้าว..แล้วทำไมเค้าถึงไปหมั้นกับเด็กกำพร้าน่าอนาถคนนั้นหล่ะ นี่แล้วเค้าจะแต่งงานกันหรือเปล่าน่ะส่อง”
“ถึงจะแต่งก็ไม่เห็นเป็นไรนี่..ในเมื่อพี่หนึ่งบอกฉันว่า ผู้ชายแต่งงานสักสองสามครั้งก็ไม่แปลก”
“ห๊ะ..นี่หมายความว่าคุณอนวัชจะแต่งงานกับเด็กนั่นแค่ชั่วคราวเหรอ”
“ใช่..พี่หนึ่งบอกว่าแต่งเพราะเห็นแก่ผู้ใหญ่ พี่หนึ่งน่าสงสารมากๆ ปฎิเสธก็ไม่ได้ แต่เค้าก็พูดกับฉันตรงๆ เค้าขอเวลาฉันสักปี ครึ่งปี ไปแต่งกับเด็กนั่น พอข่าวซาๆ คนลืมๆ ก็เลิก”
หทัยรัตน์สะอึก ยืนใจสั่น..โกรธ..
“แล้วเธอยอมเหรอ “
“ตอนแรกก็ไม่ยอมแต่พี่หนึ่งอ้อนวอนจนฉันอ่อนใจ แต่ฉันก็ให้เวลาเค้าแค่ 3 เดือนเท่านั้น พอแต่งครบกำหนดต้องหย่าทันที แล้วเค้าก็จะมาแต่งงานกับฉัน ไม่เห็นเหรอ..พี่หนึ่งถึงได้จัดงานเล็กๆ เงียบๆ ไม่ให้คนอื่นรู้”
หทัยรัตน์ยังอึ้งอยู่ตัวชา เคลื่อนไหวไม่ได้
“ต๊าย สมเพชเด็กนั่นจริงๆ ถ้าคุณอนวัชขอแต่งงาน คงเข้าใจผิดคิดว่าคุณอนวัชรักตัวเอง.. เออ !! ส่อง..นี่แล้วถ้าเด็กนั่นไม่ยอมหย่าหล่ะ”
“ถ้าไม่ยอมก็หน้าด้านเกินไปล่ะ คนเราจะทนอยู่กับคนที่แต่งงานกับเราเพราะความจำเป็นได้ยังไง..คนเรามันต้องมีศักดิ์ศรีกันบ้าง จะทนอยู่ได้ยังไงในเมื่อผู้ชายไม่ได้รักตัวเองสักนิด”
หทัยรัตน์สะท้านไปทั้งใจ..ด้วยความโกรธ..หทัยรัตน์กำมือแน่น หันหลัง และเดินออกไป ทนไม่ได้ ชุลีกับส่องแสงได้ยินเสียงฝีเท้าเดินไป ก็รีบหยุดเม้าท์โผล่หน้ามาดูเห็นหลังหทัยรัตน์เดินแล้วตรงไปก็หันมาหัวเราะคิกคัก
“เดินหน้าคว่ำไปแบบนั้น ได้ยินแน่ๆ”

คุณชายประสาทพรกำลังเดินไปหา แปลกใจที่หทัยรัตน์เดินหน้าเครียดมา “คุณหทัยรัตน์..เป็นอะไรหรือเปล่า”
“ดิฉัน..ปวดหัวน่ะค่ะ..ขอโทษนะคะ..ดิฉันขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ..ขอโทษจริงค่ะ วันหลังดิฉันจะมาชดเชยให้นะคะ สวัสดีค่ะ”
“อ้าว..เหรอครับ งั้นผมไปส่ง..”

อ่านละครเรื่องหนึ่งในทรวง ตอนที่ 11 วันที่ 13 มื.ย. 58

ละครหนึ่งในทรวง บทประพันธ์โดย บุษยมาศ
ละครหนึ่งในทรวง บทโทรทัศน์โดย ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ละครหนึ่งในทรวง กำกับการแสดงโดย ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์
ละครหนึ่งในทรวง ควบคุมการผลิตโดย บริษัท โนพลอบเล็ม จำกัด ธิติมา สังขพิทักษ์
ละครหนึ่งในทรวง ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.35 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ