อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 11 วันที่ 18 มิ.ย. 58

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 11 วันที่ 18 มิ.ย. 58

บัวดึงลำดวนเข้าไปกอด ลำดวนร้องไห้กับรักสามเส้าที่คิดไม่ถึง ฝ่ายบัวมือกอดน้องแต่แววตาเจ้าเล่ห์พอใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

เมื่อลำดวนเดินออกจากวังก็เจอเหมที่มารอรับกลับ ลำดวนตัดสินใจถามเหมว่ารู้หรือไม่ว่าบัวยังมีใจให้เขาอยู่ เหมได้ฟังถึงกับอึ้ง หน้าเผือด

เมื่อลำดวนกลับถึงเรือนเจ้าพระยาพระคลัง ก็บอกกับขุนนาฏและคุณปิ่นว่าจะกลับอัมพวา คุณปิ่นถามว่า กลับจากเยี่ยมบัวก็จะกลับอัมพวา มีกระไรรึ ลำดวนอึกอักไม่อาจที่จะเล่าเรื่องรักสามเส้าให้แม่ฟังได้ ปดแม่ว่าไม่มีอะไร ตนเป็นห่วงบ้านที่จู่ๆก็มีคนมาบอกว่าไฟไหม้ แต่พอส่งคนไปกลับไม่มีกระไรเกิดขึ้น บอกว่า มันแปลกนะเจ้าคะ คุณปิ่นจึงเห็นด้วยที่จะให้ลำดวนกลับไปดูแลเรือน



“แล้วงานพระเมรุจะทำอย่างไร นี่ก็เล่นไปหลายคืนแล้วนา” ขุนนาฏถาม

“ถ้ากระนั้น ลูกเล่นให้จบรามเกียรติ์ตอนนี้ก่อนก็ได้เจ้าค่ะ ตอนอื่นต่อจากนี้มิให้บทนางสีดาก็แล้วกัน”

ขุนนาฏพยักหน้าเห็นด้วย ที่แท้ลำดวนเครียดมิรู้จะแก้ปัญหารักสามเส้าอย่างไรจึงหาทางหนีกลับไปอัมพวา

ooooooo

วันนี้คุณหญิงชมไปถวายเพลพระที่วัด เหมไปรับกลับจึงเดินคุยมาด้วยกัน คุณหญิงถามขึ้นว่า

เหมคิดอย่างไรกับบัว เหมยอมรับว่าบัวเคยทำให้ตนเสียใจปางตาย ตนเข็ดหลาบแล้ว คุณหญิงย้ำว่าแสดงว่า เหมรักลำดวนแต่เพียงผู้เดียว?

“เจ้าค่ะ แม่ลำดวนดีกับลูกเสมอต้นเสมอปลาย มิเคยรังเกียจ และลูกรู้สึกสบายกายสบายใจยามอยู่ใกล้แม่ลำดวน แม้แต่ตอนที่ลูกหลงรักแม่บัวก็ไม่เคยรู้สึกเช่นนี้เจ้าค่ะ”

“แต่เจ้าลำดวนเป็นคนกลางโน่นก็พี่นี่ก็ชายคนรัก ย่อมลำบากใจไม่น้อย...แม่เกรงว่า...”

คุณหญิงไม่ทันได้พูดกระไร ทาสก็มารายงานว่าหลวงเผด็จมาขอพบท่านหมื่น หลวงเผด็จมาชวนเหมไปจับพวกโจรค้าฝิ่นด้วยกัน เหมติงว่าตนย้ายมาสังกัดคุณพระนายไวยแล้วคงไม่เหมาะที่จะไป

“เอ็งไม่รู้กระไร เรื่องพวกค้าฝิ่นอยู่ในความรับผิดชอบ ของท่านเจ้าพระยาพระคลัง คุณพระนายไวยเป็นลูกท่านเจ้าคุณถ้าข้าขอตัวเอ็งมาช่วยชั่วคราว ท่านไม่ว่ากระไรดอก”

คุณหญิงชมติงว่าเหมเพิ่งกลับจากศึกตนเพิ่งจะโล่งใจแล้วนี่คุณหลวงจะมาชวนเหมไปเสี่ยงภัยอีกแล้วรึ หลวงเผด็จยิ้มเจื่อน เหมช่วยพูดว่าตนเป็นทหารการสู้กับข้าศึกหรือจับโจรล้วนเป็นหน้าที่ คุณหญิงแม่พูดเช่นนี้หลวงเผด็จก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกกันพอดี แต่คุณหญิงก็ยังไม่สบายใจ พูดเหน็บว่า ทำราวกับว่าทั้งพระมหานครมีแต่เหมคนเดียวอย่างนั้นแหละ

หลวงเผด็จจึงชี้แจงว่า “ที่กระผมมาชวนอ้าย... เอ้อ...พ่อหมื่น นอกจากฝีมือดาบของพ่อหมื่นแล้ว อ้ายหัวหน้าโจรค้าฝิ่นคราวนี้ยังเกี่ยวข้องกับพ่อหมื่นด้วยนะขอรับคุณหญิง” เหมถามว่ามันคือใครรึ “หลวงสรอรรถ!”

เหมหน้าเครียดขึ้นทันที ไม่คิดว่าจะได้ยินชื่อนี้อีก

ooooooo

แยกกันไปดำเนินแผนการแล้ว เมื่อมาเจอกัน หมื่นวิชิตยุว่าถึงลำดวนจะกลับอัมพวาแต่เมื่อยังมีใจให้กันกับเหมก็วางใจไม่ได้ บัวถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไรอีก

“กระผมสนใจเรื่องสร้อยพระที่แม่ลำดวนให้หมื่นสุรบดินทร์ขอรับ บางทีเราอาจใช้ข้อนี้ทำให้หมื่นสุรบดินทร์ กับแม่ลำดวนแตกกันก็เป็นได้ มิทราบว่าคุณหนูบัวพอจะรู้หรือไม่ขอรับ ว่าสร้อยเส้นนี้มีลวดลายอย่างไร”

“รู้สิ สร้อยเส้นนี้เจ้าคุณลุงสั่งทำขึ้นมาสามเส้น มีลวดลายเหมือนกันหมด ให้ฉัน พี่ทับทิม ลำดวนคนละเส้น ท่านหมื่นจะใช้สร้อยนี้ทำกระไรรึ”

หมื่นวิชิตยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีแผนการเล่ห์ร้ายของหมื่นวิชิตคือ จ้างช่างทำสร้อยเหมือนเส้นนั้น เมื่อสบโอกาสที่ลำดวนเล่นละครเสร็จขุนนาฏกับคุณปิ่นติดคุยงานกับท่านเจ้าคุณสุรศักดิ์ ลำดวนกับหุ่นจึงกลับก่อน เป็นโอกาสให้หมื่นวิชิตให้ลูกน้องเข้าฉุดลำดวนและตัวเองก็ทำเป็นพระเอกมาช่วย

หมื่นวิชิตต่อสู้จนโจรหนีไป หุ่นบอกให้ตามไป หมื่นวิชิตอ้างว่าเกรงจะเป็นกลอุบายของคนร้าย แล้วทำทีพบสร้อยที่คนร้ายทำตกในที่เกิดเหตุเป็นสร้อยแบบเดียวกับที่ลำดวนมอบให้เหมไป ลำดวนงงไปหมดว่าสร้อยที่ตนให้เหมมาตกอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ในขณะที่หมื่นวิชิตเฝ้าจับสังเกตกิริยาอาการของลำดวนอย่างสาแก่ใจ

เมื่อนำสร้อยกลับไปให้ขุนนาฏและคุณปิ่นดู คุณปิ่นที่ถูกหมื่นวิชิตเป่าหูว่าเหมคิดแก้แค้นจะเทครัวทั้งบัวและลำดวนก็เขว คิดว่าเป็นฝีมือของเหม แต่ขุนนาฏติงว่าคำพูดนี้มาจากหมื่นวิชิตยิ่งเชื่อไม่ได้ หุ่นถามว่าเหมชอบพอกับลำดวนอยู่แล้วจะทำเช่นนั้นทำไม หากจะทำก็น่าจะทำกับบัวเสียมากกว่า

เมื่อความเห็นต่างกันเช่นนี้ ขุนนาฏบอกลำดวนให้ไปหาเหมที่เรือนถามกับเจ้าตัวเสียให้แจ้ง หากเหมทำเช่นนั้นจริงก็ต้องหลบลี้หนีหน้า เพราะกลัวลำดวนจะถามเรื่องสร้อย

ลำดวนไปถึงเรือนเหมแล้วก็ใจหายเมื่อคุณหญิงชมบอกว่าเหมออกไปราชการแต่ยังไม่รุ่งสาง ไปที่ใดไม่แจ้งรู้แต่เพียงว่าไปจับพวกโจรค้าฝิ่นกับหลวงเผด็จ การไม่เจอเหมทำให้ลำดวนคิดถึงคำพูดของขุนนาฏ รู้สึกเสียใจ ผิดหวังและสับสนมาก

กลับถึงเรือน ลำดวนร้องไห้เสียใจ แต่ก็บอกคุณปิ่นว่าตนยังไม่เจอเหม บางทีอาจจะไม่ได้เป็นเช่นนั้นก็ได้ คุณปิ่นเหนื่อยใจ เตือนลำดวนว่าอย่างไรเสียก็อย่าให้หมื่นบดินทร์เอาเปรียบได้ก็แล้วกัน พูดหน้าบึ้งตึงว่า

“พี่น้องมีผัวคนเดียวกัน แม่ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ ที่ไหน”

“แม่ท่านวางใจเถิดเจ้าค่ะ ลูกไม่มีวันยอมให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นอันขาดแม้ว่าลูกจะรักคุณเหมมากเพียงใด เกียรติของตนและตระกูลก็ต้องสำคัญกว่าเจ้าค่ะ”

“แต่แม่ก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี พี่น้องคงไม่ต้องมาผิดใจกันเพราะผู้ชายคนเดียวดอกนะ”

“ถ้าคุณพี่เหมมีใจให้พี่บัวจริง ลูกก็จะยอมหลีกให้เจ้าค่ะ อย่างไรเสียพี่บัวก็เป็นพี่ สายเลือดตัดกันไม่ขาด ดอกเจ้าค่ะ”

“แล้วเจ้าคิดว่าพี่จะยอมได้ชื่อว่าแย่งคนรักของน้องเชียวรึ ลำดวน” บัวพูดพลางเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเครียด ลำดวนตกใจ มองพี่สาวด้วยความกระอักกระอ่วนใจ

บัวทำเป็นคนดี เชื่อว่าเหมมิใช่คนเช่นนั้น พูดให้ลำดวนละอายใจที่ระแวงเหม ทั้งยังเป็นฝ่ายจะไปเองเพื่อให้เหมและลำดวนสบายใจอีกด้วย ทำให้ลำดวนยิ่งไม่สบายใจและลำบากใจ บัวแอบยิ้มสมใจที่ทำให้น้องคิดได้เช่นนั้น

ooooooo

เหมกับหลวงเผด็จไปจับโจรค้าฝิ่น ต่อสู้กันดุเดือดจนจับโจรได้หมดและยึดลังได้มากมาย แต่พอเปิดลังออกดู กลายเป็นลังบรรจุผักทั้งสิ้น ทั้งเหม และหลวงเผด็จแค้นใจที่เสียรู้หลวงสรอรรถ

หลวงสรอรรถลำพองใจที่หลอกทางการได้ ครั้นถูกลูกน้องต่อว่าว่าหลอกพวกตน หลวงสรอรรถก็ตวาดสั่ง

“มึงหุบปากประเดี๋ยวนี้เลย หากไม่หลอกพวกเดียวกันก่อนแล้วจะหลอกศัตรูได้อย่างไรวะ กูเลี้ยงดูพวกมึงอย่างดีก็เพื่อให้มึงมอบชีวิตให้กู ถ้าพวกมึงไม่พร้อมทำเพื่อกู ก็อย่ามาให้กูเห็นหน้าอีก” พวกลูกน้องกลัวลนลาน รีบพากันทำงานอย่างขันแข็งทั้งเกลียดทั้งกลัวความโฉดชั่วของหลวงสรอรรถผู้นี้
เมื่อหลวงเผด็จกับเหมกลับจากปราบโจรค้าฝิ่น ได้ข่าวสมิงสอดน้อยมาปลูกเรือนแถวนั้นจึงแวะไปเยี่ยมเยือน สมิงสอดน้อยชวนว่าพรุ่งนี้ว่างจะพาไปพบคนที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี

เช้าวันรุ่งขึ้น สมิงสอดน้อยก็พาเหมกับหลวงเผด็จไปพบพุ่มที่มาตั้งสำนักหมอดูตาทิพย์ที่นี่ พุ่มกับเหมและหลวงเผด็จไม่ทันได้คุยกันเต็มอิ่ม ก็มีคนมาร้องเรียกพุ่มที่หน้าเรือน บอกว่าตนเป็นลูกน้องของหมื่นวิชิต มาขอฤกษ์ฉุดผู้หญิง พุ่มขอชื่อจึงรู้ว่าหมื่นวิชิตจะไปดักฉุดลำดวน เหมแอบฟังอยู่ขบกรามด้วยความเคียดแค้น

วันนี้บรรดาบ่าวและทาสช่วยกันขนข้าวของของลำดวนเพื่อเดินทางกลับอัมพวา ขุนนาฏถามว่าถ้าเหม ยังตามไปที่อัมพวาอีกจะทำอย่างไร

“ลูกไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่ลูกยังไม่อยากพบคุณพี่เหมในเพลานี้ ถึงคุณพี่เหมจะตามไป ลูกก็คงไม่ยอมพบหน้า เจ้าค่ะ”

“อยู่ดีมีสุขกันมานานแต่กลับต้องมาร้อนอกร้อนใจเพราะหมื่นสุรบดินทร์คนเดียวแท้ๆ” คุณปิ่นบ่นไม่พอใจ

“พ่อเหมไปทำกระไรรึ” คุณหญิงชมมาได้ยินพอดีถามขึ้น ทุกคนหันมองต่างทำหน้าไม่ถูก

คุณหญิงชมเดินนำทาสหญิงถือผ้าและข้าวของอื่นตามหลังมา ขุนนาฏมองอย่างกระอักกระอ่วนใจ ลำดวนหน้าเครียดไม่รู้จะพูดอย่างไรดี

คุณหญิงกับลำดวนนั่งคุยกันที่ศาลาท่าน้ำ ลำดวนเล่าเรื่องถูกนักเลงดักฉุดและทำสร้อยพระที่ตนเคยให้เหมร่วง ทำให้คุณปิ่นเชื่อว่าพวกที่มาดักฉุดลำดวนคือเหม แต่เมื่อตนไปที่เรือนเพื่อถามเหมตามคำแนะนำของขุนนาฏก็ไม่เจอเหมจึงทั้งผิดหวัง เสียใจ และสับสน

“เรื่องที่พ่อเหมใช้กำลังฉุดคร่าหรือไม่คงต้อง พิสูจน์กันก่อน แต่เรื่องแม่บัว...พ่อเหมเล่าให้ป้าฟังแล้ว แลพูดเป็นมั่นเหมาะว่ามิได้คิดเป็นอื่นกับแม่บัว เจ้าก็อย่าได้กลับไปอัมพวาเลยนะ” เมื่อลำดวนยืนยันขอกลับไปอัมพวา คุณหญิงพูดอย่างลำบากใจว่า “ถ้ากระนั้น พ่อเหมกลับมาเมื่อใด ป้าจะให้ไปหาเจ้าที่อัมพวาก็แล้วกัน เจ้าจะได้ฟังจากปากของพ่อเหมเอง”

“อย่าเลยเจ้าค่ะ ขอให้ลำดวนสบายใจกว่านี้ก่อน แล้วค่อยพบหน้าคุณพี่เหมเถิดเจ้าค่ะ” คุณหญิงถามว่าลำดวนคิดกระไรอยู่หรืออย่าได้ปิดบังป้าเลย

“ป้าท่านไม่คิดหรือเจ้าคะว่าพี่บัวช่างเหมาะสมกับคุณพี่เหมนัก”

“ลำดวน...นี่เจ้าคิดจะยกพ่อเหมให้แม่บัวรึ” คุณหญิงตกใจ ลำดวนได้แต่ก้มหน้านิ่ง

ooooooo

ลำดวนนั่งเรือเดินทางกลับอัมพวาโดยมีหมื่นวิชิตไปส่ง และมีลูกน้องที่ไปขอฤกษ์ฉุดลำดวนกับพุ่มนั่งเรือมาด้วยเดินทางถึงเย็น หมื่นวิชิตสั่งให้พักก่อนพรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ เมื่อขึ้นฝั่งปลูกกระโจมที่พัก หมื่นวิชิตแอบถามลูกน้องคนนั้นว่าตนต้องรอจนถึงสองยามเชียวหรือ ลูกน้องยืนยันว่าถ้าทำตามฤกษ์รับรองว่าราบรื่นทุกประการ

หมื่นวิชิตสั่งลูกน้องให้หาสมุนไพรไว้คลุกใส่กับข้าวให้ทุกคนกิน ลูกน้องรับรองว่าไม่มีผู้ใดขัดขวางความสุขของหัวหมื่นได้แน่นอน

เมื่อวางยาจนทุกคนหลับเป็นตายกันแล้ว หมื่นวิชิตบุกเข้าไปในกระโจมลำดวนแม้ลูกน้องจะขอให้รอฤกษ์ก่อนก็ทนรอไม่ได้ แต่พอหมื่นวิชิตเข้าในกระโจมกำลังลูบไล้ลำดวนอยู่นั้น ก็ถูกเหมบุกเข้ามาจับบิดแขนหักข้อมือกดลงกับพื้นกะเอาให้ตาย จนสมิงสอดน้อยเตือนให้เบามือหน่อยเดี๋ยวมันจะตายเสียก่อน

“ก็ควรให้มันตายไม่ใช่หรือพี่”

“อย่าลงโทษเองให้เกินหน้าที่เลย เอ็งจะพลอยต้องโทษไปด้วย”

เหมกระชากคอเสื้อหมื่นวิชิตลากออกไปจากกระโจมท่ามกลางเสียงร้องอย่างโหยหวนของหมื่นวิชิต สมิงสอดน้อยรีบตามเหมไป

เหมกลับมาเฝ้าลำดวนจนรู้สึกตัว ลำดวนถามเหมว่าเหตุใดจึงทำร้ายตนได้ลงคอ เหมถามว่าทำร้ายเรื่องใดหรือ

“หากไม่เจอสร้อยที่ลำดวนให้พี่เหมตกอยู่ ลำดวนคงหลงคารมพี่เหมไปอีกนาน”

“เจ้ายิ่งพูดพี่ก็ย่ิงงง” เหมหยิบสร้อยพระที่คอออกมาให้ดู “พี่คล้องสร้อยพระที่เจ้าให้ติดคอไว้ตลอด มิเคยให้ห่างกายเลย” ลำดวนตกใจเมื่อเห็นสร้อยพระที่คอเหม สงสัยว่าแล้วสร้อยที่เก็บได้เป็นของใครกันแน่ เหมจับตัวลำดวนเขย่าถามว่า “เกิดเรื่องกระไรขึ้นกันแน่ เจ้ารีบเล่าให้พี่ฟังมาให้หมดประเดี๋ยวนี้เลย”

ลำดวนเองกำลังงงจนจับต้นชนปลายไม่ถูก จนเมื่อลำดวนตั้งสติได้เล่าให้ฟัง เหมแค้นใจมากคุมตัวหมื่นวิชิตและลูกน้องไปให้เจ้าพระยาพระคลังลงโทษที่เรือนเจ้าพระยาพระคลังทันที

ooooooo

หมื่นวิชิตถูกลงโทษให้จับส่งนครบาลลงโทษตามอาญาบ้านเมือง บัวทำเป็นห่วงใยเกรงลำดวนจะเสื่อมเสียด้วย คุณปิ่นเห็นด้วยขอให้ลงโทษหมื่นวิชิตทางอื่นเถิด

“ข้าเห็นแก่หลานสาวข้าดอกนะ แต่อย่าหมายว่าจะได้กระทำชั่วเช่นนี้อีก” เจ้าพระยาพระคลังชี้หน้าหมื่นวิชิต แล้วสั่งสมิงสอดน้อย “หลวงกำแหงมีคำสั่งลงไป ให้ปลดอ้ายหมื่นวิชิตออกจากทุกสังกัด แลห้ามใครรับมันเข้าสังกัดอีก แม้มีบรรดาศักดิ์แต่ก็ให้สิ้นศักดินาไว้เก็บกิน”

สมิงสอดน้อยรับบัญชาหันไปตะคอกหมื่นวิชิตให้ไสหัวออกไป หมื่นวิชิตรีบวิ่งลนลานลงเรือนไปทั้งที่มือยังถูกมัดไพล่หลังอยู่

ขุนนาฏขอบใจเหมที่ช่วยลำดวนไว้ ตำหนิตัวเองที่ฝากเนื้อไว้กับเสือปล่อยลำดวนให้กลับไปกับคนอย่างหมื่นวิชิต

“ไม่เป็นกระไรดอกขอรับ ถึงอย่างไรกระผมก็ต้องช่วยลำดวนอยู่แล้ว แลจะได้แก้ข้อเข้าใจผิดให้สิ้นสงสัยด้วย”

ลำดวนเองก็ขอโทษที่ระแวงเหม สัญญาว่าต่อไปหากเกิดอะไรขึ้นก็จะไม่ปักใจเชื่อแต่จะถามเหมเสียก่อน

บัวแอบมองทั้งเหมและลำดวนอย่างหมั่นไส้และเจ็บใจ

เมื่อลงจากเรือนเจ้าพระยาพระคลัง เหมยังบอกลำดวนที่ถามเรื่องบัวว่า

“พี่กับแม่บัวนั่น ไม่อาจเป็นกระไรได้ นอกจากคนรู้จักเพียงนั้น” ลำดวนหน้าขรึมลงด้วยความสงสารบัว เหมรีบตัดบทว่า “มิสำคัญว่าแม่บัวจะรู้สึกเช่นไร เพราะพี่ไม่ได้รู้สึกเช่นเดียวกับแม่บัว ต่อให้เจ้าหลีกทางให้ พี่ก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจเป็นอื่น และการหลีกทางของเจ้า มีแต่จะเพิ่มคนทุกข์เป็นสามคนเท่านั้น มิได้ช่วยกระไรเลย”

ลำดวนพยักหน้าช้าๆอย่างเข้าใจแลซึ้งใจ ฝ่ายบัวที่แอบดูแอบฟังอยู่เลี่ยงไปด้วยสีหน้าเจ็บใจและอิจฉาอย่างที่สุด

ooooooo

บัวยังหาทางที่จะแยกลำดวนออกจากเหมให้ได้ วันนี้จึงเข้าไปขอให้หม่อมดวงแขช่วยฝากฝังลำดวนเข้าเป็นนางรำในวัง หม่อมดวงแขรับปากจะหาเจ้านายที่มีพระเมตตาให้เพื่อลำดวนจะได้อยู่ดีมีสุขในวังไปนานๆ

บัวยิ้มสีหน้าดีใจแต่ในใจนั้นเต็มไปด้วยแผนการที่จะเอาชนะลำดวนและเหมให้ได้

ไม่นาน คุณท้าวแสงจันทร์ก็มาทาบทามให้ลำดวนเข้าไปเป็นนางรำในวัง ขุนนาฏปลื้มปีติมาก แต่ลำดวนกระอักกระอ่วนใจบอกว่าตนไม่อยากเข้าวัง ถูกคุณปิ่นดุและหาว่า

“คงอาลัยคุณพี่เหมของเจ้าล่ะสิ ถึงไม่อยากเข้าวัง พอคืนดีกันได้ ก็ดื้อรั้นกับพ่อแม่ มีลูกสาวก็เป็นเช่นนี้ เห็นคนอื่นดีกว่าพ่อแม่ตัวเอง”

ลำดวนหน้าเสียบอกแม่ว่าตนไม่มีวันเห็นใครดีกว่าพ่อแม่ รับปากว่าเมื่อเป็นความประสงค์ของพ่อแม่ตนก็จะยอมเข้าวัง ยังความดีใจโล่งใจแก่ขุนนาฏและคุณปิ่นยิ่งนัก ในขณะที่ลำดวนมีแต่ความไม่สบายใจที่ต้องเข้าวัง

แม้หมื่นวิชิตจะถูกลงโทษให้ปลดจากทุกสังกัดแต่ก็ยังมุ่งมั่นที่จะแย่งชิงลำดวนมาให้ได้ ยิ่งมีบัวที่หมายมั่นจะชิงเหมร่วมมือด้วย ทั้งสองจึงยังคงดำเนินแผนต่อไป

“ถ้าอยากสมหวัง หัวหมื่นก็หาทางทำคุณไถ่โทษ ให้กลับมามีศักดินาไว้เก็บกินอีกครั้งก่อนเถิด มีแต่ยศศักดิ์อย่างเดียว ฉันก็ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร”

“ข้อนั้นกระผมทำแน่ แต่ทางคุณหนูบัวก็ต้องหาทางแย่งหมื่นสุรบดินทร์มาให้ได้นะขอรับ”

“อย่าพูดพล่อยๆ ฉันมิเคยแย่งของกับผู้ใด คุณเหมเป็นคนรักของฉันมาแต่ต้น เจ้าลำดวนต่างหากที่แย่งเอาไป” บัวแววตาแข็งกร้าวน่ากลัวมุ่งมั่นดื้อรั้นแลทิฐิที่จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด

ooooooo

เหมท้อแท้กับอุปสรรคความรักโดยเฉพาะที่ถูกคุณปิ่นรังเกียจว่าต่ำต้อย เจ้าพระยาพระคลังให้กำลังใจว่า

“ตกต่ำไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้างยังกลับขึ้นมาได้ แล้วจะมาท้อกับเรื่องเพียงนี้มันควรแล้วรึ ถ้าแม่ปิ่นยังไม่เห็นความดีของเจ้าก็ต้องหมั่นเพียรขึ้นไปอีก หาใช่มานั่งท้อแท้ใจไม่”

เหมมีกำลังใจขึ้น ได้ยินเจ้าพระยาพระคลังสั่งสมิงสอดน้อยให้เตรียมทหาร หยูกยาและอาวุธให้พร้อมเราจะมีศึกในอีกไม่ช้า ไม่ใช่ศึกระหว่างเมือง แต่เป็นศึกกับพวกโจรค้าฝิ่น ท่านพูดด้วยสีหน้าเครียดขรึมว่า

“นับวันพวกมันยิ่งอหังการมากขึ้นทุกที แลยิ่งมีคนติดฝิ่นมากเท่าใด บ้านเมืองก็ยิ่งอ่อนแอลงมากเท่านั้น ถึงเพลาแล้วที่เราต้องกำจัดเสียให้สิ้น”
เหมฟังแล้วนึกถึงหลวงสรอรรถขึ้นมาทันที เหมขบกรามแน่นด้วยความแค้น

พวกโจรค้าฝิ่นที่เหิมเกริมขึ้น เพราะหลวงสรอรรถรวบรวมผู้คนแลสมคบกับจีนเชียงทองที่มีอั้งยี่เป็นกองกำลัง เป็นขบวนการค้าฝิ่นที่ใหญ่และแข็งแกร่ง กอปรกับเรืองที่แตกกับหลวงสรอรรถก็กลับมาร่วมกลุ่มกันอีกครั้ง

พวกโจรค้าฝิ่นเหิมเกริมจนนำสมุนบุกจวนเจ้าเมือง ฆ่าทหารตายจำนวนมากและฮือเข้าหมายยึดจวน แต่ถูกทหารกรูกันออกมาต้าน ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือด

“บุกเข้าไป เอาตัวอ้ายคุณพระสาครมาให้ได้ ให้อ้ายพวกที่ครองเมืองอยู่ได้เห็นความร้ายกาจของพวกเรา” หลวงสรอรรถผยองเต็มที่ ทหารไทยกำลังน้อยกว่าถูกฆ่าและแตกพ่าย หลวงสรอรรถบุกเข้าไปในจวนเดินหาตามห้องจนเจอเจ้าเมืองนั่งตัวสั่นอยู่ในนั้น ยกมือไหว้หลวงสรอรรถอ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย ตนกลัวแล้ว

อึดใจต่อมาก็มีเสียงเจ้าเมืองร้องออกมาอย่างเจ็บปวดและหวาดกลัวสุดขีด

ooooooo

อ่านละครข้าบดินทร์ ตอนที่ 11 วันที่ 18 มิ.ย. 58

ละครข้าบดินทร์ บทประพันธ์โดย : วรรณวรรธน์
ละครข้าบดินทร์ บทโทรทัศน์โดย : เอกลิขิต
ละครข้าบดินทร์ กำกับการแสดงโดย : อรรถพร ธีมากร
ละครข้าบดินทร์ ผลิตโดย : บริษัท ที.วี.ซีน จำกัด
ละครข้าบดินทร์ ออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - วันอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครข้าบดินทร์ เตรียมออกอากาศเร็ว ๆ นี้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ